ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ เมื่อวาน เวลา 22.46 น.

  10 บท
  0 วิจารณ์
  60 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 23.39 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) คืนที่โลกแตกสลาย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ยามเย็นของวันนั้น เอมิลี่ร่วมรับประทานอาหารกับทุกคนในบ้านเด็กกำพร้า ขณะที่ราห์ซูร์นั่งอยู่ต่างโต๊ะ ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่ไกลจนรู้สึกเหมือนคนละโลก

เธอยังคงเป็นเอมิลี่คนเดิม — สดใส อ่อนโยน ใส่ใจเด็ก ๆ รอบตัว และพูดคุยกับผู้ดูแลอย่างมีชีวิตชีวา รอยยิ้มของเธอยังอบอุ่นเหมือนวันวาน 

คืนนี้ เธอจะพักค้างที่นี่ ห้องพักของผู้ดูแลถูกจัดเพิ่มให้เธออีกหนึ่งที่ — เรื่องปกติสำหรับทุกคน แต่ไม่ปกติเลยสำหรับราห์ซูร์

หลังมื้อค่ำผ่านไป เด็ก ๆ แยกย้ายกันเข้านอน เหลือเพียงเสียงพูดคุยเบา ๆ จากห้องโถงด้านหน้า ราห์ซูร์เดินออกไปยังสวนหลังบ้าน ที่ซึ่งแสงตะวันสุดท้ายกำลังละลายไปในขอบฟ้า เขายืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ ท่ามกลางกลิ่นดินชื้นและเสียงใบไม้ไหว

เขาจำค่ำคืนนี้ได้ขึ้นใจ — ค่ำคืนที่เขาเคยลังเล ไม่กล้าพูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจ และเลือกเพียงคำอวยพรธรรมดาเพื่อให้เธอจากไปอย่างสบายใจ แต่ในครั้งนี้...เขาจะไม่ยอมให้มันซ้ำอีก

        “ฉันจะบอกเธอ...” เขาพึมพำกับตัวเองในความมืด

        “ฉันจะสารภาพรักกับเธอ — ไม่มีเวลาเหลือให้เล่นเกมหัวใจหรือรอให้วันเวลาสุกงอมอีกแล้ว”

        “ฉันจะพูดออกไป... และจากนี้ ทุกการกระทำของฉันจะบอกเธอให้รู้ ว่าทุกสิ่งที่ฉันทำ—คือความรักทั้งหมดที่ฉันมี”

ไม่นาน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินหลังบ้าน
ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับเวลาในอดีต — เอมิลี่เดินออกมาพบเขา เพื่อกล่าวคำลาแก่เพื่อนสนิทในคืนก่อนจะจากกันไปสู่เส้นทางของทหารราชองค์รักษ์

        “ราห์ซูร์...”
เสียงเรียกของเอมิลี่แผ่วเบา แต่สั่นด้วยความห่วงใยปนเศร้าลึก เธอมองแผ่นหลังของชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ เสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ 

        “วันนี้...อาจเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้มาที่นี่” เธอพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความหนักแน่น “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่กลับมาอีกเลยนะ”
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามยิ้มบาง ๆ ที่ดูแข็งแรงกว่าความจริงในใจ “งานของทหารราชองค์รักษ์สำคัญมาก นอกจากต้องพิสูจน์ฝีมือ...ยังต้องพิสูจน์ความจงรักภักดี”

เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย “ฉันใช้เวลาเป็นทหารมาสามปี เพื่อให้ได้เข้าใกล้จุดนั้น ตอนนี้ฉันได้รับอนุญาตให้เข้าพำนักในวังชั้นใน... และถ้าไม่มีคำสั่ง ฉันจะออกมาไม่ได้”
แววตาเธอพร่ามัวไปครู่หนึ่ง “ฉันไม่ได้จากไป...ไม่ได้ตาย... แต่ฉันต้องบอกลา — บอกลาเพื่อนของฉัน”

ราห์ซูร์หันกลับมาช้า ๆ รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนแต่สั่นเครือ

        “เอมิลี่... ฉันก็มีเรื่องอยากบอกเธอเหมือนกัน”

เขาเว้นจังหวะ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่รอวันหลุดออกมา

        “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเก็บมันไว้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่... แต่ตอนนี้...ฉันรู้แล้ว—มันชัดเจนมาก”

เอมิลี่เบิกตาเล็กน้อย ลมหายใจเธอเริ่มถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอเอ่ยชื่อของเขาแผ่วเบาราวกับเตือนตัวเอง

        “ราห์ซูร์...”

เขาหยุด มองหน้าเธอที่พยายามควบคุมความตื่นเต้นในดวงตา แต่ไม่ยอมหลบสายตาเขา

ราห์ซูร์สูดลมหายใจอีกครั้ง แล้วพูดต่อด้วยเสียงสั่นแต่หนักแน่น

        “เวลาที่ฉันอยู่ใกล้เธอ... ฉันรู้สึกสงบ รู้สึกอบอุ่น—เหมือนโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว...”

        “ราห์ซูร์!” เสียงของเอมิลี่ดังขึ้นนิดหนึ่ง ราวกับเตือนให้เขาหยุดตรงนั้น

แต่เขาไม่ยอมหยุด — ไม่ใช่ในคืนนี้

        “ฉันหมายถึงว่า—”

        “ราห์ซูร์!!!”

คราวนี้เสียงของเธอกระแทกแรงกว่าเดิม แฝงความกลัวบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ เขาชะงัก ตัวแข็งทื่อ เหงื่อเย็นไหลตามขมับ

หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด ในหัวของเขามีเพียงเสียงเดียวที่ดังซ้ำไม่หยุด

ไม่นะ... เธอกำลังห้ามฉันพูด... เธอไม่อยากฟัง... แต่ทำไม... ทำไมต้องกลัวแบบนั้น เอมิลี่... ฉันต้องพูด ฉันต้องพูดให้ได้...!

        “เอมิลี่...” เขาเอ่ยชื่อเธออีกครั้ง เสียงแทบไม่ออกจากลำคอ

        “ฉัน—”

        “หยุด!!!”

เสียงตะโกนของเอมิลี่แหวกอากาศราวฟ้าผ่ากลางคืนสงบ เธอก้าวถอยหนึ่งก้าว ดวงตาแดงวาวด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่ใช่เพียงความโกรธ แต่เป็นความกลัวสุดหัวใจ

        “หยุดเดี๋ยวนี้!!!”

เสียงนั้นสะท้อนกลับทั่วสวนหลังบ้าน — ราห์ซูร์ยืนนิ่ง 

โลกทั้งผืนแตกสลายลงตรงหน้าเขา — คำพูดยังไม่ทันได้ออกจากปาก แม้ราห์ซูร์จะซ้อมบทสารภาพไว้เป็นสิบรูปแบบ หวังไว้แล้วว่าจะมีสักหนึ่งรูปแบบที่พอดีกับค่ำคืนนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่างจากที่จินตนาการไว้ราวกับยานพุ่งชนกำแพง แรงกดดันดันทับอกจนแทบรับไม่ไหว ความพยายามทั้งหมดที่เขาแลกมาดูเหมือนจะไร้ความหมาย เสียงในหัวพยายามบอกให้ใจเย็น — ยังมีโอกาสอีก — แต่ความมืดมนที่สุดในใจดังกว่าทุกเสียง

        “มันจบแล้ว?………… ไม่จริง ฉันไม่ได้จบ!!! มันไม่จบแบบนี้”

        “ฉันจะทำลายเมืองนี้ทั้งเมือง แล้วแย่งเธอกลับมา ให้โลกเหลือแค่เอมิลี่กับฉัน!”

ความคิดนั้นพุ่งขึ้นมาเหมือนไฟ — แผนการโหดร้าย ลามลุกผ่านเส้นเลือด ดวงตาสันไหวราวกับกำลังเขียนวงเวท

เส้นอักขระสีดำพันกันเป็นรูปลายบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยเป็นวงเวทขนาดมหึมา แต่ยากที่ใครจะสังเกต

แต่ในความมืดนั้น ยังมีเสียงที่ตะโกนคัดค้านดังไม่หยุด — เสียงของเหตุผลหรือของความดีที่เขาเคยมี

        “หยุดนะ ไอ้โง่ — ต่อให้เอมิลี่อยู่กับแกสองคน ถ้าเธอไม่รักแก ชีวิตนั้นก็ไร้ความหมาย”

เสียงค้านฉุดรั้ง และพยายามใส่คาถาต่างๆ เท่าที่คิดได้ให้ตัวเอง — คาถาสะกดจิต คาถาหลับ คาถาลดพลังเวท คำสาปทำให้มึนงง และคาถาชะลอการเคลื่อนไหว คาถาอัมพาต — ทั้งหมดถูกร่ายสาวิญญาณเขาโดยตรง ลดพลัง หรือทำให้หลับ หรืออ่อนแอลง อะไรสักอย่างที่ทำได้

แต่ความคิดทำลายยังแว่วอยู่ในอก: “ก็ยังดีกว่าปล่อยเธอไป”

และความคิดที่ต้านก็โหดร้ายไม่แพ้กัน: “ไม่ใช่คำตอบ!! แกต้องการให้เอมิลี่รัก ไม่ใช่เป็นเจ้าของเธอ!!”

ราห์ซูร์ยืนเฉย ดวงตาเบิกกว้างคล้ายคนล่องลอย — ใบหน้าเขาซีด มือชื้นไปด้วยเหงื่อ ความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายชนกันในอกจนแทบแตก

เอมิลี่เห็นทั้งหมดนั้น — เธอรู้สึกผิดนิด ๆ คิดว่าเป็นเพราะเธอตะโกนใส่เขา เธอยังมองเขาเหมือนเดิม: หนอนหนังสือขี้กลัวคนนั้นที่เธอเคยรู้จัก 

        “ฉันรู้ว่านายจะพูดอะไร...”

เอมิลี่เอ่ยเบา ๆ เสียงสั่นระคนความรู้สึกผิด

        “เชื่อฉันเถอะ ราห์ซูร์ — แบบนี้...มันดีที่สุดแล้ว สำหรับเราทั้งคู่”

คำพูดของเธอแทงลึกลงในใจชายตรงหน้า — พอดีกับเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นในหัวเขา
เสียงของเหตุผล...หรืออาจเป็นเสียงของเวลาเอง

        “อย่าทำลายเมืองนี้ตอนนี้ ถ้าเมืองพัง อีกสิบปีข้างหน้า นายจะไม่มีวันรวบรวมของวิเศษที่ใช้ย้อนเวลาได้อีกเลย”

ราห์ซูร์ทรุดลงคุกเข่าทันที สองมือยันพื้นไว้แน่น หายใจหอบราวกับอากาศในโลกนี้กำลังจะหมด
คาถานับสิบที่เขาร่ายใส่ตัวเองเมื่อครู่ย้อนกลับมาทำงานเต็มแรง เจ็บปวดราวไฟนรกเผาในอก

เขาเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา เสียงสั่นพร่าแต่เปี่ยมด้วยแรงตัดสินใจที่คลุ้มคลั่ง

        “เอมิลี่... ฉันจะสมัครเป็นทหาร!”

เขาพูดออกมาทั้งที่แทบหายใจไม่ทัน

        “ฉันจะตามเธอไป ถึงตอนนั้น...เธอจะได้รู้ ว่าฉันคู่ควรกับเธอจริง ๆ!!”

เอมิลี่ชะงัก ดวงตาเธอสั่นไหว ร่างทั้งร่างสั่นไปพร้อมกับหัวใจ

ความรู้สึกผิดพุ่งขึ้นมาบีบหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก — ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย

        “ไม่...ราห์ซูร์”

เสียงในใจของเธอกรีดร้อง แต่ริมฝีปากไม่ขยับ

นายไม่ควรเปลี่ยนตัวเองเพราะใคร...โดยเฉพาะเพื่อคนอย่างฉัน

เธอก้มหน้า กลืนถ้อยคำนั้นกลับลงไปในลำคอเพราะเธอรู้ดี — หากพูดออกไป มันอาจ “ทำลายเขา” ได้มากกว่าเดิม

        “ไม่!!! เอมิลี่!!”

เสียงของราห์ซูร์สั่นสะท้านจนแทบไม่ใช่เสียงมนุษย์อีกต่อไป

        “ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว ถ้าไม่มีเธอ... และเธอไม่มีสิทธิ์ห้ามฉันไปสมัครเป็นทหาร!!!”

เขาตะโกนสุดเสียง ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาเอ่อค้างบนขอบตา 

        “ฉันจะทิ้งทุกอย่าง เพื่อเธอคนเดียว ฉันจะตามเธอไปทุกที่—ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร อย่าผลักไสฉันได้โปรด...”

เสียงเขาขาดห้วง แผ่วจนแทบกลืนไปกับลมหายใจ

        “ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้วจริง ๆ...” (... ในอนาคตที่จากมา เขาก็สูญเสียทุกสิ่งไปแล้วจริง ๆ)

เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความกลัวสุดขั้ว “ขอแค่ได้อยู่ข้างเธอ... แค่ได้อยู่เฉย ๆ ก็ยังดี เอมิลี่ ขอร้อง...”

เอมิลี่กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาเริ่มแดง น้ำเสียงเธอสั่น แต่ยังแข็งกร้าวพอจะตัดรากแห่งความอ่อนแอของเขา

        “อย่าเอาอนาคตของนายมาเป็นตัวประกัน ราห์ซูร์!”

เธอตะโกนกลับ เสียงสั่นจนแทบขาดใจ

        “อย่ามากดดันฉันแบบนี้! และถ้านายจะไปสมัครเป็นทหาร—ก็เชิญเถอะ! แต่มันไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้ว!!!”

คำว่า “เราไม่เกี่ยวกันอีกแล้ว” ดังสะเทือนในอกชายหนุ่มยิ่งกว่าฟ้าผ่าในวินาทีนั้น น้ำตาของเอมิลี่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเบือนหน้าหนี ก่อนจะหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในบ้านเด็กกำพร้า

เสียงฝีเท้าเธอสะท้อนในโถงไม้รีบเข้าไปเก็บของในห้องพัก พี่เลี้ยงหลายคนนิ่งเงียบไม่กล้าซักถามเพราะได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันหนักมาก ไม่มีใครทันถาม เธอก็แบกกระเป๋าออกจากบ้านเด็กกำพร้าทันที — เดินเร็ว จนแทบกลายเป็นวิ่ง เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีกเลย

แสงไฟหน้าบ้านดับลง เหลือเพียงความเงียบกับเสียงสะอื้นที่สั่นสะเทือนอยู่ในสวนหลังบ้าน ราห์ซูร์ยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย มือกำแน่นบนพื้นหญ้า ลมหายใจสั้น ขาดเป็นห้วง — เหมือนคนที่หมดแรงจะมีชีวิตอยู่ต่อ

โลกทั้งใบเหมือนดับแสงลงพร้อมกับเงาหลังของหญิงสาวคนนั้น เหลือเพียง ชายคนหนึ่ง... ที่ยังคุกเข่าอยู่ท่ามกลางอดีตที่กำลังพังทลายอีกครั้ง 

เขาพยายามหาทางหนีจากความเจ็บนั้น พยายามหาคำตอบเพื่อจะ “อยู่รอดจากความผิดหวัง” ที่เพิ่งฟาดเข้ามาและทันใดนั้น เขาก็คิดออก

        “จริงสิ... เอมิลี่ยังไม่ได้รักฉัน — แค่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”

น้ำตาไหลพรากขณะเขาก้มหน้าซ่อนสีหน้าไว้ ร่างกายกลับไม่ขยับหนีไปไหนหัวใจยังดิ้นรน…ยังไม่ยอมแพ้

        “เธอเคยบอกว่า...เธอรักฉัน”

        “อาจไม่ใช่ตอนนี้...แต่วันหนึ่งเธอจะต้องพูดคำนั้นอีกครั้ง”

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา