ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  50 บท
  1 วิจารณ์
  1,570 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

35) ปะทะความตาย 1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

หลังมิติกระจกแตกสลายเป็นผุยผง ความว่างเปล่าถูกฉีกออกจนเหลือเพียงซากเดียว—เกอร์ยังไม่ตาย

เขารอดมาได้แบบกระเสือกกระสนร่างเกือบไม่เหลือสภาพมนุษย์ เลือดสีคล้ำไหลเป็นทาง ทุกลมหายใจเหมือนถูกดาบกรีดจากภายในแต่เขายัง “ต้องคลานต่อไป”

เกอร์ใช้กำแพงเป็นที่พยุงลากร่างตัวเองไปตามโถงทางเดินที่พังยับจนถึงจุดที่แซร์คและเลโอปะทะกัน ภาพที่เห็น…ทำให้เขาแทบลืมหายใจ

เลโอนอนนิ่งไร้วิญญาณไม่มีสัญญาณของความแข็งแกร่งที่เคยครอบงำฐานแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย

(แซร์คไม่อยู่แล้วในตอนนี้)

กองทัพปีศาจนับพันที่สะสมมานานหลายปี แม่ทัพที่แข็งแรงที่สุดและฐานทัพที่ควรเป็นปราการเหล็ก—ถูกเด็กไม่ถึงยี่สิบบดขยี้จนหมดสิ้น

เขาหัวเราะอย่างประหลาดเหมือนคนเสียสติก่อนจะก้มลง “ลาก” ศพเลโอไปยังแท่นบูชายัญ

ร่างของเขาสั่นจนแทบทรงตัวไม่ได้แต่แรงแค้นและความสิ้นหวังกัดกินจนเขายังฝืนทำต่อไป

เมื่อถึงแท่นพิธีเกอร์ยกมือขึ้น—สั่น ๆ—ร่ายคำสะกดสุดท้ายด้วยพลังที่เหลืออยู่เพียงเสี้ยวเดียว

เขาดึงดวงจิตของเลโอออกจากร่าง

ดวงวิญญาณที่ดุร้ายที่สุด เสียสติมากที่สุด และกระหายเลือดที่สุด คือเครื่องบูชาที่ลัทธิมืดต้องการเพื่อ “สร้างอสูรใหม่”

พลังดำมืดเริ่มไหลเข้าสู่ร่างที่ตายไปแล้วแรงจนผนังห้องสั่นเหมือนแผ่นดินไหว

ร่างเลโอกระตุก บิดงอ ผิวเริ่มเหี่ยวแห้ง สีผิวดำคล้ำเหมือนถูกไฟนรกเผาทั้งเป็น

เกอร์ทรุดลง คลานถอยหลังไปพิงผนังด้วยแรงเฮือกสุดท้ายลมหายใจช้าลงเรื่อย ๆ ในดวงตาที่พร่าเลือนนั้น…
เขาดู “พอใจ” กับสิ่งที่ทำได้ก่อนตายเขากำลังจะปล่อยลมหายใจสุดท้าย—

แต่แล้ว

มือหนึ่ง…

มือในถุงมือสีขาวสะอาด

วางลงบนไหล่เขาเบา ๆ

พลังอบอุ่นไหลเข้าสู่ร่าง รั้งชีวิตเขาไว้ไม่ให้ดับ  

เกอร์เบิกตาตกใจเพราะผู้ที่ช่วยเขาไว้คือ—เม็ตช์ (บาโฟเมต)

อีกผู้หนึ่งที่ยืนเงียบมองร่างของเลโอที่กำลังแปรสภาพอยู่เบื้องหน้าคือชายผู้เป็นเงามืดของโลกทั้งใบ—

ลอร์ด เซเรส เฟลวิส ผู้นำสูงสุดแห่งลัทธิความมืด

เซเรสยืนเรียบง่าย ดวงตานิ่งแต่ลึกลงไป…มีความแค้นบางอย่างซ่อนอยู่ราวกับทะเลเดือด

เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่ดัง แต่หนักแน่นจนผนังห้องเหมือนสะท้อนตาม:

          “ครั้งนี้…เราโดนอะไรเข้าไป? เด็กพวกนั้นทำเหมือนเล่นขายของ แต่บดขยี้แผนของฉันจนราบคาบ”

ไม่มีความโกรธ ไม่มีการตวาด มีเพียงความจริงที่เย็นเฉียบ ที่ยอมรับว่าทุกยุทธศาสตร์ของเขา…พังไปต่อหน้าเด็กสามคนและทันใดนั้น—

พลังคลื่นสีดำปะทุจากร่างเลโอ!

พลังนั้นกระแทกทุกสิ่งในห้อง เสียงกระดูกแตกดังเปรี้ยง ๆ ร่างไร้วิญญาณเริ่ม “ขยายและฉีก” จากด้านใน

สิ่งที่เกิดขึ้นแทนเลโอคือ—

Abyss – อสูรไร้จิตใจแห่งหุบเหว

ร่างสูง 2.5 เมตร กล้ามเนื้อแข็งดั่งหิน กระดูกทิ่มออกตามข้อต่อ ผิวหนังดำคล้ำเหมือนแผ่นหินลึก ใบหน้า 2 ใบเบียดกันบนหัวเดียว ไร้ดวงตาทั้งสอง แขนขวาบวมใหญ่ผิดสัดส่วน แขนซ้ายมี “สองข้าง” งอกทับกัน

มันคำราม—เสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่อสูรแต่เป็นเสียงที่เหมือน “ความว่างเปล่ากรีดร้อง”

เสียงสะท้อนออกนอกหุบเขาจนเมฆบนฟ้าสั่น

เซเรสยกมือขึ้น สั่งเพียงคำเดียว

          “พอ”

ร่าง Abyss หายวับ ถูกส่งไปยังเรือนจำมิตินรกของเขาในทันทีราวกับมันเป็นแค่เศษชิ้นส่วนทดลอง

จากนั้นเซเรสหันหลังหายไปในเงามืดราวกับไม่เหลือสิ่งใดให้พูดอีก

เม็ตช์ประคองเกอร์แล้ววาร์ปตามเขาไปในความมืดลึกเช่นกัน

และที่หุบเขานั้น—

เหลือเพียงซากปรักหักพังแห่งลัทธิมืด ที่ถูกเด็กสามคนทำลายลงภายในคืนเดียว

 

 


ย้อนกลับไปครู่หนึ่ง ช่วงที่ความมืดปรากฏตัว

ราห์ซูร์ที่ กระโดดข้ามมิติ ไปลอยอยู่กลางหาสมุด หวังเพียงให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้ เหนือผืนน้ำมืดมิดสุดลูกหูลูกตา ราห์ซูร์พุ่งออกจากมิติฝึกเวทด้วยคาถาวาร์ปฉับพลัน ร่างเขาลอยอยู่กลางฟ้า—โดดเดี่ยว—ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีแสงไฟ มีเพียง เสียงลมและกลิ่นเกลือ ที่ไหลวนรอบตัวและเบื้องหน้า…

          “ความตาย”

ลอยตามมาเหมือนเป็นเงาของเขา—ไม่ใช่วาร์ป แต่เหมือนมัน ปรากฏขึ้นที่ใดก็ได้ที่เขาไปถึง ราห์ซูร์สูดหายใจลึก ทั้งตัวสั่น แต่สีหน้าไม่แสดงความกลัวแม้แต่น้อย

          “สวัสดี… ความตาย”

เสียงเขานิ่งผิดกับหัวใจที่เต้นรัว

          “ฉันยอมรับเลย—ฉันยังไม่พร้อม แต่ฉันก็ไม่ยอมให้แกมารับฉันไปง่าย ๆ หรอกนะ”

ความตายไม่ขยับ ไม่ฟัน ไม่เปล่งเสียง มันเพียง “มอง” เขา… หรือมากกว่านั้น — อ่านเขา

เพราะมันรู้ เคยฆ่าเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เขายังไม่ตายและการที่มันยังไม่ลงมือคือสัญญาณชัดว่า—มันกำลังหาตัวจริงของเขาอยู่

ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ ราวกับเยาะ ทั้งที่มือขวาเริ่มร่ายเวทอย่างแนบเนียนด้านหลัง

          “แปลกนะ… ในกะโหลกกลวง ๆ นั่น คิดอะไรได้ด้วยเหรอ?”

แต่ในใจเขากลับพึมพำ ขอเวลาอีกนิด… แค่ไม่กี่วินาที…

          ✦ ขั้นที่ 1 : เวทคัดลอกบทสวด เส้นอักขระสีเทาอ่อนประกายขึ้นรอบนิ้ว นี่คือเวทที่ทำให้เขา “ร่ายบทสวด 1 ครั้ง แต่เกิดผล 2 ครั้ง”

คาถาช่วยให้เขา

          “เพิ่มรอบเวท”

เหมือนมีนักเวทซ้ำจังหวะให้เขาอีกคนหนึ่ง

ราห์ซูร์ยังคงยั่วอีก

          “ถามจริงนะ… แกจะฆ่าฉันทำไม? เพราะฉันย้อนเวลา? ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด”

          ✦ ความตายเริ่มขยับ

เคียวดำสนิทถูกง้างขึ้นช้า ๆ แต่มัน ยังไม่ฟัน เพราะ…หาร่างจริงของราห์ซูร์ไม่เจอ และมันไม่ฆ่า “ภาพลวง” มันคือผู้พิพากษา ไม่ใช่นักฆ่าบ้าระห่ำ

ราห์ซูร์เม้มปาก

          “มันรู้แล้ว…ว่าร่างตรงหน้าไม่ใช่ของจริง อันตรายจริง ๆ เจ้านี่…”

เขากลืนน้ำลาย

ขออีกนิด… อีกนิดเดียว…

 

          ✦ ขั้นที่ 2 : เวทคัดลอกวิญญาณ

เวทคัดลอกบทสวด ทำงานสำเร็จทำให้ “เวทคัดลอกวิญญาณ” ถูกร่าย สองชั้นพร้อมกัน

ใต้ทะเล—ลึกลงไป ราห์ซูร์ตัวจริงกำลังร่ายบทสุดท้าย เขาซ่อนตัวในความเย็นยะเยือกของน้ำเค็ม หูอื้อจากแรงกดน้ำ แต่ยังคงร่ายไม่หยุด

ทันใดนั้น—

          ✦ ความตาย หวดเคียวลงทะเล

          ฟึ้ดดดดดดด———!!!

เพียงครั้งเดียว ผืนน้ำทั้งผืนแหวกออกจากกัน เปิดเป็นร่องยาวจนมองเห็นพื้นทะเลลึกเป็นกิโลเมตรแรงสั่นสะเทือนจมหายไปในความลึกโลกทั้งใบเหมือนหยุดเต้น

ราห์ซูร์สะดุ้ง ตัดสินใจวาร์ปออกจากน้ำในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่ความตายจะเฉือนโลกทั้งใบเป็นสองซีก

เหนือท้องทะเล ราห์ซูร์ผุดขึ้นกลางอากาศ พร้อม “เงาวิญญาณสีดำ” สองตน ลอยซ้าย–ขวา ยังหลับตา
ยังไม่ตื่น แต่พร้อมทำงานทันทีที่เขาสั่ง

ราห์ซูร์หอบ

          “พลัง… อะไรจะขนาดนั้น…”

สายตาเขายังไม่วางจากความตายแม้เสี้ยววินาที พื้นทะเลที่แหวกออกค่อย ๆ ปิดกลับอีกครั้ง
คลื่นน้ำกระแทกเข้าหากันดังสนั่นสะเทือนลั่นฟ้า

          ตูม————!!!

          ✦ ขั้นที่ 3 : บทสวดอัญเชิญ

ราห์ซูร์สั่งร่างวิญญาณทั้งสอง

          “ร่ายเวทอัญเชิญร่างอวตารราชาปีศาจ—ตอนนี้!”

เงาวิญญาณทั้งสอง ลืมตาพร้อมกัน แสงม่วงสว่างขึ้นในม่านตา มือประนมร่ายบทสวดโบราณที่ผู้ตายฟังแล้ว “ต้องเงยหน้ามอง”

ความตาย—จริง ๆ แล้วไม่เคยสนใจเสียงใดบนโลกมนุษย์ แต่บทสวดนี้…มันทำให้แม้แต่ความตายต้องเงยหน้าขึ้นเหมือนถูก “รบกวนชั่วขณะ” ลมหมุนแรงผืนน้ำปั่นป่วน คลื่นซัดสูงเป็นกำแพงน้ำยกตัวขึ้นกึ่งฟ้า
เสียงสวดสะท้อนในทุกมิติ—ไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียง “คำสาปของยุคโบราณ”

ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ เปลวตายังคงนิ่ง

          “เอาล่ะ ที่เหลือก็แค่ อย่าตายตอนนี้!!”  

ความตายเริ่ม “ล็อกเป้า”

ไม่มีความลังเล ไม่มีการฟาดเคียวทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อีกต่อไป มันขยับเพียงครั้งเดียว…แต่หมายจะฆ่าให้จบในดาบเดียว

ฟึ่บ—!!!

เคียวดำสนิทกวัดผ่านฟ้าเป็นเส้นตรง เสียงของอากาศถูกเฉือนขาดดัง ผัวะ! เมฆทั้งผืนถูกผ่าออกเป็นสองชั้นเหมือนผ้าถูกมีดคมตัด

ราห์ซูร์หลบได้—แต่เฉียดตายจนผมเกือบไหม้ เขาวาร์ปออกไปอีกฟากของท้องฟ้าอย่างหวุดหวิด

          “นิดเดียว!!”

เขาหอบฮัก เหงื่อเย็นไหลท่วมหลัง

“เร็วเกินไปแล้ว… เกือบตายจริง ๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย…!”

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะและสิ่งที่เขาพูดต่อมาก็ยิ่งสะท้อนความสิ้นหวัง

“ไอ้นั่น… ไม่มีอะไรที่ฉันป้องกันได้เลย… ให้ตายสิ!!”

          ✦ ความตายเปลี่ยนวิธี

การหวดเคียวครั้งแรกไม่สำเร็จ ความตายยกมือขึ้นช้า ๆ นิ้วกระดูกเรียวยาวขยับทีละข้อ ลูกพลังสีดำอมม่วง—ขนาดผลส้ม—ก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามือมันลอยขึ้นฟ้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะ “ชี้หัว” ราห์ซูร์ทันทีเหมือนมิสไซล์มีชีพ

มันพุ่ง—!!!

          “ชิบหายแล้ว!!!”

ราห์ซูร์วาร์ปหนีแทบไม่ทัน เขาบินหลบซ้ายที ขวาที กระโดดวาร์ปทีละจุด แต่ลูกพลังยังตามไม่หยุด เร็วกว่าเดิม เร็วกว่าเขาคิด เร็วพอที่จะเข้าใกล้ตัวเขาแทบทุกครั้งที่โผล่ออกจากวาร์ป

          “ไม่ใช่แค่ตาม—มันอ่านทางฉัน!!”

เขาคิดในใจด้วยความสิ้นหวังปนหวาดผวา

ขณะที่ราห์ซูร์พยายามบินหนีสุดชีวิต ความตายค่อย ๆ ง้างเคียวอีกครั้ง

ช้า

นิ่ง

แต่แผงอำนาจรอบตัวมันกลับหนักยิ่งกว่าพายุทั้งฟ้า

มัน “เล็ง”

และดูออกชัดเจนว่ามี แผนสังหารระยะประชิด มันไม่ใช่แค่ล่า แต่คือการ “คำนวณ” ความตายกำลังอ่านร่องรอยการเคลื่อนไหวของเหยื่อ

คำถามเดียวคือ—ราห์ซูร์จะถ่วงเวลาได้อีกนานแค่ไหน

ยังไม่ทันที่ความตายจะง้างเคียวจนสุด ราห์ซูร์ตัดสินใจพุ่งเข้าตรงหน้าเจ้ามัจจุราชทันทีเขาใช้วาร์ปพุ่งเข้าใกล้แบบระยะประชิดเจตนาเดียว—ให้ลูกพลังไล่ล่านั้นพุ่งใส่ความตายเอง!

เสียงลมแหวกดังลั่นฟ้าเขาอยู่แค่เอื้อมมือจากตัวความตาย

แต่…

มันเร็วเกินมนุษย์จะคาดเดาเร็วราวกับโลกหมุนตามมัน

มือกระดูกของมัน “จับคอ” ราห์ซูร์ได้พอดีในจังหวะที่เขาเริ่มคิดว่าแผนได้ผล

แล้ว—

          ตูมมมมมมม!!!!

ลูกพลังสีดำจู่โจมร่างเขาทั้งดวง ระเบิดกระแทกใส่กลางอก แสงสีดำปะทุเป็นวงกว้างจนแม้แต่เสียงก็ถูกกดหายไปชั่ววินาที ร่างของราห์ซูร์ แหลกสลาย ในมือมันเป็นเถ้าไอสีดำปลิวไปตามสายลมทะเล

ความตายเงียบ มันมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองราวกับสงสัยมัน “ฆ่าแล้ว” แต่ยังรู้สึกถึงเขาอยู่ นั่นทำให้มันหยุดนิ่ง—คิด—และตั้งข้อสงสัย

เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

          “ไง… ทำหน้าแน่นเลยนะ ไม่คิดเหรอว่าทำไมยังรู้สึกถึงฉันอยู่?”

ราห์ซูร์ลอยอยู่เหนือน้ำกอดอกอย่างยียวนทั้งที่หน้าเขายังซีดและด้านหลัง ยังมี เงาวิญญาณสีดำทั้งสอง กำลังสวดบทอัญเชิญอย่างไม่หยุดหย่อน

เขายิ้มนิด ๆ

          “เสี้ยวพริบตาที่ฉันสร้าง ‘ร่างหลอก’ พุ่งเข้าใส่แก… แกมันไม่ทันมองหรอก ก็เลยฆ่ามันไปพร้อมลูกบอลของตัวเอง” เขาหอบเบา ๆ “อย่างน้อยก็มีเวลาหายใจให้ฉันสัก…ห้าวินาที”

ความตายหยุดจ้องเขาเหมือนกำลังวิเคราะห์ราวกับถามตัวเองในใจว่าต้องโจมตีแบบไหน—คนตรงหน้าถึงจะตายจริง

ราห์ซูร์ยกนิ้วขึ้นล้อ

          “รู้อะไรไหม… แกยังขาดอยู่อย่างนึงนะ”

เขายักไหล่

          “มุกตลกไง เจ้าแซร์คเพื่อนฉันน่ะมีเป็นกระสอบ แกน่าจะยืมไปใช้บ้าง—บางทีงานแกอาจง่ายขึ้นก็ได้”

ความตาย…ไม่ขยับแต่แสงในเบ้าตาลึกเริ่มลุกวาบเหมือนคำพูดราห์ซูร์ “รบกวนสมดุลของมัน” จริง ๆ

ความตายเฝ้ามองเขานานพอราวกับประเมินทุกความเป็นไปได้ก่อนจะยกมือขึ้นอีกครั้ง—ช้า และนิ่งจนน่าขนลุกปลายนิ้วกระดูกชี้ตรงมาที่ราห์ซูร์เหมือนคาถาร่ายโดยไม่ต้องมีเสียงสวดแม้สักคำเดียว

แล้ว—

ฉึ่กกก—!!!

ปลอกคอเหล็กสีดำสนิท ปรากฏขึ้นรัดคอราห์ซูร์ในพริบตา หนัก อึดอัด และร้อนเหมือนเตาหลอมเหล็ก

          “เฮ้ย!! …แบบนี้ไม่แฟร์แล้วนะ!!”

เขาดิ้นอย่างเสียสติ แต่ไร้ประโยชน์ ยิ่งดิ้น ปลอกคอยิ่งรัดแน่นขึ้นจนหายใจแทบไม่ออก

จากนั้น โซ่สีดำเริ่มเกิดขึ้นทีละข้อประกอบตัวเองต่อเนื่องเหมือนมีมือมองไม่เห็นกำลังเชื่อมมันอย่างประณีต

ห่วงโซ่แต่ละห่วงมีอักขระสีม่วงวิ่งพล่านเหมือนลมหายใจของปีศาจ ร่ายอย่างละเอียดลออจน “ไม่มีฟิสิกส์ ไม่มีเวท ไม่มีโลหะใดในโลก” สามารถตัดมันได้

ข้อแล้วข้อเล่า…

เชื่อมกัน

ถักกัน

ยืดออกจากคอราห์ซูร์ไปหาความตาย จนกระทั่งปลายโซ่ไปถึงมือของมันพอดี

ความตายปล่อยเคียวให้ลอยเคียงข้างอย่างสง่างามก่อนจะใช้ สองมือ คว้าโซ่ไว้และ “ดึง” อย่างช้า ๆ เหมือนคนดึงเชือกกางใบเรือกลางพายุ

แรงดึงนั้นเกินกว่ามนุษย์จะทานไหว คอของราห์ซูร์ถูกกระชากจนร่างเขาเอนไปข้างหน้าเขาแทบขาดใจในทันที

          “ร่างอวตาร…ยังสร้างไม่เสร็จ…!!”

เขาขยับปีกเวทหลบ แต่โซ่ตรึงเขาไว้จนไม่สามารถถอยได้แม้เซนเดียว

          “ยังไม่ทันเลย… คราวนี้ตายจริงแน่…”

เขาพยายามร่ายคาถาทุกบท ทุกเวทที่เขารู้ ทุกสิ่งที่เขาเคยเรียน เคยลอก เคยโกงมาใช้ทั้งหมด แต่ทันทีที่เวทแตะต้องโซ่—

          แตกกระจาย

ราวกับเศษแก้วบาง ๆ ถูกลมพัดทิ้ง ไร้ผล ไร้ค่า ไร้ทางรอด

ความตายดึงโซ่จนตึงสุด โซ่ตึงจนแทบจะฉีกคอเขาออกจากไหล่

มันจับโซ่ข้อสุดท้ายด้วยมือซ้ายและในมือขวา—เปลวไฟสีดำสนิทลุกพรึบขึ้น

ไฟประเภทนี้…ไม่ใช่ไฟแต่คือ “การลบสิ่งมีชีวิตออกจากโลก”

ถ้ามันแตะโดนตัวเขา—ไม่เหลือเถ้าด้วยซ้ำจะเหลือเพียง "ช่องว่าง" ที่เขาเคยยืนอยู่

ราห์ซูร์กลืนน้ำลาย คอไหม้จนหนังพอง แขนขาแทบไม่ขยับ แรงหมด หายใจแทบไม่ออกและหัวใจ—เริ่มยอมแพ้

เขาคิดในใจเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินแม้ในหัวของเขาเอง

คงถึงเวลาแล้วสินะ…ถ้าฉันตาย… ความตายก็คงไม่ตามทุกคนที่ฉันรักอีก…แค่ให้จบ… จบแค่นี้ก็พอ…

ภาพสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในหัว

ไม่ใช่ศึก ไม่ใช่อดีต

ไม่ใช่อะไรเกี่ยวกับเวทมนตร์

แต่เป็น—

คืนที่เขาได้นอนกอดเกวน

คืนที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันได้สัมผัสความอบอุ่นแบบนั้นอีก

คืนที่ทำให้เขารู้สึก…ว่าเขาเป็น “คนธรรมดา” ได้จริง ๆ รอยยิ้มอ่อน ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเขาทั้งที่น้ำตาไหล

          “แค่นั้นก็พอ…แล้ว…”

เขาหลับตาลงยืดคอให้กับโซ่ที่รัดยอมรับไฟสีดำที่จะบรรจงวางลงบนผิวของเขา

ยอมรับ—ความตายอย่างสงบและหมดหนทางสู้

นี่คือจุดที่ชายคนหนึ่ง…หมดหวังมากที่สุดในชีวิตและพร้อมจะ “หายไป”

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา