The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  33 LV
  4 วิจารณ์
  1,845 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

3) แก้วตาขาร็อก

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 3 แก้วตาขาร็อก

 

         เด็กหนุ่มหัวเขียวยืนเกากระบาล สีหน้าของเขาดูงุนงงและยุ่งเหยิง เขาไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนักว่าเด็กสาวร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นเซียนเกม 

 

“ เอ่อๆ ถามจริงเถอะน้องสาว เธอคิดจะแข่งกับชั้นจริงๆน่ะหรือ ” มาวินกล่าวถามย้ำอีกครั้งด้วยสุ้มเสียงที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก  

 

“ แน่สิคะ หนูอุตส่าห์มาถึงกรุงเทพ จุดประสงค์ก็เพื่อจะสู้กับพี่นี่แหละ พี่รู้มั้ย พี่คือตำนานในโลกของคนเล่นเกมเลย ” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความดีใจอย่างชัดเจน อาการของเธอดูคล้ายกับเด็กสาวที่กำลังกรี๊ดกร๊าดเวลาพบเจอดาราดังที่คลั่งไคล้  

 

“ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้ง เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือไม่ที่เจอแฟนคลับสาวนางนี้ 

 

“ ตกลงพี่จะให้โอกาสหนูได้แข่งกับพี่มั้ย ” เด็กสาวยืนเกร็งเพื่อรอฟังคำตอบ สีหน้าของสาวน้อยส่อแวววิงวอนขอร้องอย่างชัดเจน 

 

“ ฮะ....แฮ่มๆ เออ จริงๆแล้วพี่ก็อยากแข่งด้วยล่ะนะ แต่น้องช่วยดูเกมที่จะเอามาแข่งกับพี่หน่อยสิ ” มาวินตอบกลับ ประโยคสุดท้ายที่เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบ รู้สึกว่าเขาจะเน้นเสียงเป็นพิเศษเนื่องจากเกมที่เด็กสาวนางนี้เลือกใช้ในการแข่งก็คือ……“ เกมประลองการเต้น ”  

        

 

        ตู้เกมนั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีความสูงประมาณตัวคน มีหน้าจอใหญ่ยักษ์ขนาด 40 นิ้วตั้งอยู่ในระดับสายตา ภายในจอเป็นรูปตัวการ์ตูนที่กำลังเต้นตามจังหวะเสียงเพลงซึ่งฟังดูสนุกสนาน ในหน้าจอนั้นจะมีสัญลักษณ์ต่างๆปรากฏขึ้นมาเป็นระยะๆ สัญลักษณ์นั้นจะเป็นรูปลูกศรซ้าย ขวา ขึ้น ลง บ่งบอกให้ผู้เล่นต้องเหยียบเท้าบนป้ายสัญลักษณ์ลูกศรที่อยู่บนแผ่นเซ็นเซอร์ซึ่งผู้เล่นยืนอยู่ให้ถูกตำแหน่ง นอกจากสัญลักษณ์ดังกล่าว ก็ยังมีสัญลักษณ์บอกให้หมุนมือ ลากมือไปซ้าย ขวา ขึ้น ลง อีกด้วย เมื่อมีสัญลักษณ์เหล่านี้ขึ้นมา ผู้เล่นต้องทำท่าทางให้ตรงกับสัญลักษณ์ที่ปรากฏออกมาให้ถูกต้องและตรงจังหวะมากที่สุด เมื่อจบเพลงจึงจะมีการนับคะแนนกัน 

 

“ เกมนี้น่ะหรือ สนุกดีนะพี่ พี่ไม่ชอบเหรอ ” เด็กสาวทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย 

 

“ เอ่อๆ.....นี่น้องสาว มันไม่ตลกเลยนะ ดูพี่ดิ พี่เป็นเซียนเกมก็จริงแต่พี่เป็นผู้ชายทั้งดุ้นเลยนะ จะให้พี่มาเล่นเกมฮิตของพวกสาวๆได้ยังไง อีกอย่างพี่ก็ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อนเลย แล้วเราจะแข่งกันได้ยังไง ” มาวินชี้แจงด้วยท่าทางที่ดูจิตตก 

          

 

       ทันทีที่เด็กหนุ่มหัวเขียวชี้แจงเสร็จ น้ำน้อยๆจากดวงตากลมโตก็เริ่มปริ่มๆออกมาทีละนิด ชวนให้ผู้คนที่ผ่านมาพบเห็นรู้สึกเวทนาสงสารกันแทบทุกคน ดวงตานั้นส่องประกายอ้อนวอน ขอร้องมายังมาวิน ซักพักปากเล็กๆของเธอก็เอ่ยคำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

 

“ พี่ๆ.....ไม่ให้โอกาสหนูแข่งจริงๆหรือคะ ซิกๆ.... ” 

 

“ เอ่อ.....อะ.... ” มาวินไมรู้ว่าตัวเองควรทำไงดีในสภาวะเช่นนี้ หน้าตาของเขาดูเหลอหลาอย่างรุนแรงคล้ายคนที่กำลังจะไปไม่เป็น 

 

“ โห รังแกเด็ก เป็นเซียนเกมซะเปล่าแค่นี้ก็ไม่กล้าสู้ โฮ่ๆ..... ” บรรดากองเชียร์เริ่มโห่ฮามาวิน พวกเขาพากันสงสารเด็กสาวหน้าใสโดยไม่คำนึงเลยซักนิดว่าเมื่อ 10 นาทีที่ผ่านมา เด็กหนุ่มผู้นี้เพิ่งจะเป็นฮีโร่กู้หน้าให้แก่พวกตน 

         

 

        เด็กหนุ่มเหลือบแลไปรอบๆ เขารู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เขาไร้พวกพ้องโดยปริยาย ทุกคนหันไปเข้าข้างเด็กสาวกันหมดแล้ว สาเหตุหลักเพราะความน่าสงสารของเด็กสาว และเมื่อเขาหันไปมองเด็กสาว เขาก็พบว่าตอนนี้น้ำตาใสๆเริ่มอาบไหลสองแก้มของเธอบ้างแล้วพร้อมมีเสียงสะอื้นน้อยๆออกมาอย่างแผ่วเบา

 

“ เอ้าๆ ยอมแล้ว เล่นก็เล่น สอนด้วยแล้วกันว่าต้องเล่นยังไง ” มาวินทนอัดอั้นอยู่พักนึง เขาก็ยินยอมเล่นอย่างไม่เต็มใจนัก 

 

“ เย้ๆ...... ” เด็กสาวหน้าใสร้องเฮพร้อมกระโดดตัวลอย ส่วนกองเชียร์ที่รายล้อมเริ่มเฮตาม 

 

“ เฮๆ..... ” 

 

“ เฮ้อ........ ” มาวินกุมขมับ เขารู้สึกเหนื่อยใจที่ต้องโดนบังคับให้มาเล่นอะไรที่เขาไม่เคยคิดจะสนใจ 

         

 

        เด็กสาวประจำที่ตรงแผ่นเซ็นเซอร์ที่ทำด้วยเหล็กของตู้เกม เธอตั้งท่าเตรียมพร้อมโดยการย่อขาลงเล็กน้อยและกางขาออกหน่อย บนจอภาพขนาดใหญ่ของตู้เกมปรากฏภาพเมนูเพลงหลากหลายให้เลือก เธอใช้เท้ากดปุ่มเลือกสัญลักษณ์ซ้ายขวาบนล่างที่อยู่ในแผ่นเซ็นเซอร์เพื่อทำการเลือกเพลงที่ตัวเองชื่นชอบซึ่งเด็กหนุ่มหัวเขียวไม่รู้เลยซักนิดว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไรเนื่องจากชื่อเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอมันเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ที่เห็นบนจอภาพในเวลาต่อมาก็คือ.........ภาพตัวการ์ตูนตัวหนึ่ง ตัวการ์ตูนนั้นท่าทางคล้ายเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เธอคนนั้นมีผมสีส้มอ่อน ใส่ชุดคลุมแบบฮู้ดรูปตุ่นสีส้ม ท่าทางดูน่ารักจิ้มลิ้ม ตัวการ์ตูนนั้นกำลังทำท่ายืนสลับกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างสนุกสนาน หลังฉากเป็นภาพบ้านเล็กๆสองชั้นแนวน่ารักคิกขุ 

 

“ ฮะๆ อะไรของมันวะเนี่ย ”  เด็กหนุ่มหัวเขียวหัวเราะแห้งๆ หน้าตาของเขาดูเคร่งเครียดและเหนื่อยอ่อน ความรู้สึกปวดตับมาเยือนในจิตใจอย่างฉับพลัน 

 

“ เพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง อุมารุจัง เรื่องนี้สนุกมากครับ ” ประธานสมาคมร่างอ้วนเตี้ยเอ่ยปากแจง 

 

“ เหรอ ขอบใจนะ เหอะๆ ” มาวินกล่าวขอบคุณเสียงอ่อยๆ ในใจคิดว่าไม่เห็นอยากรู้เลย 

 

“ All Ready ” สัญญาณในเกมดังขึ้นด้วยเสียงหวานใสของสาวๆที่ฟังดูรื่นเริง เด็กสาวร่างเล็กก้มตัวลงนิดนึง ดวงตากลมโตของเธอจ้องมองที่หน้าจอแน่วนิ่ง 

 

“ Goooo ” เสียงสัญญาณดังขึ้นบ่งบอกเวลาเริ่มเกม 

          

 

       ทันทีที่เพลงเริ่มดังขึ้น เสียงเพลงแนวคิกขุดูสนุกสนานจากเสียงร้องแนวๆของสาวน้อยก็เริ่มต้นขึ้น ตัวละครในจอภาพเริ่มเต้นด้วยการกระโดดโลดเต้น สลับมือซ้ายขวาโยกไปมา สาวน้อยหน้าใสคู่แข่งเซียนเกมมาวินก็ทำตามทุกอิริยาบถโดยไม่มีอาการลังเลเลยแม้แต่น้อย เสียงเพลงดังไปเรื่อยๆ ว่ากันตามตรงเกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่เล่นยากบรรลัย เพราะนอกจากผู้เล่นจะต้องเต้นตามท่าทางของตัวละครให้ถูกจังหวะทุกกระเบียดนิ้ว ก็ยังต้องใช้เท้าเหยียบแผ่นเซ็นเซอร์ให้ได้สัญลักษณ์ซ้ายขวาบนล่างตรงกับสัญลักษณ์ที่คอยโผล่มาบนหน้าจอเป็นระยะๆอีกด้วย แต่ถึงกระนั้นเด็กสาวก็แทบไม่พลาดเลยซักตัวบ่งบอกถึงความชำนาญในการเล่นเกมแนวนี้ได้เป็นอย่างดี 

         

 

       ตัวอักษร “Perfect” ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแบบรัวๆบอกให้รู้ว่าทุกท่วงท่าและจังหวะที่เด็กสาวเต้นตามนั้นถูกจังหวะและสมบูรณ์ มิหนำซ้ำท่าการเต้นที่เธอแสดงออกมาก็ดูลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ทำเอาคนดูฮือฮาอยู่เป็นระยะ จนเสียงเพลงแนวกวนๆชวนสนุกสนานจบลง (มาวินคิดว่ามันชวนปวดหัวเสียมากกว่า) คะแนนที่ขึ้นมาของเด็กสาวก็คือ………1,709,789 คะแนน 

 

“ โหๆ.....อะไรกันเนี่ย ” คนดูที่รายล้อมต่างพากันร้องอุทานด้วยความตกตะลึง จะไม่ตกตะลึงได้ไง เพราะตั้งแต่ทางห้างเอาตู้เกมตัวนี้มาตั้ง ยังไม่เคยมีใครทำคะแนนได้ถึงขนาดนี้มาก่อนและต่อให้นักเต้นอาชีพมาเล่นก็น่าจะได้แต้มเต็มที่แค่เกินหนึ่งล้านนิดๆ นับได้ว่าคะแนนของเด็กสาวเป็นสกอร์สูงสุดของวันนี้และอาจจะตลอดกาลเลยก็เป็นได้ 

 

“ ว้าๆ.....น่าเสียดาย หนูเคยทำได้ถึง 2 ล้านกว่าเลยนะ สงสัยรอบนี้พลาดบ่อยน่ะ แย่จัง แฮะๆ ” สาวน้อยพอเห็นคะแนนก็ออกอาการผิดหวังนิดๆ มือเกาหัวพลางแลบลิ้นร้องแฮะๆด้วยท่าทางที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู 

 

“ ว่าไงนะน้อง ทะ.....เธอเคยทำได้ถึง 2 ล้านกว่าๆเลยหรือ ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยผู้เป็นหัวหน้าสมาคมไถ่ถามแบบติดอ่าง สีหน้าฉายแววตื่นตกใจ

 

“ ค่ะ ” เด็กสาวตอบ งงๆ ประมาณว่าจะตกใจทำไมกับเรื่องแค่นี้ 

         

 

        หัวหน้าสมาคมร่างอ้วนเตี้ยหันกลับไปหามาวิน พลางกระซิบเบาๆที่ข้างหู 

 

“ พี่มาวิน ยอมแพ้เถอะ ยัยเด็กนี่สงสัยจะเป็นมนุษย์ต่างดาว เพลงค่อนข้างเร็วขนาดนี้ยังทำ “Perfect” ได้ถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์แหนะ แถมจบเกมยังมีหน้ามาบอกอีกว่าเกมนี้ทำได้ไม่ดี ”  

 

“ จะบ้าหรือ ยอมแพ้ก็ขายหน้าดิ ” มาวินโวย 

          

 

        ทันใดนั้นเองเสียงร้องเชียร์จากคนรอบข้างก็ดังขึ้น ดวงตาของคนเหล่านั้นแสดงออกถึงศรัทธาที่มีต่อฮีโร่ของเขาอย่างเต็มเปี่ยม 

 

“ มาวิน มาวิน มาวิน ” 

         

 

        มาวินกับหัวหน้าสมาคมสบตากัน เด็กหนุ่มหัวเขียวผายมือออกไปทางบุคคลที่รายล้อมรอบข้างพลางพูดกับตุ้ยนุ้ยด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆแต่แฝงแววจริงจังอยู่เป็นนัยๆ 

 

“ เห็นมั้ยล่ะ คนพวกนี้เขาเชื่อใจชั้นขนาดนี้ จะให้ชั้นยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ได้ไง ถ้าชั้นยอมแพ้ในเกมนี้ สมาคมเกมเมอร์เมืองกรุงของเราก็จบดิ จริงมั้ยเจ้าตุ้ยนุ้ย ”  

 

“ เอ่อ.....ครับ ” หัวหน้าสมาคมนามตุ้ยนุ้ยเริ่มเห็นจริงตามที่มาวินว่า 

 

“ เอาน่า เชื่อมือชั้นเถอะ ชั้นเคยแพ้หรือไงเล่า ” มาวินพูดเข้มๆด้วยอาการมาดมั่น ทั้งที่ในใจเขาไม่มั่นใจเลยแม้แต่น้อย 

 

“ เอ่อๆ....มันก็จริงครับ ” สีหน้าท่าทางของหัวหน้าสมาคมนั้นดูดีขึ้น แต่ยังดูไม่คลายความกังวลลงเท่าใดนัก 

 

“ ไปแล้วนะ เหอะๆ ” มาวินตบไหล่ตุ้ยนุ้ยเบาๆพร้อมหัวเราะแห้งๆ จากนั้นเขาก็ก้าวเดินออกมาที่ลานประหาร เอ๊ะ ไม่ใช่ ลานประลอง

 

“ มาวิน มาวิน มาวิน.... ” เสียงเชียร์ยังคงดังอย่างต่อเนื่องราวกับบ้าคลั่ง จนในที่สุดทุกคนก็เริ่มสงบลงเมื่อเด็กหนุ่มหัวเขียวยกมือปราม  

        

 

       เมื่อเด็กหนุ่มเห็นว่าเสียงเริ่มสงบลงบ้างแล้ว เด็กหนุ่มก็เปิดปากแจงด้วยเสียงที่ไม่ค่อยไม่ดังนักเพื่อเป็นการออกตัวก่อนการแข่ง 

 

“ จริงๆแล้วเกมท้าเต้นที่เราจะแข่งกันนั้น เป็นเกมที่ชั้นไม่เคยเล่นมาก่อน ดังนั้นแล้วชั้นจึงขอซ้อมเล่นซักครั้งก่อน ไม่ทราบว่าผู้ท้าชิงจะยอมมั้ย ” 

 

“ ให้โอกาสๆ...... ” เสียงฝูงชนกว่าครึ่งร้อยส่งเสียงเชียร์ 

 

“ ได้สิคะ หนูให้พี่ซ้อมก่อนเรื่อยๆจนกว่าพี่จะพร้อมเลย ” เด็กสาวพูดยิ้มๆแบบไม่ต้องคิดด้วยท่าทางที่ดูใสซื่อ บริสุทธิ์แบบเด็กน้อยที่ไร้พิษภัย 

 

“ ขอบใจมาก น้องสาว ” เด็กหนุ่มยิ้มแหยๆ ในใจคิดว่าถ้าสถานการณ์มันแย่สุดๆ เราก็แค่ขอซ้อมไปเรื่อยๆจนกว่าห้างปิด จะได้ไม่ต้องพ่ายแพ้ในเกมนี้ 

          

 

       เด็กหนุ่มขึ้นไปประจำที่อย่างเก้ๆกังๆบนแท่นประหาร เฮ้ยแท่นประลอง เด็กหนุ่มบังคับเท้าให้เลื่อนไปเลือกเพลง อุมารุ ซึ่งเป็นเพลงเดียวกับที่เด็กสาววัยใสเต้นเมื่อครู่ เวลาต่อมาก็ปรากฏเสียงหวานใสของสาวน้อยดังออกมาจากตู้เกม 

 

“ Ready ” 

 

“ เอื้อก ” เด็กหนุ่มหัวเขียวกลืนน้ำลายลงลำคอด้วยอาการตื่นกลัว 

 

“ Gooooo ”  

           

 

       สัญญาณเริ่มเกมดังขึ้น เสียงเพลงของการ์ตูนเด็กน้อยในฮู้ดลายตุ่นสีส้มอันชวนปวดหัวในความคิดของเด็กหนุ่มก็อุบัติขึ้น เด็กหนุ่มรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาฉับพลัน ในใจนึกประท้วง 

 

“ นี่มันไม่ใช่แนวของเราเลยนี่หว่า ” 

          

 

        และแน่นอนการเต้นเพียงครั้งแรกก็สร้างความฮือฮาให้กับฝูงชนได้เป็นอันมาก เพราะพอเริ่มเปิดหัวมาก็ “Bad” ระนาว  

          

 

        เด็กหนุ่มเต้นผิดจังหวะเพียบ แถมการกดปุ่มที่เท้าก็สับสน มีครั้งหนึ่งที่เด็กหนุ่มก้าวพลาดถึงกลับเหยียบเท้าตัวเองจนกลิ้งล้มลงไปโครมใหญ่ เล่นทำให้เด็กสาวหน้าใสวัย 13 ถึงกลับปิดปากหัวเราะด้วยความขบขัน แต่ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังไม่ยอมแพ้ เขารีบลุกขึ้นมาเต้นต่อในทันที แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยซักนิด ท่าเต้นของเขาถ้าไม่ช้าไปก็เร็วไป ไม่เร็วไปก็ออกไปคนละท่าเลย ถึงกระนั้นก็ถือว่าเขาทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย เพราะตอนนี้เด็กหนุ่มไม่ได้พลาดไปเหยียบเท้าตัวเองอีกแล้ว 

 

“ เฮ้อๆ.....แย่ว่ะ อ่อนว่ะ ” เริ่มปรากฏเสียงทอดถอนหายใจ เสียงสบถด่า เสียงเหยียดหยามดูถูกดังออกมาจากฝูงชนมากขึ้นเรื่อยๆ หัวหน้าสมาคมถึงกลับกุมขมับและเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นความเลอะเทอะที่เด็กหนุ่มหัวเขียวก่อขึ้น 

          

 

       ในที่สุดช่วงเวลาที่สุดแสนจะทรมานของเด็กหนุ่มหัวเขียวก็จบลง ผลสกอร์ที่ออกมาคือ…… 959 คะแนน 

 

“ โห นี่ก็สถิติใหม่เหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครทำคะแนนได้แย่ขนาดนี้มาก่อน ขนาดคนหัดใหม่ๆยังได้คะแนนเกินพันเลย ” เสียงฝูงชนเริ่มฮือฮากับสถิติด้านลบแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน  

 

“ แฮ่กๆ ” เด็กหนุ่มทรุดกายลงนั่งชันเข่า หลังพิงตู้เกมพลางส่งเสียงหอบเหนื่อยแบบคนสิ้นสภาพ 

          

 

       เด็กสาวเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่มพลางไถ่ถามเสียงอ่อยๆ สีหน้าของเธอฉายแววเป็นห่วงเป็นใยออกมาอย่างชัดเจน  

 

“ ยอมแพ้มั้ยพี่ หนูว่าพี่เล่นเกมเก่งนะแต่สำหรับเกมนี้ พี่คงไม่เหมาะกับมัน ” 

           

 

       ทันทีที่ได้ยินคำกล่าวของเด็กสาว คิ้วเรียวบางของเด็กหนุ่มเกิดอาการกระตุกขึ้นอย่างรุนแรง ทิฐิมานะอันเป็นพื้นฐานนิสัยเดิมของเด็กหนุ่มก็ลุกฮือขึ้นมา เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นหยัดยืนพร้อมส่งยิ้มแบบเครียดๆให้เด็กสาว ปากก็กล่าวเสียงสั่นๆที่มีเสียงบดฟันกรอดๆลอดออกมาเป็นระยะๆ 

 

“ ไม่มีทางหรอกน้อง พี่ยังเหลือโอกาสแก้มืออยู่นี่นา ” 

 

“ อืม..... เอางั้นก็ได้ค่ะ ตามใจพี่แล้วกัน ” เด็กสาวยกมือเป็นเชิงว่ายอมแพ้ เธอรู้สึกสงสารเด็กหนุ่มรุ่นพี่ผู้นี้เสียเหลือเกิน แต่จะทำไงได้ เด็กหนุ่มรุ่นพี่นายนี้ดูดื้อด้านเกินกว่าที่เธอจะทัดทานได้

 

“ เฮ้อ......จะไหวเร้อ แพ้แน่ๆ เล่นห่วยซะขนาดนี้ เป็นเซียนเกมภาษาอะไร ห่วย ” เสียงก่นด่า นินทาปนสมเพชเวทนาดังออกมาจากฝูงชนรอบด้านอย่างพร้อมเพรียง ถ้าคนจิตไม่แข็งมีหวังเตลิดกับสภาวการณ์เช่นนี้ได้ง่ายๆ 

          

 

       เด็กหนุ่มเดินมาที่ตู้เกมเพื่อเตรียมเลือกเพลง ภายในใจของเขากลับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงหันไปเอ่ยปากถามเด็กสาวร่างน้อยผู้เป็นคู่ต่อสู้ในทันที

 

“ น้องสาว ถ้าพี่จะขอเปลี่ยนเพลงจะได้มั้ย ” 

 

“ เอ ก็เปลี่ยนได้นี่คะ หนูยัง งง เลยว่าทำไมพี่ถึงไม่เปลี่ยนเพลง มาเต้นเพลงแนวผู้หญิงแบบหนูทำไม ” เด็กสาวพูด อาการของเธอดูงงอย่างจริงจังที่ทำไมเมื่อกี้เด็กหนุ่มถึงไม่ยอมเปลี่ยนเพลง

 

“ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆอยู่คนเดียว สีหน้าท่าทางของเขาเริ่มปรากฏความมั่นอกมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง 

          

 

       เด็กหนุ่มกดเท้าไปที่กระดานเซ็นเซอร์เพื่อทำการเลือกเพลง เด็กหนุ่มง่วนอยู่กับการหาเพลงอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเพลงที่หาก็ถูกค้นพบ เพลงนั้นคือ……… 

 

“ Around The World ” 

 

“ โห......จะไหวรึนั่น ” คนรอบข้างพากันฮือฮาขึ้นมาพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย สาเหตุที่ฮือฮาก็เพราะเพลงนั้นเป็นเพลงของวงร็อกระดับตำนาน และเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่เต้นยากที่สุด ด้วยตัวเพลงมีหลายจังหวะ มีทั้งช่วงหนักเบา เร็วช้า แถมบางครั้งยังมีจังหวะลากยาว ไม่ว่านักเต้นรายใดก็มักจะตกม้าตายในเพลงนี้อยู่เป็นประจำ ยิ่งเด็กหนุ่มหัวเขียวเพิ่งโชว์ฟอร์มห่วยกับเพลงที่ไม่ยากมากอย่างเพลง อุมารุจัง ยิ่งทำให้หลายคนเกิดความคิดที่ว่า....... 

 

“ แชมป์เกมกรุงเทพหน้าแหกแน่ ” 

 

“ พี่ ไหวรึเปล่า หนูให้พี่เปลี่ยนเพลงอีกครั้งก็ได้นะ ” สาวน้อยวัยใสถามด้วยท่าทีเป็นห่วง 

 

“ ไม่หรอก เพลงนี้แหละดีแล้ว ” เด็กหนุ่มยิ้มมุมปาก สีหน้าท่าทางดูมั่นอกมั่นใจแบบสุดๆ 

 

“ Ready ” เสียงสัญญาณดังขึ้น ภาพบนหน้าจอปรากฏเป็นหนุ่มฝรั่งร่างสันทัดที่ไว้ผมสั้นสีทอง ชายผู้นี้กำลังอยู่ในชุดเปลือยท่อนบน กางเกงขาสามส่วนสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ เขาผู้นั้นยืนเก๊กท่าเท่ๆอยู่อย่างเดียวดาย ฉากหลังเป็นภาพทะเลทราย มีลูกไฟวิ่งพุ่งขึ้นมาจากพื้นเป็นระยะ 

 

“ Gooooo ”  

          

 

       สิ้นเสียงสัญญาณมีเสียงกีตาร์ดังยาวสามสี่ทีพร้อมสัญลักษณ์ลูกศรซ้ายขวาขึ้นมาตามจังหวะเพลง แน่นอนเด็กหนุ่มสร้างเสียงฮือฮาได้ในทันทีด้วยการกดเท้าขยับตามสัญลักษณ์ได้ทันจนได้ “Prefect” ทุกดอก  

 

“ ใช่เลย นี่แหละ มาวิน ” ทันทีที่ตุ้ยนุ้ยได้เห็นสีหน้าท่าทางของเด็กหนุ่ม เขาก็เริ่มใจชื้นและยิ้มออกมาได้ เพราะนี่คือสีหน้าในยามที่เริ่มเอาจริงแบบสุดกำลังของเด็กหนุ่มหัวเขียว

           

 

        ในจังหวะต่อมาเกิดพายุดนตรี เสียงเพลงระรัวถี่ยิบแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง กลอง เบสดังกระจาย พร้อมสัญลักษณ์ลูกศรปรากฏขึ้นมาให้เหยียบแบบถี่ยิบแต่เด็กหนุ่มกลับแสดงสเต็ปแบบเท้าไฟจนเหยียบเท้าไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว พริบตานั้นเองเด็กหนุ่มหัวเขียวก็แหกปากยาวระบายอารมณ์ราวกับองค์ลงเล่นเอาสาวน้อยและคนดูเกิดอาการผวา 

 

“ อ้า......... ” 

         

 

       เด็กหนุ่มแหกปากพร้อมรัวเท้ากับพื้นได้ไม่นาน เสียงกีตาร์ที่ดังเป็นจังหวะสั้นสลับยาวอย่างฉับพลันก็ปรากฏขึ้นมา ทว่าเด็กหนุ่มก็ยังคงย่ำเท้าตามลูกศรบอกทิศได้ถูกต้องอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เด็กสาวที่ยืนมองอยู่ถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ดวงตากลมโตๆของเธอเหลือบมองคะแนนที่พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆด้วยอาการตื่นตกใจ 

           

 

       แต่ทันใดนั้นเอง งานยากๆสำหรับเด็กหนุ่มก็อุบัติขึ้น เมื่อตัวละครชายในจอภาพกลับออกท่าเต้น ท่วงท่าของเขาดูแปลกประหลาดไม่เหมือนใคร มีการขยับมือซ้ายขวาขึ้นลงแบบประหลาดและพริ้วไหวราวกับไร้กระดูก ส่วนเอวขามีการโยกเพียงเล็กน้อยด้วยท่วงท่าแบบเดียวกับมือ 

           

 

       เสียงเพลงสูงต่ำ ช้าเร็วสลับท่าเต้นประหลาดดังขึ้นเป็นระยะจนชวนให้คนทั่วไปปวดหัว แต่ไม่ใช่กับเด็กหัวเขียวที่บัดนี้เหมือนกับว่านักร้องนำวง Red Hot Chili peppers จะเข้าสิงเขาไปซะแล้วเพราะเขาสามารถเต้นตามท่าทางที่ปรากฏบนหน้าจอได้ถูกต้องเเบบเป๊ะๆ สเต็ปการกดเท้าก็เพอร์เฟค ราวกับว่าจังหวะดนตรีของเพลงนี้จะอยู่ในหัวของเขา 

          

 

       ถึงช่วงท้ายๆของเพลง จังหวะเริ่มเร่งร้อนและยาวนานมากยิ่งขึ้น เด็กหนุ่มต้องกดเท้าให้ตรงสัญลักษณ์พร้อมกระโดดโลดเต้นเป็นลิงเป็นค่างตามตัวละครบนหน้าจอไปด้วย เรียกได้ว่ามันยากซะจนไม่น่าจะมีใครทำได้ แต่เด็กหนุ่มหัวเขียวกลับทำได้อย่างไม่ขัดเขิน ดูให้ดีเหมือนเขากำลังเต้นไปยิ้มไปอย่างมีความสุขอยู่เสียด้วยซ้ำ  

          

 

       จนในจังหวะสุดท้ายของเกม ภาพตัวละครในจอกลับกระโดดตีลังกาด้านข้างแล้วพลิกกลับมายืนที่เดิม เด็กหนุ่มไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาเทกตัวกระโดดตีลังกาตามตัวละครในทันทีพร้อมทิ้งตัวลงหยัดยืนอย่างมั่นคงเหมือนกับตัวละครในจออย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

 

“ โอ้ว....... แปะๆ...... ” เสียงฮือฮาพร้อมเสียงปรบมือจากผู้คนที่มุงดูการต่อสู้ร่วมร้อยกว่าคนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง  

          

 

       เด็กสาวทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่า เธอไม่เหลือบแลดูคะแนนที่ปรากฏขึ้นมาแม้แต่น้อย ด้วยเธอรู้อยู่แก่ใจว่าเธอไม่มีทางสู้เด็กหนุ่มหัวเขียวคนนี้ได้เลย แน่นอนว่าคะแนนของเด็กหนุ่มหัวเขียวที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอนั้นก็ทิ้งห่างคะแนนของเด็กสาวจริงตามที่คาด 

 

“ โหๆ......บ้าไปแล้ว เทียบสถิติแชมป์โลกคนปัจจุบันได้เลยมั้งนี่ คะแนนตั้ง 2,540,790 ” กลุ่มคนในฝูงชนฮือฮา 

 

“ ฮะๆ มันมากๆเลย โคตรชอบเพลงนี้เลยว่ะ ” เด็กหัวเขียวผู้มีเพลงร็อคอยู่ในหัวใจรับผ้าเช็ดหน้าจากหัวหน้าสมาคมร่างอ้วนเตี้ยเพื่อซับเหงื่อ สายตาเขาเหลือบไปเห็นท่าทีของเด็กสาวในตอนนี้ หน้าของเด็กหนุ่มก็บังเกิดหมองลงอย่างฉับพลันเพราะสภาพของเด็กสาวในตอนนี้ดูจิตตกจนน่าสงสารเป็นที่สุด

 

“ เออ.....พี่ขอโทษที เกมนี้ถือว่าเราเสมอก็แล้วกัน เพราะเราต่างผลัดกันแพ้ชนะคนละทีนี่นะ เหอๆ ” เมื่อเห็นสภาพน่าสงสารเช่นนี้ เด็กหนุ่มก็เริ่มกวนประสาทไม่ออก เขาเดินมาจับไหล่ของเด็กสาวแล้วกล่าวปลอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน 

           

 

        ทันใดนั้นเองก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เด็กสาวที่ดูท่าทางหมดอาลัยตายอยากกลับพลันลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นด้วยอาการร่าเริงอย่างฉับพลัน ใบหน้าสดใสน่ารักและอ่อนเยาว์เกิดแย้มยิ้มออกมาสุดหล้าจนแก้มป่อง ปากก็ร้องดังเสียงใส 

 

“ เย้ๆ......ในที่สุดก็มีคนชนะเราแล้ว เย้ๆ..... ” 

 

“ เอ่อ......ขอโทษนะ คือเอ่อ.....มันเกิดอะไรขึ้นหรือ ” มาวินทำหน้า งุนงง พร้อมไถ่ถามเสียงอ่อยเพราะเขาตามอารมณ์ของเด็กสาวไม่ทัน

 

“ คืองี้ พี่มาวิน หนูน่ะเล่นเกมนี้มาได้ปีกว่าแล้ว หลังๆหนูไม่เคยทำแต้มได้ต่ำกว่าล้านห้าแสนเลย เคยได้สูงสุดก็สองล้านนิดๆ และหนูเชื่อมั่นนิดๆว่า ในประเทศนี้ไม่น่าจะมีใครสู้หนูได้แล้ว แต่ว่า…. ” เด็กสาวแจงเสียงสั่นด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้น 

 

“ ว่า….” เด็กหนุ่มถามต่อ เพราะเขาเองก็เริ่มอยากรู้สาเหตุความวิปริตของเด็กสาวขึ้นมามั่งแล้ว 

 

“ พี่ก็ชนะหนูได้ พี่ทำให้หนูปลื้มสุดๆ แล้วอีกอย่างพี่รู้มั้ยคะว่าเอ่อ......” เด็กสาวพูดถึงตรงนี้ก็เกิดอาการแปลกๆ เธอเอาแต่หลบหน้าไม่ยอมสบตากับเด็กหนุ่ม  

 

“ ว่าอะไร ” เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลกๆ มันต้องมีอะไรที่แย่มากๆตามมาแน่ 

 

“ หนูแอบชอบพี่มานานแล้ว ชอบมาตั้งแต่ได้ดูพี่แข่งเล่นเกมในทีวีเมื่อปีที่แล้ว ดังนั้นมาเป็นแฟนกับหนูเถอะ ” เด็กสาวกลั้นใจตอบเสียงดังลั่น ใบหน้าเล็กๆของเธอแดงก่ำด้วยความเขินอาย 

           

 

        ความเงียบมาเยือนบริเวณรอบโซนเกมอยู่อึดใจใหญ่ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีรายการสารภาพรักกันกลางห้างแบบนี้  

 

“ แล้ว เอ่อ….” เด็กหนุ่มหัวเขียวจอมเกรียนพูดติดๆขัดๆ เขาเองก็ตั้งตัวไม่ติดเหมือนกัน สาวน้อยคนนี้รุกไล่เขาเร็วเหลือเกิน

 

“ หนูชื่อ แตงไทย ค่า...... ” เด็กสาวประกาศนามของตนเองด้วยท่าทางที่ยังคงขวยเขิน 

 

“ เอ่อ....ใช่ๆ อ่อ ขอบใจนะ ” เด็กหนุ่มตอบตามน้ำ ในใจคิดว่า.....ไม่ได้อยากจะถามชื่อซักหน่อย 

 

“ แต่....แต้..... แต่.....แต้.....” หลายคนเริ่มแซวด้วยการส่งเสียงเพลงงานแต่งออกมาจากปาก ทำเอาสองหนุ่มสาววัยสะรุ่นที่เป็นคู่กรณีเกิดอาการเขินอายหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว 

 

“ เฮ้ย มะ.....ไม่ใช่ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวพยายามโบกมือปัดไปมา ทว่าเขากลับรู้สึกได้ว่ามีแขนบอบบางสองข้างมาโอบคล้องแขนของเขาอย่างแผ่วเบา และเมื่อเขาหันกลับมามอง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของสองแขนบางที่คล้องแขนของเขาอยู่ในตอนนี้ก็คือ.....สาวน้อยแตงไทย แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ......การที่สาวน้อยแตงไทยค่อยๆโน้มเอียงศีรษะลงมาที่บ่าของมาวิน

 

“ เหวอ....ยะ.....อย่า ” เด็กหนุ่มถึงกลับแดงซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า ดวงตาที่เรียวเล็กก็แทบจะปิดไปในทันทีด้วยความอายที่มากมาย ตัวเเข็งเกร็งไปทั่วทั้งร่าง 

 

“ เย้......แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย ” เสียงเชียร์ดังจากผู้คนเกือบร้อยเฮออกมาพร้อมๆกัน 

 

“ แต่งเลยตามคำยุดีมั้ย พี่มาวิน ” เด็กสาวกระซิบถามเสียงใสพร้อมรอยยิ้มที่หวานหยาดเยิ้ม 

 

“ เฮ้ยๆ เดี๋ยวนี่....เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ไม่นะไม่.... ” เด็กหนุ่มพยายามปฏิเสธและดึงรั้งสองแขนของเด็กสาวออกจากแขนของตนเอง แต่เด็กสาวกลับขัดขืนและดื้อดึงที่เกาะแขนอยู่อย่างต่อเนื่อง

          

 

        ทันใดนั้นเองก็ปรากฏเสียงห้าวใหญ่ดังขึ้นกลางวงล้อมผู้คนอย่างรุนแรง 

 

“ หยุดก่อน ชั้นไม่ยอมรับเรื่องนี้ ”

         

 

        เสียงนั้นทรงอำนาจมากจนถึงขนาดที่ทำให้เสียงฝูงชนสงบเงียบลงในทันที 

        

 

         ทุกคนหันไปมองตามเสียง ซึ่งพวกเขาก็พบว่าเจ้าของเสียงทรงอำนาจนายนี้ก็คือ.....ชายหนุ่มผู้หนึ่งเขามีรูปร่างสูงใหญ่กำยำซะจนน่าจะจับไปเล่นรับบี้เป็นอย่างยิ่ง เขาเป็นคนผิวดำแดง หน้าเหลี่ยม จมูกบี้ ดวงตาพองโต ผมสั้นเกรียนติดหนังหัว เขาซ่อนร่างอัดแน่นกล้ามเนื้อในชุดเอี๊ยมหมีแบบยีนส์สีดำ การแต่งตัวแบบนี้ดูไปแล้วชวนตลกมากกว่าน่ารักอยู่ไม่ใช่น้อย ด้านหลังของเขาปรากฏกายของหนุ่มแห้งในชุดคาวบอยผู้ที่เพิ่งแพ้เด็กหนุ่มหัวเขียวไปหมาดๆ

 

“ จัดการมันเลย พี่ใหญ่ อย่าให้เสียชื่อ 3 เทพเมืองสุพรรณ ” เด็กหนุ่มร่างผอมในชุดคาวบอยเจ้าของฉายา “เเห้งปืนเทพ” เปิดปากด้วยน้ำเสียงแหบแห้งที่เชิญชวนหาเรื่องเป็นอย่างยิ่ง

 

“ พี่ขนุน ” ทันทีที่เด็กสาวนามแตงไทยเห็นเจ้าของเสียงร่างใหญ่ยักษ์ เธอก็ออกปากขนานนามผู้มาเยือน

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา