ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  10 บท
  0 วิจารณ์
  74 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 23.39 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

5) พบกันครั้งแรก

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

        ยามค่ำคืนคลี่คลุมค่ายทหารทั้งค่าย เสียงลมหนาวพัดลอดช่องหน้าต่าง เสียงกรนของทหารหนุ่มดังประปรายในห้องนอนรวมที่แสงตะเกียงเพิ่งดับไปไม่นาน หลังอาบน้ำในโรงฝึกและเปลี่ยนเป็นชุดลำลองที่ได้รับแจกมา ราห์ซูร์เดินตามคนอื่นเข้าโรงนอนอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางกลิ่นเหล็กจากดาบและเหงื่อคนหนุ่มที่ลอยคลุ้งในอากาศ

        เมื่อไฟดับลง ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วค่าย — เงียบเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ไม่นานหลังเที่ยงคืน เสียงหายใจของทหารรอบข้างค่อย ๆ กลายเป็นจังหวะสม่ำเสมอแห่งการหลับใหล ราห์ซูร์ลืมตาขึ้น ดวงตาเป็นประกายสะท้อนแสงจันทร์ผ่านช่องหน้าต่าง เขาค่อย ๆ ลุกจากเตียงโดยไม่ให้เสียงเตียงไม้ลั่นแม้แต่น้อย แล้วเดินเท้าเปล่าข้ามร่างเพื่อนทหารที่นอนขวางอยู่บนพื้นไปอย่างระมัดระวัง

ถึงเวลาแล้ว…
เขาพึมพำในใจ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เงียบพอจะร่ายเวทได้ — โถงฝึกดาบ


        ที่นั่นมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์สาดผ่านหน้าต่างสูง ๆ เข้ามาแตะพื้นไม้เก่าจนเห็นฝุ่นระยิบระยับ ราห์ซูร์ยืนกลางลาน มือขวากางออกอย่างระวัง ก่อนร่ายถ้อยคำโบราณแผ่วเบา

        แสงสีทองบางเบาเริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างฝ่ามือ — แล้วแปรสภาพเป็น แมลงเรืองแสงขนาดเท่าแมลงวันสามตัว
มันกระพือปีกเบา ๆ ส่งเสียงคล้ายกระดิ่งเล็ก ๆ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นปล่อยพวกมันให้บินออกหน้าต่าง

“ไป… ค้นหาเธอให้เจอ”

คำสั่งนั้นเบากว่าลมหายใจ แมลงทองทั้งสามบินออกไปสู่ความมืด มุ่งหน้าสู่เขตวังชั้นใน — ดวงแสงเล็ก ๆ ที่ลอยห่างออกไปทีละจุด ราวกับดวงดาวที่ร่วงจากฟ้า


        ภาพจากแมลงทั้งสามสะท้อนกลับเข้ามาในวงเวทตรงหน้าเขา — ภาพของกำแพงหินสูง สวนลับ และระเบียงของอาคารหรูในวังหลวง
เขากำลังสอดแนมเงียบ ๆ อย่างผู้ที่รู้ดีว่าตัวเองไม่ควรทำเช่นนี้

แต่ทันใดนั้น…

ทั้งสามภาพดับลงพร้อมกัน

        แสงทองที่พื้นสั่นไหวก่อนเปล่งแสงแรงขึ้นจนตาพร่า สายแสงหลายเส้นพุ่งขึ้นรอบตัวราห์ซูร์ กลายเป็น กรงแสงสีทอง ที่ล้อมเขาไว้ทันที

        “นี่มัน…กับดักเวท?!”

เสียงแตกเปรี๊ยะของพลังเวทกระทบกันดังรอบตัว ลวดลายอักขระเรืองแสงไหลวนจากพื้นขึ้นสู่เพดานเหมือนโซ่แห่งแสง

จากเงามืดตรงหน้า มีเสียงผู้หญิงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ

        “ไม่นึกว่าจะจับได้เร็วขนาดนี้…”

        “แต่ก็ดี เพราะฉันจะได้ทำวิจัยต่อได้เสียที”

เงานั้นค่อย ๆ แยกออกจากความมืด เหมือนรอยแผลของโลกถูกเปิดออกให้แสงลอดผ่าน —
หญิงสาวคนหนึ่ง ก้าวออกมาช้า ๆ

เธอคือ กราวด้า มอร์นไวน์ (Grauda Mornvine) (อายุ 32) ลูกศิษย์เอกของราชครู และว่าที่ราชครูคนต่อไปแห่งสำนักเวทหลวงวาเลเธีย


 

ผมสีดำยาวของเธอถักเปียเดียวปล่อยลงตามหลัง
ดวงตาสีนิลลึกสงบแต่ทรงแรงกดดันจนราห์ซูร์รู้สึกเหมือนถูกอ่านจิตใจ
ผิวเธอขาวอมเทา คล้ายคนที่ใช้ชีวิตท่ามกลางแสงเทียนมากกว่าแสงอาทิตย์
ผ้าคลุมจอมเวทย์สีเทาเข้มปักลายทองสะท้อนแสงจันทร์ บ่าขวามีตราขนนกแห่งสภาผู้รู้
เมื่อเธอหยุดเท้าตรงหน้าเขา — แสงในห้องก็คล้ายดับลง เหลือเพียงแสงจากกรงเวทที่ห่อหุ้มทั้งคู่ไว้

ราห์ซูร์มองหญิงตรงหน้าอย่างตกตะลึง ข้อมูลจากฐานข้อมูลเวทมนต์ของเขาถูกดึงเข้าสู่สมองทันที

ในอนาคตที่เขาจากมา เธอคือ ราชครูกราวด้า มอร์นไวน์ (เสียชีวิตตอนอายุ 50) หญิงที่สามารถฆ่าและสะกดวิญญาณของขุนพลแห่งความมืดได้ถึงสองจากสี่คน และสุดท้าย…เธอถูก เอมิลี่ในร่างราชินีแห่งความมืด สังหารอย่างเลือดเย็น

ตอนนั้น — แม้จะสิ้นลมหายใจ เธอก็ยังมองเอมิลี่ด้วยดวงตาแน่วแน่ที่ไม่ยอมแพ้


        “กราวด้า… มอร์นไวน์...” ตัวจริงตอนสาวๆ สวยมากเลย ราห์ซูร์ตกถึงกับตะลึงกับความงามตรงหน้า

เสียงของราห์ซูร์หลุดออกมาเบา ๆ ราวกับสวดภาวนา

หญิงตรงหน้ายกคิ้วเล็กน้อย “ใช่ ไม่มีจอมเวทย์คนไหนที่ไม่รู้จักฉัน”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและเยือกเย็น เธอเดินอ้อมกรงทองอย่างมั่นใจว่าไม่มีอะไรที่ราห์ซูร์จะทำอันตรายเธอได้อีกแล้ว

        “เมื่อคืน เราตรวจจับพลังเวทย์ขนาดใหญ่ที่ร่ายบนท้องฟ้า — เส้นสายดำสนิท วงมหึมาที่กินพื้นที่เหนือเมืองทั้งเมือง ลักษณะเหมือนเวทย์ทำลายระดับสูงที่ไม่เคยเจอมาก่อน”

เสียงของเธอแน่นและเฉียบคม

        “ถ้ามันทำงาน... เมืองทั้งเมืองจะกลายเป็นฝุ่น”

กราวด้าเดินวนจนครบรอบกรงแสง ก่อนหยุดตรงหน้าเขา ดวงตาสีนิลฉายแสงเยือก

        “ฉันศึกษาและวิจัยเวทย์มาทั้งชีวิต ความรู้ของเราถือว่าทันสมัยที่สุดใน 3 อาณาจักร แต่ฉันไม่เคยเห็นโครงสร้างเวทย์แบบนั้นมาก่อน มันละเอียดเกินกว่าคาถาป้องกันใด ๆ จะยับยั้งหรือสะท้อนกลับได้...”

เธอเอนตัวเข้ามาใกล้กรง ดวงตาเข้มข้นจนราห์ซูร์เห็นแสงสะท้อนตัวเองในนั้น —

        “ฉันเจอแล้ว...คนที่จะทำลายเมือง”

บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง เสียงลมหายใจของทั้งคู่สะท้อนอยู่ในกรงแสงสีทอง


หมายเหตุสำหรับผู้อ่าน

ในช่วงเวลานี้ “เทคโนโลยีเวทมนตร์” ของอาณาจักรวาเลเธียยังอยู่ในยุคที่ระบบบันทึกความรู้และคาถายังเป็นแบบ กายภาพ — คล้ายยุคเครื่องเสียงตลับเทปและม้วนวิดีโอของโลกปัจจุบัน ข้อมูลและการสร้างวงเวทย์จึงใหญ่และเทอะทะกว่ามาก  

ในอนาคตที่ราห์ซูร์จากมา เทคโนโลยีเวทวิวัฒน์ไปถึงขั้นที่คาถาและอักขระอยู่ในรูปแบบอนุละเอียด เหมือนกับการก้าวข้าม ตลับเทปและม้วนวิดีโอ ไปเป็น แผ่น CD DVD และ เข้าสู่ระบบคลาวด์ที่สามารถเก็บข้อมูลได้ในมิติที่สร้างขึ้น
 


กราวด้าเดินหันหลังให้เขา ก้าวช้า ๆ ไปหยุดกลางโรงฝึกดาบ
แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่างสูงกระทบกับผ้าคลุมของเธอเป็นเงาโค้งงดงามบนพื้นไม้

        “หลังจากคืนนั้น ทุกคนที่สัมผัสได้ต่างแตกตื่น” เสียงเธอราบเรียบ แต่แฝงแรงกดดัน
        “ราชาเรียกประชุมด่วน ราชครูประกาศยกระดับการเฝ้าระวังสูงสุด แต่ยังให้เก็บเป็นความลับ...แล้วตอนเช้า ก็มีข่าวว่าทหารสองคนวิ่งทำลายสถิติการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และคืนนี้—มีแมลงที่สร้างจากเวทย์อนุละเอียดสามตัว ถูกตรวจจับได้ว่าต้นทางอยู่ที่นี่”

ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่สนใจกับคำพูดของกราวด้านัก

        “หึหึ... ขอยกความดีความชอบให้คุณ แล้วกลับไปทำงานวิจัยของคุณต่อไปเถอะ”

น้ำเสียงฟังดูแหย่ แต่ในใจเขากลับรู้ดีว่าคนตรงหน้านี้—ในอนาคตจะเป็นผู้คิดค้นระบบเวทแบบใหม่ที่เปลี่ยนโลก
เธอจะใช้เวลาสิบปีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง “เทคโนโลยีเวทย์เชิงข้อมูล” จนกลายเป็นกราวด้า ราชครูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคสมัย

กราวด้าหรี่ตามองเขา ความสงสัยสะท้อนในแววตา เธอคำนวณสมการและสันนิษฐานต่างๆ ในหัวได้มากมาย แต่ยังไม่พูดออกมา เพราะแต่ละข้อยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด

        “ฉันต้องจับนายกลับไปสอบสวน จนกว่านายจะคายทุกอย่างออกมา—ราห์ซูร์ บรรณารักษ์แห่งห้องสมุด”

เสียงนั้นนิ่ง แต่เฉียบเหมือนคมมีด

ราห์ซูร์รีบค้านแทบจะทันที “ไม่ได้นะ!!”

หัวใจเขาเต้นแรง เรื่องเริ่มบานปลายเกินไปแล้ว — การถูกจับไปไต่สวนไม่ใช่ทางออก การหลบหนีก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างพัง ต้องมีทางประณีประนอมเท่านั้น

        “ขอล่ะ...” เสียงเขาอ่อนลง “ฉันมาที่นี่เพราะมีเหตุผล มีเป้าหมาย ไม่ได้คิดร้าย ฉันไม่ใช่คนที่พวกคุณต้องกังวล เชื่อฉันเถอะ ขอร้อง”

กราวด้าหันกลับมาช้า ๆ มองเขาผ่านกรงแสงที่สั่นระริก

        “ไม่ได้... ฉันจะพานายไปที่คุมขังเดี๋ยวนี้ เราคุยกันมานานเกินไปแล้ว”

เธอยกมือขึ้น อักขระสีทองเริ่มเรียงตัวเหนืออากาศ เตรียมส่งร่างราห์ซูร์เข้าสู่คุกจอมเวทใต้ดินของปราสาท

แต่—

แสงรอบตัวพลันดับวูบ เสียงลมเย็นราวกับจากหลุมศพพัดผ่านทุกมุมของห้อง ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีวงเวทใดตอบสนอง

 

        “มัน” ปรากฏขึ้นเงียบ ๆ อยู่ข้างหลังราห์ซูร์ ล่องลอยไร้กระดูกส่วนล่าง

 

ผ้าคลุมดำสนิทราวกับกลืนแสงทุกเส้น มือกระดูกยกเคียวขึ้นอย่างช้า ๆ

กราวด้าชะงัก ดวงตาเบิกโพรง ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เคยมีหายไปในพริบตา ริมฝีปากเธอสั่นแทบไม่เอื้อนคำ

        “ความ...ตาย…”

เธอพึมพำแทบไม่เป็นเสียง สิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ—คือ “ความตาย” ตัวเป็น ๆ ไม่ใช่คำเปรียบเปรย ไม่ใช่ภาพหลอนจากเวท แต่คือสิ่งมีอยู่ที่ไม่มีใครในโลกของเธอควรจะได้เห็น เกินกว่าความเข้าใจของเธอไปมากแล้ว

เสียงโลหะกระทบแสงดังกึกก้องในห้องฝึก
เคียวสีดำของ “ความตาย” พาดลงบนกรงทอง—เพียงหนึ่งฟาด แสงทั้งหมดแตกกระจายราวกับกระจกบางที่ถูกเฉือนด้วยคมมีด

         ฉับ!

กรงทองแตกเป็นเส้นแสงกระจัดกระจายไปทั่วห้อง ร่างของราห์ซูร์ที่อยู่ในนั้นถูกฟันขาดครึ่งในเสี้ยววินาที —
ครึ่งบนล้มลงอย่างเงียบงัน ครึ่งล่างทรุดลงตามแรงโน้มถ่วง เหลือเพียงกลิ่นเลือดและพลังเวทที่ระเหยออกมาจาง ๆ

กราวด้าชะงัก ขาแทบหมดแรง เธอเบิกตากว้าง มองภาพนั้นโดยไม่เชื่อสายตา กรงทองศักดิ์สิทธิ์... หนึ่งในผลงานระดับตำนานของราชครู ถูกร่ายขึ้นจากพลังงานเวทย์บริสุทธิ์ของสภาผู้รู้—ไม่มีสิ่งใดเคยทำลายมันได้มาก่อน
แต่ตอนนี้มันกลับถูก ตัดขาดราวกับเป็นเพียงแสงไร้แก่นสาร

เสียงลมหายใจเธอสั่นเครือ “...เป็นไปไม่ได้...”

ร่างของราห์ซูร์ครึ่งบนยังคงอยู่ตรงนั้น ดวงตาเบิกโพรงนิ่งสนิทเลือดไหลซึมบนพื้นไม้—แต่ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีแม้แต่กลิ่นเนื้อไหม้จากพลังเวท ภาพตรงหน้าสั่นไหวในแสงจันทร์ ทำให้ทุกอย่างดูเหนือจริงจนเธอหายใจไม่ออก

        “นั่น...มันคือ...” เธอพึมพำ แทบไม่กล้าออกเสียงสิ่งที่คิด

สิ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ—“ความตาย” ตัวตนที่มนุษย์เชื่อว่ามีแต่ในตำนาน ตอนนี้อยู่ตรงหน้าเธอจริง ๆ

กราวด้าขาสั่นจนแทบทรุด มือที่ถือคฑาแน่นเริ่มสั่นไม่หยุด เพราะเป้าหมายต่อไปของมันคือเธอ

แต่แล้ว—

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหูเธอเบา ๆ

        “มีแผนอะไรไหม? ราชครูอย่างนิ่งสิ ตั้งสติหน่อย...”

กราวด้าสะดุ้ง เธอหันขวับไปทางต้นเสียง—ราห์ซูร์อีกคน ยืนอยู่ข้างเธอ เงาของเขาทอดยาวทับเงาของเธอบนพื้น

        “นาย...” เสียงเธอสั่น “แต่เมื่อกี้...!”

ราห์ซูร์ยังคงดวงตาสงบเยือกเย็นราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการทดสอบธรรมดา

        “อย่าเพิ่งตกใจสิ” เขาพูดเบา ๆ “สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนเถอะ ถ้าอยากจับฉันจริงๆ”

มือเขากางออก ร่ายคาถาช้า ๆ อักขระสีเงินเริ่มปรากฏกลางอากาศ เป็นวงเวทซ้อนกันหลายชั้นเพื่อร่ายคาถาเชื่องช้าขั้นสูงสุดใส่ความตายโดยไม่รู้ว่าจะทำอะไรความตายได้หรือไม่
 

ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน ความตายยังคงลอยนิ่ง เคียวในมือหยุดกลางอากาศเหมือนกำลังพิจารณา “สิ่งแปลกปลอม” ที่อยู่ตรงหน้า มันก้มหน้าลง มองดูร่างที่ขาดครึ่งของราห์ซูร์บนพื้น แล้วเหลือบมองราห์ซูร์อีกคนที่ยืนอยู่ข้างกราวด้า—ราวกับมันเองก็ สงสัย ว่าอะไรเกิดขึ้น

คาถาไร้ผลใด ๆ — แสงเวทในมือราห์ซูร์แตกกระจายเหมือนละอองน้ำเมื่อโดนลมพายุ

        “ความตาย” เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง มันพุ่งเข้าหาราห์ซูร์ด้วยความเร็วเหนือสายตาเสียงเคียวแหวกอากาศดัง หวืด! 

— แต่แล้ว!!

ร่างสีดำของมันที่ลอบพุ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะเริ่มสั่นคล้ายภาพสะท้อนบนผิวน้ำ แล้วแตกละเอียดเป็นฝุ่นสีดำ
ฝุ่นนั้นลอยวนรอบทั้งคู่เพียงชั่วขณะ ก่อนจะสลายหายไปในอากาศ

...เงียบ

ทั้งราห์ซูร์และกราวด้ายืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เสียงหัวใจของทั้งสองเต้นดังราวกับจะทะลุความเงียบ

แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก “ความตาย” หายไป — ไม่ใช่ถูกทำลาย แค่ “หายไป” อย่างสิ้นเชิง เหมือนมันเพียงแค่ กลับสู่ที่ที่มันมา

        “นั่น... มันตัวอะไร!!!???” กราวด้าร้องขึ้น เสียงสั่นอย่างคนที่เพิ่งเผชิญสิ่งที่เกินขอบเขตของเหตุผล
เธอทรุดลงนั่งกับพื้น ไม้เท้าหล่นกระแทกพื้นดังแกรก

ราห์ซูร์หอบหายใจแรง ใบหน้ายังซีดจากความตกใจที่ไม่สามารถสกัดกั้นอะไรได้เลย

        “...ความตาย” เขาพูดเสียงแผ่ว

        “มันตามฉันมาจาก... อนาคต”

กราวด้าชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตากวาดมองเขาอย่างพิจารณา เธอไม่แปลกใจเท่าที่ควรจะเป็น — แต่เต็มไปด้วยคำถามมากมายในใจ

        “อนาคต...” เธอพึมพำ “ใช่... หนึ่งในความเป็นไปได้ ว่านายอาจมาจากที่นั่น”

ความเงียบกลับมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจสองคนในโรงฝึกอันมืดสลัว

ราห์ซูร์พูดต่ออย่างเร่งรีบ “ตอนนี้ฉันต้องรีบกลับไปโรงนอน ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันหนีไป ต้องยอมปล่อยฉันไปในคืนนี้”

เขาหันไปสบตาเธออย่างจริงจัง “ฉันจะไม่หนี และจะทำหน้าที่ทหารที่นี่ตามปกติ แต่ระหว่างนี้... ฉันสัญญาว่าจะให้ข้อมูลกับคุณทุกอย่าง ไม่มีปกปิด ไม่มีโกหก — แต่ทุกอย่างต้องเป็นความลับ”

กราวด้ามองเขานิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เธอไม่ชอบถูกบังคับ แต่ก็รู้ดีว่าพลังที่เธอเห็นเมื่อครู่... เธอไม่มีทางควบคุมได้

        “ทำไมฉันต้องเชื่อนาย?”

ราห์ซูร์ หันไปมองร่างของตัวเองที่ยังนอนนิ่งขาดครึ่งอยู่บนพื้น

        “เพราะเรื่องที่ไม่คาดคิดมันเริ่มแล้ว... ฉันโดนความตายตามล่า ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ถ้าฉันตาย—ทุกอย่างที่ฉันทำมาก็จบ ตอนนี้ฉันสู้มันไม่ได้ ยังสู้ไม่ได้”

เขายิ้มขม “ฉันมีชีวิตสำรองไม่มากพอให้มันฟันเล่นมากนัก”

กราวด้ากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ พิงไม้เท้า ดึงตัวเองกลับคืนสู่ภาพลักษณ์ของ “ศาสตราจารย์เวท” ที่สง่างามดังเดิม

        “ทุกคืน!” เธอประกาศเสียงหนัก “ฉันจะเรียกนายไปที่ห้องสอบสวนด้วยตัวเอง!” เธอร่ายเวทย์ที่ศพของราห์ซูร์จนมันเรืองแสงและเริ่มจางหายไป เธอส่งมันไปที่ห้องทำงาน (ห้องแลป) ของเธอเพื่อตรวจสอบ

ราห์ซูร์พยักหน้าอย่างยอมรับ — เขาเองก็รู้ว่าหลีกไม่พ้น

กราวด้าเดินเข้ามาใกล้จนเกือบชิด เงาเธอทอดทับบนเงาของเขา

        “เมื่อครู่นายเรียกฉันว่า... ราชครู?”

เธอจ้องลึกเข้าไปในตาเขา “ในอนาคต... ฉันเป็นอย่างนั้นจริงหรือ?”

ราห์ซูร์นิ่ง ไม่ตอบในทันที 

กราวด้ามองใบหน้าเขาอย่างพยายามหาบางอย่าง — ร่องรอยของคำโกหก หรือเศษความจริงในดวงตานั้น

เขาไม่ชินกับการถูกผู้หญิงจ้องหน้า และกราวด้าถือว่าเป็นหญิงสาวที่สวยมากคนหนึ่งของอาณาจักร เพียงแค่เธอเย็นชาจนน่ากลัวจึงไม่ค่อยถูกพูดถึงในเรื่องความงามมากนัก  แม้อายุตอนนี้จะต่างกันถึงสิบสามปี แต่ราห์ซูร์ก็เกิดความประหม่าไม่น้อย

        “คุณสง่างามที่สุด น่านับถือที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด”

กราวด้าถึงกับหัวใจเต้นแรง เมื่อได้รับคำชม เป็นครั้งแรกที่เธอเกิดความรู้สึกดีใจแปลกๆ เธอรีบปฏิเสธมันโดยหันหน้าเดินไปอีกทาง

        “ยังไงซะ ฉันต้องแน่ใจว่านายจะไม่หนี” ฉันจะใช้คาถาต้องห้ามกับนาย มันอาจผิดกฎแต่สำหรับนายนี่เป็นกรณีพิเศษที่ฉันพิจารณาแล้ว “คาถาจองจำทาส”

        “อะไรก็ได้แล้วแต่คุณ ถ้ามันจะทำให้คุณไม่เข้ามายุ่งเรื่องของฉันมากนัก” ราห์ซูร์ยืนนิ่ง ปล่อยให้เธอทำในสิ่งที่ต้องการ เขารู้จักคาถานี้ดี — คาถาจองจำทาส เป็นเวทต้องห้ามที่ใช้ตรวจสอบตำแหน่ง เรียกตัวได้ทุกเมื่อ หรือแม้แต่เปิดทางให้ผู้ร่ายเดินทางข้ามมาหาผู้ถูกผูกพันได้ทันที มันคือการการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

        “คุณไม่คิดหรือว่าฉันลบมันออกได้ไม่ยาก?” เขาพูดเสียงเรียบ

กราวด้ามองเขาไม่วางตา “ห้ามลบ เพราะถ้านายทำ สัญญาระหว่างเราจะเป็นโมฆะ และฉันจะไม่เชื่อใจนายอีกเลย”

ราห์ซูร์ยกคิ้ว “คาถาจองจำทาส ผู้ร่ายต้องจารึกชื่อตัวเองบนร่างของผู้ถูกผูกมัดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ คุณแน่ใจหรือว่าจะทำแบบนั้นเอง? หรือมีวิธีร่ายที่ไม่ต้องให้ใครเห็นชื่อคุณบนร่างกายฉัน?”

น้ำเสียงเขาแฝงรอยยิ้มกวน ๆ

        “ไม่!” เธอตอบทันที “ฉันไม่ใช่พวกเล่นกับคาถานอกรีต และไม่คิดจะพัฒนาอะไรแบบนั้นด้วย”

        "งั้นก็อย่าเลย โรงอาบน้ำทหารชายมันเป็นโรงอาบน้ำรวม คุณทำไม่ได้หรอก...!!! เฮ้!" ราห์ซูร์ตกใจเมื่อเวทมนตร์ของกราวด้าดึงกางเกงของเขาลงมาอย่างไม่คาดคิด

        "ข้างลูกอัณฑะของนาย... นั่งลงแล้วกางขา" กราวดาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและสงบ ไม่ได้ล้อเล่น

        "คิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะทำแบบนี้ต่อหน้าคุณ...!!!" เวทมนตร์ของกราวดายกเขาขึ้นและกางขาออกกว้างต่อหน้ากราวดา ซึ่งจ้องมองเขาด้วยสายตาเฉยเมย 

        "หยุดเดี๋ยวนี้!" ใบหน้าของราห์ซูร์แดงก่ำ เขาไม่เคยถูกทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าผู้หญิง และเขาก็ไม่กล้าที่จะทำร้ายกราวด้าจึงได้แต่กลั้นใจและหลับตา เพื่อให้เธอทำทุกอย่างให้เสร็จๆ ไป

กราวดาวางมือลงบนต้นขาด้านในของเขา และหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ชื่อของเธอถูกสลักลงบนหนังเหมือนรอยสักบนต้นขาด้านใน "ใส่กางเกงขาสั้นตอนอาบน้ำ เข้าใจไหม?" เธอพูดพลางวางราห์ซูร์ลงอย่างช้าๆ แล้วถอยห่าง และสะบัดมือกลางอากาศราวกับรังเกียดนิดๆ

"คืนพรุ่งนี้ฉันจะทักนายไปก่อนเรียกตัว ตอบกลับด้วย" เมื่อพูดจบเธอก็หายลับไปในความมืดเพื่อกลับเข้าไปในวิหารจอมเวทและรายงานต่อราชครู 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา