ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
36) ปะทะความตาย 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความเปลวไฟสีดำในมือขวาของความตายค่อย ๆ เอียงลง พร้อมจะสัมผัสร่างราห์ซูร์และลบเขาออกจากโลกในเสี้ยววินาที—แต่ยังไม่ทันที่มันจะจรดผิวของเขา ร่างของราห์ซูร์ก็ หายไป เหมือนถูกกระชากออกจากมิติทั้งผืน
ความตายหยุดนิ่ง แม้สิ่งมีอยู่ที่ไร้อารมณ์เช่นมัน…ยังดูงุนงง มือกระดูกยังคงกำโซ่เหล็กและปลอกคอที่ควรจะรัดคอราห์ซูร์ตอนนี้เหลือเพียง “อากาศว่างเปล่า” มันค่อย ๆ ดึงโซ่กลับมาตรวจดูใกล้ ๆ เหมือนยังไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปได้จริงเหมือนกำลังถามตัวเองว่า—
“เหยื่อ…หายไปได้อย่างไร?”
คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียว…
คาถาจองจำทาส
กราวด้า “เรียกราห์ซูร์กลับมา” ทันทีเมื่อรับรู้ผ่านพันธะเวทว่าเขากำลังยอมแพ้ความตายและกำลังถูกลบออกจากโลก
โลกหมุนกลับมาอีกครั้ง เขาลอยลงสู่ลานกว้างกลางหุบเขา ลมหายใจขาดห้วงขณะที่เท้าแตะพื้นดินแข็ง ๆ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ—
กราวด้า
เธอยืนโงนเงนอยู่หน้าพื้นที่สวดเวท สภาพย่ำแย่จนเขาแทบจำไม่ได้
-ผิวเธอซีดราวกับไร้เลือด
-ผมเปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหัว
-ดวงตากลับมาใช้งานได้ แต่ยังพร่ามัวแทบมองอะไรไม่ชัด
-ริมฝีปากเธอขยับไม่ได้
-เธอใช้ได้เพียง “เสียงในจิต”
ราห์ซูร์รีบพุ่งเข้าไปพยุงเธอทันที กอดเธอแน่นเหมือนคนที่คิดว่าจะไม่มีวันได้พบกันอีก
“กะ…กราวด้า!! เธอ… ทำไมถึงเป็นแบบนี้…” เสียงเขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
เสียงในจิตของเธอสั่นเล็กน้อย แต่เข้มแข็ง
“อย่าเสียสมาธิ…!”
“ฉันจัดการด็อปเปลแกงเกอร์แล้ว…เหลือแต่ความตาย…นั่นคือปัญหาใหญ่ของเรา”
คำว่า เรา ทำให้ราห์ซูร์ชะงัก หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอย่างประหลาด
เขาหันไปดูร่างวิญญาณสีดำทั้งสอง ยังคงสวดบทอัญเชิญและโครงร่างราชามารของเขาเริ่มปรากฏขึ้นเกือบสมบูรณ์แล้ว
“ความตายแข็งแกร่งเกินไป ไม่มีอะไรทำลายมันได้…ทุกการโจมตีของมันฆ่าฉันได้ในครั้งเดียว…”
ราห์ซูร์พูดไป หอบไป
“แต่ฉันยังพอมีทาง… ฉันแค่ต้องอยู่ให้นานพอ…จนเวลาของมันหมด อยู่ให้ห่างฉัน… ฉันจะกลับไป”
เขากำลังจะผลักเธอออก เพื่อไม่ให้เธอตายเพราะลูกหลงของความตาย
แต่กราวด้า จับมือเขาไว้แน่น แน่นจนเขารู้สึกถึงความเย็นของฝ่ามือเธอ ทั้งที่เธอแทบยืนไม่ไหวแล้ว
เสียงของเธอดังก้องในหัวเขา สั่น แต่ชัดเจนอย่างที่สุด
“รักษาฉัน… ให้ฉันช่วยสู้”
ราห์ซูร์หันมามองเธอ ดวงตาเธอยังพร่า มองไม่เห็นหน้าเขาด้วยซ้ำแต่เธอยังจับมือเขาแนบแก้มตัวเอง
พยายามจะลูบปลอบเขาด้วยสัมผัสอ่อนแรงที่เหลืออยู่
เขาส่ายหน้า เสียงแตกสลาย
“ไม่… ถ้าพลาดแค่ครั้งเดียว—เธอจะตาย!!”
กราวด้ายังลูบแก้มเขา ปลายนิ้วเบา อุ่น ทั้งที่เธอเจ็บปางตาย
ดวงตาเธอมองไปในความว่างเปล่า แต่เสียงในหัวเขา—กลับชัดเจนที่สุดในโลก
“ถ้านายตาย… ฉันจะไม่ขออยู่ต่อ”
ประโยคนั้นเหมือนหยุดลมหายใจเขาไปทั้งวินาที ราห์ซูร์ตัวสั่น สายตาสั่น ใจเกือบแตกสลาย เธอบอกว่า—
ถ้าเขาตาย… เธอก็ไม่เหลือเหตุผลจะมีชีวิตอยู่
“ถ้าฉันคือเหตุผลที่นายยังไม่เสียสติ…แม้จะสูญเสียจุดหมายไปแล้ว”
กราวด้ากระซิบผ่านจิต เสียงสั่นแต่แน่วแน่
“งั้นนายก็คือเหตุผลที่ฉัน…ยังหายใจอยู่เหมือนกัน”
เธอยังคงไม่ปล่อยมือเขาแม้สภาพร่างกายแทบยืนไม่ไหว นิ้วมือของเธอสั่นแต่ยังยึดเขาไว้แน่น
เหมือนถ้าเธอปล่อย…เธอจะตายทันที เสียงในหัวดังชัด
“ปกป้องฉัน… หากต้องตาย ก็ขอตายไปด้วยกัน”
หัวใจของราห์ซูร์กระตุกแรง เขายกมือขึ้นวางบนแขนเธอ และเริ่มร่ายคาถารักษาอย่างรวดเร็ว แสงเวทสีเงินสว่างขึ้นคล้ายปรากฏการณ์เรืองรองกลางหุบเขา พลังของเขาเททั้งหมดลงไปโดยไม่คิดชีวิตและในไม่กี่อึดใจ—กราวด้าก็เริ่มกลับมามี “ชีวิต” ให้เห็นอีกครั้ง
ผมสีขาวกลับกลายเป็นสีดำขลับดังเดิม
ผิวซีดกลับมามีเลือดฝาด
ดวงตาดำสนิทสว่างขึ้น มองเห็นมากพอจะโฟกัสได้
ลมหายใจกระชั้นแต่มั่นคงขึ้น
แม้เธอยังดูเหนื่อยล้าเหมือนวิญญาณถูกบีบจนบางแต่เธอก็ “กลับมา” แล้ว
ในเวลาเดียวกัน—เงาวิญญาณสีดำทั้งสองของราห์ซูร์ร่ายบทสวดสำเร็จแล้วสลายตัวไปเหมือนไม่เคยมีอยู่จริง
เขารู้ทันที ร่างอวตารราชามาร—พร้อมแล้ว ร่างที่แข็งพอจะเผชิญความตายได้อย่างไม่ถูกฆ่าในครั้งเดียว
“งั้นเราไปลุยด้วยกัน… กราวด้า”
ราห์ซูร์จับมือเธอแน่นกว่าเดิม เธอพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาสะท้อนความกล้าแบบคนที่หมดทางถอย ทันทีที่ความคิดตรงกัน—ร่างทั้งสองก็หายไปจากหุบเขาเหมือนถูกดึงกลับไปยังมิติแห่งการล่า
และปรากฏขึ้นเหนือท้องทะเล ตรงหน้าความตายอีกครั้ง ทั้งคู่ยืนเคียงข้างกันใบหน้าแน่วแน่ราวกับคนพร้อมตาย
แต่ไม่ได้ตั้งใจจะตายง่าย ๆ
ความตายเห็นราห์ซูร์กลับมาพร้อมกราวด้ามันเหวี่ยงโซ่ตรวนทิ้งทันทีเสียงโซ่กระทบอากาศดังกังวานเหมือนลางร้ายแต่มันยังไม่ทันทำอะไร—
ราห์ซูร์ยกมือขึ้นห้ามมันอย่างใจเย็น
“เดี๋ยวก่อน…”
เสียงเขาสงบจนน่าประหลาด
“รู้ว่าฟังฉันอยู่… ฉันขอเวลาหนึ่งช่วงลมหายใจ”
กราวด้ามองเขางง ๆ แต่ความตาย—หยุดนิ่ง
ราห์ซูร์พูดต่อ
“ถ้าแกต้องการฆ่าฉันจริง…อย่าเสียเวลากับร่างนี้ เพราะฉันจะใช้ ร่างจริง มาหยุดแก”
ถ้อยคำของเขาเหมือนจะไม่มีเหตุผลแต่กลับได้ผล
ความตายหยุดเคลื่อนไหวเหมือนมัน “เชื่อ” เพราะมันมองเห็นเส้นสายวิญญาณที่เชื่อมต่อจากร่างมนุษย์ของราห์ซูร์ทอดยาวไปอีกมิติหนึ่งดั่งเส้นด้ายที่ระบุว่า—ร่างนี้ฆ่าไม่ตายอีกต่อไป
มันยืนรอ
นิ่ง
ไร้เสียง
แต่เต็มไปด้วยเจตจำนงสังหาร
ราห์ซูร์ไม่เสียเวลาเขากางมือขึ้นเริ่มร่ายบทเวทสุดท้ายเพื่อดึง “ร่างราชามาร” จากมิติอื่นลงมาให้วิญญาณเขาสิงสู่
กราวด้าถอยออกไปหนึ่งก้าวเธอยังดูสุกขุมอ่อนแรงแต่ไม่ยอมล้มและไม่ยอมปล่อยเขาอีกต่อไป
ศึกต้านความตาย—เริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง คราวนี้… สองคน ไม่ใช่คนเดียวอีกต่อไป
ลมเหนือทะเลหมุนวนไม่เป็นทิศ ฟ้าฉีกเป็นริ้วราวผ้าขาด ความตายยืนนิ่ง—รอ—พร้อมฆ่าแต่ไม่ลงมือ
ร่างของมันเหมือนเงามืดที่เขียนขึ้นด้วยความว่างเปล่าของจักรวาล
กราวด้ายืนอยู่ด้านหลัง ห่างออกไปไม่กี่ก้าวแม้ร่างสั่น แต่ดวงตาเธอมองตรงไปยังชายตรงหน้าราห์ซูร์—หรือสิ่งที่เขากำลังจะกลายเป็น
เขาหลับตาลงสูดลมหายใจลึกกางมือทั้งสองข้างออกเสียงบทสวดโบราณเปล่งขึ้นจากลำคอเขาเป็นเสียงที่ไม่ใช่ภาษามนุษย์และไม่ใช่ภาษามาร
มันคือภาษาที่กฎของโลกไม่ยอมรับ
อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวทันที คลื่นทะเลกลับถอยหนีเหมือนทั้งผืนทะเลขยับหลีกให้พิธีนี้
จากฟากฟ้าเหนือศีรษะ เส้นทางมิติแตกออกช้า ๆ เหมือนผืนฟ้าถูกมือใหญ่ฉีกเป็นรอยยาว ภายในแสงแตกนั้นคือเงาสีดำขนาดมหึมาพลังคล้ายแรงโน้มถ่วงดึงทุกสรรพสิ่งเข้าหามัน
กราวด้าพึมพำเสียงแผ่ว
“นี่…คือร่างของนาย…”
ราห์ซูร์ลืมตาขึ้นในดวงตาขุ่นหม่นของเขามีแสงสีม่วงหมุนวนเป็นสัญญาณว่าจิตเริ่มหลุดออกจากร่างมนุษย์แล้วผิวหนังเขาเริ่มโปร่งเหมือนร่างกำลังจะสลายกลายเป็นละอองกระจก เขาหันมามองกราวด้าแม้เสียงบทสวดจะยังดำเนินอยู่เขาฝืนพูดเบาแต่อ่อนโยนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“อย่ากลัวนะ”
กราวด้าสะอึก
“ฉันไม่กลัว… ฉันจะอยู่ตรงนี้”
ราห์ซูร์ยิ้มจาง ๆ ที่เห็นครั้งหนึ่งแล้วจะไม่มีวันลืม
จากนั้น—เขาชี้นิ้วไปที่รอยแยกของมิติบทสวดเร่งจังหวะจนกลายเป็นเสียงสะท้อนหลายพันเสียงในเวลาเดียวกัน
ร่างเงาสีดำมหึมาร่วงลงมาจากมิติกระแทกอากาศอย่างเงียบ ๆ ขาเท้าของมันไม่สัมผัสทะเลลอยอย่างสง่าราศีของราชาผู้ถูกสาป
เมื่อมันปรากฏตัวเต็ม ๆ กราวด้าแทบลืมหายใจ
ร่างราชามาร—คือรูปทรงสูงใหญ่ผสานพลังดิบของมารกับความสงบของผู้ปกครอง
ผิวมันเหมือนเงาน้ำมันมีเส้นอักขระเรืองโรจน์วิ่งอยู่ใต้ผิว ดวงตาลึกเหมือนบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง แต่สงบอย่างคนหลับใหล
ราห์ซูร์ยกมือขึ้นแตะหน้าอกตนเองแล้วแตะที่หน้าของอวตารมารบทสวดเปลี่ยนเป็นคำสุดท้าย—คำเปิดประตูให้จิตเดินออกจากร่างเดิม
กราวด้ารับรู้ได้ถึงแรงดูดของเวทจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอจับอกแน่น เธอมองร่างเขาที่เริ่มซีด โปร่งใส
เหมือนราห์ซูร์กำลังตายไปต่อหน้าต่อตา
แต่ในความจริง—เขากำลัง “เปลี่ยนร่าง”
จิตของราห์ซูร์หลุดออกจากร่างมนุษย์เป็นแสงสีม่วงควันบาง ๆ ที่พุ่งเข้าหาร่างราชามารแทรกผ่านหน้าอกของมันเข้าไปอย่างกลมกลืน
ร่างอวตารสั่นเครือความมืดในดวงตากระพริบอักขระบนผิวเริ่มเรืองแสงขึ้นคล้ายร่างกำลัง “ตื่น” จากการหลับใหลยาวนาน
ในวินาทีเดียวกัน—ร่างมนุษย์ของราห์ซูร์แตกสลายเป็นผุยผงสีเงินและถูกลมพัดกระจายไปทั่วอากาศ
หมดสิ้นไร้ร่องรอย
แต่แล้ว—ร่างราชามารขยับ ช้า แต่มั่นคงเหมือนเสาหินโบราณที่เริ่มเคลื่อน
มันลืมตาขึ้นภายในดวงตาคู่นั้น…ไม่ใช่ของปีศาจ ไม่ใช่ของผู้ทำลายแต่เป็น ดวงตาของชายคนหนึ่ง
ชายที่เธอเพิ่งจับมือไว้ก่อนหน้านี้
ราห์ซูร์…ในร่างราชามาร เอ่ยเสียงแรกออกมา ทุ้ม หนัก และก้องจนคลื่นทะเลสะเทือน
“ฉันพร้อมแล้ว… กราวด้า”
เธอหายใจไม่ออกไปชั่วครู่
“ดูพอมีหวัง”
ความตายที่เฝ้ารออยู่ ขยับเคียวขึ้นช้า ๆ ศึกของจริง— เริ่มต้นจากจุดนี้
(Avatar of the Demon King – Rahzur) รูปลักษณ์ภายนอก ออร่าและลมหายใจ เสียงและการเคลื่อนไหว ร่างราชามารของราห์ซูร์
สูงกว่าอสูรทั่วไป และใหญ่กว่าร่างมนุษย์ของราห์ซูร์หลายเท่า
เหมือนผิวที่ผ่านไฟนรกมานับพันปี มีเงาเหมือนหินลาวาเย็นตัว
ไม่ใช่กล้ามแบบนักกล้ามทั่วไป แต่เป็นแบบ “พลังดิบ” เหมือนสัตว์ดึกดำบรรพ์
โค้งไปด้านหลังคล้ายเขามังกรหรือปีศาจโบราณ มีรอยแตกเรืองไฟอยู่ตามแนวเขา
เหมือนลาวาที่แข็งตัวเป็นรอยหิน แต่มีแสงสีส้มแดงไหลอยู่ข้างใต้
ไม่ใช่สีเดียว แต่เคลื่อนไหวเหมือนมีไฟหมุนอยู่ด้านใน
เหมือนทำจากหินนิลหรือโลหะเวทมนตร์
เหมือนควันไฟนรกคละคลุ้งตลอดเวลา
เวลาเขาก้าวหนึ่งครั้ง อากาศจะสั่น
มีเส้นมิติแตกเป็นริ้วบาง ๆ ตามหลังเขา
แต่ยังมี “โทนราห์ซูร์” อยู่เมื่อพูดกับกราวด้า
เหมือนร่างที่มีพลังและความคล่องแคล่วแบบนักรบในคราวเดียวกัน
ไม่ใช่สิ่งที่เกินความคาดหมายของความตายเพราะมันฆ่ามาแล้วทุกสิ่ง—แม้แต่ ร่างราชามาร ของราห์ซูร์ ก็ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอีกตัวเท่านั้น
มันขยับเพียงนิดเดียวแล้วยกนิ้วชี้ไปที่ร่างใหญ่โตของเขา ร่ายเวทอีกครั้ง ปลอกคอเหล็กสีดำ ปรากฏขึ้นทันที รัดคอราห์ซูร์อย่างรวดเร็ว! แต่คราวนี้ต่างออกไป—
ราห์ซูร์ใช้มือทั้งสอง จับและกระชากปลอกคอเหล็กจนแตกกระจาย อักขระสีม่วงบนโลหะแตกเป็นเส้น ๆ ราวเส้นเลือดของปีศาจ มือของเขาถูกเผาไหม้…แต่กลับสมานแผลอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
“แบบนี้สิ…พอไหวแล้ว”
เขาพูดราวกับ ยั่วเย้าความตายโดยตรง
กราวด้าในระยะห่าง ยังลอยนิ่ง มองการณ์ไกล พยายามหาทางสนับสนุนราห์ซูร์ หากจังหวะมาถึง
ความตายหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง ผ้าคลุมของมันเหมือนจะห่อลง ก่อนจะ ระเบิดพลังขึ้นอีกครั้ง ท้องฟ้ามืดสนิท
คลื่นทะเลที่บ้าคลั่งอยู่แล้วกลับเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม
ลูกพลังสีดำอมม่วง 5 ลูก โผล่ล้อมรอบร่างของมัน เคียวเริ่มสั่นราวกับพร้อมจะทำให้ทุกสิ่ง “ระเบิดสลาย” ในคราวเดียว
กราวด้าไม่ละสายตา แม้กระทั่งวินาทีเดียว เธอเริ่มร่ายเวทประตูมิติค้างไว้ในมือ เพื่อใช้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจหากราห์ซูร์พลาดแม้เพียง ครั้งเดียว เขาจะดับสิ้นในพริบตาและ “ความตาย” ขยับก่อน—มัน หายไปทันที เร็วเกินกว่าจะอ่านทิศทาง รวดเร็วจนแม้แต่เสียงลมยังตามไม่ทัน
ราห์ซูร์ขยับหลบทัน! คมเคียวที่มองไม่เห็นเฉือนผ่านเขาตัด “เขาซ้าย” ของเขาแตกกระจายเป็นประกายไฟแรงปะทะส่งร่างมหึมาของเขากระเด็นตกทะเลราวอุกกาบาตตกน้ำ
แต่การโจมตีไม่จบ—ลูกพลังทั้งห้าพุ่งตามลงมาไล่ฆ่าเขาจากทุกทิศทางราห์ซูร์ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง
บินหลบอย่างรวดเร็วเปิดวาร์ปหลายครั้งติดกัน ความเร็วพุ่งทะลุขีดจำกัดแต่ลูกพลังสีดำยังคงตามราวกับมีการล็อกเป้าจิตวิญญาณไม่ว่าวาร์ปไปไกลแค่ไหน…มันก็ “ตามทัน” ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว
กราวด้าพยายามเปิดประตูมิติหวังโยนลูกพลังเหล่านั้นออกไปนอกมิติแต่ทันทีที่ลูกพลังเข้าใกล้—
ปัง!!!
ลูกพลังไม่เข้าไป มันชนกับรอยแยกจนแตกสลายเหมือนค้อนเหล็กทุบกระจกบาง ๆ
กราวด้าสะอึกเพียงคำเดียว
“อึก…!”
แต่ยังตั้งหลักได้ทัน
เธอเปลี่ยนวิธีทันทีเรียกเวท กรงทองคำ แปรเป็นโล่สีทองสด ตรึงกลางอากาศลูกพลังทั้งห้าชนเข้ากับโล่นั้น จนโล่แตกเป็นผงแสง
แต่—ก็ทำให้มัน “ช้าลง” ได้ชั่วขณะ
ราห์ซูร์ยังคงบินและวาร์ปหนีไม่หยุด เวทโล่สีทองถูกสร้างขึ้นรอบตัวเขาเพื่อป้องกัน แต่ก็แตกซ้ำแล้วซ้ำอีก
เพื่อชะลอความเร็วลูกพลังสีดำทั้งห้า ที่ไล่ล่าเขาไม่ลดละ
คมเคียวที่มองไม่เห็น ยังฟาดฟันเข้ามาเป็นจังหวะ พลาดบ้าง เฉียดบ้าง แต่ทุกครั้งที่เคียวของความตายหวดผ่าน—น้ำทะเลถูกแหวกเป็นร่อง เมฆถูกผ่าขาดราวโลกถูกฉีกเป็นสองส่วน
และทุกแผลที่ราห์ซูร์ได้รับ เนื้อปากแผลจะกลายเป็น “เน่า” และแพร่กระจายรวดเร็ว ถ้าเป็นร่างมนุษย์ เขาคงตายไปนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ร่างราชามารยังคงเร่งฟื้นรักษาอย่างบ้าคลั่งเนื้อเน่าถูกรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ซ้ำ ๆ เพียงพอให้เขายัง “อยู่รอด” ในสนามล่าสังหารแห่งนี้
“ไม่ไหว…! ตั้งรับอย่างเดียวไม่ไหวแล้ว—ต้องสวนกลับ!”
เขารอบตัวระเบิดพลังออก
“คลื่นกระแทก” จากร่างราชามารพุ่งกระจายทุกทิศ จนพื้นทะเลสะเทือนเหมือนเกิดคลื่นสึนามิจากใจกลางโลก
กราวด้าโดนลูกหลงกระเด็นออกไปไกลเกือบครึ่งกิโลเมตรแต่ยังตั้งหลักทัน และรีบสร้างโล่ทองอีกชั้น ช่วยชะลอลูกพลังสีดำให้ราห์ซูร์ได้หายใจเพียงเสี้ยววินาที
ราห์ซูร์ไม่หยุดเขาระเบิดคลื่นพลังซ้ำต่อเนื่องจนลูกพลังสีดำทั้งห้าสะดุด ชะงักเป็นช่วง ๆ พวกมันหยุดไล่ไม่ได้
แต่เริ่ม “เสียจังหวะ” และในความชะงักนั้น—เกิดสิ่งหนึ่งขึ้น ทุกครั้งที่ระเบิดพลังออกไปเขาจะเห็น เงาจาง ๆ ของความตาย ปรากฏให้เห็นเพียงเสี้ยวของวินาทีเหมือนภาพฉายที่เบลอจนแทบมองไม่ออก
แต่เพียงเท่านั้นก็พอแล้วให้เขารู้ทิศที่มันจะโจมตี
ราห์ซูร์หลบ
หันตัว
และร่ายเวทที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา มือขวาของเขาเริ่มปริแตก แสงเวทสีดำแดงพุ่งออกมาจากเส้นเลือดเหมือนลาวา คาถาเคลือบพลังระดับมหาเวทรวมเข้าหากันสร้างเป็น ถุงมือเกราะเวทสีดำสนิท
แรงกดดันของมันหนักจนท้องฟ้าสะเทือนน้ำทะเลเดือดเป็นฟองอากาศรอบตัวเขาพลิกกลับเป็นคลื่นพลังและโอกาสก็มาถึง—
เขาล่อความตายให้ฟาดเคียวเข้าที่หัวใจเขาโดยตรง
“จุดตายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด”
เคียวของความตายปักทะลุหน้าอกของร่างยักษ์ทันที เสียงกระแทกดังเหมือนฟ้าผ่าลงกลางทะเล
เขา “ยอมโดนฟัน” เพื่อแลกกับจังหวะเพียงหนึ่งจังหวะนั้น จังหวะที่ความตายต้องหยุด จังหวะที่มันเข้ามาในระยะประชิดและราห์ซูร์ทุ่มพลังทั้งหมดลงในหมัดนี้—หมัดที่หุ้มด้วยเกราะเวทสีดำหมุนตัวพุ่งเข้ากระแทกใบหน้ากระโหลกของความตาย!!!
ตูมมมมมมม————!!!!
แรงระเบิดดังลั่นจนกราวด้าต้องรีบสร้างโล่ทองป้องกันตัว คลื่นกระแทกพัดน้ำทะเลขึ้นสูงเป็นกำแพงน้ำหลายร้อยเมตร
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ