The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  33 LV
  4 วิจารณ์
  1,850 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 19.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

8) การเดินทาง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

LV 8 การเดินทาง

 

        ค่ำคืนวันนั้น น้าเดชอัจฉริยะสติเฟื่องก็ได้มาร่วมกินอาหารเย็นกับครอบครัวของจัน ทุกคนดูสนุกสนานกับงานเลี้ยงฉลองในครั้งนี้ การสนทนาพาทีส่วนใหญ่ของพ่อและแม่จันมักเป็นการตั้งคำถามต่อน้าเดช มันเป็นคำถามที่ทั้งคู่สงสัยมาอย่างยาวนาน อาทิเช่น ทำอะไร ที่ไหน จะทำอีกนานมั้ย และจะหายบ้าเมื่อไหร่ ซึ่งคำตอบของน้าสติเฟื่องก็คือ บางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ทำที่อนามัย อีกไม่นานคงเสร็จ และจะบ้าต่อๆไปตราบที่ใจปรารถนา  

         

 

       ในวงสนทนามีหลากหลายอารมณ์ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นความรู้สึกที่ดีต่อกันเสียมากกว่า มีเพียงสองคนในวงเท่านั้นที่มักหลีกเลี่ยงการสนทนาหรือสบตากันทั้งที่โดยปกติทั้งสองจะปะทะฝีปากกันเป็นประจำ สองคนนั้นก็คือ “จันกับมาวิน”   

 

………………………. 

         

         ช่วงสายของวันรุ่งขึ้น เด็กหนุ่มสาวทั้งสองก็บอกลาญาติผู้ใหญ่อันเป็นที่รักเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพ เนื่องจากจันมีเรียนในวันถัดๆไป แต่ถึงอย่างไรคนที่เป็นพ่อแม่ย่อมต้องรักและหวงแหนผู้เป็นลูกอยู่เสมอ  ดังนั้นบรรยากาศการจากลาจึงเต็มไปความอาลัย โดยเฉพาะน้าเดชคุณน้าจอมป่วนนั้นเป็นหนักกว่าเพื่อน เขาถึงขั้นร้องไห้โฮออกมาแบบชุดใหญ่ราวกับเขาได้กลายสภาพเป็นเด็กน้อยก็ไม่ปาน เดือดร้อนถึงจันที่ต้องทำหน้าที่ปลอบประโลมน้าชายตัวดีของเธอ  

          

 

       มาวินและจันขยับกายมาที่มอเตอร์ไซด์ฮอนด้าสีฉูดฉาด ในครั้งนี้มาวินรีบรุดมาจองที่นั่งคนขับ พลางเปิดปากพูดเป็นคำแรกนับจากเสร็จสิ้นงานลีลาศในไฟล์ดิจิตอล  

 

“ ขากลับ ชั้นเป็นคนขับเอง ”  

 

“ อืม ” จันรับคำอย่างว่าง่ายจนผิดปกติ  

          

 

        มาวินสตาร์ทเครื่องมอเตอร์ไซด์คู่ใจแล้วเคลื่อนรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาของญาติผู้ใหญ่ทั้งสามคู่ตามส่งด้วยความอาลัย  

 

…………………………. 

         

        ขากลับนี้ไม่มีเหตุหวาดเสียวเหมือนตอนขามาเลยซักช็อต เนื่องจากมาวินเป็นผู้ขับขี่ที่มีความระมัดระวังตามปกติที่มนุษย์ทั่วไปควรจะมี ดังนั้นจังหวะโฉบเฉี่ยวแบบเสียวๆตามแนวการขับของจันจึงไม่ปรากฏให้เห็น มาวินใช้เวลาในการเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมงก็พาตัวเองและจันกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย  

       

 

       ทันทีที่มอเตอร์ไซด์ฮอนด้าคันงามจอดสนิทที่หน้าบ้านของเด็กหนุ่ม มาวินและจันก็ได้เคลื่อนกายลงจากรถ ระหว่างที่มาวินลากมอเตอร์ไซด์เข้าลานจอดรถในตัวบ้าน เด็กสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลังก็เอ่ยถามขึ้นมาขึ้นมาลอยๆ  

 

“ ตกลงแล้ว นายจะกลับเรียนอีกครั้งมั้ย ”  

          

 

        เด็กหนุ่มชะงักงันและหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ต่อมาเขาก็เริ่มลากมอเตอร์ไซด์เข้าไปเก็บในโรงรถต่อโดยไม่ได้ตอบคำถามของเด็กสาวแต่อย่างใด หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็หันหลังพิงกำแพงและก้มหน้านิ่งราวกับกำลังคิดใคร่ครวญอย่างหนัก  

 

“ ตกลงนายจะว่ายังไง ” เด็กสาวที่เดินตามเข้ามาเปิดปากทวงคำตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน  

 

“ ชั้นๆ…..อยากไปแต่ว่า……สิ่งที่ชั้นทำ มัน…..” เด็กหนุ่มก้มหน้าพูด ท่าทางของเขาดูหงอยๆ  

 

“ มันไม่ใช่ความผิดของนาย ” เด็กสาวชิงตอบ  

 

“ ถึงยังไงชั้นก็เป็นคนที่ทำให้ไอ้ต๋องเจ็บปวดจนมันต้องฝันสลาย ” เด็กหนุ่มก้มหน้าสำนึกผิด  

 

“ ใครจะรู้ล่วงหน้าว่าเหตุการณ์มันจะกลายเป็นแบบนั้น นายรู้จักคำว่าอุบัติเหตุมั้ย อีกอย่างเจ้าต๋องมันก็ฝากมาบอกให้นายกลับมาเรียน มันไม่ได้โกรธนายเลย ” เด็กสาวพยายามทำให้มาวินเข้าใจ  

         

 

       เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวแวบนึง จากนั้นเขาก็ก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง แต่เพียงพริบตาเดียวที่มาวินเงยหน้าขึ้นมา จันก็เห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของมาวิน นั่นคือแววตาแห่งความหวัง เด็กสาวจึงรีบตามติดผลงานต่อโดยการเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งและห้าวหาญ  

 

“ ตอนนี้ทุกคนให้อภัยนายหมดแล้ว คนที่ยังไม่ยอมให้อภัยก็มีแต่ตัวนายเองเท่านั้น ทำไมนายถึงไม่ปล่อยวางแล้วเดินหน้าต่อไป ให้อภัยตัวเองซะ เข้าใจมั้ยนายวิน ”  

         

 

       เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ดวงตาเปล่งประกายปลาบปลื้มดีใจ หัวใจที่หนักหน่วงและยุ่งเหยิงเริ่มจะคลายตัวลงและชัดเจนแจ่มใสขึ้นมาบ้างแล้ว วินาทีต่อมาเด็กหนุ่มเสหน้าไปอีกทางพลางเปิดปากถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย   

 

“ แล้วพวกเราจะรวมตัวกันอีกวันไหนล่ะ ”  

          

 

        เด็กสาวแย้มยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกยินดี นี่นับได้ว่าเป็นนิมิตหมายอันดีว่า มาวิน เด็กหนุ่มผู้มากความสามารถทางด้านสเก็ตบอร์ดกำลังจะกลับมาแล้ว 

 

“ ถ้านายต้องการ เราก็จะจัดงานเลี้ยงฉลองในเย็นวันพรุ่งนี้เลย ” เด็กสาวตอบเสียงใส

 

“ อืม ” เด็กหนุ่มพยักหน้าช้าๆเป็นเชิงรับรู้  

 

“ นายต้องมาให้ได้นะ เพื่อนทุกคนที่วิทยาลัยจะมารวมตัวกันอีกครั้งที่ชมรมของเรา ” เด็กสาวบอกเชิงบังคับ  

 

“ อืมๆ ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับคำอีกครั้ง  

 

“ นายสัญญาแล้ว ต้องมาให้ได้นะ ” เด็กสาวกำชับอีกรอบเพื่อความแน่ใจ  

 

“ ได้เลย ” คราวนี้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นพร้อมยิ้มรับนิดๆ  

         

 

       ทันใดนั้นเองเด็กสาวก็พุ่งเข้าโอบกอดเด็กหนุ่มแบบเต็มๆอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กหนุ่มถึงกลับยืนเอ๋อ เขารู้สึกงงกับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น อ้อมกอดของเด็กสาวนั้นช่างอบอุ่นและหนักแน่น โสตประสาทของเด็กหนุ่มได้ยินเสียงห้าวที่สดใสของเด็กสาวอย่างชัดเจน เสียงนั้นดังว่า……  

 

“ นายรู้มั้ยว่าชั้นรอให้นายเปิดใจแบบนี้มาตั้งครึ่งปีแล้ว เพราะชั้นรู้ดีว่าสเก็ตบอร์ดมันคือความฝันของนาย ชั้นอยากให้นายกลับมา ชั้นยืนข้างนายเสมอ ”  

 

“ ระ…..รู้แล้วน่า ” เด็กหนุ่มพูดติดขัด น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อย  

         

 

        ชั่วครู่เด็กสาวก็คลายอ้อมกอด เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มอีกครั้ง เธอแย้มยิ้มให้ด้วยความดีใจ ส่งผลให้ใบหน้าของเด็กสาวแลดูอ่อนโยนลงจนทำให้เธอดูสวยขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เด็กหนุ่มจะเป็นฝ่ายหลบตามองไปทางอื่นด้วยความเขินอาย  

 

“ ฮะๆ อย่าลืมที่นัด พรุ่งนี้ตอนเย็นนะ ฮะๆ ” เด็กสาวพูดไปยิ้มไปอย่างรื่นเริงใจ หลังจากนั้นเธอก็จรจากลาเพื่อกลับบ้านของเธอ  

         

 

       หลังจากที่เด็กสาวจากไปแล้ว ก็เหลือเพียงแค่มาวินที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เด็กหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า มีลมเย็นผสานไอร้อนที่พัดโชยมาเป็นระยะๆ อึดใจต่อมาเด็กหนุ่มก็พูดออกมาเบาๆว่า……  

 

“ ให้อภัยตัวเองงั้นหรือ ”  

 

…………………………. 

         

        ทันทีที่เด็กหนุ่มเข้ามาในบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือ “ออนไลน์” คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่มีในห้องนอน หลังจากที่คอมทุกตัวถูกเชื่อมต่อกับสัญญาณอินเทอร์เน็ต ข่าวสารบนโลกออนไลน์ก็หลั่งไหลผ่านสายตาที่ว่องไวของเขา นิ้วมือของเขาสลับกันเคาะแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์ทั้งสามเครื่องด้วยความรวดเร็วที่สูงยิ่งราวจักรผัน  

         

 

        ระหว่างที่เขากำลังหลุดเข้าไปในโลกออนไลน์อันเสมือนเป็นจักรวาลที่ไร้ขอบเขต ทันใดนั้นเองเขาก็หยุดชะงักการออนไลน์ แล้วหันมาสนใจกับวัตถุประหลาดที่อยู่ในกระเป๋าเป้เดินทางของเขา สิ่งนั้นมีขนาดและรูปร่างใกล้เคียงกับกล้องอินฟาเรตมาก สิ่งนั้นก็คือ “แว่นวิเศษ” ของน้าเดช น้าชายสติเฟื่องจอมอัจฉริยะของเขานั่นเอง  

 

“ ฮะๆ…..น้าครับ ผมขอยืมมาเล่นแบบไม่บอกซักเดือนนะครับ  ฮะๆ ” เด็กหนุ่มพูดกับตัวเองพลางสำรวจของเชลยที่ขโมยมาได้  

       

 

        เด็กหนุ่มเริ่มลงมือเสียบสายพอร์ตไมโคร usb เพื่อเชื่อมต่อแว่นวิเศษให้เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง จากนั้นก็สวมแว่นวิเศษเข้ากับศีรษะของตัวเอง แล้วก็คลิกเมาส์เพื่อเตรียมเข้าเกมที่ตัวเองต้องการเล่น ทันใดนั้นเองโลโก้ของค่ายยูบิซอฟต์ที่คล้ายวงกลมประหลาดซึ่งมีดวงตาอยู่ข้างในก็ปรากฏขึ้นที่หน้าจอคอม เด็กหนุ่มอมยิ้มพร้อมขบคิดอย่างคึกคะนอง  

 

“ เยี่ยม รอก่อนนะเกมฟาคราย 8 ชั้นจะเข้าไปลุยกับพวกนายด้วยตัวเองอีกซักรอบ ฮ่าๆ ”  

       

 

       เด็กหนุ่มกดปุ่มขวาบนสุดในทันที ใจหมายมั่นแบบสุดๆว่าจะเข้าเล่นเกมยิงตะลุยด่านชื่อดังอย่างฟาคราย 8 ให้สาแก่ใจ อึดใจต่อมาภาพในโลกปัจจุบันตรงหน้าของเด็กหนุ่มก็หายไปเหลือไว้แต่เพียง……ความว่างเปล่า   

 

……………………………. 

       

       เด็กหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น ความรู้สึกคล้ายกับว่าเขากำลังตื่นจากนิทราที่แสนสุขสม เมื่อความรู้สึกทางร่างกายกลับมาจนหมด เขาก็รับรู้ได้ว่าในตอนนี้เขากำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสีขาวแสนสะอาด เด็กหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เขาพบว่าห้องที่เขาอยู่เป็นห้องเล็กๆขนาด 4×4 เมตร ผนังห้องทาสีขาวสะอาดตา ส่วนพื้นก็ปูพรมขาว ทั่วทั้งห้องมีแค่เตียงและกระจกเงารูปทรงวงรีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ที่มุมห้องเพียงบานเดียวเท่านั้น   

        

 

       ทันใดนั้นเองก็มีเสียงชายสูงอายุดังมาจากที่ไหนซักแห่ง เด็กหนุ่มได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจนแบบเต็มสองหูราวกับว่าเจ้าของเสียงมาพูดกรอกหูอยู่ใกล้ๆ  

 

“ ยินดีต้อนรับสู่เกม The Dark Warld นี่คือโหมดสร้างตัวละคร ”  

 

“ เฮ้ยๆ เดี๋ยวเมื่อกี้ชั้นเข้าเกมฟาคราย 8 นี่ ไหงโผล่มาที่เกม The Dark World ได้ล่ะ หรือว่าเรากดเข้าเกมผิด ไอคอนมันก็ดันอยู่ใกล้ๆกันแถมทั้งสองเกมก็เป็นเกมที่มาจากค่ายเดียวกันอีกต่างหาก สงสัยจะเป็นอย่างนั้นมั้ง ” เด็กหนุ่มเริ่มโวยวายในตอนแรกแต่หลังจากนิ่งคิดไปได้ครู่หนึ่งเขาก็เข้าใจได้ว่าตนอาจกดเข้าผิดเกม  

         

 

        ในตอนแรกเด็กหนุ่มตั้งใจว่าจะออกจากเกมในทันที เพราะเขาไม่ค่อยชอบเล่นเกมแนวเก็บเลเวล เนื่องจากมันใช้เวลานานในการสะสมค่าประสบการณ์ ต่างจากเกมแนวแอคชั่นที่ใช้ทักษะในการอ่านเกมและไหวพริบปฏิภาณบวกกับฝีมือการคอนโทรลเข้าต่อสู้ ซึ่งเด็กหนุ่มมีทักษะทุกอย่างที่กล่าวมาในระดับที่น่าจะเป็นหนึ่งได้ไม่ยาก แต่ทว่าเขาเกิดเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน  

 

“ อืม…คิดดูอีกที ไหนๆเราก็เข้ามาแล้ว ก็อยู่เล่นแบบขำๆซักพักหนึ่ง ก็ดีนะ ”   

         

 

        เสียงของชายแก่ดังขึ้นมาอีกครั้ง  

 

“ ผู้เล่นกรุณาเดินไปที่หน้ากระจก ”  

 

“ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะขำๆ จากนั้นก็ปฏิบัติตามคำสั่งของชายชราผู้มองไม่เห็น  

          

 

       ทันทีที่เด็กหนุ่มเดินไปที่หน้ากระจก ภาพเงาที่สะท้อนกลับมาก็แทบทำให้เขาตะลึงจนลืมหายใจ เนื่องด้วยเงาที่สะท้อนตัวตนของเขาในกระจกก็คือตัวเขาเอง ทว่าตัวเขาที่ปรากฏอยู่ในนั้นกลับมีเพียงกางเกงในสีขาวตัวเดียวเท่านั้นที่ห่อหุ้มร่างกายไม่ให้โป๊เปลือย  

 

“ เฮ้ยๆ…..ทำไมชั้นถึงล่อนจ้อนอย่างงี้ฟะ บ้าชะมัดเลย ” เด็กหนุ่มหันมองสำรวจตัวเอง เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกำลังอยู่ในสภาวะที่ใกล้เคียงกับนายแบบนู้ด  

 

“ จงเลือกทรงผม ” เสียงชายแก่ดังขึ้นมาอีกครั้ง  

 

“ โห ไฮเทคอ่ะ นี่ชั้นเลือกได้จริงหรือ ” เด็กหนุ่มอุทานดัง ความรู้สึกเขินอายจากการเป็นชีเปลือยกำลังจางหายไปและเริ่มมีความรู้สึกตื่นเต้นเข้ามาแทนที่  

 

“ จงเลือกทรงผมหรือเจ้าจะใช้ทรงเดิม ” เสียงชายแก่ดังขึ้นอีกเพื่อเร่งรัดให้เด็กหนุ่มตัดสินใจ  

 

“ อ้าวลุงให้เลือกทรงผม ลุงก็จัดมาให้ดูทีละทรงเลย ว่าแต่ลุงจะโผล่มาตัดผมให้ชั้นตอนไหนเนี่ย ชั้นจะได้หลับรอ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวเริ่มโชว์ความเกรียนตามสันดานเดิมที่ไม่เคยจางหาย  

         

 

        หลังจบคำ ทรงผมเดิมของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปเป็นทรงหัวล้านในทันที และเมื่อเด็กหนุ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของตนเองในกระจก เด็กหนุ่มก็เกิดอาการสะดุ้งตกใจ  

 

“ เฮ้ย นี่เล่นเปลี่ยนกันแบบฉับพลันอย่างนี้เลยรึ โหๆ…..อเมซิ่งสุดๆเลย ” เด็กหนุ่มอุทาน  

         

 

       พอเด็กหนุ่มเริ่มคุ้นเคยกับสถานการณ์ เขาก็เริ่มขอเปลี่ยนทรงผมไปหลายต่อหลายครั้ง มีทั้งทรง กะลาครอบ รองทรงสูง หวีเป๋ข้างเดียว แสกกลาง แสกข้าง แนวเกาหลีหัวฟูก็มี แม้กระทั่งผมยาวสลวยถึงกลางหลังก็เลือกได้ เด็กหนุ่มดูสนุกและเมามันกับการจัดเปลี่ยนทรงผมนับสิบทรงจนกินเวลาเนิ่นนาน ดูเหมือนว่าเขาจะสนุกกับเรื่องนี้มากกว่าการเข้าไปเล่นเกมจริงๆซะอีก  

          

 

        ในที่สุดการคัดเลือกทรงผมอย่างประณีตของเด็กหนุ่มก็จบลงด้วย……ทรงผมรากไทรกะบังหน้าย้อมเขียวอันเป็นทรงเดิมของเขา  

 

“ ทรงเดิมนี่แหละหล่อสุดแล้ว เอาทรงนี้เลยลุง ” มาวินตอบ  

 

“ ต่อไปเลือกชุด ” เสียงชายแก่เสนอทางเลือกอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาดูขุ่นมัวนิดๆ ก็น่าจะเป็นแบบนี้เพราะเขาคงรำคาญที่มาวินใช้เวลาในการเลือกทรงผมนานเกินไป

 

“ ค่อยยังชั่ว ทีแรกนึกว่าจะให้ชั้นเล่นเกมในสภาพชีเปลือยแบบนี้ซะอีก ฮ่าๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะโล่งอก  

        

 

        เด็กหนุ่มเลือกชุดที่สวมใส่ ซึ่งก็มีให้เลือกเพียงแค่ไม่กี่ชุดเท่านั้น ชุดแรกก็คือเสื้อแขนกุด คอเสื้อเป็นรูปสามเหลี่ยม กางเกงขายาวที่ทำมาจากผ้าฝ้าย คาดด้วยสายรัดเอวคล้ายนักคาราเต้ รองเท้าผ้าแบบนักกังฟู ส่วนชุดที่สองเป็นเสื้อผ้าบางมีปกเสื้อ แขนเสื้อสั้นประมาณศอก กางเกงผ้าเนื้อหยาบดูเบสิก รองเท้าสานด้วยฟาง ชุดสุดท้ายนับว่าเห่ยและรุ่มร่ามที่สุดในสายตาของมาวิน เพราะมันเป็นเสื้อคลุมเนื้อหยาบที่คลุมยาวถึงเท้า แขนเสื้อก็ยาวไปถึงข้อมือ ส่วนรองเท้านั้นเป็นรองเท้าผ้าแบบธรรมดาที่ดูไม่คงทน  

 

“ แต่ละชุดเห่ยสุดๆเลย ชุดแรกแล้วกัน ดูทุเรศน้อยที่สุดแล้ว ส่วนสีนี่ขอเป็นสีเขียวนะ ” มาวินสั่ง เขาเริ่มเซ็งเล็กน้อยที่เกมนี้มีชุดให้เลือกน้อยมาก  

        

 

       วินาทีต่อมา ชุดที่มาวินเลือกก็ปรากฏบนเรือนร่างของเด็กหนุ่ม มาวินไม่ภาคภูมิใจกับมันเลยเพราะจากสภาพที่เห็นในกระจก เขาดูเหมือนตัวตลกในชุดนักสู้สีเขียว  

 

“ ต่อไปให้ผู้เล่นเลือกอาชีพพื้นฐาน ” เสียงชายแก่ดังขึ้นอีก  

 

“ อ้าวแล้วมีกี่อาชีพอ่ะลุง ” เด็กหนุ่มล้มตัวลงนอนเอกเขนกที่เตียงพลางเปิดปากถามด้วยท่าทางที่ดูชิวๆ  

 

“ มี 4 อาชีพ ” เสียงชายแก่ตอบ  

 

“ ไล่มาทีละอาชีพ เล่ามาให้ตื่นเต้นนะลุง ชั้นนอนฟังอยู่ ” เด็กหนุ่มนอนไขว่ห้างท่าทางกวนๆ  

 

“ อาชีพที่ 1 สายนักสู้ อาชีพที่เน้นกำลังและความเร็ว เป็นแนวหน้าที่สามารถบุกตะลุยคู่ต่อสู้แบบตรงๆ มีความชำนาญด้านอาวุธและเพลงหมัด ” ชายแก่ที่ไร้ตัวตนแจงโดยละเอียด  

 

“ โห น่าสน อาชีพต่อไปเลยลุง ” เด็กหนุ่มตื่นตัวเล็กน้อยแต่เขาก็อดใจไว้และยังไม่ตัดสินใจเลือกอาชีพนี้ เนื่องจากต้องการทราบข้อมูลอีกสามอาชีพที่เหลือ  

 

“ อาชีพที่ 2 นักศึกษา อาชีพที่เน้นสติปัญญา เป็นแนวหลังในการต่อสู้ มีความถนัดทางด้านเครื่องยนต์กลไก การประดิษฐ์คิดค้นและเวทมนตร์ ” เสียงชายแก่ดังได้ระดับเดียวกันตลอดราวกับเสียงของหุ่นยนต์  

 

“ โห ผ่านอ่ะ ชั้นไม่ใช่พวกเด็กเรียน อาชีพต่อไปเลย ” เด็กหนุ่มโบกมือไล่คล้ายรังเกียจคาแร็คเตอร์ของอาชีพนี้  

 

“ อาชีพที่ 3 ชาวบ้าน อาชีพที่เน้นทักษะเฉพาะด้าน เป็นขุมกำลังที่ใช้สนับสนุนในการรบ เน้นการสร้างความมั่งคั่ง มีความถนัดหลากหลายตามสาขาอาชีพที่เลือก ” ชายแก่แจงรายละเอียด  

 

“ ฟังแล้วเบื่อ อาชีพหาเงินแบบนี้ก็คงไม่ค่อยได้บู๊อ่ะดิ ไม่เอาๆ ” เด็กหนุ่มหาวพร้อมโบกมือไล่อีกครั้ง  

 

“ อาชีพสุดท้าย ไร้อาชีพเป็นสายที่ไม่มีความถนัดอะไรเลยนับเป็นอาชีพที่ไร้ค่าที่สุด ใครที่ต้องการความท้าทายในการเล่นระดับสูงสมควรเล่นอาชีพนี้ ” เสียงของชายแก่แจงอีก  

         

 

       ในครั้งนี้เด็กหนุ่มถึงกลับผุดลุกขึ้นมานั่ง ตัวของเขาแข็งเกร็ง พลางสบถกับตัวเองเบาๆ  

 

“ อาชีพบ้าๆแบบนี้มีด้วยรึวะเนี่ย เล่นมาตั้งหลายร้อยเกมเพิ่งเคยเห็น มันเหมือนเริ่มจากศูนย์แบบเต็มๆเลยนี่หว่า เอาเลยอาชีพนี้แหละ น่าจะฮาสุดๆ ฮะๆ ” เด็กหนุ่มร้องบอกด้วยความตื่นเต้นพร้อมหัวเราะชอบใจราวกับคนบ้า  

 

“ ต่อไปตั้งชื่อตัวละคร ” เสียงชายแก่ดังขึ้นมาอีก  

 

“ อืมๆ……เอาชื่อไรดีนะ ” เด็กหนุ่มนิ่งคิด  

         

 

      เพียงชั่วครู่เด็กหนุ่มก็คิดชื่อได้ เขาเอ่ยปากแจ้งชื่อที่เขาคิดด้วยความมั่นอกมั่นใจ  

 

“ ไซเลนเดอร์แล้วกัน ”   

 

“ มีคนใช้ชื่อนี้แล้ว ” เสียงชายแก่ตอบ  

 

“ ว่ะ งั้นเอา เมททริก ” เด็กหนุ่มเสนอชื่อใหม่  

 

“ มีคนใช้ชื่อนี้แล้ว ” เสียงชายแก่ตอบแบบเดิม  

 

“ อีกแล้วหรือเนี่ย เอาชื่อไรดีนะ อืมๆ ” เด็กหนุ่มเริ่มเครียด เขากอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวด ในสมองพยายามคิดชื่ออย่างจริงจังราวกับว่ามันเป็นข้อสอบคัดเลือกเข้ามหาลัย  

         

 

      เด็กหนุ่มคิดขึ้นมานับสิบชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ซาลาเปา นัมร็อค ปาปี้ เง๊กเซียน หน้าหมี แต่ทุกคำตอบของชายแก่ก็คือ  

 

“ มีคนใช้ชื่อนี้แล้ว ”   

 

“ เฮ้ย พูดเป็นแค่ประโยคเดียวรึไง ตาแก่ งั้นชื่อมาวินล่ะ มีใครใช้อีกมั้ย ” เด็กหนุ่มเริ่มโวยวายด้วยความหัวเสีย  

 

“ ชื่อนี้ไม่มีคนใช้ ถามซ้ำ เจ้าจะใช้ชื่อนี้จริงหรือไม่ ” เสียงชายแก่ตอบกลับ  

 

“ อ้าว เฮ้ย ชื่อชั้นมันห่วยจนไม่มีคนใช้เลยหรือฟะ เอาก็เอาขืนไม่ใช้ชื่อนี้ สงสัยใช้เวลาคิดทั้งชาติก็น่าจะตั้งชื่อไม่เสร็จ ตกลงเอาเลยลุง เอาชื่อนี้แหละ ” เด็กหนุ่มตัดสินใจใช้ชื่อในเกมว่า “มาวิน” เพราะใจนึกอยากเล่นเกมนี้เต็มแก่แล้ว  

 

“ ต่อไปอัพความสามารถเบื้องต้น ” เสียงโทนเดียวของชายแก่เริ่มดังขึ้นมาอีก  

 

“ เอ้าอธิบายมาเลย มีค่าพลังอะไรบ้าง ตาแก่ ” เด็กหนุ่มสอบถาม  

 

“ มีแต้มเบื้องต้นให้เติมค่าพลังเป็นจำนวน 10 แต้ม ค่าพลังให้เลือกมีทั้งหมด 5 ชนิด มีกำลัง ความเร็ว ทนทาน โชค ปัญญา ” เสียงชายแก่แจง   

 

“ ค่าพลังแต่ละตัวมีผลยังไงบ้าง ว่ามาทีละตัวซิ ” เด็กหนุ่มสอบถาม  

 

“ กำลัง เป็นค่าพลังที่เกี่ยวกับการโจมตีป้องกันเป็นหลัก ” ชายแก่สาธยาย  

 

“ อ้อๆ พวกหมัดหนักหรือพวกสายป้องกันล่ะซิ ว่าต่อไป ” เด็กหนุ่มเร่งรัดให้อธิบายต่อ  

 

“ ความเร็ว เป็นค่าพลังที่เกี่ยวกับการหลบหลีก ความไวในการเคลื่อนที่ ” ชายแก่อธิบาย

 

“ รู้สึกว่าชั้นจะชอบสายนี้นะ เอ้า ว่าต่อไป ” เด็กหนุ่มอมยิ้มด้วยความชอบใจเพราะที่ผ่านมาเขาเป็นคนที่ชอบเล่นเกมที่ชิงชัยกันด้วยไหวพริบและความไวจนเป็นชีวิตจิตใจ  

 

“ ทนทาน เป็นค่าพลังที่เกี่ยวกับความอดทน ค่าพลังชีวิต พลังกาย ทำให้ตายยาก อึด เหนื่อยช้า ” ชายแก่แจงต่อด้วยเสียงที่ดังเป็นระดับเดียวดุจเดิม  

 

“ ยี้ ไอ้พวกบ้าพลังจอมอึด สายถึกไม่ชอบเลย ต่อๆ ” เด็กหนุ่มเบ้หน้า ดูท่าทางเขาจะไม่ชอบอะไรที่ใช้กำลังเอามากๆ  

 

“ โชค เป็นค่าพลังที่ทำให้ตัวละครหลบหลีกได้ดีขึ้น มีโอกาสสำเร็จในการเสี่ยงดวงมากขึ้น และสามารถโจมตีเข้าจุดตายได้บ่อยขึ้น ” ชายแก่อธิบายต่อ  

 

“ โห ชั้นดวงดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องการหรอกนะ ต่อไปเลยลุง ” เด็กหนุ่มปฏิเสธอีกรอบ  

 

“ ปัญญา ค่าพลังที่ใช้ในการประดิษฐ์เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ การวางแผนการรบและการใช้เวทมนตร์ ” ชายแก่ปริศนาแจงต่อ  

 

“ ค่าพลังกากน่า ชั้นชอบลุยทำลาย ไม่ชอบสร้างอะไร โอเคแท็งค์กิ้วลุง ต่อไปชั้นจะเริ่มอัพพลังของตัวเองแล้ว ” เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณ  

          

 

       เด็กหนุ่มนิ่งคิดตรึกตรองในใจเพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็จัดการอัพค่าพลังเบื้องต้นตามที่ใจเขาปรารถนา เป็นการอัพค่าพลังที่ประหลาดแบบสุดๆ ถ้าให้เดาคิดว่าคงไม่เคยมีใครทำแบบเขามาก่อน เพราะเขาอัพแต้มพลังเบื้องต้นไปที่พลังความเร็วทั้ง 10 แต้ม โดยปล่อยให้ค่าพลังที่เหลือทั้งหมดเป็น 0   

 

“ ฮ่าๆ ที่นี้ชั้นก็เร็วที่สุดในหมู่มือใหม่แล้ว ” เด็กหนุ่มแย้มยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ ซึ่งก็น่าจะจริงเพราะในบรรดาผู้เล่นเลเวลหนึ่งคงไม่มีใครที่ไวไปกว่าเขาแล้ว  

 

“ ขั้นตอนการสร้างตัวละครเสร็จสิ้น เตรียมเข้าสู่เกม ” เสียงชายแก่แถลง  

 

“ มาเลย ” เด็กหนุ่มถูมือไปมาด้วยอาการลุ้นระทึก  

        

 

      ทันใดนั้นเองกระจกทรงวงรีบานใหญ่ก็ส่องแสงแวววาวออกมาจนเกิดแสงเจิดจ้าไปทั่วทั้งห้อง เด็กหนุ่มถึงกลับผวาตกใจกับความเปลี่ยนแปลงในฉับพลันจนเขาต้องเอามือปิดตาและร้องอุทานดัง  

 

“ เฮ้ย แสงอะไรวะเนี่ย ”  

         

 

       อึดใจต่อมาแสงนั้นก็เริ่มจางลงจนดับลงในที่สุด เด็กหนุ่มค่อยๆลืมตามอง ทันใดนั้นเองเขาพบว่าตัวกระจกบานนั้นได้กลายสภาพเป็นคลื่นน้ำใส คลื่นนั้นสั่นไหวช้าๆราวกับเชื้อเชิญให้ผู้คนสัมผัสมัน  

 

“ อู้ ว้าวๆ อย่างกะเรื่องสตาร์เกทเลย ” เด็กหนุ่มร้องอุทานอีกครั้ง เขาดูตื่นตะลึงมากที่ภาพซึ่งปรากฏเบื้องหน้าของเขาดันไปคล้ายคลึงกับฉากหนังดังในอดีต  

 

“ เดินผ่านเข้าไปในกระจกเพื่อเข้าสู่ The Dark World ” เสียงชายแก่เอ่ยปากแจง  

 

“ ได้เลย รับประกันได้ว่าชั้นจะไล่กระทืบมอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่ในเกมให้เละคาเท้าไปเลย ฮ่าๆ ” เด็กหนุ่มหัวเราะชอบใจอย่างหนักหน่วงคล้ายคนที่เริ่มสงบสติอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ จากนั้นเขาก็ก้าวเดินผ่านคลื่นน้ำที่อยู่เบื้องหน้า ทันทีร่างกายเขาเลือนหายเข้าไปในคลื่นน้ำนั้นจนหมดสิ้น คลื่นน้ำก็คืนสภาพกลับเป็นบานกระจกใสตามเดิม   

         

 

      ในเวลาต่อมาก็ปรากฏเสียงของชายแก่ดังขึ้นมาในห้องที่เงียบเหงาอีกครั้ง คราวนี้เสียงนั้นฟังดูสะใจและสบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเจ้าของเสียงจะสะใจด้วยเรื่องอะไรนั้น ยังไม่รู้แน่ชัดในตอนนี้นอกเสียจากต้องให้ท่านผู้อ่านรอดูกันในตอนต่อไป   

 

“ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ The Dark World นะไอ้หนู ฮ่าๆ……. ”  

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา