เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  15 ตอน
  0 วิจารณ์
  1,287 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

11) คุ้มกันจอกศักดิ์สิทธิ์ 2

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
        “นี่ก็ค่ำแล้ว…แล้วระบบที่นี่ก็ดูปลอดภัยดี วันนี้เรากลับก่อนดีไหมครับ”
กรกรรณเอ่ยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วันนี้เขาได้ยืนเคียงข้างเธอได้ใกล้ชิดเธอมากขนาดนี้ แค่นี้…ก็มีความสุขแล้ว 
        แต่—
        “ไม่…”
เสียงของน้ำแข็งตอบกลับทันทีสั้น เย็น และไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง
        “ไปซื้อของกันก่อน…” เธอพูดต่อ เหมือนคิดอะไรไว้ล่วงหน้าแล้ว
        “เอ๋?…ไปซื้อของเหรอครับ ดึกขนาดนี้” กรกรรณชะงักไปเล็กน้อย
        “แต่…ก็ได้ครับ คุณน้ำแข็งจะซื้ออะไร ผมไปเป็นเพื่อนนะครับ” น้ำเสียงของเขายังสุภาพเหมือนเดิมแต่แอบมีความดีใจซ่อนอยู่
        “ชุดนอน” น้ำแข็งตอบสั้น ๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
        “ชุดนอนของเรา…แล้วก็ของใช้จำเป็น”
        “คืนนี้เราจะนอนที่นี่ โรงแรมใกล้ ๆ”
        “……………………………………”
กรกรรณแข็งค้างไปทั้งตัว
        ชุดนอนของเรา…?
คำพูดนั้นสะท้อนอยู่ในหัวเขาซ้ำ ๆ
        นอนโรงแรม…!?
ความคิดในหัวเริ่มตีกันยุ่งไปหมด
        “เดี๋ยว…” น้ำแข็งพูดขึ้นอีกครั้ง เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดไม่ครบ
        “ฉันอาจอธิบายไม่ละเอียด”
        “นอนโรงแรม…แต่คนละห้อง เข้าใจไหม?”
เธอพูดพลางหันหลังให้เขาเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดง…เกินกว่าจะควบคุมได้
        “แล้วก็…ไปกินข้าวเย็นกัน”
        “แต่เราไปด้วยชุดเต็มยศแบบนี้ไม่ได้ ต้องไปซื้อของก่อน”
พูดจบ เธอก็เดินตรงไปยังลานจอดรถในอาคารทันที ไม่รอคำตอบ
กรกรรณยิ้มออกมาเล็ก ๆ ก่อนจะเดินตามไป เขาพยายามไม่กลัวเธออีกต่อไปบางที—ความเย็นชานั้นอาจเป็นแค่ “ฉากหน้า” เพราะสิ่งที่เธอแสดงออกกับเขามันชัดเจนกว่านั้นมากและเขา…เลือกจะเชื่อในสิ่งนั้น
กรกรรณเป็นคนขับเหมือนเดิม เขาขับตามทางที่น้ำแข็งบอกเพราะไม่รู้เส้นทางในเมืองกรานเวลเลย ไม่นานนัก รถก็เลี้ยวเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าหรูแห่งหนึ่ง
ที่จอดรถ—ก็ยังเหมือนเดิมมีป้ายระบุชัดเจนสำหรับรถทะเบียน 9999 เท่านั้น รถของน้ำแข็ง
กรกรรณชะลอรถ ก่อนจะจอดลงอย่างเงียบ ๆ สายตาเขามองป้ายนั้นอีกครั้งแล้วความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา
        “เธอ…เป็นใครกันแน่…”
มันเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า น้ำแข็งไม่ใช่แค่ “เจ้าหน้าที่ระดับสูง” แต่เป็นคนที่อยู่ในระดับที่—คนธรรมดา…เอื้อมไม่ถึง
น้ำแข็งพากรกรรณเดินเข้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง แบรนด์นี้กรก็รู้จักดี ที่อัลเทรัสก็มี…และราคาสูงมากเขาเคยซื้อเสื้อตัวหนึ่งจากแบรนด์นี้แต่ก็รู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเท่าไร เขาชอบของเรียบ ๆ ธรรมดามากกว่า แต่วันนี้—น้ำแข็งเดินเข้าไปในร้านราวกับที่นี่เป็นของเธอ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายหญิงรีบเดินเข้ามาต้อนรับทันที รอยยิ้มสุภาพ แต่แฝงความเกรงใจอย่างชัดเจน
        “สวัสดีค่ะ คุณน้ำแข็ง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”
        “เมื่อเดือนก่อน ที่สาขาใหญ่ในเมืองหลวงคุณพ่อของคุณเพิ่งสั่งตัดสูทใหม่กับทางร้านไปนะคะ”
        “ขอบคุณมากนะคะที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ของเราท่านรัฐมนตรีใส่สูทของเรา ถือเป็นการโปรโมตที่ดีมากเลยค่ะ แต่ก็เหมาะแล้วค่ะ ก็ท่านเป็นทั้งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังและกลาโหม ก็ต้องออกแถลงงานบ่อยๆ จะให้ใส่แต่ชุดเดิมคงไม่เหมาะจริงไหมค่ะ”
เธอพูดต่อเนื่องแทบไม่หยุดพร้อมเดินประกบข้างน้ำแข็งอย่างเอาใจที่สุด
กรกรรณชะงักไปเล็กน้อย 
รัฐมนตรี…การคลังและกลาโหม? เขาหันมองน้ำแข็งโดยไม่รู้ตัว 
ความคิดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นชัดเจน 
พ่อเธอ…คุมทั้งเงิน และกองทัพของอาณาจักรนี้…?
หัวใจเขาหนักลงอย่างบอกไม่ถูก
เธอ…อยู่สูงขนาดนี้เลยเหรอ…
คำว่า “เจ้าหญิง” ที่ใครบางคนเคยพูดเล่น ๆ ตอนนี้—มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย
เขาก้มมองตัวเองเล็กน้อยชุดดำของแกะดำ 03 ที่ใคร ๆ มองว่าเท่ แต่เมื่อยืนอยู่ตรงนี้—มันกลับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเอง…ห่างไกลจากเธอขึ้นมาอีกนิด
        “คุณพ่อก็ชอบแบบนั้นแหละค่ะ” น้ำแข็งตอบเรียบ ๆ
        “สั่งทีละสามชุดก็เยอะไปแล้วนะคะ ยังจะตัดใหม่ทุกเดือน…สิ้นเปลืองจริง ๆ”
น้ำเสียงของเธอเหมือนพูดเรื่องเล็กน้อยก่อนจะหันมาทางกรกรรณ
        “อ้อ วันนี้ฉันพาเพื่อนมาด้วยค่ะ…กรกรรณ”
คำว่า “เพื่อน” ทำให้กรกรรณเงยหน้าขึ้นทันทีเหมือนมีอะไรบางอย่าง…เบาลงในอก
เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายหันมามองเขาสายตานั้น…รู้ทัน น้ำแข็งไม่เคยพาใครมาและไม่เคยแนะนำใครแบบนี้
        “ถ้าเขาซื้ออะไร…ลงบัญชีฉันไว้ได้เลยนะคะ ฝากด้วยค่ะ”
กรกรรณนิ่งไปอีกครั้งมือเขากำแน่นเล็กน้อย
        “ไม่เป็นไรครับ ผม—”
เขากำลังจะปฏิเสธแต่หยุดไปเพราะน้ำแข็งไม่ได้หันมามองเขาเลย เธอพูดออกไป…เหมือนมันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การเอาใจ ไม่ใช่การอวดแค่—“อยากให้”
เขาค่อย ๆ คลายมือออก
        “…ครับ” ตอบเบา ๆ
ไม่ใช่เพราะอยากได้แต่เพราะ—ไม่อยากปฏิเสธเธอ
        “ฉันต้องการชุดนอนค่ะ” น้ำแข็งพูดต่อทันที
        “สำหรับฉัน…และเขา” 
กรกรรณสะดุ้งเล็กน้อยสายตาเผลอหลบไปทางอื่นหูเริ่มร้อนขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายพยักหน้ารับทันที
ไม่มีรอยยิ้มล้อ
ไม่มีคำแซว
        “รอสักครู่นะคะ”
เธอกล่าวอย่างมืออาชีพ ก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้าน ความเงียบบาง ๆ ตกลงมาแทนที่
กรกรรณยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าหันไปมองเธอแต่ก็ไม่เดินหนี
        “คุณน้ำแข็ง…” เขาเอ่ยขึ้นเบา ๆ “…ขอบคุณนะครับ”
น้ำแข็งไม่ได้หันมาเพียงแค่ตอบสั้น ๆ “เรื่องเล็กน้อย”
แต่ในจังหวะที่กรไม่เห็น—ปลายนิ้วของเธอขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังพยายามกดบางอย่างไว้
หลังจากพนักงานขายนำชุดมาให้ ทั้งสองก็แยกกันเข้าไปลองชุด เริ่มจากชุดนอน ก่อนจะตามด้วยชุดลำลองและชุดแฟชั่นอีกหลายชุด
กรกรรณลองไม่กี่ชุดและก็ได้ กางเกงยีนเรียบ ๆ เสื้อเชิ้ตสีสุภาพดูดี…แต่ไม่โดดเด่นเกินไปเป็นสไตล์ของเขา
ส่วนน้ำแข็ง—เธอเปลี่ยนชุดไปหลายชุด ทุกครั้งที่เปลี่ยนเสร็จเธอจะเดินออกมา…ยืนตรงหน้าเขา
        “เป็นยังไง” คำถามสั้น ๆ น้ำเสียงนิ่งเหมือนเดิม
กรกรรณเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็เผลอนิ่งไปทุกครั้ง
        “สวยครับ”
ตอบเหมือนเดิม…ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่คำสุภาพ
        ชุดก็สวย…คนก็สวย…
เขาคิดในใจโดยไม่รู้ตัวว่ามองนานเกินไปเล็กน้อย
น้ำแข็งไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดใหม่
กรกรรณนั่งรอโดยไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่นิดเดียวระหว่างนั้น—พนักงานขายคนเดิมเดินเข้ามาใกล้เขาเล็กน้อยก่อนจะพูดเบา ๆ
        “วันนี้คุณน้ำแข็ง…ดูมีความสุขเป็นพิเศษนะคะ”
        “เอ๋…ครับ?” กรกรรณหันไปมองอย่างงง ๆ
        “ปกติแล้ว…เธอไม่เคยลองชุดเลยค่ะ”
        “ไม่เลือก…ไม่ถาม…มาแค่สั่ง จ่ายเงินแล้วก็กลับ”
กรกรรณเงียบไป เริ่มเข้าใจแล้วว่าเธอกำลังจะสื่ออะไร
        “บอกไว้…เผื่อคุณจะเข้าใจเธอมากขึ้นนะคะ”
พนักงานขายยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปปล่อยให้เขานั่งอยู่กับความคิดของตัวเอง
        “…ครับ ขอบคุณครับ” เขาพูดเบา ๆ เบาจนแทบไม่มีเสียงเหมือนยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเอง…โชคดีขนาดนี้
ไม่นานนัก น้ำแข็งก็เลือกชุดที่ต้องการได้ ทั้งคู่เปลี่ยนมาใส่ชุดใหม่ส่วนชุดเครื่องแบบ ทางร้านพับอย่างเรียบร้อยใส่ถุงให้
จากนั้น—พวกเขาก็ไปที่ร้านอาหาร บรรยากาศดูดี โต๊ะสำหรับสองคนแสงไฟนุ่ม ๆ ทุกอย่าง…เหมือน “เดท” อย่างที่ควรจะเป็น
แต่—มันอึดอัด น้ำแข็งนั่งนิ่ง นิ่งเกินไปเพราะจู่ ๆ ภาพของใครบางคนก็แทรกเข้ามา
        "อาเธียน"
ภาพของเขา ซ้อนทับลงบนที่นั่งตรงหน้าแทนที่กรกรรณ
น้ำแข็งแข็งค้างไปชั่วขณะ สายตาจ้องตรงไปข้างหน้าแต่ไม่ได้มองคนตรงหน้าอีกต่อไป
อาเธียนไม่ชอบกินผัก…
ความทรงจำผุดขึ้นมาเอง
เขามักกินเหลือ…แล้วฉันก็จะแย่งจานเขามากินต่อ…
มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่ชัดเจนและอบอุ่น 
นี่คือครั้งแรกที่เธอออกมา “เดท” หลังจากเขาจากไป ความรู้สึกบางอย่าง…เริ่มสับสน
ผิดไหม
เร็วไปไหม
หรือ…
เธอกำลังแทนที่ใครบางคนอยู่
น้ำแข็งไม่รู้และไม่รู้จะจัดการมันยังไง
เธอยังคงนั่งนิ่งสีหน้าไม่เปลี่ยนน้ำเสียงไม่สั่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลึกลงไปบางอย่างกำลังสั่นไหว
ขณะที่กรกรรณ…นั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่คนเดียวบนโต๊ะนี้
        “อย่ากินผัก…”
จู่ ๆ น้ำแข็งก็พูดออกมา น้ำเสียงเหมือนสั่งโดยไม่ทันคิด
กรกรรณชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบาง ๆ
        “ได้ครับ…มีอะไรหรือเปล่า?”
เขาเลื่อนบล็อกโคลีออกไปไว้ข้างจาน 3–4 ชิ้นโดยไม่ถามอะไรต่อ
ตอนนี้—น้ำแข็งแค่ต้องการ “หาทางออก” เธอรักอาเธียนมากและมันก็จบไปแล้ว เธอรู้ดีว่า…ต้องก้าวต่อ แต่ในตอนนี้แม้แต่กรกรรณก็ยังไม่สามารถพาเธอข้ามผ่านมันไปได้
เธอจึงเลือกทำบางอย่าง บางอย่างที่ไม่อยู่ในแบบแผน ไม่อยู่ในเหตุผลและไม่สนอะไรอีก
น้ำแข็งเอื้อมมือไปหยิบจานของกรกรรณมาวางตรงหน้าเธอแทนที่จานของตัวเองโดยไม่แม้แต่จะขออนุญาต
ผักที่เหลืออยู่ในจานนั้นถ้าคนตรงข้ามเธอ…เป็นอาเธียน เธอจะดุเขาแล้วก็ทำแบบนี้จากนั้น—เธอจะกินมันต่ออย่างมีความสุข
แต่ครั้งนี้…ถ้าเธอกินมันเธอจะรู้สึกอะไร ความสุข? หรือความเจ็บปวดจากการสูญเสียที่ยังไม่จางหาย
น้ำแข็งใช้ส้อมจิ้มลงไปที่บล็อกโคลีมือของเธอ…เกร็งแน่น
        “คุณน้ำแข็งครับ” เสียงของกรกรรณดึงสติเธอกลับมา
        “ถ้าอิ่มแล้ว…ไม่ต้องกินก็ได้นะครับ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
ไม่ได้กดดัน ไม่ได้ถามลึก แค่…อยู่ตรงนั้น
        “…อืม ไม่หรอก” น้ำแข็งตอบเบา ๆ สายตาหลบลง
กรกรรณนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะนึกถึงคำพูดของพนักงานขายในร้านเสื้อผ้า
        “วันนี้คุณน้ำแข็ง…ดูมีความสุขเป็นพิเศษนะคะ”
        “บอกไว้…เผื่อคุณจะเข้าใจเธอมากขึ้น”
ถ้าทั้งหมดที่ผ่านมา…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 
ถ้าเขาคิดเข้าข้างตัวเองสักครั้ง—
น้ำแข็งทำแบบนี้…เพื่อเขา? 
ตั้งแต่เรื่องชุดจนถึงตอนนี้ 
เธอเป็นฝ่าย “ให้” มาตลอดโดยที่เขา…แทบไม่ได้ทำอะไรเลย 
ทั้งที่—เขาก็รู้สึกกับเธอ 
บางที…เขาอาจมีสิทธิ์ “เห็นแก่ตัว” บ้างที่จะ 
        …ไขว่คว้าหัวใจของเธอ…
 
        “ถ้ายังไม่อิ่ม…” กรกรรณเอ่ยขึ้นเสียงนิ่งกว่าที่ตัวเองคิด
        “…ให้ผมป้อนได้ไหมครับ”
น้ำแข็งตะลึงภาพของอาเธียน—หายไปแทบจะในทันที มือของเธอกระตุกแรงบีบเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
แกร๊ก—ส้อมโลหะในมือเธอบิดงอ…และแตกออกจากความเย็นจัด
ทั้งคู่ชะงักไปพร้อมกัน ความเงียบก่อตัวขึ้นทันที
        “…อืม”
น้ำแข็งเอ่ยเบา ๆ ยังไม่เงยหน้าขึ้น
        “ใช้ส้อมของนายก็ได้”
เธอไม่ได้ปฏิเสธ แต่คนที่เริ่มเหงื่อซึมกลับเป็นกรกรรณ มือของเขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ หยิบส้อมขึ้นมา หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใช้ส้อมจิ้มบล็อกโคลีในจานตรงหน้าเธอ
เขาค่อย ๆ ยกมันขึ้น—แต่ปลายส้อมกลับสั่น
ชิบหายแล้ว…มือสั่นแบบนี้จะป้อนได้ไงวะ…น่าอายที่สุด…กรกรรณเอ๋ย…บ้าจริง
บล็อกโคลีชิ้นเล็ก ๆ สั่นอยู่ตรงหน้าเธออย่างเห็นได้ชัด
น้ำแข็งมองมันก่อนจะเงยสายตาขึ้นมองเขาเพียงแวบเดียว
แล้ว—เธอยกมือขึ้นจับมือของเขามือที่สั่น…นิ่งลงทันที เธอดึงส้อมเข้าหาตัวเล็กน้อยแล้วงับบล็อกโคลีเข้าไปคำเดียว
        “…อืม”
ความตึงเครียดที่กดอยู่ในอากาศคลายลงทันทีไม่ใช่แค่โต๊ะของทั้งสอง แต่เหมือนทั้งร้าน พนักงานเสิร์ฟที่แอบมองอยู่ห่าง ๆ ถึงกับผ่อนลมหายใจแต่ยังไม่มีใครกล้าส่งเสียงอะไรออกมา
        “…ขอบคุณนะ” น้ำแข็งพูดเบา ๆ ก่อนจะเหลือบมองจานผักยังเหลืออยู่
        “…เอาให้หมด” คำสั่งสั้น ๆแต่ครั้งนี้—มันไม่เย็นชาเหมือนเดิม
        “ครับ” กรกรรณยิ้ม
มือของเขายังอุ่นอยู่เล็กน้อยจากสัมผัสเมื่อครู่
เขาจิ้มบล็อกโคลีอีกชิ้นยกขึ้นครั้งนี้—ไม่สั่นแล้ว
เขาค่อย ๆ ป้อนเธออย่างมั่นใจขึ้น 
ช้า…แต่แน่นอน
และน้ำแข็งก็รับมันโดยไม่หลบสายตาอีกต่อไป
 
 

              
หลังจากผ่านภารกิจสุดหิน—ป้อนอาหารคุณน้ำแข็งมาได้ กรกรรณก็รู้สึกตึงเครียดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งคู่ขึ้นรถกลับไปยังโรงแรมที่น้ำแข็งจองไว้
ตอนเช็กอินน้ำแข็งเลือกเป็นห้องพักแฝดสองห้องติดกัน กรกรรณเดินไปส่งเธอถึงหน้าประตูห้อง
        “เอาโทรศัพท์มาหรือเปล่า” น้ำแข็งถามขึ้น
        “โทรศัพท์…ผมไม่มีครับ” กรกรรณตอบเรียบ ๆ
        “ตอนอพยพหนีตายมา ก็ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย”
ภาพคืนที่เขานอนอยู่ใต้ผ้าใบกันฝนกับศศินาแวบเข้ามาในหัวสั้น ๆ
น้ำแข็งล้วงกระเป๋าค้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหนึ่งออกมา
        “อาบน้ำเสร็จแล้ว…จะโทรหา”
พูดจบเธอก็เปิดประตูหอบของเข้าห้องไปทันที
        “อาบน้ำเสร็จแล้วจะโทรหา…” กรกรรณพึมพำทวน
        “…อาบน้ำเสร็จแล้วจะโทรหา…” รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นโดยที่เขาห้ามมันไม่ได้เลย
เขารีบเข้าห้องของตัวเองอาบน้ำอย่างรวดเร็วแทบจะรีบกว่าตอนลงสนามรบ
จากนั้น—เขาแกะชุดนอนที่เพิ่งซื้อวันนี้ออกมาใส่มัน ผ้าบางเบาพอดีตัวและ—เป็น “ชุดคู่” กับของน้ำแข็ง
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล กรกรรณขึ้นไปนั่งบนเตียง
รอ
รอ…
จนเริ่มเงียบ
จนเริ่มง่วง
จนเกือบจะหลับ
แล้วในที่สุด—เสียงเรียกเข้า
หน้าจอแสดงชื่อ
        “น้ำแข็งใส 1”
เขาสะดุ้งลุกขึ้นทันทีรีบกดรับสายพร้อมเปิดกล้องโดยไม่ลังเล ภาพของน้ำแข็งปรากฏขึ้น เธอกำลังตั้งโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะถอยไปนั่งบนเตียงทำให้เขาเห็นเธอ…เต็มตัว
ชุดนอนที่เข้าคู่กับเขาดูน่ารักอย่างไม่น่าเชื่อ
เธอไม่เหมือน “เจ้าหน้าที่ทหาร”
ไม่เหมือน “คนเย็นชา”
เหมือน…ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง แม้ว่าเธอจะยังไม่ยิ้มก็ตาม น้ำแข็งนั่งหวีผมสายตาเหลือบมาที่หน้าจอ
        “ได้ยินไหมกร”
        “พูดอะไรบ้างสิ”
        “…ได้ยินครับ ได้ยินชัดเลย”
กรกรรณตอบทันทีก่อนจะชะงักเล็กน้อย
        “แต่ผม…ไม่รู้จะคุยอะไร”
        “…ขอโทษด้วยนะครับ”
น้ำแข็งมองเขาเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
        “งั้นเอาแบบนี้ไหม ผลัดกันถาม” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย
        “เพื่อความเท่าเทียม”
        “…ได้ครับ” กรกรรณพยักหน้าแม้เธอจะอาจมองไม่เห็นชัด
        “คุณน้ำแข็งถามก่อนเลยก็ได้ครับ”
เขานั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังเตรียมตัวสำหรับอะไรบางอย่างแต่ลึกลงไป—เขาแค่กำลัง
        “อยากรู้จักเธอให้มากขึ้น”
น้ำแข็งยังคงหวีผมอยู่ เธอไม่ลังเลที่จะถามและเลือกเลี่ยงคำถามที่อาจกระทบใจเขา
        “นายชอบกินอะไร…อาหารนะ”
        “ส่วนใหญ่ก็ชอบหมดครับ” กรกรรณตอบยิ้ม ๆ “แต่ถ้าของโปรด…ก็จะเป็นมันบดสูตรเย็น ใส่มายองเนสกับแตงกวาครับ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับ
        “แล้วคุณน้ำแข็งล่ะครับ…มีอะไรที่กลัวหรือเกลียดบ้างไหม”
น้ำแข็งยังคงหวีผมสายตาเหลือบมองหน้าจอ
        “มีสิ ฉันเป็นผู้หญิงนะ” เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
        “ฉันกลัวแมงมุม ตอนเด็ก ๆ เคยโดนมันเกาะขา…ร้องไห้ใหญ่เลยตอนนั้น”
ปลายเสียงเบาลงเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ
        “แล้วเธอล่ะ…”
        “ก็…หนังสือในน้ำครับ….คือ..ว่ามัน….”
กรกรรณเริ่มตอบอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น บทสนทนาดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จากเรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องยาว
จนสุดท้าย—กลายเป็นเขาที่พูดมากกว่าเดิม กรกรรณเล่าเรื่องหนังสือที่เขาชอบยืดยาวแล้วเขาก็สังเกตเห็นหน้าจออีกฝั่งเงียบไปแล้ว
น้ำแข็งหลับ…
โทรศัพท์ยังตั้งอยู่ ภาพของเธอที่ขดตัวอยู่บนเตียงโดยไม่มีผ้าห่ม
        “…คุณน้ำแข็ง?” เขาเรียกเบา ๆ
ไม่มีการตอบกลับ
กรกรรณลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนสายตามองไปที่ผนัง มี “ประตูเชื่อม” ระหว่างสองห้อง
ปกติ—มันควรถูกล็อกจากทั้งสองฝั่ง
เขาเดินเข้าไปปลดล็อกจากฝั่งตัวเอง
        “…ถ้าอีกฝั่งล็อก…ก็คงแค่นั้น”
เขาหมุนลูกบิด
แกร๊ก….
ประตูเปิดออก
เขาชะงักอีกฝั่ง…ไม่ได้ล็อกเหมือนมีใครตั้งใจหรือไม่ก็—ลืม
 
กรกรรณก้าวเข้าไปอย่างเงียบที่สุดหัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยิน น้ำแข็งนอนขดตัวอยู่บนเตียงในชุดนอนบางเบาเธอดูหนาว เขาหยุดยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตั้งสติ 
กรกรรณค่อย ๆ หยิบผ้าห่มแล้วคลุมให้เธออย่างแผ่วเบาไม่ให้เธอตื่น มือของเขาหยุดอยู่ตรงนั้น สายตามองใบหน้าของเธอ
ยามหลับ—เธอดูสงบ ไร้กำแพงและอ่อนโยนเกินกว่าที่เขาเคยเห็น เขาขยับเข้าไปใกล้อีกนิดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอยิ่งดึงเขาเข้าไป
แต่—เขากัดฟันล้วถอยออกมา
        “…หลับฝันดีนะครับ” เสียงเบาแทบเป็นลมหายใจ
        “…เจ้าหญิงของผม”
เขาลุกขึ้นถอยหลังแล้วเดินกลับออกไปอย่างเงียบเชียบ
แกร๊ก…
เสียงประตูปิดเบา ๆ ความเงียบกลับคืนมา
ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ดวงตาของน้ำแข็งค่อย ๆ ลืมขึ้น เธอมองไปยังประตูเชื่อม นิ่ง..ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
        “…หลับฝันดีนะ” เสียงเบาแผ่ว 
        “…เจ้าชายของฉัน” มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนรู้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ
แล้วครั้งนี้—เธอหลับจริง

 
เช้าวันใหม่
กรกรรณตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เขาลุกขึ้นวอร์มร่างกายตามที่ทำเป็นประจำทุกวัน หลังจากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวในชุดเครื่องแบบเต็มยศ
เขาเดินออกจากห้องไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องของน้ำแข็ง มือยกขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะเคาะแต่ก็หยุด จะเคาะดีไหมหรือจะโทรหา กรกรรณลองซ้อมคำทักทายในหัวหลายแบบ
        “อรุณสวัสดิ์ครับ…”
        “เมื่อคืนหลับดีไหมครับ…”
        “เอ่อ…”
สุดท้าย—ก็ไม่กล้า
เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันกลับเข้าห้องตัวเอง
ไม่นานโทรศัพท์ก็ดังขึ้นชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอ
        “น้ำแข็งใส 1”
เขารีบกดรับทันที
        “กร ตื่นหรือยัง”
        “ตื่นแล้วครับ! เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วครับ” เสียงของเขาออกจะเร็วเกินไปเล็กน้อย
        “ดีเลย…มาห้องฉันสิ อาหารเช้ามาส่งแล้ว” เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
        “มากินที่ห้องฉันนะ…ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาได้เลย”
สายถูกตัดไป
กรกรรณนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมอง “ประตูเชื่อม”
หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งเขาเดินไปหมุนลูกบิดประตูเปิดออกแสงเช้าอ่อน ๆ ส่องเข้ามาในห้องอีกฝั่ง น้ำแข็งยังอยู่ในชุดนอน ผ้าบางเบาแนบลำตัวเธอดูสบาย…และอันตรายไปพร้อมกัน
เธอลุกขึ้นจากเตียงเดินไปนั่งที่โต๊ะเล็ก ๆ ที่มีถาดอาหารเช้าสองชุดวางอยู่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
กรกรรณนั่งลงฝั่งตรงข้ามพยายามไม่มองเธอนานเกินไปแล้วสายตาเขาก็สะดุดหน้าจอโทรศัพท์กำลังเล่นคลิปบางอย่าง
เขามองดี ๆ แล้วหัวใจ…แทบหยุดเต้นมันคือคลิปจากเมื่อคืนตั้งแต่ตอน VDO call จนถึง—ตอนที่เขาเปิดประตูเข้ามา
ตอนที่เขาห่มผ้าให้เธอ ตอนที่เขา…เกือบจะจูบแก้มเธอมันถูกบันทึกไว้ทั้งหมด
กรกรรณแข็งทื่อ ความคิดตีกันในหัวทันที
จบแล้ว…คราวนี้ตายจริงแน่…
น้ำแข็งมองหน้าจอแล้วเงยขึ้นมามองเขาสายตายังคงนิ่งอ่านไม่ออกเหมือนเดิมก่อนที่เธอจะพูด
        “ถ้านายไม่ถอย…” เธอหยุดเล็กน้อย
        “…ฉันก็ไม่ได้โกรธหรอกนะ” กรกรรณชะงัก
ความโล่งใจพุ่งขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว
        “ไม่โกรธ…จริงเหรอครับ…”
        “โกรธ” เธอตอบอีกครั้งคำตอบสั้น ๆ
ทำให้เขาหน้าเสียทันที 
แต่ในวินาทีนั้น—น้ำแข็ง ยิ้ม ยิ้มเพียงเสี้ยววินาที เร็วพอจะไม่ทันตั้งตัวแต่ชัดพอจะทำให้หัวใจเขาหลุดจังหวะ
เหมือนเธอสนุกที่…แกล้งเขาสำเร็จ แล้วเธอก็ก้มลงกินอาหารเช้าต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ปล่อยให้กรกรรณนั่งนิ่งหัวใจเต้นแรงกว่าเดิมเพราะตอนนี้—เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่
         “เธอทำให้มันเกิดขึ้นทั้งหมด”
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา