The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  46 LV
  5 วิจารณ์
  3,432 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

5) The Dark World

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 5 The Dark World

 

         ท้องฟ้ามืดมิดแต่ก็ไร้ซึ่งแสงดวงดาวเนื่องจากในตอนนี้มันเป็นยามดึกกลางเมืองหลวงที่แสนศิวิไลซ์ สถานที่ที่เราจะกล่าวถึงนี้มีสภาพเป็นลานกว้าง มีต้นไม้ใหญ่รายล้อมรอบด้านสลับกับพุ่มกุหลาบหลากสีที่จัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ตรงลานกว้างนั้นมีเสาไฟนีออนคอยส่องให้ความสว่างอยู่ประมาณ 4-5 ต้น แสงสว่างนั้นดูรำไรจนทำให้วิสัยทัศน์รอบข้างดูคลุมเครือแต่ก็มิอาจหยุดยั้งเด็กหนุ่มนายหนึ่งให้กระทำการบางอย่างได้ 

         

 

         เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นคนร่างเล็กที่น่าจะมีความสูงไม่เกิน 170 ซ.ม. โครงหน้าแหลม คิ้วบางยาว รูปดวงตาเล็กเรียว จมูกโด่งเป็นสัน ปากบนบางส่วนปากล่างอวบหนาเล็กน้อย บนหัวของเขานั้นดูแปลกประหลาดกว่าส่วนอื่น เพราะทรงผมที่เขาไว้เป็นทรงรากไทรที่มีผมด้านหน้าตั้งเป็นกะบัง ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาย้อมผมเป็นสีเขียวทั่วทั้งหัว ให้ความรู้สึกถึงเด็กแสบที่คอยป่วนเมืองด้วยการแว้นมอเตอร์ไซด์ในยามดึก 

        

 

       เด็กหนุ่มผู้นี้กำลังยืนตั้งสติแน่วนิ่ง ใบหน้าแฝงแววมุ่งมั่น เท้าซ้ายเหยียบกระดานไม้ยาวสีเขียวแบบสะท้อนแสงซึ่งติดล้ออยู่ด้านล่างหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สเก็ตบอร์ด” สายตาของเขาจับจ้องไปที่เสาหินสองต้นที่อยู่ห่างจากเขาประมาณ 30 เมตร เสาหินทั้งสองตั้งขนานและอยู่ห่างกันประมาณ 2 เมตร และแต่ละต้นมีความสูงประมาณ  90 ซ.ม. บนยอดเสาหินทั้งสองต้นมีท่อนไม้ขนาดยาววางพาดต่อกันอยู่จนมีสภาพคล้ายสะพานไม้ขนาดจิ๋วที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

 

“ ซู้ดๆ……. ” เด็กหนุ่มหลับตา พลางสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ท่าทางของเขาเหมือนกำลังรวบรวมสมาธิเพื่อทำอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มก็ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลันพร้อมร้องตะโกนดัง 

 

“ เอาล่ะ gooo ”  

          

 

        เด็กหนุ่มพุ่งกายออกไปพร้อมประคองกายบนสเก็ตบอร์ดลายเพลิงสีเขียวอย่างรวดเร็วราวจักรผัน ความเร็วในการออกตัวนั้นรุนแรงมากจนทำให้เขาสามารถพุ่งไปถึงเสาหินได้ในอึดใจเดียว ทันทีที่เขาพุ่งมาถึงเด็กหนุ่มก็ย่อตัวลง เสี้ยววินาทีต่อมาเขาก็ดีดตัวลอยสูงขึ้นไปกลางอากาศพร้อมสเก็ตบอร์ดคู่ชีพ ทั้งเขาและมันลอยสูงจนเกือบจะผ่านท่อนไม้ที่พาดยาวระหว่างเสาหิน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ล้อยางเจ้ากรรมที่ด้านหลังของสเก็ตบอร์ดดันไปติดท่อนไม้ที่ขวางกั้นแบบฉิวเฉียด 

 

“ เป็ง ” ท่อนไม้ที่พาดยาวหลุดกระเด็นจากยอดเสาหินลงมากระแทกพื้นแบบเต็มแรงจนเสียงดังไปทั่วบริเวณ

 

“ ฟืด…….เอี้ยด ” เด็กหนุ่มลงสู่พื้นพร้อมสเก็ตบอร์ดได้อย่างสวยงาม เด็กหนุ่มรีบใช้เท้าเบรกสเก็ตบอร์ดคู่ใจแล้วหมุนตัวกลับมาดูผลงาน เวลาต่อมาเขาก็ส่ายหน้าและพึมพำกับตัวเองเบาๆด้วยสีหน้าที่ดูผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง 

 

“ เฮ้อ……ยังไม่สำเร็จ ” 

         

 

        ในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังเซ็งในอารมณ์อยู่นั้นเอง ก็บังเกิดเสียงตบมือดังมาจากทางด้านหลังของเขา

 

“ แปะๆ ”  

          

 

        เด็กหนุ่มหันหลังกลับไปมองยังจุดที่เกิดเสียง สิ่งที่เขาเห็นคือ……….เด็กสาวนางหนึ่ง เธอเป็นเด็กสาวที่มีใบหน้าเรียวยาว ดวงตาโตเปล่งประกายแวววาวแต่แฝงความจริงจังและหนักแน่น จมูกไม่โด่งนักและค่อนข้างเล็ก ปากหนาอวบเชิดขึ้นเล็กน้อยทำให้ดูคล้ายคนรั้น ผมของเธอมีสีดำขลับและยาวสลวย ผมด้านหน้าขวาแสกข้าง ส่วนข้างซ้ายเป็นผมม้าที่ยาวจนปรกดวงตา ทำให้เด็กสาวนางนี้ดูลึกลับและน่าค้นหาอยู่ในที เธอซ่อนเรือนร่างที่ค่อนข้างสูงในชุดเสื้อขาวหลวมๆแนวนักศึกษาชาย ท่อนล่างสวมกางเกงสแล็คสีดำ ปลายเท้าสวมใส่ผ้าใบสีแดงลายเพลิงยี่ห้อ อาดิดาส 

 

“ อ้าว ว่าไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวแหงนหน้าพลางทักสาวผู้มาเยือนแบบเนือยๆ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักเด็กสาวนางนี้เป็นอย่างดี 

 

“ ก็ซักพัก นึกแล้วเชียวว่าต้องเจอนายที่สวนสาธารณะ พอมาถึงก็ทันเห็นท่าสวยๆของนายพอดีเลย ” เด็กสาววัยรุ่นตอบกลับ น้ำเสียงของเธอดูห้าวใหญ่ราวสาวทอมบอย 

 

“ สวยแค่ไหน มันก็พลาด ” เด็กหนุ่มตอบเซ็งๆ 

 

“ เอาน่า อีกหน่อยนายก็โดดพ้น ” เด็กสาวให้กำลังใจ 

 

“ เชอะ แก่ตายพอดีมั้งกว่าจะทำได้ ” เด็กหนุ่มสบถ กิริยาท่าทางส่ออาการหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน 

          

 

       ความเงียบเข้าครอบงำทั้งสองหนุ่มสาวอีกครั้ง ครู่หนึ่งเด็กหนุ่มหัวเขียวก็หันกลับไปเล่นสเก็ตบอร์ดอีก ทั่วลานกว้างจึงมีแต่เสียงล้อยางของสเก็ตบอร์ดที่บดกับพื้นปูน ทันใดนั้นเองเด็กสาวก็เปิดปากถามเด็กหนุ่มแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย 

 

“ เมื่อไหร่ นายจะกลับมาเรียน ”  

          

 

       เมื่อเจอคำถามนี้ เด็กหนุ่มก็ถึงกลับหยุดเล่นสเก็ตบอร์ดในทันที เขานิ่งอยู่พักใหญ่ อึดใจต่อมาเขาก็ตอบกลับโดยที่ไม่หันไปมอง  

 

“ เมื่อชั้นอยากกลับ ” 

 

“ มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอก ” เด็กสาวเอ่ยลอยๆ พร้อมเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ลานกว้าง 

 

“ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของไอ้ต๋องเหมือนกัน ” เด็กหนุ่มหัวเขียวขึ้นเสียง สีหน้าท่าทางของเขาดูดุร้ายและโกรธเกรี้ยวราวสัตว์ป่า ท่าทางเด็กสาวผู้นี้คงไปแตะต้องในเรื่องที่เขาไม่อยากให้แตะเข้าให้แล้ว

          

 

       เด็กสาวไม่ออกอาการชะงักกับท่าทีดุร้ายของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเธอกลับเดินตรงไปที่เด็กหนุ่มหัวเขียวอย่างมาดมั่นจนเมื่อเหลือระยะห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว ก็ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าเด็กสาวผู้นี้น่าจะสูงกว่าเด็กหนุ่มเล็กน้อย ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสูงที่เกินมาตรฐานหญิงไทยอยู่พอสมควร 

 

“ สรุปว่ามันไม่ใช่ความผิดของใคร ดังนั้นนายควรกลับมาเรียนได้แล้ว ” เด็กสาวพูดเสียงเข้ม หน้าตาท่าทางของเธอดูจริงจัง 

 

“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ ยัยบ้า ” เด็กหนุ่มตะโกนโต้สุดเสียง 

 

“ โครม ”                  

          

 

       เสียงกระแทกดังโครมใหญ่ราวกับรถสิบล้อพุ่งกระแทกอะไรบางอย่าง ทว่านั่นไม่ใช่รถสิบล้อแต่เป็นเสียงหมัดลุ่นๆที่กระแทกไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มแบบเต็มๆจนทำให้เด็กหนุ่มถึงกลับล้มลงไปนอนหงายสิ้นท่าอยู่กับพื้น เจ้าของหมัดไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจาก…..เด็กสาวทอมบอยผู้เลือดร้อน 

 

“ อู้ย……ยัยบ้า เจ็บนะโว้ย ” เด็กหนุ่มยกมือขึ้นมากุมแก้มที่บอบช้ำจากแรงหมัดพร้อมลุกขึ้นมาตวาดใส่ 

 

“ สำหรับนาย จะให้พูดจากันด้วยภาษาคน คงพูดไม่รู้เรื่อง มันต้องพูดกันด้วยกำปั้นนี่แหละถึงจะเข้าใจ ” เด็กสาวเหลือบแลด้วยหางตาพลางพูดเรียบๆ ท่าทางของเธอดูเลือดเย็นและน่ากลัวจนชวนขนลุก

 

“ หน็อย……ทนไม่ไหวแล้ว เอะอะอะไรก็ใช้กำลังตลอด ” เด็กหนุ่มหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธเกรี้ยว อึดใจต่อมาเขาก็บันดาลโทสะด้วยการพุ่งเข้าใส่เด็กสาวราววัวคลั่ง 

         

 

       เด็กสาวฉากหลบการจู่โจมที่โง่เขลาไปทางขวานิดนึง จากนั้นก็อาศัยจังหวะที่เด็กหนุ่มคว้าลมเพื่อทำการเตะตัดขาคู่ต่อกรอย่างรวดเร็วจนเป็นผลให้เด็กหนุ่มถึงกลับลอยถลาไปกลางอากาศ ปิดท้ายด้วยการล้มลงไปนอนคว้ากบตัวเบ้อเร่อบนพื้นอีกคำรบ 

 

“ หน็อย ยังไม่ยอมแพ้หรอกน่า ” เด็กหนุ่มไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาลุกขึ้นพร้อมพุ่งเข้าใส่เด็กสาวอีกครั้ง คราวนี้เขาโดนบาทาเด็กสาวถีบสวนกลับมาที่หน้าท้องเข้าแบบจังเบอร์ ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกลับทรุดกายลงไปคุกเข่างอตัว 

 

“ อุ้บ…..จุก หน็อยแน่ ” เด็กหนุ่มยังไม่ยอมแม้เขาจะรู้สึกจุกเสียดอยู่ก็ตาม เขาพยายามตะกายตัวลุกขึ้นมาเพื่อจะคว้าจับกายของเด็กสาวแต่เธอกลับรู้ทันแผนโง่ๆง่ายๆของเขาได้อย่างไม่ยากเย็น เธอจึงหมุนตัวหลบการคว้าจับและศอกกลับเข้าไปที่ขมับของเด็กหนุ่ม 

 

“ ปัง ” 

 

“ โอ๊ย ” เด็กหนุ่มถลาลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง แต่ไม่นานเจ้าเด็กหนุ่มหัวเขียวจอมดื้อก็ฟื้นตัวและลุกขึ้นมาคว้าจับเด็กสาวอีกอีก ทว่าเขาก็ได้แต่คว้าลมเพราะเด็กสาวคนนั้นรวดเร็วเกินกว่าจะพลาดท่าเสียทีง่ายๆแบบนี้ แน่นอนว่าต่อจากนั้นเขาก็โดนเด็กสาวอัดลงไปกองกับพื้นตามระเบียบ เด็กหนุ่มโดนอัดกระจายแบบรัวๆ ทั้งเท้า เข่า ศอก หมัด นับได้ว่าเด็กสาวผู้นี้มีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่สูงมาก เธอจึงสามารถกำราบมวยวัดที่เป็นแต่พุ่งเข้าใส่ของเด็กหนุ่มได้อย่างง่ายดาย 

         

 

        10 นาทีผ่านไป เด็กหนุ่มก็หมดฤทธิ์ เขานอนแผ่สองสลึงอยู่บนพื้นปูน ดวงตาเล็กหยีมองท้องฟ้าที่มืดมิดและไร้แสงดาวอย่างเงียบๆ ถ้าจะมีเสียงใดก็มีแค่เพียงเสียงหอบเหนื่อยจากปากของเขาเท่านั้น  

         

 

        เด็กสาวทรุดกายลงนั่งข้างๆเด็กหนุ่ม ใบหน้าเรียวยาวของเธอแหงนขึ้นมองท้องฟ้ามั่ง แต่เธอก็มิได้เอ่ยคำใดออกมา หลังจากความเงียบเข้าคลอบงำได้ครู่ใหญ่ เด็กหนุ่มก็เอ่ยวาจาขึ้นมาก่อนเพื่อทำลายความเงียบ 

 

“ ท้องฟ้าที่นี่ไม่สวยเลย ไม่มีดาวเหมือนท้องฟ้าที่ปทุมธานีเลย ” 

 

“ ใช่ ท้องฟ้าในวันนั้นสวยกว่าวันนี้มาก ว่าแต่นายน่ะหายบ้ารึยัง ” เด็กสาวถามเรียบๆแต่ถ้าฟังให้ดีจะพบว่าน้ำเสียงนั้นเจือแววห่วงใยอยู่ไม่ใช่น้อย 

 

“ ก็ดีขึ้นมั่งแล้วล่ะ แต่รู้สึกว่าเธอจะอัดชั้นหนักไปหน่อยนะ อู้ยๆ…. ” เด็กหนุ่มตอบกลับ พลางคลำรอยฟกช้ำที่ปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า 

 

“ ฮะๆ โทษที มันจำเป็นน่ะ เพราะนายมันพวกหัวดื้อ ต้องใช้ไม้แข็งแบบนี้ถึงจะเอานายอยู่ ” เด็กสาวตอบขำๆ 

 

“ ฮะๆ พูดง่ายเนอะ ” เด็กหนุ่มนอนอมยิ้ม ดวงตาเล็กเรียวหลับพริ้ม 

 

“ ก็มันจริงนี่ ” เด็กสาวโต้กลับ 

 

“ เชอะ ” เด็กหนุ่มสบถเบาๆ 

          

 

      ความเงียบกลับมาเยือนทั้งคู่อีกครั้ง แต่ไม่นานเด็กสาวก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดบ้าง ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองท้องฟ้าดำมืดที่กว้างใหญ่อยู่อย่างไม่วางตา 

 

“ ต๋องฝากมาบอกนายว่ามันไม่ใช่ความผิดของนาย มันเป็นอุบัติเหตุ ขอให้นายกลับมา เพื่อนทุกคนก็คิดแบบนั้น ”  

 

“ อื้อ ” เด็กหนุ่มรับคำเบาๆ พลางเอามือขวาก่ายหน้าผากตัวเอง 

 

“ แล้ว นายจะกลับมาเรียนมั้ย ” เด็กสาวถามขึ้นมาอีกครั้ง 

 

“ อาจจะ แต่ไม่รู้ว่าเวลาไหน ” เด็กหนุ่มตอบเบาๆด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

          

 

       เด็กสาวเหลือบแลด้วยหางตาก็พบว่าตัวของเด็กหนุ่มนั้นสั่นเล็กน้อยและในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาเล็กเรียวของเด็กหนุ่มโดยมีมือขวาที่ก่ายหน้าผากบดบังการร่ำไห้อยู่อย่างเงียบๆ  

        

 

       แววตาของเด็กสาวดูอ่อนโยนลง มือเรียวยาวของเธอเอื้อมมาจับศีรษะของเด็กหนุ่มพร้อมลูบไล้ไปมาเบาๆอย่างนิ่มนวล

 

…………………..

 

“ บรื้นๆ….. ”  

          

 

       เสียงมอเตอร์ไซด์ดังลั่นสะท้านกลางความเงียบยามราตรี ครู่หนึ่งมอเตอร์ไซด์คันนั้นก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านเดี่ยวหลังหนึ่ง ทันทีที่มอเตอร์ไซด์จอดสนิท เด็กหนุ่มหัวเขียวผู้เป็นคนขับก็ดับเครื่อง

        

 

        เด็กสาวทอมบอยที่ซ้อนท้ายมากับเด็กหนุ่มหัวเขียวได้กระโดดลงมายืนบนพื้นอย่างรวดเร็ว พลางหันหน้าไปยังเด็กหนุ่มและกล่าวขอบคุณเสียงห้าวใหญ่ 

 

“ ถึงบ้านแล้ว ขอบใจที่มาส่งชั้นที่บ้านนะ นายวิน ” 

 

“ จะมาขอบใจทำแป๊ะอะไรกันล่ะ บ้านชั้นก็อยู่ข้างบ้านเธอนี่ไงเล่า ยัยทอมบอยบ้าพลัง ” เด็กหนุ่มหัวเขียวตอบกลับ ท่าทางเขาดูกวนประสาทเหมือนเช่นเคย 

 

“ ฮ้า…..ว่าไงนะ เมื่อกี้นี้นายเรียกชั้นว่าไง ชื่อชั้นไม่มีหรือไง ” เด็กสาวพูดเครียดๆ พร้อมหักข้อมือดังด้วยอาการข่มขู่ 

 

“ เหอๆ…..ล้อเล่นจ้า… จะพูดใหม่อีกครั้งนะ เอ่อ….ไม่ต้องขอบใจชั้นหรอก แม่คุณ “จันทรา” เหอๆ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวยิ้มแหยๆและตอบใหม่ด้วยน้ำเสียงที่ส่อสำเนียงเอาใจในทันที เนื่องจากเกรงกลัวที่จะต้องโดนตื้บรอบสอง 

 

“ ดีมาก แต่คราวหลังไม่ต้องเรียกเต็มยศแบบนี้ ตั้งแต่คบกับมาเก้าปี เคยมีซักครั้งมั้ยที่จะไม่กวนประสาท เรียกใหม่เดี๋ยวนี้ ” เด็กสาวเริ่มขึ้นเสียง 

 

“ จ้าๆ คุณนายจัน กระผมนายมาวินผิดไปแล้วครับท่าน ” เด็กหนุ่มปรับคำพูดใหม่ แต่เขาดันแกล้งล้อเลียนด้วยการค้อมตัวลงต่ำราวกับบ๋อยโรงแรมชั้นดี 

 

“ ตุบ ”                              

 

“ โอ๊ย ชั้นก็พูดดีแล้วนี่นา เธอมาเตะก้นชั้นทำไม ” เด็กหนุ่มแหกปากตะโกนดังเพราะโดนบาทาของเด็กสาวกระทบเข้าไปที่แก้มก้นสองข้างแบบเต็มเท้า 

 

“ เออ คำพูดน่ะโอเค แต่ท่าทางนายมันกวนเบื้องต่ำชะมัด เห็นแล้วมันคันเท้าน่ะ ” เด็กสาวพูดเครียดๆ 

 

“ เชอะ ไปแล้ว ทำคุณบูชาโทษชัดๆ ” เด็กหนุ่มเอ่ยอำลาพร้อมลากมอเตอร์ไซค์แต่งยี่ห้อฮอนด้าเข้าไปเก็บในบ้านสองชั้นหลังโทรมๆที่ตั้งอยู่ข้างบ้านของ จันทรา โดยมีเด็กสาวผมปิดตาข้างหนึ่งมองตามหลังอย่างเงียบๆ 

          

 

       หลังจากเด็กหนุ่มเข้ารั้วบ้านตัวเองเป็นที่เรียบร้อย เด็กสาวที่ยืนส่งด้วยสายตาก็เตรียมหันหลังกลับเข้าบ้านตัวเองมั่ง ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กที่กวนประสาทดังมาจากทางด้านหลัง เสียงนี้ย่อมต้องเป็นมาวินอย่างแน่นอน

 

“ ไปล่ะนาๆ…..คุณนายจัน คลุ้มคลั่งบ้าพลัง อีกหน่อยขึ้นคานไม่มีใครเอา ฮะๆ…… ” 

 

“ หน็อย ไอ้นายวิน ” เด็กสาวหันหลังกลับในทันที พร้อมวิ่งควบไปที่หน้าประตูบ้านของมาวินหวังเอาเลือดออกจากปากของเด็กหนุ่มซักหยดสองหยด แต่ก็ช้าไปเด็กหนุ่มหัวเขียวจอมแสบได้แวบหายเข้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

 

“ หน็อย ไอ้บ้าห้าร้อย ” เด็กสาวตะโกนด่าไล่หลัง 

 

“ สองร้อยห้าสิบพอ ที่เหลืออีกครึ่งชั้นแบ่งให้เธอ ” เสียงแหลมๆกวนๆของเด็กหนุ่มดังออกมาจากในบ้าน 

 

“ เออ พรุ่งนี้เช้าไปส่งชั้นกลับบ้านที่ปทุมด้วยล่ะ ” เด็กสาวตะเบ็งตอบกลับ 

 

“ จ้า….. คุณนายจัน ฮ่าๆ…… ” เด็กหนุ่มตอบกลับพร้อมหัวเราะกวนๆกลับมา 

 

“ ฮึ่ม ฝากไว้ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ชั้นจะอัดนายให้หน้าแหกเลยทีเดียว ” เด็กสาวขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่อาจทำอะไรเด็กหนุ่มได้เพราะเขาได้หลบหนีเข้าไปในบ้านแล้ว เธอจึงเป็นฝ่ายหันหลังกลับเข้าบ้านของตัวเองบ้าง 

 

……………………

          

       ทันทีที่เด็กหนุ่มเข้ามาในบ้าน ห้องแรกที่เขาพบก็คือ….ห้องรับแขกที่มีโซฟาเก่าๆหนึ่งตัวตั้งอยู่ ด้านหน้าของโซฟาเป็นทีวีแอลอีดีขนาด 50 นิ้ว ข้างๆทีวีมีเครื่องเล่นเกมเพลย์ 4 และแผ่น DVD เกมหลายสิบแผ่นวางกองอยู่กับพื้น เขาเดินผ่านห้องนั้นแล้วขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง จากนั้นก็เปิดประตูไม้ซึ่งมีโปสเตอร์นักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศกับสเก็ตบอร์ดติดอยู่         

         

 

       เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปในห้อง ภายในนั้นจัดว่ารกรุงรังราวกับรังหนู มีเตียงใหญ่ที่ไม่มีการจัดผ้าปู หมอน ผ้าห่มและทุกอย่างบนที่นอนนั้นดูกระจัดกระจายเลอะเทอะ มีชั้นวางของที่วางแผ่นเกมคอมพิวเตอร์หลากหลายประเภท หนังสือการ์ตูนหลายเล่ม ทุกสิ่งในนั้นถูกยัดจนอัดแน่นกันอย่างไม่เป็นระเบียบ โต๊ะทำงานขนาดใหญ่มีคอมพิวเตอร์กำลังสูงวางเรียงกันอยู่ถึงสามเครื่อง มีโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งตัววางใกล้ๆกัน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายรูปแบบที่ไม่อาจบรรยายได้หมด ทำให้ดูราวว่าห้องแห่งนี้คือสถานีอวกาศที่สุดแสนไฮเทค

         

 

       เด็กหนุ่มโยนเป้สะพายหลังลงบนที่นอนอันยับยู่ยี่ในทันที หลังจากนั้นก็เดินมาเปิดคอมพิวเตอร์ทั้งสามเครื่อง โน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งตัวเพื่อทำการใช้งานพร้อมกันทั้งทั้งสี่เครื่อง

         

 

       เขาเวียนไปมาที่คอมทุกเครื่อง เครื่องละหนึ่งอึดใจ สองอึดใจ สลับกันไปมา ไม่นานคอมทั้งสี่เครื่องก็พร้อมออนไลน์เพื่อท่องไปในโลกไซเบอร์ที่ไร้ขอบเขต นิ้วของเขาเคลื่อนที่ไปตามคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่วว่องไว ดวงตาของเขาเหลือบแลอ่านข้อมูลต่างๆที่วิ่งผ่านเข้ามาบนหน้าจอทั้งสี่อย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองเสียงเรียกสายจากมือถือของมาวินก็ดังขึ้น เสียงนั้นเป็นทำนองเพลงร็อกมันๆที่ใช้ประกอบการ์ตูนเรื่องเคนชิโร่ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ เขากดรับสายในทันทีเพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขาตั้งเพลงนี้เป็นเสียงเรียกสาย 

 

“ ว่าไง ตุ้ยนุ้ย มีไรวะไอ้น้อง ” เด็กหนุ่มไถ่ถามเด็กหนุ่มรุ่นน้องอย่างรวดเร็ว สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่คอมตัวที่สามกับคอมตัวที่สี่สลับกันไปมา นิ้วมือวางที่อยู่บนคีย์บอร์ดก็กดแป้นพิมพ์ถี่ยิบราวปืนกล 

 

“ ครับ มีสิครับ พอดีผมมีเกมสนุกๆให้พี่เล่นน่ะครับ ” เสียงเล็กๆของเด็กเรียนร่างอ้วนที่ปลายสายตอบกลับ 

 

“ เออ เกมไร แนวไหน เล่นยังไง ” มาวินตอบในทันที ตาและมือของเขายังคงทำงานง่วนอย่างไม่ยอมวางวาย 

 

“ เป็นแนวแฟนตาซี สร้างตัวละคร ลุยดันเจี้ยน เก็บเลเวล ครับผม ” ตุ้ยนุ้ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนอบน้อม 

 

“ ไม่เอาว่ะ ชั้นขี้เกียจเล่นแนวเก็บเลเวล เปลืองเวลาน่ะ ” เด็กหนุ่มปฏิเสธทันที 

 

“ น่าๆ….พี่ลองเล่นหน่อยเถอะ เกมนี้เพิ่งมาใหม่เลย โคตรหลากหลายอาชีพให้เลือกเล่นเลย แถมมีแนวทางการเล่นมากมายนับร้อยแบบ…… ” ตุ้ยนุ้ยสาธยาย พร้อมจูงใจต่างๆนานา 

 

“ พอเลยไม่ต้องพ่นแล้ว ไอ้ตุ้ยนุ้ย สรุปว่าแกจะให้ชั้นเล่นให้ ว่างั้นเถอะ ” เด็กหนุ่มกล่าวขัดคอราวกับรู้ทัน 

 

“ เอ่อๆ….ชะๆ….ใช่ครับพี่ พอดีเกมนี้มันเป็นเกมเก็บเวลแนวใช้คีย์บอร์ดบังคับน่ะครับ ” เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อยๆเมื่อถูกดักคอ 

 

“ เออ แต่ เอ…… ว่าแต่คราวนี้แกจะให้อะไรชั้นเป็นการตอบแทนวะ ” มาวินกล่าวถามเด็กรุ่นน้อง 

 

“ ฟาคราย 8 เป็นไง ตัวเต็มไม่ใช่เดโม ตัวนี้พี่ยังไม่เคยเล่นเลยนี่นา ผมจะแฮกจากเซิรฟ์เวอร์หลักและเอามาถวายให้พี่ถึงที่เลย ” ตุ้ยนุ้ยเสนอ น้ำเสียงของเขาฟังดูล่อใจเป็นยิ่งนัก 

 

“ โอเค ชั้นจะอัดศัตรูแล้วเก็บเลเวลให้แกประมาณสองชั่วโมง หลังเสร็จงานก็อัปโหลดฟาคราย 8 ลงไปที่เว็บประจำที่แกเคยอัพให้ชั้นแล้วกัน ชั้นจะเข้าไปดาวน์โหลดเอง ว่าแต่เกมที่แกจะให้เล่น มันชื่อว่าอะไรนะ ” เด็กหนุ่มตอบตกลงในทันทีแบบไม่ต้องคิดเพราะฟาครายเป็นเกมโปรดของเขาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมันเป็นเกมแนวบุกตะลุยยิงผ่านด่านที่ใช้กราฟิกสูงมากและถ้าเราเลือกเล่นในระดับที่ยากสุด แม้แต่เซียนเกมเช่นเขาก็อาจเล่นไม่จบในครั้งเดียว นับได้ว่าเป็นเกมที่ท้าทายฝีมือเป็นอันมาก 

 

“ เกมนั้นมีชื่อว่า The Dark World ” ตุ้ยนุ้ยตอบสั้นๆ จากนั้นเขาก็ตัดสายไป 

         

 

       หลังตัดสายเป็นที่เรียบร้อย เด็กหนุ่มหัวเขียวก็หันมาโหลดเกมออนไลน์ตัวนั้นจากเซิร์ฟเวอร์เจ้าของเกม หลังจากนั้นเขาก็ทำการติดตั้งเกมที่เครื่องคอมของเขา แล้วเข้าสู่ตัวเกมโดยใช้ ไอดี พาสเวิร์ดที่ตุ้ยนุ้ยส่งมาให้ทางไลน์ ทันทีที่เขาล็อกอินเข้าไป เขาก็พบกับ……. 

 

“ The Dark World ” 

         

 

        ภาพกราฟิกระดับสูงน่าเล่นในแนวอัศวินโบราณแบบสามมิติได้ปรากฏตรงหน้าของเขา พอเขาเข้าเกมด้วยไอดีของตุ้ยนุ้ยก็พบ ตัวละครหนุ่มของตุ้ยนุ้ยในทันที

         

 

       ตัวละครนั้นเป็นชายหนุ่มหน้าตาหน่อมแน้ม ผมสั้นสีส้มเป็นกระเซิง ตัวละครนี้ซ่อนร่างเพรียวบางแบบอิสตรีในชุดเสื้อแขนกุด กางเกงผ้าฝ้ายบางสีส้ม บนอกและไหล่มีเกราะหนังสีดำ สนับแขนและเข่าก็ห่อหุ้มด้วยเกราะหนังสีเดียวกันล้วน เมื่อเหลือบไปดูอาวุธประจำกาย ก็เห็นเพียงแค่ดาบผุๆสนิมเขรอะจำนวนสองเล่มเท่านั้น 

 

“ ดูเผินๆโคตรโหลเลยว่ะ ไหนดูอย่างละเอียดซิ นายมีอะไรมั่ง ” มาวินไล่ดูที่เมนูสเตตัส สิ่งที่เขาพบก็คือรายละเอียดตัวละครที่เขากำลังจะเล่น 

 

ชื่อ จาฟัส     เพศ ชาย     อาชีพ นักดาบ 

LV.10 

พลังชีวิต 350/350              กำลัง      15           โชค     12                  

พลังกาย 80/80                ความเร็ว   20         ปัญญา   6 

พลังเวทย์ 32/32               ทนทาน     8             ทักษะ  10 

 

“ โห ไม่เลวแฮะ เจ้าอ้วนตุ้ยนุ้ยเล่นสายตีเร็วนี่นา เข้าทางเรานะ แบบนี้เล่นง่ายหน่อย ไหนดูรายละเอียดอุปกรณ์ทั้งหมดหน่อยสิ ” เด็กหนุ่มเห็นค่าพลังก็สามารถวิเคราะห์แนวการเล่นของตัวละครออกในทันที เวลาต่อมาเขาก็กดดูเมนูอุปกรณ์ของตัวละคร 

 

อุปกรณ์                          

หัว       =  ไม่มี                   มือซ้าย  = ดาบเหล็กสนิมเขรอะ           เครื่องประดับ  = ไม่มี 

เสื้อผ้า  =  เสื้อชาวบ้าน       มือขวา  = ดาบเหล็กสนิมเขรอะ 

เกราะ   =  เกราะหนัง                

รองเท้า =  รองเท้าหนัง 

 

“ ฮะๆ โหลจริงๆว่ะ สมกับตัวละครเลเวล 10 เลย คอยดูนะเจ้าอ้วน อีกสองชั่วโมงตัวละครของแกต้องเข้าขั้นเทพแน่ๆ ฮ่าๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะเยาะอุปกรณ์เสี่ยวแดกตามสไตค์พวกเลเวลต่ำของตุ้ยนุ้ย เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขาสามารถปั้นตัวละครนี้ให้เทพภายในเวลาสองชั่วโมง เนื่องด้วยตัวละครตัวนี้เป็นแนวพริ้วไหว ตีไว ซึ่งเป็นแนวถนัดในการเล่นเกมของมาวิน

 

“ อืม…… เอางี้ เปิดมาก็ลงดันเจี้ยนเลเวล 30 เลยดีกว่า ” เด็กหนุ่มเหมือนจะเปรี้ยวมาก เพราะทันทีที่เล่น เขาก็เริ่มเข้าดันเจี้ยนที่เหมาะกับพวกระดับ 30 ทั้งที่ตัวละครของตนมีระดับแค่ 10 เท่านั้น 

          

 

         ถ้าผู้เล่นทั่วไปเข้ามาก็เหมือนฆ่าตัวตาย แต่ไม่ใช่มาวิน เขาสามารถบังคับตัวละครของตุ้ยนุ้ยลุยฝ่านักรบโครงกระดูก สมุนตัวหลักในดันเจี้ยนได้อย่างง่ายดาย การโจมตีที่หนักหน่วงของเหล่าศัตรูมิได้ต้องผิวตัวละครหนุ่มนักดาบคู่เลยแม้แต่น้อย นับได้ว่าการอ่านจังหวะและการคอนโทรลตัวละครของมาวินเข้าขั้นระดับสูงสุด เมื่อได้จังหวะเขาก็โจมตีสวนด้วยการฟันรัวๆบ้าง หรือไม่ก็ฉากออกมาแล้วปล่อยท่าไม้ตายดาบพลังลมที่เป็นการปลดปล่อยคลื่นพายุน้อยๆเพื่อโจมตีศัตรูจากระยะไกล พอคู่ต่อสู้ทำท่าจะรายล้อมรอบตัวเขาได้ เขาก็พลิกแพลงหลอกล่อคู่ต่อสู้จนสามารถหนีออกจากวงล้อมได้ทุกครั้งไป สุดท้ายเขาก็ดำเนินการตีแล้วฉากหนีเป็นระยะเพื่อไล่เก็บศัตรูไปทีละตัว 

          

 

        นิ้ว ทั้งสิบวางลงบนคีย์บอร์ด ทั้งสิบนิ้วนั้นพริ้วไหวไปมาบนแป้นพลาสติกสีดำอย่างรวดเร็วราวจักรผัน เขาเพลิดเพลินกับการต่อสู้แบบที่เขาถนัดเป็นเวลาเนิ่นนาน จนในที่สุดเขาก็พบบอสใหญ่ประจำดันเจี้ยน 

         

 

        บอสใหญ่เป็นปีศาจโครงกระดูกในชุดเสื้อคลุมตัวใหญ่ ปีศาจนั้นสูงราวสามเมตร ในมือของมันถือดาบใหญ่ทรงโค้ง อีกข้างถือโล่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ทำจากโครงกระดูก บนหัวของมันมีมงกุฎทองสวมอยู่ท่าทางของมันดูน่ากลัวยิ่งนัก 

         

 

        เด็กหนุ่มคอนโทรลตัวละครโดยการเคลื่อนที่ไปรอบๆตัวของบอสใหญ่ก่อน บอสใหญ่โจมตีด้วยการฟาดดาบยักษ์ที่รุนแรงชนิดถ้าตัวละครเลเวลต่ำแบบเขาโดนเข้าไป อาจถึงตายได้ในดาบเดียว บางครั้งปีศาจร้ายก็พ่นลาวาออกจากปากของมัน แต่ทว่าเด็กหนุ่มก็สามารถหลบหลีกได้อย่างเฉียดฉิวทุกกระบวน 

 

“ ไอ้ตัวนี้ฝีมือใช่ย่อยแฮะ ตีเร็วใช้ได้ แถมเราตัวอ่อนแบบนี้ ปังเดียวไปหาเง็กเซียนฮ่องเต้แน่ ประชิดตัวยากแบบนี้ ลองสเต็ปหนีไปเรื่อยๆเพื่อรอดูจังหวะก่อนดีกว่า ” มาวินนิ่งคิดเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น

          

 

       มาวินคอนโทรลตัวละครให้พริ้วหลบการโจมตีอยู่หลายกระบวนท่า เขาก็ถึงบางอ้อ ด้วยความเป็นผู้ชำนาญทางด้านเล่นเกมในระดับสูงสุด 

 

“ อย่างนี้นี่เอง ถ้าคู่ต่อสู้อยู่ในระยะดาบ มันจะโจมตีด้วยดาบประมาณสี่ถึงห้าครั้ง หลังจากนั้นก็จะพ่นลาวาใส่ แต่ถ้าคู่ต่อสู้ไกลเกินระยะดาบก็จะพ่นลาวาใส่ในทันที และจะตามเข้ามาฟันอีกประมาณสี่ห้าที ส่วนลาวาเมื่อพ่นออกไปแล้ว มันต้องหยุดนิ่งเพื่อพักชาร์จพลังอีกประมาณสามวินาทีถึงจะเคลื่อนไหวต่อได้ เข้าใจหมดแล้ว ดีล่ะ ” มาวินอ่านการเคลื่อนไหวของบอสใหญ่ได้ทั้งหมดแล้ว เขาเริ่มอมยิ้มพลางคิดในใจ 

 

“ เสร็จแน่ ” 

          

 

       ตามคาด มาวินอาศัยช่วงจังหวะที่ปีศาจโครงกระดูกกำลังหยุดนิ่งชาร์จพลังเพื่อเล่นงานมันด้วยทุกกระบวนท่าที่เขามี ไม่นานนัก…… 

 

“ ตูม……. ” 

         

 

       เสียงระเบิดจากตัวปีศาจโครงกระดูกดังขึ้น ปีศาจตนนั้นกระจายร่างเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หลังจากนั้นกระดูกเล็กๆเหล่านั้นก็กลายสภาพเป็นผงลอยขึ้นสู่กลางอากาศ จังหวะเดียวกันนั้นก็ปรากฏข้อความภาษาไทยตัวใหญ่ขึ้นมาที่กลางจอ 

 

“ ยินดีด้วย คุณผ่านดันเจี้ยน ระดับ 30 แล้ว ” 

 

“ ฮะๆ ง่ายยังกะปอกกล้วยเข้าปาก ” เด็กหนุ่มมองดูค่าสเตตัสของตัวละคร พบว่าตอนนี้เลเวลของตัวละครกระโดดไปที่ 29 แล้ว จากนั้นเขาเหลือบดูเวลา 

 

“ อ้าวเพิ่งผ่านไปแค่ห้าสิบนาทีเองหรือเนี่ย น่าจะเข้าไปเล่นได้อีกซักเกมสองเกมนะ ” เด็กหนุ่มพูดเบาๆกับตัวเอง 

 

…………………….

         

        เที่ยงคืนแล้ว เด็กหนุ่มหัวเขียวกำลังนั่งดูคลิปกีฬาเอ็กตรีมเก่าๆที่เขาโหลดมาเก็บไว้ ในใจนึกรอสายของไอ้ตุ้ยนุ้ย เด็กรุ่นน้องผู้บ้าเกมเป็นชีวิตจิตใจอย่างกระวนกระวาย ทันใดนั้นเองเสียงริงโทนหมัดเทพเจ้าดาวเหนือก็ดังขึ้นจากมือถือของมาวินอีกครั้ง 

 

“ ฮัลโหล ไงตุ้ยนุ้ย โอเคมั้ยวะกับผลงานของชั้น ” มาวินร้องทักน้ำเสียงใส 

 

“ สุดยอดมากครับพี่ ตัวละครแม่งโดดไปที่เลเวล 38 แน่ะ แถมอาวุธแต่ละชิ้นที่ได้มาก็โคตรเทพเลย ตอนนี้ตัวละครผมเข้าขั้นชั้นแนวหน้าของเกมนี้ไปแล้ว พี่ทำได้ไงเนี่ย ” ตุ้ยนุ้ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นดีใจ 

 

“ เออ ของง่ายๆว่ะ ชั้นก็แค่เข้าไปลุยในดันเจี้ยนเลเวล 30 มาน่ะ ” มาวินตอบแบบไม่ใส่ใจเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครก็ทำได้ 

 

“ หา….. บ้าไปแล้ว พี่ไม่ใช่คนแล้วล่ะมั้ง ตัวละครของผมมันเลเวลแค่ 10 เองแต่พี่ดันทะลึ่งไปเล่นดันเจี้ยนเลเวล 30 แค่โดนสมุนมันอัดเข้าไปแค่ทีเดียวพี่ก็ม่องแล้วมั้ง ” ตุ้ยนุ้ยอุทานดังด้วยความตื่นเต้นตกใจ 

 

“ ก็อย่าโดนมันอัดสิ แค่นี้ก็ไม่ตายแล้ว ” มาวินตอบเฉยเมยราวสิ่งที่ทำมันง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก 

 

“ พูดน่ะมันง่าย แต่ไม่มีใครทำได้หรอก พี่โม้ผมป่าวเนี่ย ทำไงบอกมาหน่อยสิครับ อย่ากั๊กความรู้สิ ” ตุ้ยนุ้ยยังไม่เชื่อ 

 

“ เหอ เหอ เหอ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ แต่มาวินไม่ตอบอะไรเพราะถึงตอบไป ตุ้ยนุ้ยก็ไม่เชื่อเขาอยู่ดี เด็กหนุ่มกดตัดสายอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มดาวน์โหลดเกมฟาคราย 8 ที่ตุ้ยนุ้ยแอบแฮกแล้วเอามาปล่อยบนเว็บอัปโหลดสาธารณะอย่างเร่งร้อน พอเขาดาวน์โหลดเสร็จก็กดติดตั้ง กระบวนการทุกอย่างใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสิ้นเนื่องจากคอมพิวเตอร์ของเด็กหนุ่มมีกำลังประมวลผลที่สูงมาก  

           

 

        ไม่นานนัก ภาพกราฟิกของเกมระดับสูง ซึ่งเป็นฉากป่าดงดิบโหดๆก็ปรากฏตรงหน้าของเด็กหนุ่ม  

 

“ ฮะๆ เยี่ยมไปเลย ขอต้อนรับสู่โลกของมาวิน ” เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆ ดวงตาลุกวาวเป็นประกายราวเห็นอัญมณีที่ล้ำค่าอยู่เบื้องหน้า

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา