The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  33 LV
  4 วิจารณ์
  1,846 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

4) คุณคือโคบาล

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 4 คุณคือโคบาล

 

        ขณะนั้นบรรยากาศในโซนเกมดูจะมาคุยังไงชอบกล ทุกอย่างดูตึงเครียดและร้อนระอุ ขนาดมีคนรายล้อมเกินกว่าครึ่งร้อยแต่ความเงียบก็ยังเข้ามาเยี่ยมเยียนได้ ทุกสายตาจับจ้องมายังกลางวงที่มีคู่กรณีประมาณสามสี่คนยืนอยู่ 

         

 

        หนึ่งในคนกลุ่มนั้นคือเด็กหนุ่มร่างเล็กไว้ผมรากไทรที่มีทรงผมด้านหน้าเสยตั้งเป็นกะบังแถมย้อมสีเขียวสดทั่วทั้งหัว ข้างๆของเด็กหนุ่มผู้นั้นมีเด็กสาววัยแรกรุ่นร่างกะทัดรัดที่ท่าทางน่ารัก น่าเอ็นดูคอยคล้องแขนเกาะแกะอยู่ไม่ห่าง ส่วนฝ่ายที่ยืนประจันหน้ากับหนุ่มสาวคู่นั้นก็คือหนึ่งชายหนุ่มผู้มีร่างสูงใหญ่ล่ำสัน ใบหน้าบู้บี้ และมีผิวดำมะเมื่อม ด้านหลังของหนุ่มร่างใหญ่มีหนุ่มร่างผอมซีดในชุดคาวบอยคอยคุมเชิงอยู่ไม่ห่าง 

 

“ ปล่อยน้องชั้นเดี๋ยวนี้ ” ชายร่างใหญ่ผู้มีผิวดำปานหมึกตะโกนดังลั่น เสียงนั้นทั้งกังวาน เข้มขึ้งและดุดันผสมผสานกันไป

 

“ เอ่อ….น้องของนายก็คือ…..เด็กคนนี้หรือ ” มาวินทำหน้างงๆพร้อมชี้มือไปที่เด็กสาวซึ่งกำลังเกาะกุมแขนของเขาอยู่

 

“ เออ นั่นแหละ น้องชั้น แกรีบปล่อยตัวน้องสาวของชั้นได้แล้ว ” ชายร่างยักษ์คำรามลั่น

       

 

        มาวินเกิดอาการสตั้นไปหลายอึดใจ เขาแอบคิดภายในใจว่านี่น่าจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลกเป็นแน่แท้ เพราะไม่ว่าจะมองในมุมไหนก็ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งสองนั้นจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ มันช่างแตกต่างกันอย่างมากมายราวกับโฉมงามกับเจ้าชายอสูรแบบไม่มีผิดเพี้ยน 

 

“ เอ้า จะปล่อยน้องชั้นได้รึยัง ” ยักษ์ใหญ่ย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเครียดขึ้งจนทำให้มาวินตื่นจากภวังค์และตอบโต้กลับไปด้วยท่าทางเพลียๆจากความเหนื่อยอ่อนทางจิตใจ

 

“ เฮ้อ…..ว่าตามจริงแล้ว ชั้นเองก็อยากปล่อยน้องนายนะ แต่ว่าดูนี่สิ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวพูดจบก็ชักแขนข้างที่โดนคล้องยื่นไปข้างหน้า ตัวเด็กสาวร่างเล็กผู้ไว้ผมบ็อบสั้นแบบเด็ก ม.ต้น ก็ถลาไปข้างหน้าตามแรงเหวี่ยงเเต่แขนทั้งสองข้างของเธอก็ยังคงเกาะติดแขนของเด็กหนุ่มได้อย่างเหนียวแน่นชนิดที่ตุ๊กแกยังอาย 

 

“ ฮึ่ม ปล่อยแขนเดี๋ยวนี้นะ ยัยแตงไทย ” ยักษ์ใหญ่เต้นพร้อมร้องสั่งน้องสาวของตนเอง 

 

“ ไม่ปล่อย ” เด็กสาวแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชายร่างโต พลางกล่าวปฏิเสธเสียงแหลมใส 

 

“ จะปล่อยหรือไม่ปล่อย ” ชายร่างยักษ์ผิวดำเริ่มหน้าแดง ขวัญออกหูด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว 

 

“ ไม่มีทาง ” เด็กสาวที่เกาะแขนร้องปฏิเสธเสียงแข็งอีกครั้ง 

 

“ เล่นมันเลย พี่ขนุน ” หนุ่มแห้งด้านหลังตะเบ็งเสียงเพื่อก่อหวอด 

 

“ ถามเป็นครั้งสุดท้าย จะปล่อยหรือไม่ปล่อย ” ชายร่างยักษ์งัดแขนเสื้อขึ้นเพื่อเตรียมประจัญบาน 

 

“ ไม่ ” เด็กสาวลั่นคำเสียงแหลม สองแขนของสาวน้อยเกาะกุมแขนเล็กๆของมาวินแน่นยิ่งกว่าเดิมอีกเท่าตัว 

 

“ ลุยเลย เพ่ ” หนุ่มแห้งยุอีกคำรบเพื่อหวังให้เกิดการวิวาทที่รุนแรง

 

“ ชั้นปล่อยแล้วนะ นายไม่เห็นรึไง ” คราวนี้เป็นฝ่ายเด็กหนุ่มหัวเขียวพูดมั่ง ดวงตาเล็กเรียวหยีลงเพราะความกลัวที่จะโดนบาทาของชายร่างยักษ์ผู้หวงน้องสาว  

 

“ ดี งั้นเจอนี่ ” หนุ่มร่างยักษ์ย่างสามขุมเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว  

 

“ เหวอ…….” เด็กหนุ่มหัวเขียวเอามืออีกข้างที่ว่างปิดป้องใบหน้าของตัวเอง ดวงตาเล็กเรียวปิดสนิท เพราะคิดว่ายังไงเขาก็ไม่น่ารอดจากฝ่าเท้าของหนุ่มร่างยักษ์ผู้นี้เป็นแน่ เสียงฝูงชนรอบข้างเริ่มฮือดังขึ้นเพราะทุกคนคาดว่างานนี้ต้องนองเลือดแน่ๆ  

          

 

        แต่ทว่าเวลาผ่านไปหลายวินาที เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ยังคงอยู่ดีมีสุข และยังไม่ได้รับประทานขนมตุ้บตั้บตามที่คาด 

         

 

        ในตอนนั้นหูของมาวินรับรู้ได้ถึงความเงียบที่เข้ามาเยือน แม้กระทั่งเสียงฮือฮาก็หายไป เขาจึงค่อยลืมตาขึ้นดูอย่างช้าๆ สิ่งที่เขาเห็นในลำดับแรกก็คือ…..ใบหน้าเหี้ยมเกรียม กรามใหญ่ล่ำสันของชายร่างยักษ์ที่ยื่นเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาชนิดที่แทบจะได้กลิ่นลมหายใจของกันและกัน 

 

“ เหวอ……. ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตกใจสุดขีดถึงขั้นทรุดกายล้มลงไปนั่งกับพื้นในทันทีโดยมีเด็กสาวร่างเล็กร่วงหล่นลงไปนั่งก้มจ่ำเบ้ากับพื้นตามเขาไปอีกคน  เขารู้สึกตกใจมากเนื่องด้วยหน้าตาของชายหนุ่มผู้นี้เลวร้ายจนเข้าขั้นน่ากลัว แถมใบหน้านั้นยังดันมาประชิดติดกับใบหน้าของเขาเสียอีก อีแบบนี้ให้เขาโดนหนุ่มร่างยักษ์ผู้นี้กระทืบซะให้ดาวดิ้นยังจะดีซะกว่าที่ต้องมาเจออะไรหลอนๆแบบนี้

         

 

        ชายหนุ่มร่างยักษ์ผิวดำแดงมีท่าทีไม่สนใจอาการตื่นตกใจของเด็กหนุ่มหัวเขียว เขาเปิดปากพูดน้ำเสียงเรียบเฉยว่า 

 

“ ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ เรามาตัดสินกันด้วยเกมดีกว่า ” 

 

“ ฮะๆ……ตกลงก็ได้มั้ง ” มาวินหัวเราะแฮะๆพร้อมยิ้มแหยๆให้ คงไม่มีทางอื่นใดให้เขาเลือกอีกแล้วในสถานการณ์แบบนี้

 

………………………

         

        กลุ่มคนกว่าครึ่งร้อยเฮโรไปรวมตัวกันหน้าคอกเกมขนาดใหญ่คอกหนึ่ง ซึ่งน่าจะกินพื้นที่การเล่นกว้างถึง 8 ×8 เมตรเลยทีเดียว บนพื้นโดยรอบในคอกนั้นบุเบาะพลาสติกนิ่มๆสำหรับการล้มตัว คอกกั้นทำด้วยยางซึ่งล้อมรอบทั้งสี่ด้านของคอก ตรงกลางคอกปรากฏกระทิงไม้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ หน้าตาท่าทางของมันดูดุดันไม่แพ้กระทิงเปลี่ยวตัวเป็นๆเลยทีเดียว 

 

“ เออ ตกลงเราจะแข่งไอ้นี่จริงๆน่ะเหรอ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวทำหน้าเหลอ 

 

“ ใช่ นายเป็นเซียนเกมไม่ใช่หรือ นายก็น่าจะเล่นเก่งทุกเกมสิ ” ชายร่างยักษ์พูด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูกดดันคู่สนทนาอยู่ไม่ใช่น้อย 

 

“ ก็จริงอยู่นะ แต่ว่าเกมที่ชั้นเล่น เอ่อ……มันไม่ใช่แนวนี้ ” เด็กหนุ่มตอบกลับแบบกล้าๆกลัวๆ เพราะขนาดตัวของคู่สนทนานั้นใหญ่กว่าเขามาก เมื่อทั้งสองมายืนคู่กัน มาวินก็รู้สึกว่าตัวเขาน่าจะสูงเพียงแค่ระดับหน้าอกของชายร่างใหญ่ผู้นี้เท่านั้น       

 

“ แต่มันก็คือเกมและนายคือเกมเมอร์อันดับหนึ่งของเมืองกรุง นายต้องเล่นเก่งทุกเกมสิ ” ชายร่างยักษ์ตวาดย้ำอีกครั้งพร้อมทำท่าเบ่งกล้ามโชว์ด้วยอาการข่มขู่ 

 

“ ครับๆ เล่นก็เล่น ” เด็กหนุ่มตอบรับคำท้าทายแบบไม่เต็มใจด้วยความกลัวเกรง 

 

“ ดีมาก งั้นเราทำข้อตกลงกันก่อน ถ้าชั้นชนะ นายต้องเลิกยุ่งกับน้องชั้น เข้าใจมั้ย ” ยักษ์ใหญ่เปิดเงื่อนไข ท่าทางเหมือนจะบอกว่ารับเงื่อนไขนี้ซะถ้าไม่อยากตาย 

 

“ ได้เลย แต่ถ้าพี่มาวินชนะ พี่ต้องเลิกยุ่งกับเรื่องของเรา ตกลงมั้ย ” เด็กสาวหน้าใสที่ยังคงคล้องแขนของมาวินอยู่ทำการตกลงเงื่อนไขให้เสร็จสรรพโดยไม่ได้ถามความยินยอมจากมาวินที่ยืนมึนอยู่เลยแม้แต่น้อย 

 

“ โอเค ตกลงตามนั้น งั้นชั้นขอเป็นฝ่ายเริ่มเกมก่อน ” ชายร่างยักษ์พูดจบ เขาก็เริ่มก้าวขึ้นสู่สังเวียน แต่ก่อนที่เกมจะเริ่ม เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยผู้เป็นหัวหน้าสมาคมก็โผล่กายออกมาอย่างฉับพลันเพื่ออธิบายตัวเกมอย่างชำนาญ 

 

“ เกมที่จะเล่นต่อไปนี้คือเกม “ผมคือโคบาล” ซึ่งเป็นเกมที่เหล่าเกมเมอร์ตัวจริงไม่นิยมเล่นกันเนื่องด้วยมันเป็นเกมที่ต้องใช้กำลังกายเป็นอันมาก หลักง่ายๆอย่างเดียวของเกมคือ ผู้เล่นต้องขึ้นไปนั่งคล่อมบนกระทิงไม้ที่อยู่กลางสังเวียน จากนั้นกระทิงไม้ตัวนั้นก็จะกระดกและหมุนไปมาเพื่อสะบัดให้ผู้เล่นตกจากหลังของมัน หลังจากนั้นความเร็วความแรงในการสะบัดของกระทิงไม้ก็จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้เล่นต้องทำยังไงก็ได้ให้เกาะอยู่บนหลังกระทิงไม้ได้นานที่สุด ใครอยู่นานที่สุด คนๆนั้นคือผู้ชนะ 

         

 

        เด็กหนุ่มหัวเขียวหันมาหยีตามองหัวหน้าสมาคมแวบนึงด้วยสายตาที่ฉายแววดูแคลนนิดๆ หลังจากนั้นเขาก็เปิดปากถามเรียบๆ 

 

“ เมื่อกี้นายไปไหนมา ” 

 

“ อะ……เอ่อ……ผมปะ…….ไปเข้าห้องน้ำมา ฮะๆ ” หัวหน้าสมาคมตอบตะกุกตะกักพลางหัวเราะเบาๆเป็นการแก้เขิน

 

“ ตลอดเลย มีเรื่องทีไร แกหนีทุกที ” เด็กหนุ่มหัวเขียวส่ายหน้าช้าๆด้วยความระอา 

 

“ ฮะๆ ตุ้ยนุ้ยไม่สู้คน ” หัวหน้าสมาคมหัวเราะแห้งๆพลางก้มหัวเชิงขอโทษ ทำเอามาวินอ่อนอกอ่อนใจจนด่าต่อไม่ลง 

          

 

       ชายร่างยักษ์ไปนั่งคล่อมบนกระทิงไม้ ท่าทางการคล่อมตัวบนกระทิงไม้ของเขาช่างดูทะมัดทะแมงราวกับว่าเขาคือยอดโคบาลผู้ยิ่งใหญ่ ทันทีที่ชายหนุ่มร่างยักษ์ผู้นั้นประจำที่ ปากหนาๆของเขาก็เปิดออกมาเพื่อให้สัญญาณ 

 

“ เริ่มได้ ”                                         

          

 

       ทันทีที่เขาให้สัญญาณ กระทิงไม้ตัวนั้นก็เริ่มเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถเกาะหลังมันได้โดยง่าย เมื่อเวลาผ่านไปได้เพียงนาทีเดียว มันก็เริ่มกระดกตัวขึ้นลงด้วยจังหวะที่แรงขึ้นคล้ายกระทิงเปลี่ยวที่แสนดุ ถึงกระนั้นข้อมือแกร่งทั้งสองข้างของหนุ่มร่างยักษ์ก็ยังคงเกาะเกี่ยวรอบคอของกระทิงเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ใบหน้าของเขายังคงยิ้มละไมราวกับกำลังเดินชมสวนอุทยานที่แสนสวยงาม บ่งบอกได้ว่าแค่นี้มันเบเบสำหรับเขา 

          

 

       เวลาผ่านไปราวสองนาที กระทิงไม้เจ้าปัญหาเริ่มกระดกเร็วและแรงขึ้น แต่ชายร่างยักษ์ยังเอาอยู่ ทว่าสีหน้าของเขาเริ่มเบ้เล็กน้อย พอย่างเข้านาทีที่สาม กระทิงไม้เริ่มหมุนไปมาช้าสลับกับการกระดกขึ้นลงอย่างแรง การหมุนตัวของมันชวนให้ผู้เล่นเวียนหัวเป็นอย่างยิ่ง การหมุนเวียนเป็นวงกลมของกระทิงไม้จะสลับซ้ายทีขวาทีอย่างละหนึ่งรอบและเมื่อผ่านนาทีที่สี่ขึ้นไปการหมุน การเหวี่ยงของกระทิงไม้ยิ่งรุนแรงและคาดเดาได้ยากมากขึ้น  

          

 

       ใบหน้าชายร่างยักษ์ในตอนนี้ดูบูดเบี้ยว แขนแกร่งล่ำสันของเขาเริ่มมีเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาเพราะเขาออกแรงเกร็งกำลังข้อแขนมากเกินไป กำลังของชายหนุ่มถดถอยลงเรื่อยๆจนน่าจะถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว แต่ทว่าไอ้กระทิงไม้จอมโหดก็ยังไม่คลายความบ้าคลั่งลงเลยซักนิด ตรงกันข้ามมันกลับยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว จนในที่สุด…… 

 

“ โครม ” 

          

 

       เสียงกระแทกคล้ายเสียงของหนักๆร่วงกระทบพื้นดังขึ้น เสียงนั้นเป็นเสียงร่างใหญ่ๆของชายหนุ่มร่างยักษ์ที่กระแทกเข้ากับเบาะรองรับแรงกระแทกในคอกเกม  

 

“ โห…..ทำเวลาได้ตั้ง 5.10 นาที กำลังมหาศาลสุดๆเลย ” เสียงฮือฮาจากผู้คนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพราะเกมนี้แม้กระทั่งนักกีฬารักบี้มาลองเล่นยังทำเวลาได้แค่ 4 นาทีกว่าๆเอง ส่วนคนธรรมดาทั่วไปทำเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 นาทีเพียงเท่านั้น 

 

“ ว่าไง ตานายแล้ว ” ชายร่างใหญ่ผิวดำ ยิ้มฟันขาวให้มาวิน เล่นเอาเด็กหนุ่มหัวเขียวเกิดอารมณ์สยอง 

 

“ เฮือก ” มาวินกลืนน้ำลายลงคอ เขาเคยเล่นเกมนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว เขาทำเวลาได้แค่สองนาทีนิดๆเท่านั้น แน่นอนเขาไม่ชอบมันเลยเพราะมันเป็นเกมที่ต้องใช้กำลังจากข้อแขนเป็นอันมาก คนร่างเล็กเพรียวอย่างเขายังไงก็ไม่น่ามีจุดเด่นด้านพละกำลังอยู่แล้ว มันจึงเป็นเกมที่เขาไม่ถนัดเอามากๆ 

 

“ แล้วเราจะเอาอะไรไปชนะวะเนี่ย ก็ไอ้หมอนั่นมันแรงควายซะขนาดนั้น ” เด็กหนุ่มหัวเขียวนิ่งคิด สีหน้าวิตกกังวล 

 

“ มาวิน มาวิน มาวิน มาวิน ” เสียงเชียร์จากฝูงชนดังลั่นทั่วโซนเกม ทุกคนอยากเห็นปาฏิหาริย์ของเกมเมอร์มือหนึ่งอีกครั้ง 

          

 

       เด็กหนุ่มหัวเขียวทำหน้าแหยๆพลางหันไปสบตากับเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยผู้เป็นหัวหน้าสมาคม พอสายตาสบกันหนุ่มอ้วนรู้ได้ในทันทีว่า “ เกมนี้เตรียมหน้าแหก ” 

 

“ หมดมุกแล้วว่ะ ตุ้ยนุ้ย และขอโทษด้วยนะพี่น้องทั้งหลายที่ต้องเสียแรงเชียร์ ไปแพ้ให้มันทุเรศน้อยที่สุดดีกว่า เฮ้อๆ…… ” เด็กหนุ่มทอดถอนใจ พลางเดินเข้าไปประจำตำแหน่งเพื่อแข่งกับ “นายขนุน” ผู้เป็นยอดเซียนเกมเมืองสุพรรณคนสุดท้าย 

           

 

       เด็กหนุ่มหัวเขียวกระโดดขึ้นหลังกระทิงไม้แบบกล้าๆกลัว ท่าทางของเขาดูไม่ทะมัดทะแมงเหมือนชายร่างยักษ์เอาซะเลย แต่ถึงกระนั้นสายตาทุกคู่ของคนดูก็ยังจับจ้องมองเขาอย่างมีความหวัง คนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่อยากเห็นสิ่งมหัศจรรย์จากตัวของเด็กหนุ่มเหมือนเมื่อตอนที่แข่งเกมประลองท้าเต้น ชายร่างยักษ์ยืนกอดอกมองคู่ต่อสู้ สีหน้าท่าทางของเขาดูจะมั่นใจว่าตนเองน่าจะชนะในเกมนี้แน่เพราะเมื่อเขาสังเกตท่าทางและหน่วยก้านของเด็กหนุ่มหัวเขียวในยามที่ขึ้นคล่อมกระทิงไม้ เขารู้ได้โดยทันทีเลยว่าเด็กหนุ่มหัวเขียวผู้นี้เป็นเพียงโคบาลมือใหม่ 

 

 “ ฟูด ” เสียงเครื่องจักรในตัวกระทิงเปลี่ยวร้องคำราม เด็กหนุ่มหัวเขียวเกิดสะดุ้งตกใจเพราะขวัญลอยอยู่ก่อนแข่งแล้ว เล่นเอาตัวเขาเกือบถลาตกลงไป ยังโชคดีที่มือซ้ายของเขาสามารถคว้าจับคอกระทิงไม้ไว้ได้ก่อน 

         

 

        จากนั้นก็เหมือนเดิมกระทิงไม้เริ่มอุ่นเครื่องด้วยการขยับไปมาอย่างช้าๆ เด็กหนุ่มหัวเขียวยังทนได้แต่สีหน้ากลับดูไม่ค่อยสู้ดีนัก 

         

 

       ต่อมากระทิงไม้เริ่มโยกกระดกขึ้นลงอย่างช้าๆ เด็กหนุ่มหัวเขียวโอบสองแขนกอดเข้าไปที่รอบคอกระทิงไม้แน่น เวลาผ่านไปเกือบสองนาที ความแรงในการกระดกมีมากขึ้นจนกายของเด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มกระดกไปตามแรงสะบัด แต่เขายังคงฝืนแรงสุดกำลังเพื่อรัดแขนไว้ที่คอของกระทิงไม้ ทว่าด้วยกำลังที่น้อยนิดของเขาจึงทำให้แขนที่คล้องคอกระทิงไม้ค่อนข้างหมิ่นเหม่กับการหลุดร่วง  

 

“ เย้ เก่งมาก ทนไว้ สู้เขาๆ ” แตงไทยกับตุ้ยนุ้ยส่งเสียงเชียร์คู่กัน 

          

 

       เมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่นาทีที่สาม ก็ได้เวลาของการสะบัดซ้ายขวา แน่นอนว่าแขนเล็กๆเหมือนตะเกียบที่เริ่มอ่อนล้าของมาวินย่อมไม่อาจทนทานแรงเหวี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นได้ จึงเป็นผลให้…. 

 

“ ตุ้บ ”   

         

 

       เสียงกระแทกดังดุจเดียวกับชายร่างยักษ์ เพียงแต่เสียงนั้นเบากว่ามากเพราะขนาดร่างที่แตกต่างกัน พอเสียงสงบลงก็ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มที่นอนกองกับเบาะกันกระแทกซึ่งอยู่ภายในคอก 

 

“ เวลาออกมาคือ 3.21 นาที คุณขนุนเป็นฝ่ายชนะ ” หัวหน้าสมาคมทำหน้าที่ประกาศชัยเสียงแผ่วๆ เนื่องจากคนของตนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ 

 

“ ฮ่าๆ ” ชายหนุ่มร่างยักษ์หัวเราะลั่น น้ำเสียงดูจะสะใจสุดเหวี่ยง โดยมีชายหนุ่มร่างแห้งที่ยืนข้างๆร่วมหัวเราะสะใจด้วยอีกคน 

 

“ เฮ้อๆ…….” หัวหน้าสมาคมถอนใจ เขาคาดไว้แล้วว่าผลลัพธ์มันต้องออกมาแบบนี้ 

           

 

       ชายร่างยักษ์หันมาทางน้องสาวร่างเล็กที่ไม่น่าจะเป็นพี่น้องกันเดียวเนื่องจากลุคภายนอกต่างกันยิ่งกว่าสวรรค์กับอเวจี ชายร่างยักษ์แยกเขี้ยวเล็กน้อยพลางลั่นคำเสียงกร้าว 

 

“ ไง แตงไทย ตามสัญญามานี่เลย ” 

 

“  พี่อ่ะขี้โกง ” เด็กสาวสะบัดสะบิ้ง ทำท่างอนบิดไปมา แต่สุดท้ายเธอก็เดินเข้าไปหาชายหนุ่มผู้พี่ ถึงกระนั้นเด็กสาวยังเหลียวหลังมาทำตาละห้อยให้มาวินที่ตอนนี้อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเบาะกันกระแทก 

 

“ แฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวส่งยิ้มแหยๆให้คู่พี่น้องจอมป่วน 

            

 

        ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้พี่ก็แย้มยิ้มมุมปากขึ้นนิดนึงเมื่อเห็นท่าทางของผู้แพ้ จากนั้นเขาก็เดินย่างสามขุมมาที่เด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้เด็กหนุ่มเกิดอาการตระหนกตกใจทำนองว่า “คราวนี้มันจะมาไม้ไหนอีกนะ” 

           

 

       เมื่อชายร่างยักษ์มาหยุดยืนเบื้องหน้าของมาวิน เจ้ายักษ์ใหญ่ก็แสดงสปิริตนักกีฬาด้วยการยื่นมือมาให้เด็กหนุ่มจับ เด็กหนุ่มถึงกลับอึ้งผสม งง เมื่อเกิดเหตุเกินความคาดหมายแบบนี้ 

 

“ โหๆ…..แปะๆ เยี่ยม ช่างมีน้ำใจนักกีฬาจริงๆ ” ทุกคนที่รายล้อมต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญพร้อมตบมือเกรียวกราวแสดงความชื่นชม 

 

“ อึ้บ ขอบใจมาก นายตัวใหญ่ ” มาวินยิ้มเล็กน้อยพลางจับมือของยักษ์ใหญ่ แต่ในทันทีที่ยักษ์ใหญ่ดึงตัวมาวินขึ้นมายืนใกล้ในระยะกระชั้นชิด ยักษ์ใหญ่ก็เปิดปากเบาๆให้ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน 

 

“ เฮ้ยไอ้กร๊วก เกมเมอร์เมืองกรุงมันก็แค่นี้เอง ต่อไปอย่าริอาจมาเสนอหน้าให้พวกข้าเห็นอีก เข้าใจมั้ย ” 

          

 

       ใบหน้าของมาวินกระตุกแรง ชั่วครู่เขาก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าเจ้ายักษ์ในทันที แต่ทว่าเจ้ายักษ์มันกลับยิ้มร่าหน้าตาเฉยราวกับนางงาม สองมือโบกสะบัดไปรอบๆเพื่อรับเสียงโห่ร้องสรรเสริญจากฝูงชน ไม่นานมันก็เดินจากไป โดยก่อนจากมันได้หันกลับมายิ้มเย้ยหยันมาวินอีกครั้ง 

           

 

       คิ้วเล็กเรียวของมาวินเกิดอาการกระตุกและเริ่มขมวดเข้าหากัน ดวงตาเรียวยาวหรี่ลงและขวางขึ้นบ่งบอกอาการโกรธ ทันใดนั้นเองก่อนที่สามเทพเกมเมอร์แห่งสุพรรณจะเดินจากไป เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ร้องตวาดกลับไปในทันที 

 

“ อย่าเพิ่งหนีสิ นายไม่คิดจะให้ชั้นแก้มือบ้างหรือ ไอ้คุณพี่ขนุน ” 

          

 

        สิ้นเสียงร้องท้าของเด็กหนุ่ม ชายร่างยักษ์หยุดกึก พร้อมหัวหน้ากลับมาช้าๆ ใบหน้าของเขาดูบูดเบี้ยวด้วยอาการโกรธเกรี้ยว ปากก็ตอบกลับน้ำเสียงเครียดขึ้ง 

 

“ เมื่อกี้แกว่าไงนะ ”                       

 

“ ก็ว่าตามที่แกได้ยินนั่นแหละ เก่งจริงให้ชั้นลองแก้มืออีกทีสิ ” เด็กหนุ่มพูดกร้าวๆ ดวงตาที่ฉายแววกล้าบ้าบิ่นของเขาสบประสานกับดวงตาโกรธเกรี้ยวของชายร่างยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว 

 

“ ว้าว…..พี่มาวินโคตรเท่เลยอ่ะ ” แตงไทยสาวน้อยวัยใสร้องลั่น น้ำเสียงของเธอดูจะปลาบปลื้มเอามากๆ 

 

“ เงียบเลย นังเด็กคนนี้ ” พี่ชายร่างยักษ์หันมาตวาดน้องสาว หลังจากนั้นชายร่างยักษ์ก็หันกลับมาให้ความสนใจต่อเด็กหนุ่มหัวเขียวอีกครั้ง 

           

 

        ชายร่างยักษ์ก้าวเข้าหาเด็กหนุ่มหัวเขียวด้วยท่าทีเอาเรื่อง แต่คราวนี้เด็กหนุ่มหัวเขียวกลับไม่หลบไม่หงอและยืนจังก้าท้าทายสายตาอย่างไม่ลดละ จนในที่สุดเด็กหนุ่มทั้งสองก็มาประจันหน้ากันในท่ายืนประชิดจนอกแทบติดกัน เด็กหนุ่มหัวเขียวค่อนข้างเล็กกว่าอีกฝ่ายมากจนต้องเงยหน้ามองเจ้ายักษ์ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยอมถอยให้คู่อริแม้แต่ก้าวเดียว เล่นเอาชายร่างยักษ์รู้สึกตะลึงนิดๆเพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครที่กล้าต่อกรกับเขาแบบนี้ 

 

“ ถ้าแกแพ้คราวนี้ จะว่ายังไง ” ชายหนุ่มร่างยักษ์ถามเสียงดังด้วยอาการคุกคาม 

 

“ แล้วแกจะเอาอะไร ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบกลับทันควัน 

           

 

       ชายร่างยักษ์เกิดอาการอึ้งอย่างฉับพลันเนื่องจากสมองของเขาทำงานได้ค่อนข้างช้า 

 

“ เอางี้ ใครแพ้ต้องก้มกราบผู้ชนะแบบงามๆและเรียกผู้ชนะว่าพ่อ โอเคมั้ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเห็นว่าคู่กรณีช้า เขาก็เลยกำหนดเงื่อนไขแนวกวนประสาทตามสไตค์ของเขาขึ้นมา 

 

“ โอเค ตกลงตามนี้ ” เจ้ายักษ์ใหญ่ตอบกลับแบบไม่ต้องคิดเพราะเขาเองค่อนข้างมั่นใจว่าชัยชนะในครั้งนี้น่าจะเป็นของเขา 

 

“ ดี ตามนั้น ” มาวินตอบรับ พลางยื่นมือออกมาให้ชายร่างยักษ์จับเพื่อตอกย้ำการทำข้อตกลง พอชายร่างยักษ์หลงกลและยื่นมือมาให้จับ เขาก็แอบบีบแอบบดมือของชายร่างยักษ์อย่างรุนแรง จากนั้นก็รีบชักมือออกมาในทันทีเพื่อไม่เปิดโอกาสให้เจ้ายักษ์ได้บีบตอบ 

 

“ อู้ยๆ แล้วใครจะเล่นก่อน ” ชายร่างยักษ์ถามไถ่พลางกุมมือข้างที่ถูกบีบเพราะเสียรู้ให้กับเจ้าตัวแสบ 

 

“ คราวนี้ ชั้นเล่นก่อนมั่ง ” มาวินตอบทันที 

 

“ ได้ มาเลย ไอ้กร๊วก ” ชายร่างยักษ์ตอบแค้นๆเนื่องจากยังเคืองที่ถูกมาวินบีบมือ 

 

“ ได้เลย ไอ้กร๊วก ”  มาวินด่ากลับแบบไร้ความเกรงกลัว จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นคล่อมกระทิงไม้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าเจ้ายักษ์เบื้องล่างจะโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดไหนที่ถูกมาวินด่ากลับอย่างนั้น 

          

 

       ในทันทีที่มาวินกระโดดขึ้นบนหลังของกระทิงไม้ เขานิ่งคิดนิดนึงถึงสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญ สติสัมปชัญญะ พลังใจและสมาธิของเขาพุ่งทะยานถึงขีดสุด 

 

“ กระทิงไม้ตัวนี้มันเป็นเครื่องเล่นที่เปลืองแรง ต้องใช้แรงในการยึดจับที่สูง ถ้าเราใช้แค่กำลังกายของเรา ยังไงก็ไม่มีทางชนะเจ้ายักษ์ผิวดำนั่นได้เลย มีทางไหนบ้างนา ” เด็กหนุ่มนิ่งคิดอย่างใจเย็น 

 

“ พี่มาวินจะชนะมั้ยอ่ะ พี่ตุ้ยนุ้ย ” แตงไทยเตร่มาหาตุ้ยนุ้ย พลางถามด้วยสีหน้าที่ดูกังวลใจ แต่เมื่อเธอเห็นสีหน้าของตุ้ยนุ้ย เธอก็ถึงกลับตกตะลึงเพราะสีหน้าของตุ้ยนุ้ยในตอนนี้ดูเกร็งอย่างรุนแรงด้วยความตื่นเต้นถึงขีดสุด 

 

“ พี่ตุ้ยนุ้ย เป็นอะไรไปคะ ” เด็กสาวถามเสียงสั่นด้วยความเป็นห่วงผสมหวาดกลัว 

 

“ มะ…..ไม่เป็นไรหรอก พะ…..พอดี วันนี้พี่รู้สึกว่าตัวเองกำลังโชคดีแบบสุดๆอยู่น่ะ ” หนุ่มตุ้ยนุ้ยแจงเสียงสั่นตะกุกตะกัก ปากก็แสยะยิ้มแข็งๆที่มุมปากคล้ายว่าเขาจะพยายามคุมสติของตัวเองไว้ไม่ให้มันเตลิดด้วยความตื่นตกใจ

 

“ ทำไมล่ะคะ ” เด็กสาวทำหน้า งงๆ 

 

“ เพราะเวลาที่ พี่มาวิน ทำหน้าแบบนั้น มันหมายความว่าเขากำลังจะเอาจริงแบบเต็มร้อยไงล่ะ และพอเขาเอาจริงแบบนั้นทีไร ก็มักมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกที เป็นบุญของพวกเราที่จะได้เห็นสิ่งนั้น ” ตุ้ยนุ้ยแจงเสียงสั่นๆ เขารู้ดีที่สุดเพราะระหว่างที่คบกับมาวินมาสามปี เขาเคยเห็นปาฏิหาริย์แบบนี้มาแล้วหลายครั้ง 

 

“ เฮือกๆ ” เด็กสาวนามว่า “แตงไทย” เหลือบแลไปที่เด็กหนุ่มหัวเขียวซึ่งนั่งประจำที่อยู่บนหลังของกระทิงไม้ พลางกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นเต้น 

 

“ เริ่มได้ ” มาวินตะโกนสั่งคนคุมเครื่องเล่นด้วยเสียงที่ดังและแน่วแน่ผิดกับบุคลิกเรื่อยเปื่อยกวนประสาทในยามปกติของตัวเขาเอง 

 

“ ครับ ” คนคุมเครื่องรับคำ งงๆ กับท่าทางที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่ม 

 

“ ฟืดๆ…… ” เสียงเครื่องจักรดัง กระทิงไม้เริ่มขยับ คนดูที่คอยชมอยู่นั้นเกิดอาการเกร็งไปทั่วทุกตัวคน

          

 

        กระทิงไม้เคลื่อนไหวช้าๆในตอนแรกเหมือนทุกที แต่ที่น่าแปลกก็คือเด็กหนุ่มกลับขยับไปตามแรงเหวี่ยงของกระทิงไม้คล้ายคนไร้กำลัง ชวนให้รู้สึกเสียวไส้ว่าอาจจะร่วงหล่นลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ 

 

“ ฮะๆ ทำท่าเหมือนคนไม่มีแรงแบบนี้ ยังกล้าปากดีอีก แบบนี้ไม่ถึงนาทีก็ร่วงแล้วล่ะมั้ง ” เด็กหนุ่มร่างยักษ์ตะโกนหยามหมิ่นเสียงกร้าวเมื่อเห็นท่าทางเหยาะแหยะของมาวิน 

         

 

        มาวินยังคงหมุนตัวไปมาตามแรงเหวี่ยงของกระทิงไม้ มีหลายครั้งที่เขาทำท่าจะร่วงแต่มือสองข้างยังคว้าจับบังเหียนที่รัดคอกระทิงไม้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น  

         

 

        เวลาล่วงเข้านาทีที่สอง กระทิงไม้เริ่มกระดกขึ้นลงแรงขึ้น ทุกครั้งที่กระทิงกระดก ร่างเล็กๆของมาวินก็กระดกตามจนก้นลอยขึ้นจากอานทุกครั้ง สร้างความหวาดเสียวให้กับคนดูเป็นอย่างยิ่ง บางคนที่ขวัญอ่อนถึงกลับไม่กล้าดูภาพกีฬามันที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นร่างของเด็กหนุ่มก็ยังไม่หลุดร่วงลงไปนอนกองกับพื้นอย่างที่ทุกคนกังวลใจ 

 

“ นี่มันอะไรกันวะ ” ยักษ์ใหญ่เริ่มหงุดหงิดที่มาวินไม่ร่วงตามที่ตัวเองคาดซักที 

        

 

       เข้าสู่นาทีที่สามกระทิงเริ่มส่ายไปซ้ายขวาอย่างเป็นจังหวะ หลายคนคิดว่ามาวินไม่รอดแน่ๆ แต่ทว่าร่างเล็กๆของเขากลับหมุนตัวตามจังหวะการเหวี่ยงได้อย่างลื่นไหลแบบเหลือเชื่อ เป็นการเล่นกระทิงไม้ในแนวทางที่ไม่เคยมีใครเคยทำมาก่อน 

 

“ โห…….อะไรกัน นี่มัน ” เสียงคนดูเริ่มฮือฮาเพราะความตื่นตาตื่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ส่วนเจ้ายักษ์ใหญ่เริ่มอ้าปากค้างด้วยอาการตะลึง 

          

 

        กระทิงเหล็กเริ่มกระดกขึ้นลงสลับกับหมุนซ้ายขวาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มาวินยังพริ้วกายเคลื่อนไหวตามแรงเหวี่ยงอย่างได้อย่างไม่พลาดพลั้ง พริบตาก็เข้าสู่ช่วงนาทีที่สี่ ในตอนนี้จะเห็นว่ากระทิงไม้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างไม่เป็นรูปแบบจนทำให้มาวินเกือบอ่านจังหวะผิดพลาดหลายต่อหลายครั้งแต่เขายังคงประคองตัวมาได้ด้วยไหวพริบปฏิภาณที่รวดเร็ว           

         

 

         เข้าสู่ช่วงนาทีที่ห้า ความแรง ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกระทิงไม้เริ่มทวีความรุนแรงจนเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไปจะรับไหว แต่มาวินกลับยิ่งทำได้ดียิ่งขึ้น เขาสามารถตามติดการเคลื่อนไหวของกระทิงไม้ได้ดีกว่าเดิมซะอีก ทำให้แทบทุกคนรู้สึกเหลือเชื่อกับความว่องไวที่เกินมนุษย์ของเขา 

          

 

        เวลาผ่านไปถึงแปดนาทีแล้ว ทุกคนได้แต่ตะลึง งง จนยืนค้างอยู่กับที่ราวต้องมนตร์สะกด กระทิงไม้ตัวนั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง ช้าลงเรื่อยๆ จนในที่สุด มันก็…….สงบนิ่ง 

          

 

        พอมันสงบลง มาวินก็เงยหน้าขึ้นมองสภาพรอบด้านอย่างช้าๆ ทุกคนที่รายล้อมต่างเงียบกริบด้วยความตะลึง งง ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเล่นเกมนี้ได้จนจบเลยซักคนเดียว

 

“ แฮ่กๆ….โหเพิ่งรู้ว่าเกมนี้ก็มันไม่ใช่ย่อยแฮะ ” มาวินยิ้มไปหอบไป สีหน้าดูสนุกสนานราวกับว่าเขาเริ่มจะติดใจเกมนี้เข้าให้แล้ว

 

“ เวลาเท่าไหร่ล่ะ ” ชายร่างยักษ์ถามตะกุกตะกัก ดวงตาโตๆของเขาถึงกลับค้างเติ่งและเบิ่งกว้างราวไข่ห่าน 

 

“ ยังจะถามอีกหรือ เพ่ มันคล่อมจนกระทิงหยุดแบบนี้น่าจะประมาณแปดนาทีเต็ม พูดง่ายๆมันเล่นเกมนี้ได้จนจบอ่ะ เพ่ ” ชายร่างแห้งตอบ ปากอ้าตาค้างดุจเดียวกับลูกพี่มัน 

         

 

       เด็กหนุ่มหัวเขียวออกจากคอกเกมแล้วหันมามองหน้าเจ้ายักษ์ผิวหมึก พลางไถ่ถามด้วยสีหน้าแย้มยิ้มแบบกวนๆ

 

“ ว่าไงล่ะ ท่านพี่เขยจะเล่นเกมนี้ต่อไปมั้ยครับ ” 

 

“ กรี๊ด….. พี่มาวินเก่งจริงๆ คราวนี้พี่ขนุนแพ้แน่ๆ ” เด็กสาวหน้าใสวัย ม.ต้น วิ่งเข้ามาโดดกอดคอเด็กหนุ่มหัวเขียวแบบเต็มรัก พลางโห่ร้องชื่นชม 

         

 

       เด็กหนุ่มหัวเขียวไม่สนใจการกอดรัดของเด็กสาว เขายังคงส่งยิ้มยียวนกวนประสาทให้กับชายร่างยักษ์พร้อมพูดเรียบๆแต่แฝงสำเนียงเย้ยหยัน 

 

“ แต่ถ้าเล่นต่อแล้วยังแพ้ก็เห็นทีว่าจะต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนดนะ ไม่งั้น เอ…ว่าไงนะ อ้อ เสียชื่อสามเทพเมืองสุพรรณหมด ไม่สิแค่เดินทางมาแพ้ก็ถือว่าเสียชื่อไปแล้วล่ะมั้ง เหอๆ….” เด็กหนุ่มตอบกลับแบบกวนๆแถมหัวเราะยียวนใส่เจ้ายักษ์ใหญ่ที่บัดนี้ได้แต่ยืนกัดฟันกรอดๆ 

 

“ ใช่ๆ สมน้ำหน้า แบร่ๆ……. ” เด็กสาวที่กอดคอมาวินอยู่ ยื่นหน้าไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พี่ชายของตนเอง เธอน่าจะลืมไปว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในสามเทพเมืองสุพรรณเช่นกัน 

 

“ ฮึ่มๆ…… ” ชายร่างยักษ์ยืนก้มหน้ากัดฟันกรอดๆ โดยมีชายร่างแห้งยืนหน้าซีดอยู่ด้านหลัง 

 

“ ว่าไงคร้าบ….. คุณพี่เขย จะทำอย่างไรดี จะเสียชื่อน้อยๆโดยทำตามสัญญา หรือเสียชื่อฉาวโฉ่ที่เบี้ยวสัญญา ว่ายังไงล่ะคร้าบ….. ” แม้เด็กหนุ่มจะถามด้วยท่าทีกวนประสาท ถึงกระนั้นเขายังแอบดึงเด็กสาวมาไว้ใกล้ตัวของเขาด้วยเพราะถ้าเอาเด็กสาวผู้เป็นน้องสาวมายืนอยู่ข้างๆแบบนี้ เจ้ายักษ์ใหญ่ผู้เป็นพี่ชายคงไม่กล้าทำอะไรรุนแรงกับเขาอย่างแน่นอนซึ่งเด็กสาวเองก็เต็มใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้อยู่ข้างกายของชายที่เธอปลาบปลื้ม  

 

“ เออ ก็ได้วะ ” ชายร่างยักษ์ตัดสินใจแหกปากร้องตะโกน เล่นเอามาวินสะดุ้งโหยงด้วยอาการปอดลอย 

          

 

        วินาทีต่อมา ชายร่างยักษ์ตรงหน้ารีบทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าพร้อมก้มลงกราบที่พื้นอย่างรวดเร็ว ปากเค้นคำเสียงกร้าว 

 

“ หวัดดีครับพ่อ ” 

          

 

        พริบตาต่อมาเจ้ายักษ์ผุดลุกขึ้นยืน แล้วคว้าคอน้องสาวตัวแสบออกมาไว้ในอ้อมอกของตนเองอย่างรวดเร็วชนิดที่มาวินแทบไม่ทันตั้งตัว จากนั้นเขาก็ยื่นหน้าโหดๆของตนเองเข้ามาใกล้มาวิน ทำให้มาวินตกใจผงะถอยหลังอีกครั้ง อึดใจต่อมาเขาก็ขู่อาฆาตเด็กหนุ่มหัวเขียวอย่างดุดัน 

 

“ อย่าให้ชั้นเห็นแกที่สุพรรณนะ ไอ้หนู ” 

          

 

        ในเวลาต่อมาเจ้ายักษ์ใหญ่ก็ลากคอน้องสาวเดินจากไปพร้อมนายแห้งซึ่งเป็นสมุนเอกของตนอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกหนีความอัปยศจากการพ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อเกมเมอร์หนุ่มวัย 16 ผู้นี้ 

 

“ ไปแล้วนะจ๊ะ พี่มาวิน แล้วหนูจะโทรไปหา ” เด็กสาววัยใสยังไม่วายเอ่ยคำลา แม้ว่าเธอจะถูกพี่ชายลากคอจากไปเหมือนลูกแมวตัวน้อยก็ตามที 

 

“ เหอๆ ” มาวินยิ้มแหยๆ เขายังปรับตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันรวดเร็วเกินไปสำหรับเขา ในระหว่างที่เขากำลัง งุนงง อยู่นั้นเอง ก็ปรากฏว่ามีคนหลายคนเฮโรกันเข้ามารุมล้อมตัวเขา 

 

“ เฮ้ยๆ พวกแกจะทำอะไรชั้นวะเนี่ย ” เด็กหนุ่มหัวเขียวอุทานดัง แต่ก็สายไปแล้ว ร่างเล็กที่บอบบางของเขาถูกมือหลายต่อหลายมือร่วมด้วยช่วยกันแบกขึ้นมาอย่างพร้อมใจ เวลาต่อมาร่างของเขาก็ถูกโยนให้ลอยขึ้นไปบนกลางอากาศอย่างพร้อมเพรียง 

 

“ เฮๆ…….ดีใจให้กับฮีโร่ของเราหน่อย เฮๆ….. ” ฝูงชนพากันเฮด้วยความดีใจ ทุกคนปลาบปลื้มและภาคภูมิใจในฮีโร่ตัวน้อยจอนกวนของเขา 

         

 

        ตัวมาวินเองแม้จะตกใจในตอนแรก แต่หลังจากที่เขาปรับตัวได้ เขาก็เริ่มอมยิ้มด้วยความยินดีอย่างไม่รู้ตัว 

 

“ แหม อันที่จริงเป็นฮีโร่มันก็ดีเหมือนกันแฮะ แต่ตอนนี้เริ่มจะมึนหัวแล้วล่ะ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มคิดในใจ ใบหน้าเล็กเรียวที่อ่อนเยาว์เริ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มจากความดีใจ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา