The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  37 LV
  4 วิจารณ์
  2,456 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

13) ธาตุแท้

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 13 ธาตุแท้

 

         ตะวันฉายของอรุณรุ่งสาดแสงส่องไปทั่วเมืองขนาดย่อมที่ถูกรอบล้อมไปด้วยรั้วไม้ ชาวตลาดต่างพากันตื่นนอนขึ้นมาประกอบกิจยามเช้าอย่างเร่งด่วน หลายคนเตรียมตั้งร้านเพื่อรอรับลูกค้าที่จะเข้ามาอุดหนุนกันทั้งวัน เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นสถานที่ที่สภาของ The Dark World จัดให้เป็นสถานที่รับลงทะเบียนทุกคนบนโลกนี้ให้เป็นประชากรที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

        

 

        อาแป๊ะเจ้าของร้านบะหมี่วัย 50 ปีเศษ ลุกขึ้นจากเตียงในห้องนอนซึ่งอยู่หลังร้านบะหมี่เล็กๆของตนเอง หลังจากนั้นเขาก็พาร่างอ้วนในชุดนอนแบบเสื้อคลุมยาวไปยังหน้าร้านบะหมี่เพื่อปลดกลอนตรงประตูหน้าร้านและจัดเตรียมหน้าร้านให้สวยงามและพร้อมที่จะรองรับผู้คนที่สัญจรไปมาเฉกเช่นทุกวัน 

        

 

        ทันทีที่อาแป๊ะเจ้าของร้านเปิดประตูขึ้น เขาก็ผวาเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็น สิ่งนั้นคือ…….ร่างเล็กๆของเด็กหนุ่มวัยรุ่นนายหนึ่งที่มีโครงหน้าซูบผอมราวหนังหุ้มกระดูก ทั่วทั้งใบหน้าดูขะมุกขะมอมเพราะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน หัวเขียวของเขายุ่งเหยิงเป็นกระเซิงคล้ายคนสติไม่สมประกอบ เขาซ่อนร่างเล็กบางในชุดนักสู้ที่ซอมซ่อ สกปรกคล้ายขอทาน เด็กหนุ่มคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก “มาวิน” 

 

“ ไอ่หย้า ลื้ออีกแล้ว ถึงอั้วต้องเจอลื้อที่หน้าร้านในเวลานี้มาตั้งอาทิตย์กว่าแล้ว อั้วก็ยังตกใจสารรูปของลื้ออยู่ดี วันนี้ลื้อมีอะไรมาแลกล่ะ ” อาแป๊ะสอบถาม 

 

“ มี ลูกแก้ว 25 ลูก ” เด็กหนุ่มร่างผอมตอบห้วนๆพลางยื่นถุงกระดาษเก่าๆให้อาแป๊ะ 

 

“ อืม โอเค เอาเหมือนเดิมใช่มั้ย รอเดี๋ยวนะ ” อาแป๊ะสำรวจของที่อยู่ในถุงกระดาษอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าในถุงนั้นมีของครบ เขาจึงบอกกล่าวให้เด็กหนุ่มหยุดรอรับบางสิ่ง

        

 

         อาแป๊ะรีบรุดไปค้นหาอะไรบางอย่างที่หลังร้าน เขาหายไปเพียงครู่หนึ่ง เขาก็กลับมาหาเด็กหนุ่มที่หน้าร้านอีกครั้ง ในมือขวาของอาแป๊ะหิ้วถุงกระดาษใบย่อมๆมาใบหนึ่ง มือซ้ายหิ้วถุงน้ำร้อนที่เตรียมทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว อาแป๊ะยื่นของทั้งหมดให้มาวินพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงระรื่น

 

“ ดีมาก วันหลังมาแลกของกันอีกนะ ดีจริงเลย ปกติแล้วกระดูกหมูพวกนี้ไม่เป็นที่ต้องการของใคร เหลือก็ทิ้งลูกเดียว แต่ลื้อดันเอาของมาแลก ถึงจะเป็นแค่ลูกแก้วที่มีราคาแค่ลูกละ 1 ทองแดงก็ยังดีกว่าทิ้งไปโดยไม่ได้ซักทองแดงเดียวเลย ” 

        

 

        มาวินในสภาพขอทานไม่โต้ตอบประการใด เขารับกระดูกหมูห่อย่อมๆแล้วเดินจากไปอย่างสงบ ดูเหมือนเขาจะขรึมลงถนัดตา ความตรากตรำ ทุกข์ยากและความเศร้าอาดูรที่ต้องจากบ้านได้ทำลายอารมณ์ขันและรอยยิ้มของเขาไปจนหมดสิ้น 

        

 

         เด็กหนุ่มเดินตรงรี่อย่างรวดเร็วผ่านผู้คนที่สัญจรไปมา ทุกสายตาของผู้คนที่เหลือบแลเขาต่างมีแววตาสมเพชเวทนาหรือไม่ก็ดูหมิ่นดูแคลน เนื่องจากสภาพของเด็กหนุ่มในตอนนี้ทั้งดูโทรมและสกปรกยิ่งกว่าสุนัขจรจัด  

        

 

          ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ว่าคนรอบข้างรู้สึกกับเขายังไง แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่นใด เพราะในโลกแห่งนี้เขาเปรียบเสมือนคนไร้ความสามารถ เขาไม่มีทั้งทักษะหรือความสามารถอื่นใดในอันที่จะประกอบอาชีพปกติของที่นี่ได้ ช่วงกลางคืนเขาจะออกนอกเมืองไปครึ่งคืนเพื่อไปฉะกับเหล่าสไลม์ พอชนะเขาก็เอาลูกแก้วจากตัวพวกมันมาแลกกระดูกหมูที่ร้านบะหมี่ของอาแป๊ะ จากนั้นเขาก็เอากระดูกหมูดังกล่าวมาบดโดยใช้ก้อนหินทุบย้ำๆจนกระดูกเหล่านั้นแหลกเป็นผงจากนั้นก็เทใส่ถ้วยกระดำกระด่างที่เขาได้จาก NPC ประจำอาชีพ แล้วเทน้ำซุปร้อนที่ได้จากอาแป๊ะผสมลงไปจนกลายเป็นน้ำซุปกระดูกหมู และนี่ก็คืออาหารเช้าของเขา 

        

 

         ต่อมาเขาก็จะดับกระหายกับน้ำในอ่างสกปรกที่โรงเลี้ยงม้าซึ่งอยู่ท้ายเมือง พอถึงช่วงกลางวัน เขาก็ออกมานั่งขอทานที่ใจกลางเมืองโดยใช้ถ้วยกระดำกระด่างที่ได้รับมาเป็นอุปกรณ์รองเศษเหรียญที่ได้รับบริจาค  แน่นอนรายได้ของเขาในการขอทานแต่ละวันเพียงพอให้เขาหาของกินได้ดีกว่าน้ำในโรงเลี้ยงม้ากับน้ำซุปกระดูกหมู แต่มาวินกลับเก็บทุกเหรียญที่มีชนิดไม่ยอมใช้มันออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนเขาจะมีเป้าหมายอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ภายในใจ 

        

 

         ในวันนี้เขาก็ปฏิบัติตนแบบเดิมนั่นคือการทำน้ำซุปกระดูกหมูเพื่อกินยังชีพ และเร่ขอทานที่ตลาดตรงใจกลางเมือง แต่บางครั้งก็มีอุปสรรคเล็กน้อย ด้วยความสกปรกของร่างกายที่ไม่สัมผัสน้ำมาร่วมอาทิตย์ของเด็กหนุ่มทำให้เจ้าของร้านค้าหลายๆร้านถึงกลับไล่ตะเพิดเขาในทันทีที่เด็กหนุ่มทำท่าจะมาปักหลักขอทานที่หน้าร้าน มันทำให้เด็กหนุ่มต้องเร่ไปเร่มาพร้อมส่งเสียงแหบแห้งคล้ายคนหมดแรงออกมาเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ 

 

“ ขอเศษเงินให้คนยากไร้ด้วยครับ ” 

        

 

         วันนี้ก็รายได้ดีเฉกเช่นทุกวัน เด็กหนุ่มซ่อนยิ้มไว้ในใจ หัวสมองพยายามคิดคำนวณว่าจะต้องทำแบบนี้ต่อไปอีกกี่วันจึงจะสำเร็จตามเป้าหมายที่ตนประสงค์ 

        

 

         ในระหว่างที่เขากำลังเพลิดเพลินกับการทำอาชีพใหม่อยู่นั้น ประสาทหูที่ว่องไวของเขาก็ได้ยินเสียงโวยวายของชายผู้หนึ่ง เสียงนั้นแหบห้าวและระคายหูจนแทบทนฟังไม่ได้ 

 

“ เฮ้ย ของวันนั้นก็ส่วนของวันนั้น วันนี้ก็ส่วนของวันนี้ อย่ามาโยกโย้ รีบจ่ายมาซะดีๆ ยายแก่ ” 

         

 

         มาวินทราบดีเลยว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร หลังจากที่เขามาอยู่โลกนี้ได้อาทิตย์กว่า เขาพอทราบความเป็นมาของเมืองนี้อยู่พอสมควร เนื่องจากเขาอาศัยการแอบฟังทุกเรื่องที่คนในเมืองนี้พูดคุยกัน 

         

 

          เมืองนี้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะใหญ่ทางใต้และเมืองนี้เป็นสถานที่ลงทะเบียนประชากรใหม่ของโลกนี้ ดังนั้นทุกๆปีจะมีคนเข้าออกที่หมู่บ้านนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาก็มักจะเป็นพวกอาชีพระดับหนึ่งที่มีเลเวลต่ำหรือไม่ก็พวกเด็กๆที่มาลงทะเบียนประชากรแต่เนิ่นๆเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต        

            

 

         ด้วยความที่คนที่เดินทางเข้าออกนั้นเป็นแค่เพียงเด็กน้อยหรือไม่ก็พวกเลเวลต่ำ ระบบการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ก็เลยอยู่ในระดับที่ต่ำมากตามๆกันไป ก็จะเอาทหารมีฝีมือมาประจำอะไรให้มากมายล่ะเพราะเมืองนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์สำคัญ มันเป็นแค่เมืองทางผ่านที่คนทั่วโลกแวะเวียนมาลงทะเบียนแล้วก็จากไป เหตุนี้เองจึงทำให้เกิดขาใหญ่ขึ้นที่เมืองนี้ 

         

 

         ขาใหญ่ของเมืองมีชื่อว่า กาสเซ่ ฟรานโนยี่ อาชีพอันธพาลซึ่งถือเป็นอาชีพขั้นที่ 2 ของสายนักสู้ เจ้าหมอนี่เป็นอันธพาลร่างใหญ่ล่ำ ผิวดำแดง ผมสั้นเกรียน ขนดก โครงหน้ากว้าง กรามใหญ่บ่งบอกถึงอารมณ์ที่น่าจะดุร้ายของเจ้าของลุค

        

 

         อันธพาลร่างยักษ์ผู้นี้มีลูกสมุนมือซ้าย มือขวาอยู่สองคน คนหนึ่งมีนามว่า ปารุสซี่ เขามีรูปลักษณะที่ดูผอมสูงและท่าทางขี้โรค แถมดูจะมีอาการวิตกจริตหน่อยๆ  ส่วนอีกคนมีนามว่า เปรุสซี่ คนๆนี้จะมีลักษณะอ้วนล่ำและดูท่าทางจะเอ๋อหน่อยๆ 

        

 

        ทั้งสามร่วมกันตั้งแก๊งของตัวเองขึ้นมา แก๊งนั้นมีชื่อว่า แก๊งกอริลลา หน้าที่หลักๆของชาวแก๊งก็คือไถเงินพ่อค้าหรือชาวบ้านที่ดูอ่อนแอและยากจน เพราะชนเหล่านี้ไม่มีกำลังและอิทธิพลมากพอจะต่อต้านพวกมันได้ 

          

 

          ครั้งนี้ก็เหมือนกัน กาสเซ่และลูกสมุนทั้งสองกำลังยืนจังก้าล้อมรอบเหยื่อตัวน้อยๆอยู่ เหยื่อที่น่าสงสารคนนั้นก็คือหญิงชราในชุดเสื้อคลุมสีขมุกขมัว ซึ่งในตอนนี้เธอกำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่กลางวงล้อมของหมู่อธรรมกลางตลาด โดยมีชาวบ้านมากมายยืนรายล้อมราวกับเป็นวอลล์เปเปอร์แปะผนังห้องแต่ไม่มีเลยซักคนที่จะก้าวมาข้างหน้าเพื่อช่วยเหลือหญิงชราผู้น่าสงสารนางนี้ 

 

“ เชอะ ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกของชั้นมันก็ตัวใครตัวมันทั้งนั้นแหละน่า เธอซวยแล้ว ยายแก่เอ๋ย ” มาวินเหลือบแลเหตุการณ์เพียงแวบเดียวแล้วก็เดินหายเข้าไปในกลุ่มผู้คนด้วยท่าทีเฉยเมย ก็แหงล่ะใครมันจะอยากหาเหาใส่หัวกัน 

         

 

         กาสเซ่ ซ่อนร่างใหญ่โตของเขาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนกุดแบบรัดรูปอันเผยให้เห็นกล้ามเนื้อปูดโปนออกมาอย่างชัดเจน ส่วนช่วงล่างสวมกางเกงยีนส์ขาดเก่าซึ่งเจ้าตัวคิดว่ามันเท่ แน่นอนลูกน้องอ้วนผอมที่ขนาบซ้ายขวาก็อยู่ในชุดฟอร์มเดียวกัน และในขณะนี้ใบหน้าของพวกมันล้วนแล้วแต่ดูบูดเบี้ยว เหยเกด้วยความโกรธเกรี้ยวคล้ายกับสุนัขบูลด็อกที่อดอาหารมานับเดือนก็ไม่ปาน 

 

“ ว่าไงยายแก่ ตกลงแกจะให้ส่วนแบ่งของอาทิตย์นี้ได้หรือยัง จะได้ไม่มีใครเจ็บตัว ” กาสเซ่ตะคอกเสียงดังจนหญิงชราสะดุ้งโหยง 

 

“ คุณกาสเซ่คะ ผักที่ชั้นเปิดแผงขายมันมีปัญหาน่ะค่ะ เพราะมันเกิดมีแมลงเข้าไปทำรังข้างใน วันนี้ชั้นเลยค้าขายไม่ได้เลย ต้องขอยกเว้นการเรียกค่าคุ้มครองในครั้งนี้ไปก่อนนะคะ ” หญิงชราพยายามอ้อนวอนขอร้อง 

 

“ คุณยายอ้างแบบนี้ พวกผมก็เดือดร้อนสิ ถ้าคนอื่นอ้างแบบนี้กันหมดแล้วพวกผมจะเก็บเงินจากใครได้ล่ะคร้าบ ” สมุนร่างผอมกล่าวแบบกวนๆขึ้นมาบ้าง  

 

“ ชะ……ใช่……ละ…….แล้ว พะ…..พวกเราคือแก๊งๆ แก๊งเราชื่ออะไรนะ ลูกพี่ ” สมุนร่างอ้วนเป็นฝ่ายพูดบ้างแต่มันก็พูดไม่จบคำเพราะดันลืมชื่อแก๊งของตัวเองซะก่อน 

 

“ ไอ้อ้วนเอ๋อ ถ้ามันลำบากนัก เอ็งก็ไม่ต้องพูดก็ได้ แค่ยืนขู่ยายแก่อย่างเดียวก็พอแล้ว ” ลูกพี่ใหญ่กาสเซ่เกาหัวพลางบอกสมุนร่างอ้วนด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยอ่อน 

 

“ คะ…..ครับ ลูกน้อง เฮ้ย ลูกพี่ ” อ้วนเอ๋อ เปรุสซี่พูดติดขัดแถมยังพูดผิดพูดถูกอีกต่างหาก ซึ่งถ้าใครไม่รู้ขา ก็อาจจะนึกว่ามันคงอยากเป็นหัวหน้าแก๊งขึ้นมาจริงๆ 

 

“ เอาล่ะ มาต่อเรื่องของเรากันดีกว่า ยายแก่ คราวนี้เรายกเว้นส่วยในงวดนี้ให้ก็ได้ ” กาสเซ่หันกลับมาสนใจหญิงชราต่อ พร้อมกล่าวกับหญิงชราด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง 

 

“ ขอบคุณท่านมากเลยค่าๆ ” หญิงชราร้องบอกขอบคุณละล่ำละลัก ด้วยอาการดีอกดีใจสุดชีวิตคล้ายคนที่ตายแล้วเกิดใหม่ 

 

“ แต่ว่าแกต้องให้ของมีค่ากับพวกชั้นแทน ส่งมา อะไรก็ได้ ” กาสเซ่ต่ออีกคำ น้ำเสียงและท่าทางแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมและดุร้ายราวกับปีศาจ 

 

“เอ่อ…..อิชั้นเป็นคนจน ไม่มีของมีค่าอะไรหรอกค่ะ ยกเว้นอิชั้นเถอะ ” หญิงชราเกิดอาการจิตตกในทันที ปากก็เริ่มวิงวอนขอร้องด้วยท่าทางที่ดูน่าสงสาร 

 

“ ไม่เชื่อ ไอ้อ้วน ไอ้ผอม พวกเอ็งสองคนไปค้นตัวมันดูซิวะ ” กาสเซ่ตะคอกเสียงดังสนั่นสมรูปร่าง 

 

“ ครับ ลูกพี่ ” ทั้งสองรับคำพร้อมเข้าไปค้นตัวของหญิงชราตามคำสั่งของลูกพี่ใหญ่ 

          

 

        ในขณะที่สมุนทั้งสองกำลังจะค้นหาของมีค่าจากหญิงชรา ได้มีก้อนหินเขื่องๆขนาดเท่าฝ่ามือปลิวมาโดนท้ายทอยของกาสเซ่อย่างรุนแรง

 

“ เปรี้ยง ”

 

“โอ๊ย…..ใครปาหินใส่หัวข้าวะ ” กาสเซ่คำรามดัง มือหยาบใหญ่กุมบริเวณท้ายทอย ใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึงและเหยเกไปด้วยความอาฆาตแค้น 

 

“ ใคร ใครกล้าทำหัวหน้าแก๊งกอริลลาของพวกเรา ” สมุนทั้งสองผละจากหญิงชราในทันทีเพื่อตามหามือดีที่บังอาจขว้างหินก้อนนั้น

          

 

         ทันใดนั้นเอง ก้อนหินลูกต่อมาก็ปลิวมาโดนขมับของไอ้สมุนอ้วนเอ๋อแบบเต็มๆ 

 

“ เปรี้ยง ”

 

“ โอ๊ย ” อ้วนเอ๋อร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด จากนั้นมันทรุดกายลงกุมขมับด้วยความเจ็บปวด

 

“ เฮ้ย ถ้าแน่จริงปรากฏตัวออกมาสิว่ะ ” สมุนร่างผอมตวาดขึ้นมามั่ง แต่ทันทีที่มันพูดจบคำ ก้อนหินขนาดฝ่ามืออีกก้อนก็พุ่งตรงมาปะทะหน้าผากของมันแบบเต็มแรง ส่งผลให้มันหน้าหงายล้มคว่ำลงไปในบัดดล 

 

“ อุ้ยๆ ใครขว้างวะ แม่นชะมัด เข้าหน้าผากตูเต็มๆเลย ” สมุนร่างผอมนอนร้องโอดโอย 

         

 

         ระหว่างที่แก๊งกอริลลากำลังเหลียวซ้ายแลขวาเพื่อหาตัวมือดีที่บังอาจขว้างหินอยู่นั้นเอง ก็มีเด็กหนุ่มร่างเล็กนายหนึ่งพุ่งกายออกมาจากหมู่คนมุง จากนั้นเด็กหนุ่มคนนั้นก็คว้าตัวหญิงชราที่อยู่กลางวงล้อมให้ขึ้นไปขี่หลังของเขาแล้ววิ่งออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว 

 

“ เฮ้ย นั่นมันอยู่นั่น ใช่ไอ้มือดีที่ขว้างหินแน่ๆ มันพายายแก่หนีไปแล้ว รีบตามมันไป เร็ว ” กาสเซ่พูดจบก็พาสมุนทั้งสองวิ่งตามเหยื่อไปในทันที 

         

 

          แม้กาสเซ่และสมุนจะวิ่งตามจนสุดกำลังแต่ฝ่ายที่หนีนั้นมีฝีเท้าที่ว่องไวมาก ดังนั้นกาสเซ่และสมุนจึงตามไม่ทัน ทำให้ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ มิหนำซ้ำเด็กหนุ่มร่างเล็กที่วิ่งห้ออยู่ข้างหน้าก็พยายามแปรเปลี่ยนเส้นทางการวิ่งไปเป็นการวิ่งตามตรอกซอกซอยที่เลี้ยวลดคดเคี้ยว ทำให้การวิ่งไล่ตามของฝ่ายผู้ล่าดูจะลำบากยิ่งขึ้น 

         

 

         ในทีแรกกาสเซ่และพวกรู้สึกตื่นตกใจในฝีเท้าที่ว่องไวของเด็กหนุ่มร่างเล็กเป็นอันมาก เพราะทั้งที่เด็กหนุ่มคนนี้แบกหญิงชราร่างเล็กไว้หนึ่งคน เขาก็ยังวิ่งเร็วชนิดที่พวกกาสเซ่ไม่อาจตามทัน ถ้าเปลี่ยนให้เด็กหนุ่มร่างเล็กผู้นี้ได้วิ่งตัวเปล่า ก็คงมีหวังหายลับไปจนไม่เห็นแม้แต่ฝุ่นเป็นแน่แท้ แต่เมื่อ 5 นาทีผ่านไปชาวแก๊งก็รู้สึกว่าความเร็วของเด็กหนุ่มร่างเล็กเริ่มตกลงอย่างรวดเร็ว ในที่สุดพวกมันก็สามารถไล่ตามจนทันและทำให้เด็กหนุ่มผู้นั้นถูกพวกของกาสเซ่ล้อมหน้าล้อมหลังไว้จนหมดสิ้น 

         

 

        บัดนี้ผู้ล่าทั้งหลายทราบแล้วว่ามือดีที่กล้ายื่นมือเข้ามาสอดก็คือ เด็กหนุ่มหัวเขียวที่ผมบนศีรษะยุ่งเหยิงเป็นกระเซิง รูปร่างหน้าตาก็ดูขะมุกขะมอมคล้ายขอทาน เด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก “มาวิน” 

 

“ แฮ่กๆ ” เด็กหนุ่มยืนหอบตัวโยนท่าทางคล้ายคนหมดแรง 

 

“ ไง ไอ้เด็กน้อยขอทาน เอ็งนี่กล้าจริง คิดพายายแก่หนี นึกว่าตัวเองเป็นพระเอกหรือไงฟะ ” กาสเซ่ขู่ตะคอก 

         

 

         เด็กหนุ่มนิ่งขรึมไม่โต้ตอบ สายตาเหลือบแลซ้ายขวาเพื่อมองหาทางรอด ในใจนึกเสียดายว่าถ้าได้วิ่งตัวเปล่าหรือไม่หมดแรงซะก่อนก็คงจะหนีเจ้าพวกนี้ได้ไม่ยาก 

 

“ พ่อหนู ขอบใจมากนะที่ช่วยยาย พ่อหนูไปเถอะ ยายจะขอร้องเจ้าพวกนี้เอง ” หญิงชราที่ขี่หลังของมาวินเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง ทำให้มาวินถึงกลับเหลียวหลังไปมอง แววตาของหญิงชราที่ส่งมามีประกายซาบซึ้งออกมาอย่างจริงใจ 

        

 

        มาวินนิ่งไปอึดใจ เขาก็วางหญิงชราคนนั้นลงบนพื้นและหันหน้ากลับมาประจันคู่ต่อสู้ทั้งสามอีกครั้ง ใบหน้าที่ดูขะมุกขะมอมนั้นดูแน่วแน่และตั้งใจที่จะต่อสู้อย่างเต็มเปี่ยม

 

“ อ้าว ไอ้หนูขอทาน เอ็งบ้าเปล่าฟะที่กล้ามาเผชิญหน้ากับพวกข้า แถมยังทำหน้าห้าวเป้งแบบนั้นอีก ไม่เคยตายหรือไงฟะ ”

          

 

        มาวินยังคงตีหน้าขรึมอยู่อย่างนั้น แต่ปากกลับพูดขึ้นมาเบาๆเพื่อหวังให้หญิงชราที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ยินเพียงแค่คนเดียว 

 

“ ชั้นจะหลอกล่อพวกมันให้ พอพวกมันมารุมที่ชั้น ยายรีบหนีไปเลยนะ ” 

 

“ แต่เธอจะทำยังไงต่อล่ะ พ่อหนู ” หญิงชราถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใย 

 

“ นั่นมันเรื่องของชั้น ยายไม่ต้องยุ่ง หนีให้ได้ก็พอแล้ว เอ้าไปได้ ” พอพูดจบเด็กหนุ่มก็ใช้ความไวที่เหนือชั้นพุ่งฝ่าวงล้อมของคู่อริทั้งสามออกไปอย่างรวดเร็ว 

 

“ เฮ้ย มันจะหนีไปอีกแล้ว ตามมันไป ” กาสเซ่ตวาดสั่ง อึดใจต่อมาทั้งสามก็รีบวิ่งตามมาวินไปในทันทีโดยไม่มีใครหันไปสนใจหญิงชราเลยแม้แต่คนเดียว 

         

 

        หญิงชราในชุดขมุกขมัวถูกปล่อยให้ยืนโดดเดี่ยวอยู่ตามลำพัง ดวงตาขุ่นสีน้ำขาวของเธอมองเหตุการณ์ระทึกขวัญที่อยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาที่นิ่งสงบและเฉยเมย บุคลิกท่าทางของเธอดูเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่นี้อย่างเห็นได้ชัด วินาทีต่อมารอยยิ้มปริศนาก็มาปรากฏขึ้นที่มุมปากอันเหี่ยวย่นของเธอ จากนั้นหญิงชราก็ค่อยเดินหายเข้าไปในเงามืดของตรอกซอกซอยที่สลักซับซ้อน 

 

……………………………………………….

         

       ภายในเมืองเกิดความโกลาหลอยู่พอสมควร เนื่องจากขาใหญ่ประจำเมืองเฉกเช่นกาสเซ่และพวกกำลังวิ่งไล่ตามล่าเด็กหนุ่มขอทานหัวเขียวอย่างกระหายเลือด แน่นอนเด็กหนุ่มผู้มีความว่องไวที่เหนือกว่าเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในการหลบหนีอย่างชัดเจน แต่เด็กหนุ่มก็ได้เปรียบเพียงไม่นานเพราะด้วยความที่กำลังกายของเด็กหนุ่มดูไม่อึดเท่าไหร่นัก ทำให้ความเร็วในการวิ่งของเขาเริ่มตกลงไปเรื่อยๆ เป็นผลให้เขาถูกตามทันได้ในเวลาไม่นาน และในตอนนี้เด็กหนุ่มก็ถูกล้อมกรอบอีกครั้งตรงบริเวณทางตันในตรอกแคบแห่งหนึ่งของเมือง 

 

“ แฮ่กๆ พาวิ่งวนซะครึ่งเมืองเลยนะ ไอ้เด็กขอทาน เล่นเอาพวกข้าเหนื่อยขึ้นมาจริงๆ ” กาสเซ่หัวหน้ากลุ่มหอบตัวโยน

 

“ แฮ่กๆ คราวนี้แกหนีไม่รอดแล้วเพราะมันเป็นทางตัน ” ปารุสซี่ ลูกน้องร่างผอมพูดขึ้นมาบ้าง 

 

“ แฮ่กๆ…….คะ……คราวนี้แหละ เอ่อว่าแต่ระ…..เราจะ……จะทำอะไรมันดีครับลูกพี่ ” ไอ้อ้วน เปรุสซี่ ซึ่งหอบมากที่สุด เริ่มเอ่ยขึ้นมาอย่างช้าๆแบบติดอ่างเหมือนอยากจะมีบทบาทกับเขาบ้าง 

 

“ เอ็งไม่ต้องพูด ” กาสเซ่กับปารุสซี่พูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เนื่องจากทั้งสองคิดตรงกันว่าการติดอ่างของเจ้าอ้วน เปรุสซี่ เป็นจุดด่างดำที่น่าอับอายประจำแก๊ง

 

“ ครับ แฮ่กๆ ” สมุนร่างอ้วนหงอและหดตัวลงในบัดดลทั้งที่เจ้าตัวยังคงหอบอยู่เล็กน้อย 

          

 

         หลังจากกาสเซ่ตวาดสมุนอ้วนจอมเอ๋อเสร็จแล้ว เขาก็หันมาให้ความสนใจกับมาวินอีกครั้ง ซึ่งในขณะนี้น่าจะสรุปได้ว่าถึงคราวคับขันของเด็กหนุ่มขึ้นมาจริงๆแล้ว         

         

 

         เด็กหนุ่มดูอ่อนล้าจากการวิ่งอย่างหนักหน่วงและเมื่อนำมาประกอบกับร่างกายที่ขาดการพักผ่อนกับการไม่ได้รับอาหารที่ดีพอจึงทำให้เด็กหนุ่มดูโทรมหนักกว่าที่เคยเป็น แต่ถึงกระนั้นมาวินก็ยังคงตั้งท่าสู้อย่างดุดันจนดูคล้ายคลึงกับสุนัขที่กำลังจนตรอก ดวงตาเล็กหยีเหลือบซ้ายแลขวาไปมาอย่างรวดเร็ว ส่วนภายในหัวสมองของเด็กหนุ่มก็เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาหนทางรอด 

 

“ ไม่ไหวแฮะ เราสามารถหนีเจ้าพวกนี้ได้ก็จริงแต่สุดท้ายเราก็ไม่อึดพอที่จะวิ่งได้ไกลๆ ความเร็วจึงตกเป็นผลให้เจ้าพวกนี้ติดตามเราได้ทัน ร่างกายที่ย่ำแย่และปวกเปียกของเราตอนนี้แค่โดนมันอัดเข้าไปเต็มๆแค่ทีเดียวเราก็ร่วงแล้ว จะทำยังไงดีนะ คิดสิๆ ” เด็กหนุ่มคิดในใจ 

 

“ ไม่มีอะไรจะพูดรึ ร้องขอชีวิตก็ได้ ว่าไงไอ้หนู ” กาสเซ่คำรามใส่มาวินอย่างดุร้าย 

 

“ ลุยมันเลยดีกว่าลูกพี่ แล้วค่อยรีดเงินที่มันขอทานมาได้ ” สมุนร่างผอมร้องบอกลูกพี่ใหญ่ 

 

“ เออ ดี ความคิดดี น่าจะคุ้มกว่าไถยายแก่คนเมื่อกี้นี้ เอ้า ไอ้อ้วน เอ็งจัดการเลย ” กาสเซ่หันไปสั่งเปรุสซี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ

         

 

       ทันทีที่ได้รับคำสั่ง สมุนร่างอ้วนก็พุ่งเข้าชนมาวินแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วของมาวินจึงทำให้เขาสามารถพลิกตัวหลบการพุ่งชนไปได้อย่างเฉียดฉิว  

 

“ โครม ” เสียงของหนักกระแทกกับกำแพงดังขึ้นมาอย่างรุนแรง นับได้ว่าเปรุสซี่เป็นคนที่แท็คคู่ต่อสู้ได้แรงอยู่ไม่ใช่น้อยแต่เพราะตัวกำแพงนั้นทำมาจากอิฐผสมปูนจึงทำให้เปรุสซี่ถึงกลับทรุดลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมสลบในทันที

 

“ โธ่ ไอ้โง่หมายเลขหนึ่ง ” กาสเซ่ ลูกพี่ใหญ่ถึงกลับกุมขมับ ปากก็บ่นงึมงำด้วยอารมณ์กลัดกลุ้มกับความโง่งมของลูกน้องตนเอง 

 

“ ผมเอง ลูกพี่ ” สมุนร่างผอมหน้าเสี้ยมนามว่า “ปารุสซี่” เอ่ยขึ้นมาบ้าง มือของมันยกขึ้นสูงเพื่อตั้งการ์ดสู้อย่างรัดกุม ส่วนสายตาก็จับจ้องมองการเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของมาวินแบบไม่วางตา 

 

“ จัดไป อย่าให้เสียชื่อแก๊งกอริลลานะเฟ้ย ” กาสเซ่คำรามลั่น

         

 

        ปารุสซี่เริ่มเต้นฟุตเวิร์คไปมาเบาๆ ดูเหมือนเขาจะพอเป็นมวยอยู่บ้างเล็กน้อย ทางฝ่ายมาวินผู้เป็นขอทานน้อยร่างเล็กก็เริ่มตั้งท่าสู้ด้วยการย่อตัวลงนิดหนึ่ง สายตาจับจ้องมาที่คู่ต่อสู้ซึ่งกำลังเต้นฟุตเวิร์คก่อกวนแบบไม่วางตาเช่นกัน 

 

“ ไอ้หนู แววตาเอาเรื่องนี่ แน่แบบนี้มันต้องเจอนักมวยเก่า ” สมุนร่างผอมพูดจบก็แย็บขวาตรงเข้าไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม ซึ่งหมัดแย็บที่ว่องไวนั้นก็เข้าเป้าแบบเต็มๆจนทำให้เด็กหนุ่มถึงกลับผงะถอยหลังในทันที 

 

“ ไง หมัดแย็บของข้าเร็วดีมั้ย ” สมุนร่างผอมเต้นฟุตเวิร์คพลางสลับแย็บขวาตรงแบบถี่รัว หมัดของเขาเร็วปานงูฉก ทุกหมัดล้วนแล้วเข้าเป้าทั้งสิ้น ทว่าการโจมตีด้วยหมัดแย็บมีผลเพียงแค่ทำให้มาวินแค่ผงะเสียจังหวะเท่านั้น ไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มน็อคได้ 

         

 

       ทุกครั้งที่โดนหมัดแย็บของสมุนร่างผอม เด็กหนุ่มก็เริ่มซึมซับวิธีการโจมตีและจับวิถีหมัดของสมุนร่างผอมได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เขาเริ่มหลบได้ทีละนิดๆ จากตอนแรกที่โดนเต็มๆ ก็กลายเป็นการโดนแค่เฉี่ยวๆ พอถึงการปล่อยหมัดช่วงหลังๆ เด็กหนุ่มถึงกลับโยกตัวหลบได้ทุกหมัด ขาของเด็กหนุ่มเริ่มออกสเต็ปลอกเลียนแบบการเต้นฟุตเวิร์คของสมุนร่างผอมได้เองโดยไม่ต้องสอน ทำเอาอันธพาลร่างผอมนึกประหลาดใจ 

 

“ หน็อย ทำไมช่วงหลังถึงต่อยมันไม่โดนเลยนะ ไอ้หนูคนนี้มันเร็วจริงๆ ” สมุนร่างผอมสบถไปต่อยไป แต่ไม่เป็นผล เด็กหนุ่มยังสามารถโยกหัวหลบไปมาพร้อมเต้นฟุตเวิร์คฉากหลบพายุหมัดได้อย่างสวยงาม  

        

 

      ระหว่างที่เด็กหนุ่มโชว์ความพริ้วจนหลบหมัดแย็บปืนกลของสมุนร่างผอมอยู่นั้น ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน…… 

 

“ โครม ” 

         

 

       หมัดฮุคซ้ายของสมุนร่างผอมก็สวิงโค้งเข้ากกหูของเด็กหนุ่มแบบเต็มๆชนิดไม่ทันตั้งตัว ด้วยความแรงในการเหวี่ยงหมัดส่งผลให้มาวินเซถลาลงไปนอนวัดพื้นข้างกองถังขยะพร้อมแน่นิ่งในทันที 

 

“ ฮ่าๆ เป็นไงฮุคซ้ายไม้ตายของข้าหนักดีมั้ย ไอ้หนู ” สมุนร่างผอมแผดเสียงหัวเราะลั่นพลางกล่าวเยาะเย้ยถากถางคู่ต่อสู้เมื่อเห็นท่าไม้ตายของตัวเองได้ผล 

 

“เยี่ยมมาก สมุนหมายเลขหนึ่ง แกไปตรวจทรัพย์กับมันได้ เฮ้ย ไอ้อ้วนตื่นโว้ย เอ็งนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ” กาสเซ่ กล่าวชมเชยสมุนร่างผอมและหันไปเตะตูดไอ้อ้วนที่นอนโก่งตูดโก้งโค้งอยู่บนพื้นถนน 

 

“ ฮะๆ ขอทรัพย์ล่ะนะไอ้หนู อ้าวๆ เฮ้ย เป็นไปไม่ได้ ” สมุนร่างผอมที่กำลังเดินเข้าไปค้นตัวเพื่อรีดทรัพย์กลับเกิดอาการชะงักงันแบบฉับพลันและไม่เพียงแต่สมุนร่างผอมจะตกใจเท่านั้น ตัวของกาสเซ่เองก็ถึงกลับตกตะลึงจนพูดไม่ออกเช่นกัน 

        

 

        สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเด็กหนุ่มหัวเขียวที่คาดว่าจะแน่นิ่งไปแล้วกำลังยันกายลุกขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมรอยฟกช้ำที่ขมับขวา เวลาต่อมาเด็กหนุ่มผู้นั้นก็เริ่มยิ้มน้อยๆพร้อมเค้นเสียงที่แฝงความมั่นใจออกมาอย่างเต็มเปี่ยม 

 

“ เกือบไปแล้ว นายก็มีทีเด็ดซ่อนอยู่เหมือนกันนี่นา แต่ตาต่อไปนายทำอะไรชั้นไม่ได้แล้ว ” 

 

“ แกทำได้ไง จากสภาพร่างกายของแกไม่น่าทนทานหมัดเด็ดของชั้นได้นี่นา ” สมุนร่างผอมถามเสียงสั่น 

 

“ ไม่รู้ดิ ชั้นเป็นอมตะมั้ง เหอๆ ” มาวินยิ้มมุมปาก ในใจแอบคิดว่าเกือบไปแล้ว ดีที่อาศัยปฏิกิริยาอันว่องไวของตัวเองยกมือขึ้นป้องกันหมัดเด็ดของนายผอมได้ก่อนมันจะวิ่งปะทะกกหู มันก็เลยทำให้น้ำหนักหมัดที่อัดเข้ามาลดลงไปกว่าครึ่ง ถึงกระนั้นมาวินก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่แบบสุดๆ เนื่องจากสภาพร่างกายของตนอ่อนแอจนไม่พร้อมที่จะสู้กับใครมาตั้งแต่แรกแล้วและพอต้องมาเจอกับอะไรหนักๆแบบนี้ยิ่งทำให้ร่างกายทรุดลงไปใหญ่ แต่ที่เขายังคงหยัดยืนพร้อมปั้นหน้ายิ้มอยู่ได้เพราะต้องการขู่สมุนร่างผอมให้เกิดความหวั่นเกรง 

 

“ หน็อยแหนะ แก ” ปารุสซี่โกรธจัดจนควันออกหู เขาพุ่งเข้าใส่มาวินราวกับวัวบ้า  

 

“ หึ หึ หึ แบบนี้ก็เข้าทางเรา ” เด็กหนุ่มคิดในใจ ถึงเขาจะเหลือกำลังอยู่น้อยนิดแต่เขาเริ่มอ่านจังหวะและทิศทางหมัดที่พุ่งเข้ามาได้ด้วยหัวสมองที่ว่องไว เลยทำให้เขาสามารถโยกหลบการโจมตีที่ดุดันได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว แน่นอนทุกหมัดที่ปารุสซี่ปล่อยออกมาล้วนแล้วแต่ไม่กระทบถูกร่างกายของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย      

 

“ ทำไมต่อยมันไม่โดนเลยฟะ นี่แหนะๆ ” ปารุสซี่ สมุนร่างผอมยิ่งโกรธจัดที่การโจมตีทุกกระบวนท่าไม่ได้ผล หมัดที่ออกมาเลยยิ่งสะเปะสะปะไร้ทิศทางไปกันใหญ่ สิ่งนั้นทำให้มาวินสามารถหลบการโจมตีได้ง่ายขึ้นไปอีก 

 

“ อย่างนี้มันต้องโดน ท่าฮุคซ้ายมหากาฬ ” ปารุสซี่ปล่อยฮุคซ้ายหมัดเด็ดออกมาด้วยอารมณ์โกรธ 

 

“ ดีล่ะ รอจังหวะนี้อยู่พอดี ” ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มาวินก็เห็นจังหวะที่ตนรอมานาน ดวงตาคมกริบมองหมัดเด็ดที่พุ่งเข้ามา ปฏิกิริยาที่ว่องไวสั่งให้ศีรษะของตนเองโยกหลบไปทางขวานิดนึงเพื่อหลบหมัดซ้ายของปารุสซี่ที่พุ่งเข้ามา ส่วนหมัดซ้ายของมาวินก็ถูกสั่งการด้วยสมองที่ฉับไวให้ต่อยสวนกลับไป 

 

“ ปัง ” 

        

 

        เสียงปะทะดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งซอย ผลที่ได้คือการกลิ้งกระเด็นกระดอนลงไปนอนกองกับพื้นของปารุสซี่ สมุนร่างผอมนั้นโดนหมัดซ้ายของเด็กหนุ่มสวนเข้ามาอย่างจังที่ระหว่างคิ้วของเขาเป็นผลให้เกิดแผลแตกจนเลือดแดงหลั่งไหลออกมาอย่างเนืองนอง 

 

“ แฮะๆ เหลืออีกแค่คนเดียวเท่านั้น ยอมแพ้มั้ย ” เด็กหนุ่มแสยะยิ้มให้คู่ต่อสู้ สีหน้าแววตาดูองอาจผิดกับรูปร่างที่ผอมโกรกและโกโรโกโสราวไม้เสียบผี 

        

 

       กาสเซ่ทั้งตะลึง งง โกรธ และก็……กลัว ในใจคิดอยู่ว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ในสภาพผอมแห้งเล็กบางราวกับคนขาดสารอาหารแบบนี้ ทำไมถึงสามารถเล่นงานลูกน้องอันธพาลของเขาได้ถึงสองคน 

 

“ ว่าไง ชั้นล้มลูกน้องนายไปสองคนแล้วนะ นายคนเดียวจะไหวหรือ ต่างคนต่างไป เลิกรากันดีกว่าน่า  ” มาวินยืดอกด้วยท่าทางภาคภูมิและกล่าวเปิดช่องให้อันธพาลร่างยักษ์ 

 

“ แก…… แกต้องตาย ไอ้เด็กบ้า ” กาสเซ่ตวาดลั่น แต่ไม่ยอมถอยตามคำขู่ของมาวิน 

 

“ ซวยแล้วสิ อุตส่าห์วางฟอร์มขู่ให้มันกลัว แต่ก็ยังไม่ได้ผลอีก เหอๆ เอาไงต่อดีนะ เจ้ายักษ์นี่ดูท่าทางจะแข็งกว่าลูกสมุนของมันซะด้วยสิ ” เด็กหนุ่มยิ้มมุมปากราวกับคนกำลังสบายใจไร้กังวลแต่ในใจกลับนึกกลุ้ม เพราะในตอนนี้เขาหมดแรงทั้งหมดไปแล้วเรียบร้อย มิหนำซ้ำอาการบาดเจ็บจากหมัดฮุคของสมุนร่างผอมก็เริ่มส่งผลให้เขาเกิดอาการมึนงง ส่วนมือซ้ายที่เขาต่อยสวนด้วยท่าไรท์ครอสเมื่อครู่ก็เกิดเจ็บหนักจนไม่สามารถใช้งานได้  

 

“ แกต้องโดนนี่ ” กาสเซ่วิ่งเข้าไปกระแทกแบบเต็มๆ ความเร็วความแรงการพุ่งทะยานเหนือกว่า เปรุสซี่ ที่เป็นลูกน้องอยู่หลายขุม 

 

“ อึบ ” มาวินเค้นแรงเฮือกสุดท้ายถอยไปชิดกำแพงแล้วพลิกหลบในจังหวะสุดท้าย ทำให้เขาสามารถหลบการกระแทกที่รุนแรงไปได้อย่างหวุดหวิด และร่างยักษ์ของกาสเซ่ก็พุ่งเข้ากระแทกกำแพงอิฐอย่างรุนแรงไปตามระเบียบ 

 

“ โครม ” 

        

 

        มาวินค่อยๆเหลือบมองดูผลว่า กาสเซ่ จะร่วงลงไปนอนกองแบบ เปรุสซี่ หรือไม่แต่ทว่าเหมือนสวรรค์สาปนรกส่ง กาสเซ่กลับลุกขึ้นมายืนยิ้มปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนกำแพงจุดที่โดนกระแทกดูเหมือนจะแตกร้าวจนมีสภาพคล้ายโดนรถยนต์ชนอย่างรุนแรง 

 

“ หลบสวยนี่ไอ้หนู เสียใจด้วยนะที่แผนแกไม่สำเร็จ ร่างกายข้าแข็งแกร่งกว่าไอ้อ้วนปัญญาอ่อนมาก ครั้งต่อไปแกหลบไม่พ้นแน่ ฮ่าๆ ” กาสเซ่คำรามกร้าวพร้อมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง 

         

 

        แต่แทนที่มาวินจะกลัวเกรง ใบหน้าซูบผอมและอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มกลับเกิดรอยยิ้มที่ดูใสซื่ออ่อนโยนอย่างประหลาด ท่าทางของเขาดูผ่อนคลาย แม้กระทั่งคนที่กระด้างที่สุดอย่างกาสเซ่ยังดูออกถึงความเปลี่ยนแปลง 

 

“ แกยิ้มบ้าอะไรวะ ” กาสเซ่ ถามดุๆแบบ งงๆ 

       

 

        มาวินแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยอารมณ์ที่สดชื่น ในใจแอบนึกดีใจ 

 

“ ดีจังเลย ถึงตอนนี้ยายแก่นั่นคงรอดแล้วล่ะมั้ง ” 

 

“ ว่าไงยิ้มบ้าอะไร ” กาสเซ่ถามย้ำอีกครั้งแบบงงๆ 

 

“ ไม่มีอะไรหรอก เข้ามาเลย ” มาวินเลิกยิ้มและเริ่มขยับกายเพื่อตั้งท่าสู้ เขาง้างหมัดขวาไปข้างหลัง เป็นการตั้งท่าเพื่อปักหลักต่อยสวนกลับมาอย่างชัดเจน 

 

“ ฮ่าๆ แกคิดต่อยสวนการพุ่งชนของข้าเหรอ บ้าหรือเปล่า แรงกระแทกของข้ามันพอๆกับรถม้าคันหนึ่งเลยนะเฟ้ย ไอ้หนู ” อันธพาลร่างยักษ์ตวาดขู่ 

         

 

        มาวินไม่ตอบแต่ส่งประกายตาที่ดูมุ่งมั่นจริงจังออกมา ทุกอณูทั่วร่างกายเกร็งรับแรงกระแทกที่กำลังจะพุ่งเข้ามา 

 

“ ดี ถ้าอยากตายนัก ข้าจะจัดให้ เอาล่ะเตรียมรับมือ รับมือ เจ้าหนู ” กาสเซ่ตวาดลั่นพร้อมพุ่งตัวเข้าชนเด็กหนุ่มอย่างรุนแรงซึ่งดูแล้วน่าจะรุนแรงและรวดเร็วมากกว่าการชนครั้งแรกเสียด้วยซ้ำ 

 

“ ก็เอาสิ ” เด็กหนุ่มต่อยสวนด้วยหมัดขวาไปยังจุดที่เขาเล็งเอาไว้ 

 

“ เปรี้ยง ” 

        

 

        เสียงดังสนั่นลั่นซอยอีกครั้ง ผลที่ออกมาคือร่างเล็กบางของเด็กหนุ่มที่ลอยละลิ่วจนปลิวไปชนกำแพงอิฐเต็มแรงและล้มลงไปนอนหงายแน่นิ่งไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย 

         

 

        กาสเซ่ค้างในท่ากระแทกอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็ขยับกายมาหยุดอยู่ที่ท่ายืนปกติ และในเวลาต่อมาเขาก็ยกมือซ้ายขึ้นมากุมหัวไหล่ขวาของตนเอง สีหน้าของเขาส่อแววเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน  

 

“ อู้ย ไอ้หนูนี่มันใจเด็ดแฮะ นอกจากไม่หลบ มันยังกล้าต่อยสวนมาที่ไหล่ขวาของเรา ท่าทางเราจะยกแขนข้างนี้ไม่ขึ้นไปอีกหลายวันเลย อู้ยๆ….. ” กาสเซ่พึมพำเบาๆกับตนเอง มันเหลือบแลเด็กหนุ่มที่นอนแน่นิ่งพลางคิดในใจ 

 

“ นี่ขนาดมันโทรมสุดๆ มันยังเล่นเราได้ถึงขนาดนี้ ถ้ามันสมบูรณ์ดีแล้วฝึกจนเก่งขึ้นกว่านี้ เราคงครองที่นี่ได้ยากแน่ๆ ” 

        

 

        ดวงตาแข็งกร้าวของกาสเซ่ปูดโปนและฉายแววอำมหิตออกมา ทันใดนั้นเองเขาก็หยิบดาบสั้นที่เหน็บไว้ที่ด้านหลังขึ้นมา จากนั้นก็ก้าวเข้าไปหยัดยืนค้ำหัวเด็กหนุ่ม 

 

“ โหสิเถอะไอ้หนู แกมันอันตรายเกินไป ” กาสเซ่พูดเบาๆและเริ่มเงื้อดาบสั้นในมือขึ้นสูงเพื่อเตรียมแทงลงมา เป้าหมายคือหน้าอกด้านซ้ายของเด็กหนุ่ม 

 

“ ตายซะ ไอ้หนู ” กาสเซ่ตวาดพร้อมแทงดาบสั้นลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อหวังเสียบหน้าอกด้านซ้ายของเด็กหนุ่มให้มิดด้ามมีด

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา