The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  23 LV
  4 วิจารณ์
  1,197 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

12) จุดผกผัน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 12 จุดผกผัน

 

        สไลม์นับสิบตัวกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความโกรธแค้น ดวงตาของแต่ละตัวเปล่งประกายอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มยืนนิ่งดูสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยใจที่เต้นระทึก พลางกลืนน้ำลายลงคอหลายเฮือกใหญ่

 

" เฮ้ พวก ชั้นรู้ว่าสิ่งที่ชั้นทำมันผิด ชั้นดันเผลอไปเหยียบลูกพี่ของนายจนเละเป็นเยลลี่เหลว แต่พวกนายต้องเข้าใจนะว่าคนเราต้องรู้จักปล่อยวาง เอางี้มั้ยชั้นจะสำนึกผิดด้วยการไม่กินเยลลี่เหลวเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มๆเลย ตกลงมั้ยพวก " มาวินเปิดปากเจรจาขอสงบศึกอย่างใจเย็น ในใจนึกสงสัยว่าสไลม์พวกนี้มันจะเข้าใจที่เราพูดมั้ยนะ

         

 

        สถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เหล่าสไลม์น้อยที่กำลังโมโหเกิดอาการคลุ้มคลั่งหนักกว่าเดิม ทุกตัวกระโดดไปกระโดดมาตลอดเวลา หลายตัวเริ่มกระโดดเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เลยทำให้เด็กหนุ่มต้องถอยหลังเพื่อฉากออกมาตั้งหลัก มือทั้งสองยกขึ้นตั้งการ์ดสูงและเตรียมต่อสู้

 

" หน็อย มันจะดูถูก มาวิน เซียนเกมแห่งแบงค็อกเกินไปแล้ว ไอ้พวกขนมหวานอย่างพวกแกต้องท่าไม้ตายสูงสุดของชั้น " มาวินตวาดลั่นและเมื่อพิจารณาจากท่าทางที่ดูขึงขังของเด็กหนุ่มบอกได้เลยว่างานนี้….นองเลือดแน่ๆ

 

" จี้ดๆ…… " เหล่าสไลม์นับสิบยังคงร้องประสานเสียงกันระงมแม้ว่าพวกมันจะเริ่มถอยหลังไปเล็กน้อยจากความกลัวเกรงในท่าทางที่จริงจังของเด็กหนุ่ม

 

" เอาล่ะนะ 1 2 3 ท่าไม้ตายพิเศษ พยัคฆ์ทะยานดง " มาวินกู่ก้องร้องตะโกน ด้วยเสียงอันดังของเด็กหนุ่มทำให้เหล่าสไลม์หลายตัวที่ขวัญกำลังใจไม่ดีถึงกลับหันหลังเผ่นหนีไปในทันที บางตัวที่ขวัญกล้าหน่อยก็แค่ถอยหลังหรี่ตาลงด้วยความหวาดเสียว

         

 

        สไลม์รองหัวหน้าที่หยัดยืนอยู่ใกล้กับเด็กหนุ่มที่สุดก็เริ่มหรี่ตาลงเช่นกัน กายเหลวคล้ายเยลลี่ใสของมันเกร็งตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอรับแรงโจมตีที่คาดว่าน่าจะเป็นระเบิดกัมปนาทหรือไม่ก็แสงสีทำลายล้างอย่างใดอย่างหนึ่ง ทว่าในความเป็นจริงกลับปรากฏแต่ความเงียบสงบและสายลมยามเย็นที่พุ่งปะทะเรือนกายของเหล่าสไลม์เพียงเท่านั้น

          

 

       สไลม์รองหัวหน้าตัดสินใจที่จะลืมตาขึ้นมอง สิ่งแรกที่มันพบก็คือ..........หลังไวๆของเด็กหนุ่มหัวเขียวที่อยู่ห่างออกไปราว 30 เมตร มันแปลว่าเด็กหนุ่มจอมกวนได้ทำการใส่ตีนหมาเผ่นหนีกลุ่มสไลม์ไปเรียบร้อยแล้ว

 

" จิ้ดๆ…… " สไลม์รองหัวหน้าถึงกับโกรธจัดจนหน้าเขียวใสเริ่มแดงขึ้นเล็กน้อย การหลอกลวงด้วยอุบายง่าวๆแบบนี้เป็นการหยามหมิ่นพวกมันอย่างรุนแรง มันจึงตะโกนสั่งลูกน้องในสังกัดพร้อมวิ่งไล่ตามเด็กหนุ่มในทันที อึดใจต่อมาฝูงสไลม์จอมโหดประมาณ 10 ตัวก็รีบจ้ำสุดฝีเท้าเพื่อวิ่งไล่ตามเด็กหนุ่ม

        

 

        เด็กหนุ่มเหลียวหลังหันกลับมาดูแวบนึง เขาตกใจสุดขีดเพราะกลุ่มสไลม์ดังกล่าวไล่จี้เขามาติดๆแล้ว

 

" เฮ้ย ไอ้พวกนี้มันวิ่งเร็วกันขนาดนี้เลยรึนี่ ไม่ได้การแล้วต้องเร่งสปีดแล้ว " เด็กหนุ่มคิดในใจพลางเร่งฝีเท้าของตนเองจนสุดแรงเกิด

        

 

        เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้แรงและเร็วมาก กะขนาดความเร็วในตอนนี้น่าจะใกล้เคียงกับตอนที่เขาใช้สเก็ตบอร์ดด้วยซ้ำไป มันทำให้เขานึกแปลกใจในตัวเองเหมือนกันที่เขาสามารถวิ่งได้เร็วถึงขนาดนี้

 

" บ้าน่า นี่เราวิ่งเร็วได้ขนาดนี้เลยหรือนี่ เหลือเชื่อแฮะ " เด็กหนุ่มวิ่งไปยิ้มไป ในใจนึกปลาบปลื้มใจในความสามารถของตัวเอง

       

 

         ด้วยความเร็วที่แตกต่างกันมาก เลยทำให้เขาสามารถวิ่งหนีพวกสไลม์บ้าคลั่งที่วิ่งไล่ตามเขาได้สำเร็จ และหลังจากที่เขาหนีรอดมาได้ เด็กหนุ่มก็ล้มตัวลงนอนหงายกับพื้นหญ้า ทรวงอกของเขาสะท้านขึ้นลงด้วยอาการเหนื่อยหอบจากการวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง

 

" แฮ่กๆ…. ไอ้พวกตัวเล็กกลุ่มนั้นมันก็โหดใช่ย่อยนะ ถ้าตัวต่อตัวน่าจะพอสู้ได้แต่ถ้ามาเป็นฝูงแบบนั้น เราไม่ไหวแน่ ทำไงดีนาถึงจะชนะพวกมันได้ เรามีแผนการที่จะต้องเอาเงินไปเซ้งร้านบะหมี่ของอาแป๊ะนั่นซะด้วยสิ " มาวินหอบไปคิดไป ดวงตาเล็กหยีแหงนมองท้องฟ้ายามบ่ายแก่ๆ

       

 

         มาวินนอนมองฟ้าพร้อมพยายามคิดแผนการอยู่ครู่ใหญ่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเด็กหนุ่มก็ปรากฏขึ้นมาที่ใบหน้าของเขา

 

" ดีล่ะ ใช้วิธีนี้ดีกว่า "

 

………………………………………………

       

          ที่ชายป่าอันเป็นแหล่งมั่วสุมของเหล่ามอนสเตอร์ที่หน้าตาคล้ายเยลลี่เหลว กลุ่มสไลม์จอมโหดก็ยังคงเดินเพ่นพ่านไปมาดุจเดิม ว่ากันจริงๆแล้วดูเหมือนพวกมันจะมีจำนวนมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำไป นับคร่าวๆตอนนี้น่าจะมีถึง 30 ตัว สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะยามนี้ได้ล่วงเข้าสู่เวลาบ่ายแก่ๆอันเป็นห้วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน เลยมีมอนสเตอร์ออกมามากเป็นกรณีพิเศษ      

        

 

        รอบนอกของกลุ่มสังคมมอนสเตอร์ได้มีสไลม์หนุ่มสาวคู่หนึ่งแอบมาจู้จี๋กันสองต่อสอง ในระหว่างที่ความรักหวานซึ้งของหนุ่มสาวชนเผ่าสไลม์กำลังสุกงอมจนทั้งคู่กำลังจะมอบจุมพิตให้แก่กันและกัน ทันใดนั้นเองก็มีก้อนหินหนักราวๆ 5 กิโลกรัม ลอยเข้าหาคู่หนุ่มสาวมาแต่ไกลและในที่สุด…….

 

" แป็ด "

        

 

        ก้อนหินดังกล่าวก็ล้มทับสไลม์ที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวเมียเข้าอย่างจัง ด้วยความหนักของก้อนหินส่งผลให้สไลม์ตัวเมียตายคาที่และกลายร่างเป็นเยลลี่เหลวไปตามระเบียบ

 

" จี้ดๆ……. " สไลม์ตัวผู้ร้องคำรามออกมาด้วยอาการเกรี้ยวกราด อารมณ์ของมันดูจะตกใจผสมเสียดาย

       

 

        ทันใดนั้นเองก็ได้มีเด็กหนุ่มร่างเล็กที่มีใบหน้าหน้าทะเล้นนายหนึ่งโผล่ออกมาจากหลังก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่คู่สไลม์หนุ่มสาวหยัดยืน เด็กหนุ่มคนนั้นก็คือ "มาวิน"

 

" ไฮ่ หวาดดีพ่อสไลม์คาสโนว่า ฝีมือของชั้นเอง ปาแม่นดีมั้ย พวก "  เด็กหนุ่มร้องบอกด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนกวนโมโห

 

" จี้ดๆ…… " สไลม์ตัวนั้นโกรธจัด มันวิ่งไล่เด็กหนุ่มราววัวบ้า

      

 

         เด็กหนุ่มหันหลังใส่เกียร์หมาหนีแบบเดิมแต่ครั้งนี้เขาผ่อนแรงในการเร่งสปีดลง จุดประสงค์เพื่อล่อให้สไลม์ไล่ตามเขาทัน เขาออกวิ่งได้ครู่หนึ่ง เขาก็หยุดฝีเท้าเมื่อเห็นว่ารอบๆบริเวณนี้ไม่มีสไลม์ตัวอื่นนอกจากเขาและสไลม์คาสโนว่าที่โกรธเกรี้ยว

 

" จี้ดๆ…… " สไลม์คาสโนว่าเริ่มโจมตีด้วยการพุ่งเข้าชนเด็กหนุ่มในทันที

      

 

        คราวนี้มาวินสามารถหลบการโจมตีของสไลม์ได้ไม่ยาก เนื่องจากเขารู้ถึงวิถีการโจมตีของสไลม์ได้จากประสบการณ์ต่อสู้ในครั้งแรก เขาหลบการโจมตีของสไลม์คาสโนว่าได้ประมาณสี่ห้าครั้ง เขาก็ใช้มือซ้ายจับสไลม์เอาไว้แน่นแล้วกดหัวมันลงไปที่พื้นเพื่อกระหน่ำต่อยแบบเดียวกับที่เคยทำกับสไลม์หัวหน้ากลุ่ม

      

 

        การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว มอนสเตอร์จิ๋วกลายร่างเป็นเยลลี่เหลวและสลายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งลูกแก้วอีกลูกให้มาวินเป็นของดูต่างหน้า

 

" ฮะๆ ถ้าใช้สมองสู้แบบนี้มันก็ง่ายอ่ะดิ คราวนี้คอยดูให้ดีเถอะอาแป๊ะ ชั้นจะเซ้งร้านบะหมี่ของนายให้ได้ภายในวันนี้แหละ หลังจากนั้นชั้นจะกินบะหมี่ในร้านให้พุงกางไปเลย " มาวินยืดอกภูมิใจกับแผนที่ตนเองคิดขึ้นมา ภายในใจเกิดความรู้สึกฮึกเหิมขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

 

………………………………………………

         

         การต่อสู้โดยใช้แผนล่อหลอกให้ออกมาจากกลุ่มทีละตัวแล้วสอยของมาวินประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี มาวินสามารถจัดการสไลม์ได้อีกหลายตัวจากแผนการนี้จนได้ลูกแก้วมาครอบครองอีกหลายลูก ในครั้งหลังๆเขาเริ่มมีความชำนาญในการจัดการกับสไลม์มากขึ้น บางครั้งเขาถึงกลับหลอกล่อมาจัดการทีละสองตัว บางครั้งก็มีมากถึงสามตัว ซึ่งการดวล 3 ต่อ 1 รู้สึกจะกินแรงเขามากอยู่พอสมควร เพราะเขาต้องคอยหลบการพุ่งชนราวกระทิงคลั่งของเหล่าสไลม์เป็นพัลวัน หลังจากนั้นก็หาจังหวะต่อยสวนใส่สไลม์ให้กระเด็นแต่พอเขาจะปิดบัญชีด้วยการตามไปกระทืบซ้ำ มันก็มักมีตัวที่สองและตัวที่สามคอยพุ่งชนเพื่อคอยช่วยเหลือตัวที่ล้มอยู่เป็นประจำ

       

 

        ดวงอาทิตย์ใกล้ตกพื้นแล้ว มาวินเหลือบดูนาฬิกาบนข้อมือ เขาก็พบว่าในขณะนี้เป็นเวลา 6 โมงเย็นแล้ว มาวินยิ้มพลางเขย่ากระเป๋ากางเกงของตัวเองเบาๆ มีเสียงกรุ้งกริ้งดังขึ้นจากภายใน เพราะในกระเป๋ากางเกงนั้นบรรจุลูกแก้วอยู่ประมาณ 20 ลูกได้

 

" เยี่ยมมาก แผนนี้ได้ผล วันนี้สามารถเก็บสไลม์ได้ถึง 30 กว่าตัว ก้าวหน้าจริงๆ เลเวลของเราน่าจะขยับไปถึงระดับสิบแล้วมั้ง ว่าแล้วต้องกดดูสถานะของตัวเองซักหน่อย " มาวินปรึกษากับตัวเองอยู่พักหนึ่ง เขาก็กดปุ่มนาฬิกาประจำตัวเพื่อตรวจเช็คสถานะของตัวเอง ค่าสถานะของเด็กหนุ่มถูกฉายขึ้นกลางอากาศโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

ชื่อ มาวิน   เทพอัศดง      เพศ ชาย      อาชีพ ไร้อาชีพ        

LV 1          

พลังชีวิต   10/15          กำลัง       0          โชค        0 

พลังกาย   2/2            ความเร็ว    10        ปัญญา    0 

พลังเวท    0/0             ทนทาน     0          ทักษะ     0

ประสบการณ์  39/300

 

" หาๆ…… นี่มันอะไรกันเนี่ย ไล่ตื้บสไลม์แทบเป็นแทบตาย สุดท้ายได้ค่าประสบการณ์มาแค่ 39 แต้มเอง ตัวเลข 300 นี่มันอะไร อย่าบอกนะต้องเก็บให้ได้ 300 แต้มถึงจะขึ้นเลเวลสอง บ้าชะมัดๆเลย " มาวินทั้งรู้สึกหงุดหงิดผสมผิดหวัง ทุกอย่างมันแย่กว่าที่เขาคิดไว้มาก

        

 

       มาวินหงุดหงิดอยู่ครู่ใหญ่ก็คิดได้ว่าถ้าเขาจ้องจะเล่นแต่สไลม์ เลเวลของเขาคงไม่ขึ้นเป็นแน่ เห็นทีต้องขยับไปเล่นตัวอะไรที่ใหญ่กว่าแกร่งกว่าสไลม์ เพื่อให้เลเวลขึ้นเร็วกว่านี้ แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไรต่อ เขาก็ลองกดนาฬิกาวิญญาณต่อเพื่อดูว่าตัวเขาในตอนนี้พอจะมีท่าไม้ตายอะไรให้ใช้บ้าง

 

ชื่อ มาวิน   เทพอัศดง      เพศ ชาย      อาชีพ ไร้อาชีพ        

LV 1          

โจมตีกายภาพ       5              ร่างกาย         3          

ป้องกันกายภาพ     3              อดทน          3         

หลบหลีก             15             จุดตาย         1        

แม่นยำ                  6                ดวง             1

ความเร็วในการตี    14        โจมตีเวทมนตร์   0

ความเร็วเคลื่อนที่    17      ป้องกันเวทมนตร์  0

 

" อะไรเนี่ย ค่าพลังบ้าบออะไรเนี่ย เยอะแยะไปหมด งง โว้ยๆ " เนื่องจากมาวินเป็นคนที่ไม่เคยเล่นเกมออนไลน์แนวเก็บเลเวลมาก่อน เขาจึงรู้สึกสับสนกับค่าสถานะของตัวเองที่ปรากฏในหน้าต่างที่สอง นั่นทำให้เขารีบกดปุ่มบนนาฬิกาต่อไปเพื่อดูค่าสถานะในหน้าต่างที่สาม

 

ชื่อ มาวิน   เทพอัศดง      เพศ ชาย      อาชีพ ไร้อาชีพ        

LV 1          

ทักษะ 0

ทักษะที่ใช้ได้  -ไม่มี-

ท่าไม้ตาย      -ไม่มี-

 

" อะไรกัน ทำไมมันกากแบบนี้วะ ใช้ท่าไม้ตายอะไรไม่ได้เลย แถมยังไม่มีทักษะอะไรอีก บ้าที่สุด ห่วยแตกมาก แล้วทีนี้เราจะซัดกับไอ้ตัวเป้งๆได้ไง เฮ้อๆ…..อ้อๆนึกได้แล้ว เราลองกดดูสถานะที่หน้าต่างสุดท้ายดีกว่า เราน่าจะพอมีอาวุธหรือไอเท็มอะไรที่น่าจะใช้ได้บ้าง " ว่าแล้วมาวินก็กดปุ่มบนนาฬิกาวิญญาณต่อเพื่อดูสถานะของตัวเองในหน้าต่างสุดท้าย

 

ชื่อ มาวิน   เทพอัศดง      เพศ ชาย      อาชีพ ไร้อาชีพ        

LV 1          

อุปกรณ์                          

หัว       =  ไม่มี                         มือซ้าย  = ไม่มี           เครื่องประดับ  = ไม่มี 

เสื้อผ้า  =  เสื้อนักสู้ฝึกหัด          มือขวา  = ไม่มี

เกราะ   =  ไม่มี                

รองเท้า =  รองเท้าผ้านักกังฟู 

 

ไอเท็ม

- น้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตขนาดเล็ก จำนวน 5 ขวด

- น้ำยาฟื้นฟูพลังกายขนาดเล็ก จำนวน 3 ขวด

- ลูกแก้ว จำนวน 20 ลูก

- ถ้วยเก่ากระดำกระด่าง จำนวน 1 ใบ

 

เงิน = ไม่มี

 

" เหอ เหอ เหอ อะไรเนี่ยนี่มันห่วยแบบสุดๆไปเลย " มาวินหัวเราะให้กับความห่วยแตกที่อยู่ตรงหน้า ไม่มีท่าไม้ตายและทักษะอะไรให้ใช้ แถมยังไม่มีไอเท็มหรืออาวุธอะไรที่พอจะใช้งานได้เลย จะมีอะไรที่แย่กว่านี้มั้ยเนี่ย

       

 

        ทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขา เมื่อเด็กหนุ่มเหลือบไปมอง เขาก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นก็คือ.............วัวตัวเมียขนาดกลางที่มีขนตางอนโค้ง ขนรอบตัวของมันเป็นสีขาวสลับดำที่ดูสวยงาม

 

" มอๆ……. " วัวตัวเมียร้องทักเสียงใส

         

 

         ความคิดแรกของมาวินก็คือ…..วัวตัวนี้น่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงเพราะมันดูเชื่องคน ไม่ดุร้ายเหมือนกลุ่มสไลม์บ้าเลือดที่เขาเคยเจอ แต่เมื่อเขามองวัวตัวนี้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความคิดชั่วๆก็กำเนิดขึ้นในใจของเขา

 

" เหอ เหอ เหอ ดูไปดูมานี่เจ้าตัวนี้น่าจะเข้าสเป็คของเรานะ มอนสเตอร์ตัวใหญ่ดูแข็งแรงและน่าจะต่อสู้ได้ไม่ยากนักเพราะมันดูเชื่องๆ ชนะทีน่าจะได้เลเวลเยอะเลย หึๆ " มาวินยิ้มชั่วร้าย นาทีนี้เขาไม่สนอะไรแล้วว่ามอนสเตอร์เบื้องหน้าจะมีเจ้าของหรือไม่

       

 

       มาวินเดินวนรอบวัวตัวเมียก่อนหนึ่งรอบเพื่อสำรวจสถานการณ์ ใบหน้าเล็กซูบและอ่อนเยาว์ของเขาขมวดนิ่วนิดนึงเหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่อย่างหนักหน่วง โดยมีแม่วัวมองตามอยู่ตลอดเวลา แววตาของมันดูบ้องแบ๊วและใสซื่อโดยแท้ ไม่ฉายแววความเป็นศัตรูออกมาให้เด็กหนุ่มเห็นเลยแม้แต่เพียงนิดเดียว

 

" ดีล่ะ ถึงเราไม่มีอาวุธอะไรเลย แต่เท่าที่เราคำนวณ สิ่งที่เรามีในตอนนี้คือความเร็ว ถ้าเราตั้งหลักจากระยะไกลแล้ววิ่งเต็มฝีเท้าเข้าไปต่อยเต็มแรงที่หน้าผากของเจ้าวัวนั่น ความเร็วในการวิ่งน่าจะพอเสริมให้พลังหมัดเรามีกำลังพอที่จะทำให้มันล้มลงได้ อืมๆ…..โอเค แผนนี้แหละ Let Go " เด็กหนุ่มปรึกษาแผนกับตัวเองอีกรอบก่อนลงมือ

       

 

       เด็กหนุ่มถอยหลังทิ้งระยะห่างจากวัวตัวเมียนั้นได้ประมาณ 30 เมตร เขาพยายามยืนอยู่ในทิศทางที่อยู่ด้านหน้าของวัวตัวเมียเพื่อจะได้อัดไปที่หน้าผากซึ่งเป็นจุดตายได้ถนัด แน่นอนว่าวัวตัวเมียที่ใสซื่อไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า มันจะต้องโดนหมัดมหากาฬของมาวิน

 

" เอาล่ะนะ โหสิเถอะ แม่วัวเอ๋ย ว้ากๆ…… " มาวินกล่าวอโหสิในใจ จากนั้นเขาก็ออกตัวจากจุดสตาร์ทอย่างรวดเร็ว

       

 

        ความเร็วในการออกตัวของมาวินถือว่าไม่ธรรมดา ทันทีที่เขาห้อไปจนเกือบถึงตัวของแม่วัว เด็กหนุ่มก็พุ่งกายกระโดดเข้าหาแม่วัวสุดกำลัง หมัดคู่ของมาวินพุ่งกระแทกเข้าไปที่หน้าผากของแม่วัวแบบเต็มเปาจนเกิดเสียงเนื้อปะทะเนื้อดังสะท้านไปทั่วบริเวณ

 

" ตูม "

 

" โอ๊ยๆ…. " เด็กหนุ่มล้มกลิ้งล้มหงายลงบนพื้นหญ้าหลังเจอแรงปะทะที่รุนแรงอันเกินกำลังของคนร่างเล็กอย่างเขาจะต้านทาน

       

 

       เด็กหนุ่มกุมขมับตัวเอง เพราะเขาไม่คิดว่าเนื้อตัวของแม่วัวจะแข็งปานนี้ พอเด็กหนุ่มคลายความมึนงง เขาก็เหลือบขึ้นมาดูผลงาน ใจเขาจินตนาการไปเองว่าแม่วัวผู้เคราะห์ร้ายน่าจะร่วงลงไปนอนกองกับพื้นด้วยหมัดคู่มหากาฬของเขาแล้ว แต่ในความเป็นจริง แม่วัวตัวนั้นยังคงยืนนิ่งเฉยคล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับตัวมัน หนำซ้ำแม่วัวตัวนั้นยังคงส่งแววตาอาฆาตแค้นมายังเด็กหนุ่มอย่างชัดเจนจนไม่ต้องคาดเดาถึงอารมณ์ของมันในตอนนี้

 

" ฮะๆ เอ่อ….เมื่อกี้เขาล้อเล่น...อุ้บ " มาวินกล่าวขอโทษแม่วัวด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมเจียมตัวแต่ยังไม่ทันจะพูดจบคำ เขาก็โดนแม่วัวพุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็นคือ "ใบหน้าถมึงทึงของแม่วัว" หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบลงไป

 

………………………………………………

        

        มาวินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังรู้สึกตัวเองกำลังลอยอยู่ที่ไหนซักแห่ง ความรู้สึกคล้ายๆกับว่าเขากำลังว่ายวนเวียนไปมาอยู่บนกลีบเมฆที่แสนบางเบา ทันใดนั้นเองโสตประสาทหูก็แว่วเสียงอะไรบางอย่างมาแต่ไกลๆ

 

" ไอ้หนู มานอนอะไรตรงนี้ฟะ "

 

" เสียงคน ฟังดูคล้ายเสียงของผู้ชายแฮะ มันเกิดอะไรขึ้นนะเนี่ย " เด็กหนุ่มคิดในใจ สติของเขายังคงเลือนราง

 

" ไอ้หนู ตื่นๆ เป็นไงบ้าง " เสียงผู้ชายคนนั้นยังคงดังก้องหูของเด็กหนุ่มอยู่ดุจเดิม แต่ในครั้งนี้เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกแล้วว่ามีแรงเขย่าอะไรบางอย่างที่หัวไหล่ของเขา

 

" ไอ้หนูๆ…… " เสียงชายหนุ่มผู้นั้นเริ่มดังมากขึ้นเรื่อย จนในที่สุด.........

       

 

        มาวินลืมตาขึ้นมา อาการเลื่อนลอยคล้ายกำลังจะลอยอยู่บนสรวงสวรรค์หายไปเป็นปลิดพริ้ง เพราะภาพแรกที่เขาได้เห็นแทบทำให้เขาเกิดอาการลมจับ ภาพนั้นคือภาพ............ชายผู้หนึ่งที่มีใบหน้าดำมะเมื่อม รูปหน้ากลมมลอวบอูม คิ้วดกหนา ดวงตาขาวกลมโต ปากหนาแบะสีชมพูซึ่งตัดกับสีผิวของเขาอย่างรุนแรง ดูไปแล้วเขามีหน้าตาที่คล้ายชนเผ่านิกรอยด์บนโลกมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง

 

" เหวอ…… " เด็กหนุ่มเผลอร้องลั่นพร้อมผวาหนีในทันที

 

" อ้าว ตื่นแล้วหรือไอ้หนู ว่าแต่ว่าแกมานอนอะไรแถวนี้ ที่นี่มันเป็นฟาร์มของชั้นนะ " ชายหน้าดำวัยกลางคนกล่าวถามด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด

        

 

       เด็กหนุ่มพยายามตั้งสติ เขาเหลือบมองชายแปลกหน้าผู้มาใหม่ เขาพบว่าชายผู้นั้นเป็นชายร่างใหญ่ที่ซ่อนร่างอ้วนหนาในชุดเอี๊ยมยีนส์อันปกคลุมเสื้อยืดสีแดง ส่วนที่เท้าสวมรองเท้าบูทสีดำ ดูท่าทางคล้ายกับคนเลี้ยงวัว และเมื่อเขาหันไปมองสภาวะรอบด้านก็พบว่าอากาศในยามนี้เริ่มมืดครึ้มขมุกขมัวบ้างแล้ว เพราะเวลานี้อาทิตย์เริ่มใกล้ลับขอบฟ้าเต็มทน เด็กหนุ่มกดดูนาฬิกาก็พบว่าเวลาในขณะนี้คือเวลา 18.55 น.

 

" ตกลงแล้วนายเป็นใคร แล้วมานอนอยู่ที่นี่ได้ไง " ชายหน้าดำคาดคั้น

 

" เอ่อๆ….. " เด็กหนุ่มยังอึ้งๆ เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

" อ้อๆ รู้แล้ว นายคือพวกนักสู้ฝึกหัดล่ะสิ ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว นายคงเป็นพวกขี้เกียจสันหลังยาวที่แอบหลบมานอนเล่น ไม่ยอมออกไปตีมอนสเตอร์เพื่อฝึกฝนวิชาล่ะสิ ใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆ " ชายหน้าดำพูดเองเออเองพลางหัวเราะชอบใจ

 

" อืม…..คงจะใช่มั้ง " มาวินตอบตามน้ำไปก่อนพร้อมส่งยิ้มแหยๆให้ชายหน้าดำ

 

" แล้วนอนพอหรือยังล่ะ เจ้าหนูจอมขี้เกียจ ไปได้แล้วเจ้าหนู พอดีชั้นไม่อยากให้คนแปลกหน้าแบบนายมาเตร็ดเตร่แถวฟาร์มของชั้นในตอนกลางคืนน่ะ " ชายหน้าดำร่างอ้วนใหญ่เริ่มออกปากไล่ด้วยสีหน้าที่กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง

 

" อ้อๆ ชั้นจะไปเดี๋ยวนี้แหละ โทษทีนะ ฮะๆ " เด็กหนุ่มค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน ในใจคิดว่าน่าจะได้เวลาออกจากเกมแล้วมั้ง แต่ก่อนจะออกจากเกม เขากะว่าจะเข้าไปในเมืองเพื่อลองขายลูกแก้วที่หามาได้ก่อน

       

 

       ทันทีที่เด็กหนุ่มลุกขึ้น เขาก็ได้ยินเสียงวัวตัวหนึ่งดังมาจากเบื้องหลังของเขา และทันทีที่ได้ยินเด็กหนุ่ม เขาก็ถึงกลับสะดุ้งเฮือกเนื่องจากเขาเพิ่งโดนแม่วัวอัดจนสลบไปเมื่อครู่นี้ เขากลั้นใจอยู่หลายอึดใจ ก่อนที่จะค่อยๆหันกลับมาช้าๆแล้วเขาก็พบว่าวัวที่ส่งเสียงร้องทักเขาเมื่อครู่นี้ก็คือ........วัวตัวเมียคู่อาฆาตของเขานั่นเอง

 

" ฮ่าๆ เป็นไงน่ารักมั้ย ตัวนั้นชื่อ "ลูซี่" มันเชื่องมาก มันไม่เคยทำร้ายใครเลยนะ " ชายหน้าดำบอกยิ้มๆ

 

" มอๆ….. " วัวตัวเมียที่ชื่อ "ลูซี่" ร้องทักเสียงดังอีกครั้ง ปากยื่นยาวของมันดูแสยะที่มุมปากแบบแปลกคล้ายๆจะยิ้มเยาะ นั่นทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกหมั่นไส้จนนึกอยากโดดเตะแม่วัวตัวนี้อีกซักทีแต่เขาก็กลัวจะโดนอัดสลบไปอีกรอบ อีกอย่างเจ้าของมันก็ยืนอยู่ข้างๆเด็กหนุ่มด้วย เขาจึงสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้

         

 

        อึดใจต่อมาเด็กหนุ่มก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง สิ่งนั้นถึงกลับทำให้เด็กหนุ่มถึงกลับตาเหลือกโพลงด้วยความตกใจ

 

" เฮ้ย ซวยแล้ว นี่มันเลยเวลานัดรวมตัวกับพรรคพวกนี่หว่า ยัยจันเล่นเราเละแน่ๆเลย "

        

 

        เด็กหนุ่มรีบกดดูเมนูสถานะต่างๆบนนาฬิกา เพื่อจะหาทางออกจากเกม แต่เขาค้นแล้วค้นอีกก็ไม่เจอเมนูอะไรเลยที่บ่งบอกว่าเป็นเมนูการออกจากเกม เด็กหนุ่มเริ่มหน้าดำคร่ำเครียด เขากดดูแล้วดูอีกหลายๆรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่ไม่ว่าดูละเอียดแค่ไหนก็พบแต่ค่าพลังกากๆของตนเองเพียงเท่านั้น

 

" เฮ้ย แล้วเมนูออกจากเกมมันอยู่ตรงไหนฟะ " เด็กหนุ่มตะโกนโวยวาย

 

" ไอ้หนู ทำอะไร ชั้นเห็นแกกดนาฬิกาวิญญาณดูค่าสถานะของตัวเองไปมาตั้งหลายรอบแล้ว " ชายหน้าดำเริ่มเปิดปากหลังยืนมองการกระทำแปลกๆของเด็กหนุ่มมาระยะหนึ่ง

 

" เออ ดีเลยพี่ชาย พอดีชั้นมีนัดกับพรรคพวกที่โลกของชั้นน่ะแต่ชั้นหาเมนูออกจากเกมไม่เจอ ไม่รู้มันอยู่ตรงไหน พี่ชายช่วยชั้นหาเมนูที่ว่าหน่อยเถอะ รบกวนช่วยหน่อยนะ " มาวินเริ่มหันไปอ้อนวอนขอร้องชายวัยกลางคนหน้าดำให้ช่วยเหลือ

        

 

       แทนที่จะได้คำตอบจากชายหน้าดำ แต่มาวินกลับได้มาแต่แววตาหวาดระแวง สงสัย สับสนของชายหน้าดำ วินาทีต่อมาชายหน้าดำก็เปิดปากถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ส่อแววกังวลใจ

 

" ไอ้หนู แกเป็นอะไรมากหรือเปล่า เมนูออกจากเกมคืออะไร โลกของนายอะไร ชั้นงงไปหมดแล้วนะหรือนายไปเมาเหล้าเมายาอะไรมาหรือเปล่า "

 

" พี่ชายอย่าล้อเล่นดิ ที่พูดมาไม่จริงใช่มั้ย ชั้นเริ่มหลอนจริงๆแล้วนะ " มาวินเริ่มใจเสีย น้ำเสียงที่ร้องขอส่อสำเนียงวิงวอนจนน่าเวทนา

 

" เหอๆ ไม่มีโลกนี้โลกไหนทั้งนั้นแหละ มีแต่โลก The Dark World เท่านั้น ไปล่ะ ไอ้หนู โชคดีนะ " ชายหน้าดำรีบพูดตัดบทพลางจูงวัวเดินหนีไปในทันที ดูเหมือนชายผู้นี้เริ่มจะกลัวมาวินขึ้นมาบ้างแล้ว

         

 

        ชายหน้าดำจูงวัวจากไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้มาวินยืนทำหน้าหงอยราวหมาเหงาอยู่กลางทุ่งหญ้ากว้างตามลำพัง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เด็กหนุ่มเกิดอารมณ์สับสนถึงขีดสุดจนทำให้เขาต้องแหงนหน้าขึ้นฟ้าและแหกปากส่งเสียงกู่ก้องไปทั่วท้องทุ่งเปลี่ยวร้างเพื่อระบายความอึดอัดที่อยู่ภายใน

 

" อ้าๆ……. ช้านๆ……กลับโลกไม่ได้ "

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา