The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.19K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) มหัศจรรย์วันศุกร์

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

เครดิตภาพจาก https://www.pexels.com

       

         

................................

          

         รอบตู้เกมแนวดวลปืนมีเหล่าผู้ชมจำนวนครึ่งร้อยรายล้อม เพราะนี่คือการชิงชัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโซนเกมแห่งนี้           

         

 

         แห้งปืนเทพและมาวินกำลังยืนจ้องตากัน หนุ่มร่างผอมดูจะสั่นเล็กน้อย มือสองข้างกำแน่น ดวงตาแข็งกร้าว ส่วนทางฝ่ายเด็กหนุ่มมาดกวนกลับมีทีท่าสบายๆ เขายืนลอยหน้า ปากก็เคี้ยวหมากฝรั่งและเอามือล้วงกระเป๋าแบบเท่ๆ 

 

“ ชั้นไม่เชื่อว่านายจะเก่งจริง มาแข่งกัน ” แห้งปืนเทพท้าทายเสียงเข้ม 

 

“ แล้วนายจะต่อให้ชั้นแบบเกมเมื่อกี้มั้ย ” เด็กหนุ่มมาดกวนถามลอยๆ 

 

“ อืม….. ”  คิ้วของเด็กหนุ่มร่างผอมขมวดนิ่ว ท่าทางคิดหนัก ช่วงเวลาที่ผ่านมา แห้งปืนเทพนับเป็นบุรุษผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่ในครั้งนี้ไม่รู้เป็นยังไง เขาไม่มั่นใจเอาซะเลย อาจเป็นเพราะนึกหวั่นเกรงท่าทางที่ดูไม่สะทกสะท้านของมาวิน 

 

“ เอาล่ะ ในเมื่อคิดไม่ตก นายก็ไม่ต้องต่อให้ชั้นเหมือนเกมที่แล้ว การแข่งครั้งนี้ ขอให้ยึดกติกาเดิม ใครชนะสามเกมก่อน ถือว่าชนะไปเลย แบบนี้เป็นไง ตกลงมั้ยนายแห้ง ” มาวินเหมือนจะรำคาญในความเยิ่นเย้อของศัตรู เขาจึงเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอซะเอง

 

“ ตกลง ” เด็กหนุ่มร่างผอมรับคำ สีหน้าท่าทางดูเคร่งเครียดกว่าเดิม

         

 

        เวลาต่อมา คู่ชิงชัยทั้งสองก็ประจำตำแหน่ง  แห้งปืนเทพตั้งท่าต่อสู้เต็มที่ เข่าทั้งสองงอลงเล็กน้อย สองเท้าถ่างออกนิดๆ แขนคู่เกร็งขนานลำตัว เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและฉับไว ท่าทางของเขาดูไม่ต่างจากคาวบอยตะวันตกในทีวี

         

 

         ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มหัวเขียวกลับยืนเท้าเอวแบบสบายๆ ดวงตาเล็กเรียวมองไปที่หน้าจอด้วยอาการเฉยเมยดุจเดิม

        

 

         ประธานสมาคมร่างอ้วนเตี้ยถึงกลับงุนงงในท่าทางไร้วิญญาณของมาวิน เขาไม่แน่ใจแล้วว่าเซียนเกมผู้มาใหม่จะพร้อมต่อสู้หรือไม่ จึงแอบเตร่เข้ามาถาม

 

“ พี่มาวิน ไหวมั้ยครับ ”

 

“ ไหวน่า เชื่อมือเถอะ ไอ้ตุ้ยนุ้ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบเรียบๆ พร้อมเอ่ยนามจริงของประธานสมาคม ทำให้รู้ว่าทั้งสองน่าจะสนิทกัน

         

 

        ประธานสมาคมผู้มีนามว่า “ตุ้ยนุ้ย” หันรีหันขวาง พอเริ่มปรับอารมณ์ได้ เขาก็ให้สัญญาณต่อสู้

 

“ เริ่มได้ ” 

 

“ ปัง ปัง ปัง ” 

         

 

        ปืนพกลั่นถึงสามนัด เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ตามมาติดๆ บนจอแสดงภาพคนล้มลงไปนอนกองกับพื้น ตัวอักษร “Head Shoot” ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง และคนที่ล้มลงไปนอนในครั้งนี้ก็คือ…… ตัวละครของมาวิน 

 

“ เฮ้อ…..ว้า….. ไม่น่าเลย ” เสียงพึมพำด้วยความเสียดายดังระงมจากผู้คนที่รายล้อม

          

 

         มาวินยืนค้างอยู่ในท่าถือปืน ปากกระบอกจ่อไปที่หน้าจอ ครู่หนึ่งเขาก็เริ่มควงปืนเล่นอย่างคล่องแคล่วและเสียบมันใส่กระเป๋ากางเกง สายตาเล็กหยีมองจอภาพเบื้องหน้าแน่วนิ่ง ปากก็บ่นพึมพำเบาๆ 

 

“ แย่จัง ไม่ได้เล่นเกมนี้มาตั้งสามเดือน รู้สึกว่าฝีมือจะตกลงแฮะ ” 

           

 

         ทางด้านแห้งปืนเทพ แม้จะเก็บชัยชนะในตาแรก แต่กลับไม่แสดงอาการดีใจเลยซักนิด เพราะถึงยิงหัวศัตรูได้ในนัดเดียว แต่ตัวละครของเขากลับพลังลดลง เนื่องจากโดนยิงเข้าไปที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง

        

 

         ที่ผ่านมาแห้งปืนเทพมั่นใจว่าตนเองชักปืนได้ไวกว่าผู้ใดในปฐพี แต่ในวันนี้ความมั่นใจได้ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าสามารถชักปืนได้ไวกว่าเขาถึงขั้นนึง ข้อพิสูจน์ง่ายๆคือ นายแห้งยิงได้นัดหนึ่ง ส่วนมาวินกลับซัลโวได้ถึงสองนัด

 

“ เร็วอะไรปานนี้ ” หนุ่มแห้งคิดในใจ สีหน้าหวาดวิตกต่อความเร็วในการชักปืนที่เหนือมนุษย์

 

“ เอ้า เรามาต่อเกมที่สองกันเลยดีกว่า ” มาวินผู้แพ้ในเกมแรก สั่งให้ไปเล่นต่อ ท่าทียังดูสบายๆ

         

 

        ในเกมที่สอง แห้งปืนเทพเปลี่ยนแนวการเล่น เขาใช้วิธียิงรัวสลับหลบเข้าที่กำบัง ซึ่งมาวินก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน 

         

 

        ทั้งคู่ยิงโต้ตอบกันไปมา ตลอดการแข่งขันจึงไม่มีฝ่ายใดต้องกระสุนปืน จนเหลือสิบวินาทีสุดท้าย เด็กหนุ่มหัวเขียวจึงตัดสินใจเสี่ยงตายด้วยการ “พุ่งออกจากที่กำบัง” 

 

“ เสร็จล่ะ ” 

         

 

        เหมือนหนุ่มแห้งจะรอโอกาสนี้มาชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาลุกออกจากที่กำบังเช่นกัน หลังจากนั้นก็รัวใส่มาวินถึง 4 นัดติด กระนั้นเซียนเกมเจ้าถิ่นก็ยังฉากหลบกระสุนไปทางซ้าย พร้อมยิงสวนกลับมาถึง 5 นัด 

 

“ ปัง ปัง ปัง ….”  

         

 

         สิ้นเสียงปืน เวลาในการต่อสู้ก็หมดลง ปรากฏว่าไม่มีใครล้มลงไปนอนนับดาว แต่คอมพิวเตอร์กลับประกาศให้หนุ่มแห้งเป็นผู้ชนะ เพราะเขาเหลือพลังชีวิตมากกว่ามาวิน

 

“ โห…… หรือแชมป์จะเปลี่ยนมือ ” เสียงผู้คนที่รุมล้อมเริ่ม ฮือฮา ราวกับว่าที่โซนเกมแห่งนี้กำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

 

“ เฮ้อ…..” หนุ่มแห้งปาดเหงื่อ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยดวลปืนยาวนานถึงขั้นนับคะแนน มาวินเป็นคนแรกที่ล้มไม่ลง แต่ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดนึง เพราะตอนนี้สามารถเก็บชัยได้ถึงสองยก เหลืออีกเพียงเกมเดียว ชัยชนะก็จะมาเยือน 

 

“ เอาล่ะเกมสุดท้าย มาเริ่มกันเลยดีกว่า ” หนุ่มแห้งประกาศกร้าว 

         

 

         มาวินไม่ตอบคำใด เด็กหนุ่มบิดกายสลับหมุนลำคอ ข้อมือทั้งสองข้างก็สะบัดไปมา ครู่หนึ่งเขาก็หยุดการกระทำ ดวงตาชั้นเดียวที่เรียวยาวเปล่งประกายแรงกล้าออกมาอย่างฉับพลัน

 

“ เอาล่ะ ชั้นจดจำการเคลื่อนไหวของนายได้หมดแล้ว ถึงเวลาลุยล่ะนะ ” 

 

“ เย้……วิ้ดวิ้ว……ฮีโร่กลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ” ผู้ชมรอบข้างถึงกลับเฮเป็นการใหญ่ เมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไป ทุกคนรู้ดีว่านั่นคือท่าเอาจริงของเกมเมอร์หนุ่มที่พวกเขาศรัทธา

 

“ ฮึ่ม…. ” หนุ่มแห้งคำรามในลำคอ แม้ตอนนี้เขาจะนำอยู่ถึงสองเกม แต่กลับไม่รู้สึกว่าได้เปรียบเลยซักนิด         

        

 

        ทั้งสองยืนประจำตำแหน่งที่หน้าจอ เพื่อต่อสู้ในเกมที่สาม หนุ่มแห้งเกร็งกาย ส่วนเด็กหนุ่มหัวเขียวยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทางสุขุม นัยน์ตาเปล่งประกายจริงจัง บรรยากาศโดยรอบดูตึงเครียด 

 

“ เริ่มได้ ”  

          

 

         สิ้นเสียงสัญญาณจากหัวหน้าสมาคม ทั้งคู่ก็เปิดฉากดวลปืน แห้งปืนเทพยังคงใช้วิธีเดิม นั่นก็คือการหลบเข้าที่กำบังสลับออกมายิงเป็นระยะๆ แต่ในครั้งนี้มาวินกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นก็คือ……ยืนนิ่งอยู่กับที่ 

          

 

         บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน ยังไม่มีใครจู่โจมใคร แห้งปืนเทพเหลือบมองเด็กหนุ่มหัวเขียว พลางนึกสงสัยอยู่ภายใน

 

“ มันไม่ขยับเลย นี่มันคิดจะทำอะไร ” 

          

 

           ทุกอย่างยังคงนิ่งและเงียบ มันเงียบซะจนเข็มตกยังได้ยินเสียง ในที่สุดแห้งปืนเทพก็ตบะแตก

 

“ เป็นไงเป็นกันซิวะ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ” เด็กหนุ่มร่างผอมลั่นคำกร้าว พร้อมพุ่งออกมาซัลโวชุดใหญ่ชนิดหมดแม็ก ทุกคมกระสุนวิ่งไปกลางลำตัว อันเป็นเป้าหมายที่แน่นอนกว่าส่วนหัว 

 

“ ปัง ปัง ปัง…….. ” 

          

 

          ทว่ากระสุนทั้งหกนัดกลับทำได้แค่วิ่งผ่านอริร้ายอย่างเหลือเชื่อ ราวกับว่าเด็กหนุ่มเป็นเพียงอากาศธาตุ ทันใดนั้นเอง ปืนในมือของมาวินก็ดังขึ้น 

 

“ ปัง ” 

 

“ โอ๊ย…..อ้าก ” 

          

 

          กระสุนพุ่งแสกหน้า ส่งผลให้หนุ่มแห้งลงไปนอนแอ้งแม้งจมกองเลือด 

 

“ เฮ…….. ” เสียงฮือฮาของฝูงชนดังลั่น ราวกับว่าสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความมหัศจรรย์ที่หาดูไม่ได้

 

“ ฮ้า…..นะ…..นี่……มัน ” เด็กหนุ่มร่างผอมตะลึงงัน ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารัวใส่คู่ต่อสู้จนหมดแม็ก แต่กลับไม่โดนอะไรเลย มิหนำซ้ำยังโดนคู่ต่อสู้เจาะกะโหลกด้วยการยิงเพียงนัดเดียว 

 

“ เล่นต่อเลยมั้ย ” มาวินไถ่ถาม พร้อมส่งยิ้มกวนๆให้หนุ่มร่างผอม

 

“ อะ……เอ่อ ดะ….ได้ ” แห้งปืนเทพรับคำเสียงสั่น ดูเหมือนเขาจะสูญเสียความมั่นใจไปจนหมด

         

 

          หนุ่มแห้งยังใช้วิธีเดิม ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการเล่นที่เน้นความปลอดภัย ส่วนมาวินยืนนิ่งอยู่กลับที่ มันดูไม่ผิดแผกไปจากเกมก่อน

 

“ ไอ้ปีศาจ เมื่อกี้แกทำได้ไง มีเวทมนตร์รึไง ” หนุ่มแห้งคิดในใจ พลางซุ่มหลบอยู่ในที่กำบัง มือไม้ที่จับปืนเริ่มสั่นเทิ้มเป็นเจ้าเข้า 

 

“ นี่......นายไม่ยอมออกมา มัวแต่สั่นอยู่ในที่กำบัง จะสู้ต่อได้ยังไง ” เด็กหนุ่มหัวเขียวบ่น เพราะเซ็งที่คู่แข่งเริ่มปอด 

 

“ ตอนนี้แหละ ” 

       

 

          แห้งปืนเทพรอจังหวะที่มาวินเผลอ เพื่อลุกขึ้นไปยิงแบบไม่ให้ทันตั้งตัว นับเป็นอุบายที่ร้ายกาจ

 

“ ปัง ” 

 

“ อุ้บ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวพลิกหลบได้หวุดหวิด กระสุนพุ่งถากหัวไหล่ ทำพลังชีวิตของเขาลดลงสองขีด 

 

“ หน็อย....... เล่นทีเผลอนี่หว่า ” มาวินชักปืน เตรียมยิงกลับ แต่หนุ่มแห้งได้ผลุบหายเข้าที่กำบังไปอีกแล้ว 

 

“ เสร็จล่ะ ขอเพียงหลบอยู่ในที่กำบังจนหมดเวลา นายก็จะแพ้ เพราะพลังเหลือน้อยกว่า ฮ่าๆ ” หนุ่มแห้งหัวเราะชอบใจ สำหรับเขาในตอนนี้ ขอให้ชนะเป็นพอ ไม่ต้องสนว่าจะใช้วิธีใด 

 

“ ช่วยไม่ได้ ไม่มีทางเลือกแล้ว ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโยกศีรษะไปมาด้วยความเซ็งในอารมณ์

 

“ ปัง ปัง ปัง……. ” 

         

 

         เสียงปืนของมาวินดังถี่ยิบ เป้าหมายคือลังไม้อันเป็นที่กำบัง นิ้วที่ไวดุจวายุกระหน่ำไกรัว มีจังหวะหยุดเพียงพริบตา เพราะในเวลานั้นเด็กหนุ่มได้ทำสะบัดปืนขึ้นลง เพื่อรีโหลดกระสุน การเคลื่อนไหวทุกส่วนช่างรวดเร็วและไหลลื่นจนมองแทบไม่ทัน ทำให้กลุ่มคนที่มุงดูถึงกลับตกตะลึง พร้อมอ้าปากค้างไปตามๆกัน 

 

“ เฮ้ย ใจคอ นายกะยิงให้ที่กำบังแตกเลยรึไงฟะ ตามปกติ ถ้าต้องการยิงให้ลังระเบิด ต้องรัวใส่ร่วมร้อยกว่านัดเลยนะ เวลาที่เหลืออีกแค่นาทีกว่า นายจะทำได้ยังไง ” หนุ่มแห้งตะโกนถาม ส่วนตัวก็ยังคงหลบซ่อน 

 

“ เออ รอดูไป ” มาวินตะโกนตอบ นิ้วมือก็กระหน่ำไกปืนแบบรัวๆ เพื่อยิงอย่างบ้าคลั่งต่อไป 

         

 

         เวลาในการแข่งผ่านไป ลังไม้ที่กำบังเริ่มแตกกระจายตามอำนาจกระสุนปืน ซึ่งจะว่าไป มาวินก็รัวยิงได้รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์

 

“ เฮ้ย หรือว่าจะยิงแตกได้จริงๆ มันใช่คนหรือเปล่า ซวยแล้วสิ สงสัยต้องหนีไปหลบในที่กำบังใหม่ เราเริ่มเผ่นในตอนที่เหลือเวลาซักสามวินาทีดีกว่า ถึงจะพลาดโดนกระสุนปืนไปบ้าง แต่ยังไงก็ไม่ถึงตาย ” หนุ่มแห้งวางแผนเอาตัวรอดอยู่ในใจ 

 

“ ปัง ปัง ปัง…… ” เสียงปืนของมาวินยังดังต่อเนื่อง ขณะที่ลังไม้เริ่มแตกกระจายจนเกือบหมด คาดว่ามันน่าจะถูกทำลายในไม่ช้า 

         

 

         หนุ่มแห้งปืนเทพเหลือบมองเวลาที่เหลืออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อมาถึงสามวินาทีสุดท้าย เขาก็เริ่มขยับ 

 

“ ตอนนี้แหละ ” 

          

 

          หนุ่มแห้งออกจากที่กำบัง จากนั้นก็พุ่งไปทางซ้ายมือ เพื่อมุ่งหน้าไปยังลังไม้อันใหม่ 

 

“ ชนะแน่ ” 

           

 

          ในจังหวะที่หนุ่มแห้งเข้าถึงที่กำบังและกำลังจะก้มตัวลงไป ในใจหวนระลึกนึกถึงชัยชนะ แต่ทว่า……… 

 

“ ปัง ”  

 

“ โอ๊ย……อ้าก ” 

         

 

           เสียงครวญครางจากตู้เกมดังขึ้น พร้อมกับภาพหนุ่มแห้งล้มลงไปนอนหงายบนพื้นทรายอีกคำรบ แน่นอนเป็น Head Shoot เช่นเคย 

        

 

           นับเป็นเกมที่มหัศจรรย์ เพราะในจังหวะที่แห้งปืนเทพทะยานไปยังที่กำบังใหม่ มาวินก็หยุดรัวกระสุนและหันไปโฟกัสกับการเคลื่อนไหว เขารอจนกระทั่งหนุ่มแห้งเตรียมหลบเข้าที่กำบัง อันถือว่าเป็นเสี้ยววินาทีเดียวที่การเคลื่อนไหวจะหยุดชะงักลง จากนั้นก็ตัดสินใจยิงไปที่หัว สุดท้ายก็ทำได้ กระสุนพุ่งเข้าแสกหน้า

 

“ โห……ฮือฮา…… ” ฝูงชนที่มุงดูส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง มันเป็นอะไรที่หาดูไม่ได้อีกแล้ว

 

“ อะ…..อะไรกันนี่ เหมือนแกจะรู้ว่าชั้นคิดอะไร จะวิ่งไปทางไหน แกใช้เวทมนตร์หรือไง ” หนุ่มแห้งยืนตะลึง ตาลึกโบ๋วของเขาเบิ่งกว้าง

 

“ ฮะๆ สงสัยจะใช่ล่ะมั้ง ชั้นคงมีเวทมนตร์จริงๆน่านแหละ ” มาวินยักคิ้วให้คู่ต่อสู้  มือที่ไวปานลิงก็ควงปืนเล่นอย่างคล่องแคล่ว 

          

 

          หลังจากมาวินควงปืนสลับชักเข้าชักออกจากกระเป๋ากางเกงอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มเบื่อ เลยเก็บปืนเข้าที่ใส่ จากนั้นก็หันไปถามคู่แข่งร่างผอม ที่ตอนนี้ทรุดลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น

 

“ ไง ต่ออีกมั้ย นายแห้ง ” 

         

 

           ไม่มีคำตอบใดๆจากเด็กหนุ่มร่างแห้ง คอที่เคยยืดตรง บัดนี้ตกพับลงจรดหน้าอกด้วยอาการหมดอาลัยตายอยาก มาวินมองสภาพคู่แข่งด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดเบาๆก่อนเดินจากไป 

 

“ ถ้าไม่สู้ต่อ งั้นถือว่าชั้นชนะแล้วกัน นายเก่งมาก ไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว ” 

 

“ เฮ….. ฮูเร่ เย้ นายคือนัมเบอร์วัน ” ทุกคนในที่นั่นเฮลั่นด้วยความดีใจ เอกปืนไวพุ่งถลาเข้ามากอดเด็กหนุ่มเป็นคนแรก ตามด้วยกลุ่มคนกว่าครึ่งร้อยที่พากันมารุมล้อม ทุกคนล้วนแสดงความยินดีกับเกมเมอร์หนุ่มแห่งเมืองกรุง 

         

 

           ทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏกายของสาวน้อยน่ารักวัยไม่เกิน 13  เธอซ่อนร่างเล็กบางในชุดเสื้อยืดรัดรูปสีส้ม กางเกงยีนส์ขาสั้นสีเทา ผมบ็อบสั้นเท่าติ่งหู บอกชัดเลยว่าน่าจะยังเรียนอยู่แค่ชั้น ม.ต้น 

        

 

          เด็กสาวแหวกผู้คนที่รายล้อม เพื่อเข้ามาหาเกมเมอร์หนุ่มอย่างยากลำบาก ในที่สุดเธอก็ทำสำเร็จ 

 

“ มีอะไรหรือ น้องสาว ” มาวินถามงงๆ เมื่อเห็นเด็กสาวที่ไม่รู้จักมายืนตรงหน้า 

 

“ มีค่า หนูเป็นหนึ่งในสามเซียนเกมเมืองสุพรรณ เช่นเดียวกับพี่แห้งที่ดวลปืนแพ้ไปเมื่อครู่ หนูขอสู้กับพี่เป็นคนต่อไป มาสู้กันค่า….. ” เด็กสาววัยใสพูดท้าทายเสียงแหลม ท่าทางของเธอเหมือนจะน่ากลัว แต่ถ้าเอาจริงๆ ก็คงไม่มีใครคิดกลัว

 

“ หา……..ว่าไงนะ ” มาวินร้องดัง พร้อมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา