The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  46 LV
  5 วิจารณ์
  3,429 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) มหัศจรรย์วันศุกร์

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 2 มหัศจรรย์วันศุกร์

 

       

         รอบๆตู้เกมดวลปืนทั้งสองเครื่องมีเหล่าผู้ชมรายล้อมแน่นขนัด อาจเรียกได้ว่าการดวลครั้งนี้เป็นการดวลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทำให้ผู้คนทั่วทั้งโซนเกมพร้อมใจกันให้ความสนใจ           

         

 

         เด็กหนุ่มร่างผอมและเด็กหนุ่มมาดกวนกำลังยืนจ้องตากันอยู่หน้าตู้เกม หนุ่มร่างผอมดูจะสั่นน้อยๆด้วยความตื่นเต้น มือสองข้างกำแน่น ดวงตาแข็งกร้าว แต่ทางฝ่ายเด็กหนุ่มมาดกวนนั้นกลับมีท่าทางที่ดูสบายๆ เขายืนลอยหน้า เคี้ยวหมากฝรั่งและเอามือล้วงกระเป๋า 

 

“ แข่งกันยังไง ” เด็กหนุ่มร่างผอมถามเสียงเข้ม 

 

“ อ้าว….ตกลง นายจะไม่ต่อให้ชั้นแบบเมื่อกี้แล้วหรือ ” เด็กหนุ่มมาดกวนถามลอยๆ 

 

“ อืมๆ….. ”  คิ้วของเด็กหนุ่มร่างผอมขมวดนิ่วด้วยท่วงท่าทางที่ดูคิดหนัก ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขานับเป็นบรุษผู้มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก แต่ในคราครั้งนี้ไม่รู้เป็นยังไง เขาถึงดูไม่มั่นใจเอาซะเลย อาจเป็นเพราะเขานึกหวั่นเกรงท่าทางที่ดูไม่สะทกสะท้านกับอะไรเลยของเด็กหนุ่มมาดกวน หรืออาจเป็นเพราะเขานึกเกรงบารมีจากชื่อเสียงการเป็น “เกมเมอร์อันดับหนึ่งในย่านเมืองกรุง”  อันลือเลื่องของ มาวิน ก็เป็นได้ 

 

“ เอาล่ะ ในเมื่อนายคิดไม่ตก ชั้นก็ขอเสนอกติกาซะเองเลยแล้วกันนั่นก็คือ……การแข่งคราวนี้ถ้าใครชนะได้สามเกมก่อน ก็ถือว่าคนๆนั้นชนะไปเลย แบบนี้เป็นไง ตกลงมั้ยนายแห้ง ” มาวินเหมือนจะรำคาญในความเยิ่นเย้อของคู่ต่อสู้ร่างแห้ง เขาเลยเป็นฝ่ายยื่นข้อเสนอให้ซะเองด้วยสีหน้า แววตาที่ดูเฉยเมย

 

“ ตกลง ” เด็กหนุ่มร่างผอมรับคำด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง

         

 

         ในเวลาต่อมา คู่ชิงชัยทั้งสองก็มาประจำกันที่หน้าจอเกมตู้ดวลปืนกันอีกครั้ง หนุ่มผอมฉายา “แห้งปืนเทพ” ตั้งท่าต่อสู้แบบเต็มสูบนั่นคือ งอเข่าทั้งสองข้างลงนิดหนึ่ง เท้าสองข้างถ่างออกเล็กน้อย มือสองข้างเกร็งขนานลำตัวเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและฉับไวที่สุด ทำให้ท่าทางของเขาดูไม่ผิดแผกไปจากพวกคาวบอยตะวันตกในหนังทีวีเลยซักนิด

         

 

        ขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มหัวเขียวกลับอยู่ในท่ายืนเท้าเอวแบบสบายๆ ดวงตาเล็กเรียวมองไปที่หน้าจอของตู้เกมด้วยอาการเฉยเมยดุจเดิม

        

 

        ประธานสมาคมร่างอ้วนเตี้ยผู้เป็นกรรมการถึงกลับงุนงงในท่าทางไร้วิญญาณของมาวิน เด็กหนุ่มร่างอ้วนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามาวินพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไปหรือไม่ เขาถึงได้เตร่เข้ามาถามมาวินเพื่อเช็คความพร้อม

 

“ เอ่อ…..พี่มาวิน ไหวมั้ยครับ ”

 

“ เออน่า ให้สัญญาได้เลย ไอ้ตุ้ยนุ้ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบเรียบๆพร้อมเอ่ยนามจริงของประธานสมาคม ทำให้รู้ได้ว่าทั้งสองน่าจะสนิทกันอยู่พอสมควร

         

 

        ประธานสมาคมร่างอ้วนเตี้ยผู้มีนามว่า “ตุ้ยนุ้ย” หันรีหันขวางเพราะยังอยู่ในสภาวะที่ทำอะไรไม่ถูก เวลาผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็เริ่มปรับอารมณ์ได้และให้สัญญาณเริ่มเกมด้วยเสียงที่แหลมเล็กอีกครั้ง

 

“ เริ่มได้ ” 

 

“ ปัง ปัง ปัง ” 

         

 

        ทันทีที่เสียงปืนทั้งสามนัดดังขึ้น ก็มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากในตู้เกมดังขึ้นอีกครั้ง ในจอภาพแสดงผลว่ามีคนๆหนึ่งที่ล้มลงไปนอนกองกับพื้น เวลาต่อมาก็ปรากฏตัวอักษร “Head Shoot” ขึ้นมาบนกลางจอภาพอีกครั้ง และคนที่ล้มลงไปนอนกองในครั้งนี้ก็คือ……….. ตัวละครของมาวิน 

 

“ เฮ้อ…..ว้า….. ไม่น่าเลย ” เสียงพึมพำด้วยความเสียดายดังระงมจากผู้คนที่รายล้อมรอบตู้ 

          

 

       เด็กหนุ่มนามว่า “มาวิน” ยืนค้างในท่าถือปืนจ่อไปที่หน้าจออยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มควงปืนเล่นอย่างคล่องแคล่วและเสียบมันใส่กระเป๋ากางเกงของตนเองอย่างรวดเร็ว สายตาเล็กหยีของเขามองจอภาพข้างหน้าแน่วนิ่ง ปากก็บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ 

 

“ แย่จัง ไม่ได้เล่นเกมนี้มาตั้งสามเดือน รู้สึกว่าฝีมือจะตกลงแฮะ ” 

           

 

        ข้างฝ่ายแห้งปืนเทพ แม้จะเก็บชัยชนะในตาแรกได้ แต่เขากลับไม่ออกอาการดีใจเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงแม้เขาจะสามารถยิงหัวมาวินได้ในนัดเดียว ทว่าตัวละครของเขากลับพลังลดเนื่องจากโดนยิงเข้าไปที่หัวไหล่ทั้งสองข้าง

         

 

        เหงื่อกาฬของหนุ่มแห้งหลั่งทะลักออกมาตามรูขุมขนของร่างกายอย่างเนืองนองจนเปียกโชกไปทั่วทั้งตัว ที่ผ่านมาเขามั่นใจว่าตนเองสามารถชักปืนได้ไวกว่าผู้ใดในพื้นปฐพีนี้ แต่ในวันนี้ความมั่นใจของเขาได้ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง เพราะเด็กหนุ่มหัวเขียวตรงหน้าสามารถชักปืนได้ไวและยิงได้เร็วกว่าเขาถึงหนึ่งขั้น ข้อพิสูจน์ง่ายๆคือในการปะทะกันเมื่อกี้นี้ เขายิงได้นัดหนึ่งแต่มาวินกลับซัดได้ถึงสองนัด

 

“ เร็วอะไรปานนี้ ” หนุ่มแห้งคิดในใจ สีหน้าของเขาดูหวาดวิตกกับความเร็วในการชักปืนที่เหนือมนุษย์ของคู่ต่อสู้ 

 

“ เอ้า เรามาต่อเกมที่สองกันเลยดีกว่า ” เด็กหนุ่มหัวเขียวผู้ซึ่งแพ้ในเกมแรกโบกมือสั่งให้ไปต่อในเกมสองด้วยท่าทีดูสบายๆ

         

 

        ในเกมที่สอง แห้งปืนเทพเป็นฝ่ายเปลี่ยนแนวการเล่นบ้าง เขาใช้วิธีประณีตแบบเดียวกับที่เอกปืนไวใช้ในเกมที่สาม ซึ่งตัวมาวินเองก็หันมาใช้วิธีนี้มั่งเหมือนกัน ทั้งคู่มีแต่ยิงโต้กันเพียงแค่ครั้งละหนึ่งนัด จากนั้นก็หันกลับมาหลบเข้าที่กำบัง ดังนั้นตลอดการแข่งขันจึงไม่มีฝ่ายใดต้องกระสุนของฝั่งตรงข้ามเลยซักนัดเดียว จนกระทั่งเหลือสิบวินาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลา เด็กหนุ่มหัวเขียวจึงตัดสินใจที่จะเสี่ยงตายด้วยการ “พุ่งตัวออกจากที่กำบัง” 

 

“ เสร็จล่ะ ” หนุ่มแห้งเหมือนรอโอกาสนี้มาชั่วกัปชั่วกัลป์ เขาลุกออกจากที่กำบังเช่นกัน หลังจากนั้นเขาก็ชักปืนยิงรัวๆใส่มาวินถึงสี่ห้านัดติดๆ แต่กระนั้นมาวินก็ยังวิ่งฉากหลบไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำยังเด็กหนุ่มหัวเขียวสามารถก็ยิงสวนกลับมาได้ประมาณ 4-5 นัด 

 

“ ปังๆ….”  

         

 

       สิ้นเสียงปืนชุดใหญ่ เวลาการต่อสู้ก็หมดลง ปรากฏว่าทั้งคู่ไม่มีใครที่ล้มลงไปนอนนับดาว แต่คอมพิวเตอร์กลับประกาศให้หนุ่มแห้งเป็นผู้ชนะ เพราะหนุ่มแห้งเหลือพลังชีวิตมากกว่ามาวิน

 

“ โห…… หรือแชมป์จะเปลี่ยนมือกันนะ ” เสียงผู้คนที่รุมล้อมเริ่มพึมพำ ฮือฮาดังขึ้น ราวกับว่าที่โซนเกมแห่งนี้กำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่

 

“ เฮ้อๆ…..” หนุ่มแห้งปาดเหงื่อ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยต้องดวลปืนกับใครยาวนานจนถึงขั้นนับคะแนนแบบนี้ นับได้ว่ามาวินเป็นคนแรกที่เขาล้มไม่ลง แต่เขาก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะตอนนี้เขาสามารถเก็บชัยได้ถึงสองยก เหลืออีกเพียงเกมเดียวเขาก็จะได้รับชัยชนะในครั้งนี้แล้ว 

 

“ เอาล่ะเกมสุดท้าย มาเริ่มกันเลยดีกว่า ” หนุ่มแห้งประกาศกร้าว 

         

 

        เด็กหนุ่มหัวเขียวนามว่า “มาวิน” ไม่ตอบอะไร เขากลับบิดกายหมุนลำคอไปมา ข้อมือสองข้างก็สะบัดไปมากลางอากาศอย่างรวดเร็วเพื่อคลายความเมื่อยขบ ครู่หนึ่งเขาก็หยุดการกระทำดังกล่าว ดวงตาชั้นเดียวที่เรียวยาวของเขาเปล่งประกายแรงกล้าออกมาอย่างฉับพลันอันเป็นสัญลักษณ์ว่าเขาน่าจะเริ่มเอาจริงเข้าบ้างแล้ว ปากก็เค้นคำเสียงกร้าวเป็นครั้งแรก 

 

“ เอาล่ะ ชั้นจับการเคลื่อนไหวของนายได้หมดแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาเอาจริงล่ะนะ ” 

 

“ เฮๆ……วิ้ดวิ้ว……ฮีโร่กลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ” คนดูรอบข้างถึงกลับเฮฮากันเป็นการใหญ่ เมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่มหัวเขียว ซึ่งนั่นเป็นท่าทางเอาจริงของยอดเกมเมอร์อันดับหนึ่งที่ทุกคนศรัทธาและคุ้นเคย 

 

“ ฮึ่ม…. ” หนุ่มแห้งคำรามในลำคอ แม้ตอนนี้เขาจะนำอยู่ถึงสองเกมแต่ภาวะเช่นนี้เขากลับรู้สึกตึงเครียด กดดันอย่างบอกไม่ถูก ผิดกับมาวินที่ตอนนี้กลับดูมีสมาธิ มุ่งมั่นและมั่นอกมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น         

        

 

        ทั้งสองยืนอยู่ประจำตำแหน่งที่หน้าจอของตู้เกมดวลปืนอีกครั้งเพื่อตัดสินกันต่อในเกมที่สาม หนุ่มแห้งเกร็งกายเต็มที่เพื่อรอรับการต่อสู้ ส่วนเด็กหนุ่มหัวเขียวยังคงยืนนิ่งด้วยท่าทางที่ดูสุขุม นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายจริงจังออกมา บรรยากาศโดยรอบตึงเครียด 

 

“ เริ่มได้ ”  

          

 

       สิ้นสัญญาณจากหัวหน้าสมาคมร่างอ้วนเตี้ย ทั้งคู่หันมาเปิดฉากดวลปืนกันอีกครั้ง หนุ่มผอมยังคงใช้วิธีเดิมนั่นก็คือการหลบเข้าที่กำบังเป็นหลักสลับกับการฉากออกมายิงเป็นระยะๆ แต่ในคราครั้งนี้หนุ่มมาวินกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นก็คือ……….การยืนนิ่งอยู่กับที่ 

          

 

        บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเงียบงัน ยังไม่มีใครจู่โจมใคร เด็กหนุ่มร่างผอมเหลือบแลเด็กหนุ่มหัวเขียวเป็นระยะ พลางคิดในใจด้วยความหวาดระแวง 

 

“ มันไม่ขยับเลยซักนิด นี่มันคิดจะทำอะไรกันแน่ ” 

          

 

        ทุกอย่างยังคงนิ่งและเงียบ มันเงียบซะจนกระทั่งเข็มตกก็ยังได้ยินเสียง ในที่สุดเด็กหนุ่มร่างผอมก็เกิดอาการตบะแตกและหมดสิ้นความอดทนก่อน 

 

“ เป็นไงเป็นกันซิวะ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ” เด็กหนุ่มร่างผอมลั่นคำกร้าว พร้อมพุ่งกายออกมาซัลโวชุดใหญ่ชนิดหมดแม็ก เป้าหมายคือกลางลำตัวของเด็กหนุ่มหัวเขียวอันเป็นเป้าหมายใหญ่ที่แน่นอนกว่าส่วนหัว 

 

“ ปังๆ…….. ” 

          

 

       ทว่ากระสุนทั้งหกนัดจากปืนลูกโม่ในมือหนุ่มร่างผอมกลับทำได้แค่เพียงวิ่งแหวกอากาศผ่านตัวเด็กหนุ่มหัวเขียวไปอย่างเหลือเชื่อ ราวกับว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน ทันใดนั้นเอง ปืนในมือของเด็กหนุ่มหัวเขียวก็ดังขึ้น 

 

“ ปัง ” 

 

“ โอ๊ย…..อ้าก ” กระสุนของมาวินพุ่งเข้ากระบาลแหลมๆของเด็กหนุ่มร่างผอมแบบเต็มๆ ส่งผลให้หนุ่มแห้งลงไปนอนแอ้งแม้งจมกองเลือดในทันที 

 

“ เฮๆ…….. ” เสียงฮือจากฝูงชนดังลั่นขึ้นมาอีกครั้งราวกับว่าสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความมหัศจรรย์ที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

“ ฮ้า…..นะ…..นี่……มัน ” เด็กหนุ่มร่างผอมตะลึง งง ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่เขายิงรัวใส่คู่ต่อสู้จนหมดแม็กแต่กลับไม่โดนอะไรเลย มิหนำซ้ำเขายังโดนคู่ต่อสู้เจาะกะโหลกได้จากการยิงเพียงแค่นัดเดียว 

 

“ เล่นต่อเลยมั้ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวไถ่ถามพร้อมส่งยิ้มกวนๆให้เด็กหนุ่มร่างผอม

 

“ อะ……เอ่อ ดะ….ได้ ” แห้งปืนเทพรับคำเสียงสั่นๆและตะกุกตะกัก ดูเหมือนเขาจะสูญเสียความมั่นใจไปจนหมดสิ้นแล้ว 

         

 

       เกมถัดมาหนุ่มแห้งก็หันมาใช้วิธีเดิมๆ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการเล่นที่เน้นปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนเด็กหนุ่มหัวเขียวกลับยืนเฉยดุจเดิม ดูไปเหมือนว่าเกมนี้จะไม่ต่างไปจากเกมที่แล้วเลยซักนิด

 

“ ไอ้ปีศาจ เมื่อกี้มันทำได้ไง มีเวทมนตร์รึไงนะ ” หนุ่มแห้งคิดในใจพลางซุ่มหลบอยู่ในที่กำบัง มือไม้ที่จับปืนเริ่มสั่นเทิ้มเป็นเจ้าเข้า 

 

“ นี่ไม่ยอมออกมา มัวแต่สั่นอยู่ในที่กำบังแบบนั้น จะสู้กันต่อได้ยังไงล่ะ ” เด็กหัวเขียวที่ยืนรอคู่ต่อสู้อยู่กลางแจ้งเริ่มบ่น เนื่องจากเขาเริ่มเซ็งแล้วที่คู่แข่งของเขาเกิดอาการตาขาวจนไม่ยอมออกมาสู้ 

 

“ จังหวะนี้แหละ ” หนุ่มแห้งรอช่วงเวลาที่เด็กหัวเขียวเผลอเพื่อลุกขึ้นไปซัลโวแบบไม่ให้ทันได้ตั้งตัว นับเป็นอุบายที่ร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง 

 

“ ปัง ” 

 

“ อุ้บ ” เด็กหัวเขียวพลิกหลบได้เฉียดฉิว กระสุนนั้นพุ่งถากหัวไหล่ เลยทำพลังชีวิตของเขาลดไปสองขีด 

 

“ หน็อยแน่ เล่นทีเผลอนี่หว่า ” มาวินชักปืนเตรียมยิงกลับ แต่ทว่าหนุ่มแห้งได้ผลุบหายเข้าที่กำบังไปอีกแล้ว 

 

“ เสร็จแล้ว เกมนี้นายแพ้แน่ ขอเพียงชั้นหลบอยู่ในที่กำบังจนหมดเวลา นายก็แพ้เพราะพลังของนายเหลือน้อยกว่า ฮ่าๆ ” หนุ่มแห้งหัวเราะชอบใจ สำหรับเขาในตอนนี้ขอให้ชนะได้เป็นพอ ไม่ต้องสนแล้วว่าจะต้องชนะด้วยวิธีใด 

 

“ ช่วยไม่ได้ ไม่มีทางเลือกแล้ว ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโยกหัวไปมาด้วยความเซ็งในอารมณ์

 

“ ปังๆ……. ” เสียงปืนลั่นในมือของมาวินดังถี่ยิบจากการกดไกแบบรัวๆ เป้าหมายของกระสุนคือลังไม้ที่กำบังของหนุ่มแห้ง นิ้วที่ไวดุจวายุกระหน่ำกดไกถี่ยิบ มีจังหวะหยุดเพียงชั่วพริบตา เพราะในเวลานั้นมาวินได้ทำการสะบัดปืนในมือขึ้นลงเพื่อทำการรีโหลดกระสุน การเคลื่อนไหวของมือและนิ้วของมาวินช่างรวดเร็วและไหลลื่นจนมองแทบไม่ทัน ทำให้กลุ่มคนที่มุงดูการดวลกว่าครึ่งร้อยถึงกลับตกตะลึง งง อ้าปากค้างกันไปตามๆกัน 

 

“ เฮ้ย ใจคอ นายกะยิงให้ที่กำบังแตกกระจายเลยรึไงฟะ ตามปกติของเกมนี้ ถ้าต้องการยิงให้ที่กำบังแตก ต้องรัวยิงร่วมร้อยนัดเลยนะ เวลาที่เหลืออีกแค่นาทีกว่าๆ นายจะทำได้ยังไง ” หนุ่มแห้งตะโกนถามทั้งที่ตัวเองยังคงหลบซ่อนอยู่ในที่กำบัง 

 

“ เออ รอดูกันไป ” มาวินตะโกนตอบ นิ้วมือก็กระหน่ำไกปืนแบบรัวๆเพื่อยิงอย่างบ้าคลั่งต่อไป 

         

 

       เวลาในการแข่งผ่านไปเรื่อยๆ ลังไม้ที่กำบังเริ่มแตกกระจายตามอำนาจกระสุนปืนที่มาวินกระหน่ำยิง ซึ่งจะว่าไปแล้วมาวินก็รัวยิงได้เร็วราวกับว่ามันคือปืนกลได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

“ เฮ้ย หรือว่ามันจะยิงแตกได้จริงๆนะ นี่มันใช่คนหรือเปล่า ซวยแล้วสิ สงสัยต้องเผ่นหนีจากตรงนี้ไปหลบในที่กำบังแห่งใหม่ เอาเป็นว่าเราเริ่มเผ่นในตอนที่เวลาเหลือซักสามวินาทีดีกว่า ถึงจะพลาดโดนกระสุนปืนของมันไปบ้างแต่ยังไงเราก็ยังไม่ตาย ” หนุ่มแห้งคิดวางแผนเอาตัวรอดอยู่ภายในใจ 

 

“ ปังๆ…… ” เสียงปืนจากปลายกระบอกปืนของมาวินดังต่อเนื่อง ในขณะนั้นลังไม้ซึ่งเป็นที่กำบังของแห้งปืนเทพก็เริ่มแตกกระจายจนเกือบหมด คาดว่ามันน่าจะถูกทำลายจนหมดสิ้นในไม่ช้านี้ 

         

 

       หนุ่มแห้งปืนเทพที่ตอนนี้กลายเป็นแค่เต่าหัวหดเหลือบมองเวลาที่เหลือในเกมอย่างใจจดใจจ่อ ในที่สุดตัวเลขของเวลาในเกมก็เลื่อนมาที่สามวินาทีสุดท้าย 

 

“ ตอนนี้แหละ ” หนุ่มแห้งตัดสินใจลุกขึ้นมาจากที่กำบัง จากนั้นเขาก็สไลด์ตัวหลบห่ากระสุนที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งหน้าไปยังลังไม้อันใหม่ที่อยู่ทางด้านซ้ายมือของเขา คราวนี้หนุ่มแห้งคาดผิดไปนิดหนึ่ง เพราะเขาสามารถพุ่งฝ่าดงกระสุนได้โดยไม่ต้องคมกระสุนของมาวินเลยซักนัด 

 

“ ชนะแน่ ” ในจังหวะที่หนุ่มแห้งเข้ามาถึงที่กำบังใหม่และกำลังจะมุดหัวหลบลงไป ในใจเขาคิดดีใจกับชัยชนะอันหอมหวานไปล่วงหน้าแล้วแต่ทว่า……… 

 

“ ปัง ” เสียงปืนดังขึ้นมาแบบโดดๆเพียงนัดเดียว 

 

“ โอ๊ย……อ้าก ” เสียงร้องครวญครางจากตู้เกมดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพหนุ่มแห้งปืนเทพล้มลงไปนอนหงายหลังบนพื้นทรายอีกคำรบ แน่นอนเป็น Head Shoot เช่นเคย 

        

 

        นับเป็นเกมที่มหัศจรรย์ยิ่ง เพราะขณะที่แห้งปืนเทพกำลังทะยานออกจากที่กำบังเก่าเพื่อพุ่งกายไปหาที่กำบังแห่งใหม่ มาวินก็หยุดรัวกระสุนใส่ที่กำบังและหันไปโฟกัสกับการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้แทน ในจังหวะที่แห้งปืนเทพกำลังก้มหลบเข้าที่กำบังใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่แห้งปืนเทพจะหยุดชะงัก มาวินก็ตัดสินใจเล็งยิงไปที่หัวและมาวินก็ทำได้ เขายิงเข้าแสกหน้าของคู่ต่อสู้จนได้ชัยไปอีกครั้ง

 

“ โห……ฮือฮา…… ” ฝูงชนที่มุงดูส่งเสียงฮือฮาอีกครั้งด้วยความทึ่ง อึ้ง เสียว ที่กำลังกัดกินหัวใจอย่างรุนแรง

 

“ อะ…..ไรกันนี่ เหมือนกับว่าแกจะรู้ว่าชั้นคิดอะไร จะวิ่งไปทางไหน แกใช้เวทมนตร์หรือไง ” หนุ่มแห้งยืนตะลึง ตาลึกโบ๋วของเขาเบิ่งกว้างด้วยความตื่นตกใจ

 

“ ฮะๆ สงสัยจะใช่ล่ะมั้ง ชั้นคงมีเวทมนตร์จริงๆน่านแหละ ” มาวินยักคิ้วให้คู่ต่อสู้ มือที่ไวปานลิงของเขากำลังควงปืนเล่นอย่างคล่องแคล่ว 

          

 

        หลังจากที่มาวินควงปืนสลับชักเข้าชักออกจากกระเป๋าเล่นพักหนึ่งก็ออกอาการเบื่อ เขาจึงเก็บปืนเข้าที่ใส่ของตู้เกม จากนั้นก็หันไปถามคู่แข่งร่างผอมที่ตอนนี้ได้ทรุดกายลงไปนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น

 

“ ไงต่ออีกมั้ย นายแห้ง ” 

         

 

        ไม่มีคำตอบใดๆจากเด็กหนุ่มร่างผอม คอที่เคยยืดตั้งด้วยความมาดมั่น บัดนี้ตกพับลงจรดหน้าอกด้วยอาการหมดอาลัยตายอยาก มาวินมองสภาพคู่แข่งด้วยความรู้สึกสมเพชเวทนาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดกับคู่แข่งเบาๆก่อนเดินจากไป 

 

“ ถ้านายไม่สู้ต่อ งั้นก็ถือว่าชั้นชนะแล้วกันนะ นายเก่งมาก ชั้นไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้ว ” 

 

“ เฮๆ….. ฮูเร่ๆ เย้ นายคือนัมเบอร์วัน ” ทุกคนในที่นั่นเฮลั่นด้วยความดีใจที่มาวินสามารถกู้หน้าให้พวกเขาได้สำเร็จ เอกปืนไวเป็นฝ่ายพุ่งถลาเข้ามากอด มาวิน ก่อนคนแรก ตามด้วยกลุ่มคนกว่าครึ่งร้อยที่ตามเข้ามารุมล้อมแสดงความยินดีกับ มาวิน เกมเมอร์ขั้นเทพแห่งเมืองกรุง 

         

 

        ทันใดนั้นเอง ก็ปรากฏกายของสาวน้อยน่ารักวัยไม่น่าเกิน 13 ปี เด็กสาวนางนี้ซ่อนร่างเล็กบางแบบที่ยังไม่เต็มสาวดีในชุดเสื้อยืดรัดรูปสีส้ม กางเกงยีนส์ขาสั้นสีเทา ผมบ็อบสั้นเท่าติ่งหูบอกชัดเลยว่าเธอน่าจะยังเรียนอยู่แค่ชั้น ม.ต้น 

        

 

        เด็กสาวผู้นี้ก้าวเดินแหวกผู้คนที่รายล้อมเพื่อเข้ามาหามาวินอย่างอย่างยากลำบาก จนในที่สุดเธอก็มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของมาวินได้สำเร็จ 

 

“ มีอะไรกับพี่หรือน้อง…” มาวินถามแบบงงๆเมื่อเห็นเด็กสาวแปลกหน้ามายืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าท่าทางของเขาดูเหลอหลา 

 

“ มีค่า หนูเป็นหนึ่งในสามเซียนเกมเมืองสุพรรณเช่นเดียวกับพี่แห้งที่ดวลปืนแพ้พี่ไปเมื่อกี้ หนูจะมาสู้กับพี่เป็นคนต่อไป มาสู้กันค่า….. ” เด็กสาววัยใสพูดท้าทายเสียงแหลม ท่าทางของเธอดูเหมือนจะน่ากลัวแต่ถ้าเอาจริงๆก็คงไม่มีใครคิดกลัวอย่างแน่นอน 

 

“ หา……..ว่าไงนะ ” มาวิน ร้องดังพร้อมอ้าปากค้างด้วยความตกใจ 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา