เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
15 ตอน
0 วิจารณ์
1,287 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
13) คุ้มกันจอกศักดิ์สิทธิ์ 4
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความย้อนกลับไป—บนรถในช่วงเช้า
“ผมสงสัยว่า…มิเรลเป็นคนขโมยจอกศักดิ์สิทธิ์ครับ” คำพูดของกรกรรณในตอนนั้น—แทบไม่มีน้ำหนักพอจะให้เชื่อถือแต่น้ำแข็ง…ลังเลและสุดท้าย—เธอเลือก “เชื่อ”
เธอติดต่อผู้อำนวยการกรวิชญ์ทันทีสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลจอกศักดิ์สิทธิ์เข้าตรวจสอบของทั้งสามใบอย่างเร่งด่วนและผลที่ได้คือ—จอกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามใบ
“เป็นของปลอมทั้งหมด”
อย่างที่กรกรรณคาดการณ์ไว้ช่วงเวลาที่สามารถสลับของได้—มีเพียงตอนเดียวเท่านั้นตอนที่จอกถูกเคลื่อนย้ายและเหตุการณ์ “ชนโดยบังเอิญ” ในวันนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นจังหวะที่ถูกคำนวณมาแล้ว
หญิงสาวที่ขี่สกูตเตอร์พุ่งเข้ามา—ก็คือ “มิเรล” เธอใช้ความเร็วและความโกลาหลในวินาทีนั้นสลับของจริงกับของปลอมได้สำเร็จ
แต่—หลังจากนั้นไม่มีใครรู้ว่าเธอซ่อนของไว้ที่ไหนกล้องวงจรปิดยังไม่ได้ตรวจสอบเวลา…ก็ไม่พอดังนั้น—กรมตำรวจจึงวาง “แผนซ้อน” ขึ้นมาเพื่อบีบให้เธอเปิดเผยตัวเองและจับกุมในที่เกิดเหตุ
กลับสู่ปัจจุบัน
“ความจริงแล้ว…” น้ำแข็งพูดต่ออย่างนิ่ง ๆ
“ระบบป้องกันของพิพิธภัณฑ์…ไม่ได้ถูกปิด ทั้งหมดที่เธอเห็นเมื่อครู่…เป็นแค่การแสดงจัดฉาก”
สายตาของเธอจ้องตรงไปที่มิเรล
“และทันทีที่เธอนำจอกศักดิ์สิทธิ์ออกนอกเขต…ระบบตรวจจับ…ก็ทำงาน”
เงียบ…
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กรกรรณมองน้ำแข็งอยู่ข้าง ๆ เขาไม่พูดอะไรแต่ในใจ—เขาทึ่งถ้าจะให้เธออธิบายอย่างละเอียดเธอสามารถเรียบเรียงทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีความลังเล
ตอนนี้—สายตาทุกคู่ในห้องโถงจับจ้องไปที่มิเรลรอเพียงว่า—เธอจะ “ยอมรับ”
มิเรลหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้น…ไม่มั่นใจเท่าไรนัก เธอยกมือขึ้นเล็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
“คุณเจ้าหน้าที่อาจเข้าใจผิดนะคะ”
“คนที่มาเดินดูของในพิพิธภัณฑ์…มีตั้งหลายคน”
“ทำไมต้องเพ่งเล็งมาที่ฉันด้วยล่ะคะ”
น้ำแข็งยังคงยืนนิ่งใบหน้าเรียบเฉยแต่สายตา—เฉียบคม
“ลองมองรอบตัวคุณดี ๆ สิ มิเรล” เธอพูดช้า ๆ
“ทุกคนที่นี่…ไม่ใช่นักท่องเที่ยว”
“พวกเขาเป็นตำรวจที่ปลอมตัวมา…เพื่อจับคนร้าย”
มิเรลชะงักสายตากวาดไปรอบ ๆ อีกครั้งและในวินาทีนั้น—ผู้คนที่ยืนกระจายอยู่ทั่วโถงต่างหยิบอาวุธขึ้นพร้อมกันบางคนยกปืน บางคนถือกุญแจมือ ทุกสายตา—จับจ้องมาที่เธอ
บรรยากาศเปลี่ยนทันที มิเรลหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้—ชัดเจนขึ้น
“หึ…หึหึ…หึหึหึ…”
“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ…ว่าฉันจะโดนจับได้” เธอก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้น
“ใครกันนะ…ที่เริ่มสงสัย”
“ฉันเดาว่า…ไม่ใช่พวกชุดขาว”
“พวกนั้น—หูหนวก ตาบอด”
เธอค่อย ๆ ก้าวออกด้านข้าง ช้า ๆ และ
ทุกย่างก้าว—เธอเปลี่ยนไป
หลังที่เคยงอ—เหยียดตรง
ไหล่ที่เคยห่อ—เปิดออก
คอเชิดขึ้น
ใบหน้าสงบ…แต่เย็นเฉียบ
สายตาคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ราวกับกลายเป็น “อีกคน” ไปแล้ว
“…ถ้าให้เดา…” เธอหยุดยิ้มบาง ๆ
“…คนที่เริ่มสงสัยคือ—”
“…แกะดำ 03”
บรรยากาศในโถง—ตึงเครียดขึ้นทันที คำพูดนั้น…ไม่ใช่ของคนธรรมดา เธอรู้จักทั้ง “ชุดขาว” และ “แกะดำ” นั่นหมายความว่า—เธออยู่ในโลกเดียวกันกับพวกเขา
กรกรรณมองเธอนิ่งก่อนจะพูดขึ้น
“ผมเดาได้ว่าคุณเป็นคนขโมยจอกศักดิ์สิทธิ์…แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ—”
“คุณรู้ได้ยังไง…ว่าจอกของจริงอยู่ในรถคันไหน”
“จากสามคัน…คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว”
มิเรลหันมายิ้มให้เขารอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร—แต่เย็นเยียบ
“ในเมื่อเธอเป็นคนถาม…”
“…แกะดำ 03”
“ฉันจะบอกให้…เป็นรางวัลก็แล้วกัน”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย
“สายของพวกเรา…ที่อยู่ต้นทางในเมืองหลวง ทำเครื่องหมายไว้ให้แล้ว”
“ด้วยกลิ่นเฉพาะของเรา”
เธอแสยะยิ้มก่อนจะพูดช้า ๆ
“กลิ่น…ที่ใช้เฉพาะในกองกำลังมังกรดำ”
ทันทีที่คำพูดจบลง—พื้นใต้เท้าของเธอระเบิดขึ้นหลาวน้ำแข็งพุ่งทะลุขึ้นมาอย่างรุนแรง ไร้การเตือน ไร้ความปรานีแต่—สิ่งที่มันแทงทะลุกลับเป็นเพียง “เสื้อคลุม” ร่างของมิเรล—หายไปแล้ว
“!”
สายตาทุกคู่เงยขึ้นไปยังทางเดินชั้นลอยของโถงจัดแสดงและเธอ—ยืนอยู่ที่นั่นแล้ว ในมือซ้ายของเธอถือ “จอกศักดิ์สิทธิ์” และมัน—คือของจริง เสื้อผ้าที่เคยหลวม ๆ ถูกทิ้งไปเผยให้เห็นชุดสีดำสนิท ชุดนักรบของมังกรดำประดับด้วยหมุดโลหะแหลมคมให้ภาพลักษณ์ที่ทั้งดุดันและน่ากลัว
เธอยืนอยู่เหนือทุกคนเหมือนนักล่าที่เพิ่งเผยตัวตน
เสียงวิทยุตำรวจดังขึ้นทันที
“พวกมังกรดำ!”
“วิสเปอร์—”
“เธอคือ ‘ไวท์แมส วิสเปอร์’!”
“ระดับมาสเตอร์ของมังกรดำ!”
“ขอกำลังเสริมด่วน!”
“แจ้งกองทัพ! ต้องการกำลังทั้งหมด!”
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นและครั้งนี้—ศัตรู…ไม่ใช่แค่โจรแต่คือ “ระดับมาสเตอร์”
ตำรวจไม่รอช้าพวกเขา “ยิงจริง” เสียงปืนดังสนั่นทั่วโถง—กระสุนพุ่งเข้าใส่วิสเปอร์เป็นชุด แต่เธอไม่แม้แต่จะหลบร่างนั้นเพียงเอนเล็กน้อยแล้วใช้ตัวเอง…บัง “จอกศักดิ์สิทธิ์” ไว้
กระสุนกระแทกเข้าที่ร่างของเธอแรงปะทะทำให้ตัวเธอโยกไปมาแต่—ก็แค่นั้นจริง ๆ
น้ำแข็งก้าวเข้ามาด้านหน้าบังกรกรรณไว้ทันทีมือข้างหนึ่งดันเขาถอยหลังโดยที่สายตายังจับจ้องวิสเปอร์ไม่ละ
“ถอยไปกร!!!”
“ถอยเดี๋ยวนี้!!!”
น้ำเสียงเธอเฉียบขาดไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว กรกรรณถูกดันจนแผ่นหลังติดกำแพง หัวใจเขาเต้นแรง เขาไม่อยากเชื่อ—แม้แต่ “น้ำแข็ง” ยังไม่คิดจะเปิดเกมสู้ตรง ๆ เลยงั้นหรือ?
“วิสเปอร์…” น้ำแข็งเอ่ยขึ้นเสียงต่ำและนิ่ง
“เธอเคยเป็นชุดขาว…รุ่นบุกเบิก”
“ก่อนจะถูกปลุกพลัง…โดยชินมังกรดำ”
คำพูดสั้น ๆ แต่ทำให้กรกรรณเข้าใจทันที
ถ้าแค่ “อดีตชุดขาว” ก็เทียบชั้นน้ำแข็งได้อยู่แล้วและถ้ายังถูก “ปลุกพลัง” เพิ่มอีก—
นั่นหมายความว่าเธออยู่ “เหนือกว่า” ไปอีกขั้น
เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่อง ตำรวจระดมยิงจนกระสุนแทบหมดในที่สุด—เสียงก็เงียบลง
วิสเปอร์ยืนอยู่ที่เดิมแทบไม่มีบาดแผลให้เห็นเธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปที่เอวดึง “เข็มขัด” ออกมาหนึ่งเส้นจากทั้งหมดสามเส้น
ความยาวราวหนึ่งเมตรจับไว้ในมือขวาแล้ว—สะบัด
“ฟึ่บ!!!”
แส้พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงฟาดใส่กลุ่มตำรวจด้านล่าง
น้ำแข็งยกมือขึ้นทันที กำแพงน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาขวาง
“ปึง!!!”
แรงปะทะกระแทกเข้าเต็ม ๆ กำแพงน้ำแข็งแตกกระจาย เสาคอนกรีตด้านหลังแตกร้าวเศษหินปลิวว่อนแต่—ยังทันพอจะ “กันชีวิต” ของตำรวจไว้ได้
“ถอยออกไปก่อน!” น้ำแข็งตะโกน “รอกำลังเสริม! ที่นี่…ฉันจัดการเอง!”
คำสั่งนั้นชัดเจนพอตำรวจทุกนายถอยทันทีไม่มีใครฝืนเพราะทุกคนรู้ดี—พวกเขา “ทำอะไรไม่ได้เลย”
“จัดการงั้นเหรอ?” วิสเปอร์ยิ้มบาง ๆ
น้ำเสียงเย็น
“เธอจะจัดการอะไร…”
“…ในเมื่อฉันหนีออกไปได้ตั้งแต่ตอนนี้แล้ว”
“ของแค่นี้…” เธอกวาดสายตามองรอบห้อง
“…ขังฉันไม่ได้หรอก”
พูดจบ—เธอสะบัดแส้อีกครั้ง ฟาดใส่เสาค้ำทางเดินชั้นลอยทีละต้น
“ปัง! ปัง! ปัง!”
เสาแตกร้าวโครงสร้างเริ่มสั่นสะเทือนก่อนจะ—ถล่มลงมาปิดทางเข้าออกทั้งหมดของห้องโถง
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เศษคอนกรีตกองทับกันเป็นกำแพง ตอนนี้—เหลือเพียงทางเดินชั้นลอยที่เธอยืนอยู่และภายในห้องนั้นเหลือเพียง “สามคน”
“ไม่…” น้ำแข็งตอบกลับทันที น้ำเสียงนิ่ง
“ฉันไม่จำเป็นต้องจัดการเธอ ฉันแค่ต้อง ‘ถ่วงเวลา’” เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ความเย็นแผ่กระจายออกจากร่าง
“จนกว่าชุดขาวอีกสามคนจะมาถึง” สายตาเธอจ้องตรงไปที่วิสเปอร์
“…แล้วตอนนั้น…เธอจะรับมือไม่ไหวแน่”
พื้น ผนัง และเพดานเริ่มถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งชั้นแล้วชั้นเล่า หนาขึ้นเรื่อย ๆ เหมือน “กรง” ที่กำลังปิดตายบรรยากาศในห้องเย็นลงอย่างรวดเร็วและหนักอึ้งก่อนการปะทะจริง—จะเริ่มต้น
วิสเปอร์สะบัดแส้ใส่น้ำแข็งทันที แรงปะทะมาเร็วเกินคาด น้ำแข็งตัดสินใจในเสี้ยววินาที—ผลักกรกรรณออกไปเต็มแรง
ร่างเขากระเด็นไปกระแทกกำแพงอีกฝั่งส่วนตัวเธอเอง—ก็ถอยออกไปอีกทิศหนึ่งพร้อมกัน
“ปึง!!!”
คลื่นพลังจากแส้ฟาดลงตรงกลางทะลุชั้นน้ำแข็งเป็นรอยยาว กำแพงน้ำแข็งแตกร้าวเป็นวงกว้างเห็นชัด—กำแพงน้ำแข็ง…ยัง “เอาไม่อยู่”
“งั้นฉันฆ่าพวกแกก่อน……แล้วค่อยไปก็ได้” วิสเปอร์พูดเรียบ ๆ ก่อนจะตวัดแส้อีกครั้งเล็งเป้าไปที่น้ำแข็งโดยตรง
“กร!!!”
“อย่าออกมา—ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น!! หลบอยู่ตรงนั้น!!” น้ำแข็งตะโกนก่อนจะพุ่งตัวหลบ
ความเร็วของเธอ—เกินกว่าสายตามนุษย์ปกติจะตามทันแต่ถึงอย่างนั้น—เธอก็ยัง “เข้าไม่ถึงตัว” วิสเปอร์แม้แต่จะสวนกลับ…ก็ยังไม่มีช่อง เพราะแค่หลบก็ใช้แรงทั้งหมดแล้ว
“…แบบนี้ไม่ไหว” น้ำแข็งกัดฟัน
“ถ้าไม่สวนกลับ……เราอยู่ไม่ถึงห้านาทีแน่”
เธอพุ่งกลับไปกลางห้องหยุดอยู่หลังแนวกระจกนิรภัยเดิมแล้วกางพลังออก โดมน้ำแข็งทรงครึ่งวงกลม—ก่อตัวขึ้นทันทีปิดล้อมตัวเธอไว้ราวกับโล่
“โฮะ ๆ ๆ…” วิสเปอร์หัวเราะเยาะ
“นังเด็กสิ้นคิด…รนหาที่ตายจริง ๆ”
แส้ถูกสะบัดใส่โดมน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
“ปึง! ปึง! ปึง!”
เศษน้ำแข็งกระจาย เศษกระจกนิรภัยแตกกระเด็น ไม่มีชิ้นไหนสมบูรณ์แต่—โดมยังคง “สร้างใหม่” ไม่หยุด และในเวลาเดียวกัน—หลาวน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งเข้าใส่วิสเปอร์จากทุกทิศทาง
บังคับให้เธอต้องหลบ ต้องปัด เริ่มมี “จังหวะถูกกด” เล็กน้อย
“มุดหัวอยู่แต่ในกระดอง…ไอ้ขี้ขลาด—ต้องเจอแบบนี้!!” วิสเปอร์เปลี่ยนท่าทางทันที
จากการฟาด—เป็นการ “ง้าง” เธอดึงแส้ไปด้านหลังสุดเหมือนกำลังปาหอกแล้ว—เหวี่ยงออกไปเป็นเส้นตรง
“กระสุนลม!!”
แรงอัดอากาศพุ่งทะลุไปข้างหน้าเจาะผ่านโดมน้ำแข็งเหมือนไม่มีอะไรขวาง
“ฉึก!!!”
ภายในโดม—เงียบลงทันที หลาวน้ำแข็งที่เคยโจมตีหยุดลงพร้อมกัน สัญญาณชัดเจน—มัน “โดนแล้ว”
วิสเปอร์ไม่รอช้าเธอฟาดแส้อีกสองครั้งติดกัน
“ซ้าย—!”
“ขวา—!”
โดมน้ำแข็งถูกตัดออกเหมือนเค้กที่ถูกเฉือน พังทลายลงในพริบตาและภาพที่เผยออกมา—ทำให้เธอยิ้ม
น้ำแข็ง…กำลังทรุดตัวลง ร่างกายเสียสมดุลเลือดสีแดงสดไหลอาบกางเกงสีขาวจากบาดแผลที่ “น่อง” ชัดเจนไม่มีทางปิดบัง
“โอ้ว…” วิสเปอร์เอียงศีรษะเล็กน้อยยิ้มบาง ๆ
“ฉันพลาดไปจริง ๆ”
“น่าจะเล็งให้สูงกว่านี้หน่อย…”
เธอจ้องลงมาสายตาเย็นเฉียบ
“…บางที…อาจโดน ‘หัวใจ’ ไปแล้วก็ได้”
วิสเปอร์ยกเข็มขัดขึ้นอีกครั้งแล้วเหวี่ยงออกไปเป็นเส้นตรง
“กระสุนลม!”
แรงอัดอากาศพุ่งเข้าทะลุน่องอีกข้างของน้ำแข็ง
“ฉึก!!!”
พื้นด้านหลังถูกเจาะเป็นรู ร่างของเธอทรุดลงทันทีแทบจะหงายหลังล้มลงกับพื้น
“ยะ…ยัง…ไม่…”
คำพูดยังไม่ทันจบ—คลื่นพลังอีกระลอกก็ฟาดเข้าที่ลำตัว
“ปึง!!!”
ชุดขาวถูกฉีกขาดเป็นแนวเฉียง เลือดพุ่งตามรอยแผล น้ำแข็งกระอักเลือดออกมา ร่างสั่นสะท้านและยังไม่ทันตั้งตัว—แส้อีกครั้งก็ฟาดซ้ำเข้าเต็มแรง
“ปัง!!!”
เธอหงายหลังกระแทกพื้นลมหายใจเริ่มแผ่วลงรวยริน
วิสเปอร์ไม่หยุด ไม่มีความลังเล ไม่มีความปรานีแส้ถูกยกขึ้นอีกครั้งเล็งลงไปที่ร่างของน้ำแข็งราวกับจะ “ปิดฉาก” ในจังหวะเดียวแต่—
“พอแล้ว!!!”
ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามายืนขวางระหว่างเธอกับน้ำแข็ง กรกรรณ เขายกแขนขึ้นไขว้กันตั้งการ์ดรับเต็มแรง
“ปึง!!!”
คลื่นพลังฟาดเข้าใส่เขาโดยตรงแรงกระแทกสั่นสะเทือนไปทั้งร่างพื้นใต้เท้าแตกร้าวร่างเขาถอยไปครึ่งก้าว—
แต่ยัง “ยืนอยู่”
เลือดซึมออกจากแขนรอยฟกช้ำปรากฏขึ้นทันทีแต่—มัน “ไม่หนักเท่าที่ควรจะเป็น”
“จะให้คุณน้ำแข็งโดนอีก…ไม่ได้”
เขาพูดเสียงหนักแน่นทั้งที่ร่างกายกำลังสั่น
วิสเปอร์ชะงักไปเล็กน้อย สายตามองเขาอย่างพิจารณา
“…”
แปลก พลังเมื่อครู่—ควรจะทำให้เขาล้มไปแล้วหรือว่าเธอ…ออมแรง?
หรือ—
“แกะดำ 03…” สายตาเธอแคบลง “…แข็งกว่าที่คิดงั้นเหรอ”
“ถอยไป” วิสเปอร์พูดเรียบ ๆ
“…เดี๋ยวตายหรอก”
“เตือนดี ๆ จากรุ่นพี่…ถึงรุ่นน้อง”
“ไม่”
กรกรรณตอบทันทีไม่มีลังเล
“หยุดทำร้ายคนอื่นได้แล้ว”
“คุณได้จอกศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว…ก็ไปได้แล้ว”
เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้เธอหยุดแม้จะรู้ว่า—มันอาจ “สายไปแล้ว”
วิสเปอร์เหลือบมองจอกในมือก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ไร้ความรู้สึก
“ไม่…..บางที…” เธอพูดเบา ๆ “…ฆ่าแกกับนังนั่น…สนุกกว่า”
“เละไปซะ…!”
“เละไปซะ…!!”
“เละไปซะ…!!!”
แส้ถูกฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ยั้ง ไม่เว้นจังหวะ กรกรรณยืนรับทั้งหมด
“ปึง! ปึง! ปึง!”
แรงกระแทกซัดเข้าใส่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายสั่นสะเทือน เลือดเริ่มไหลมากขึ้น แขนเริ่มชา ขาเริ่มสั่น
แต่—เขาไม่ล้ม
เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยังยืนอยู่ได้ ไม่รู้ ว่าทำไมร่างกายถึง “รับได้” มากกว่าที่ควร ใต้ผิวหนังบางอย่างกำลังทำงานบางอย่างกำลัง “ปกป้อง” เขาอย่างเงียบงัน
เขาไม่รู้ตัวเลยว่า—นี่คือครั้งแรกที่พลังของ “ผลึกธรรมชาติ” กำลังตื่นขึ้นและใช้ร่างของเขาเป็นโล่ แต่สิ่งที่เขารู้มีแค่—
“ห้ามล้ม”
“ห้ามถอย”
“ต้องยืนอยู่ตรงนี้”
ไม่ว่าจะต้องรับอีกกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน เขาจะยืนอยู่ตรงนี้จนกว่าจะ “ไม่รับรู้อะไรอีก”
เสียงหอบของวิสเปอร์ดังชัดขึ้นลมหายใจถี่…ไม่สม่ำเสมอเหมือนก่อน
ตรงหน้าเบื้องล่าง—กรกรรณยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายยับเยินเลือดอาบไปทั้งตัวเขาเองก็หอบหนักไม่แพ้กันแต่—ยัง “ยืนอยู่”
“บ้าเอ้ย…” วิสเปอร์สบถสายตาจ้องเขาเขม็ง
“สมแล้วที่ดาร์กมาสเตอร์ไกเซอร์ อเล็ก…”
“…เลือกแกเข้าทีม”
เธอแสยะยิ้ม
“แข็งพอตัวดีนี่……แต่แกยืนรับได้ไม่หมดหรอก ไอ้เด็กเวร”
“ฟึ่บ!!!” แส้สะบัดอีกครั้ง
“กระสุนลม!”
แรงอัดพุ่งใส่ขาของกรกรรณเต็มแรง
“ปึง!!!”
แต่—เขา “ไม่ล้ม”
“บ้าเอ้ย! ล้มสิวะ!! ไอ้ไส้กรอก!!”
เธอฟาดซ้ำอีกครั้งเล็งไปที่ขาอีกข้าง
“ปึง!!!”
ครั้งนี้—แรงปะทะกระแทกเข้าเต็ม ๆ แต่กลับ “ไม่ทะลุ”
กรกรรณแทบจะหมดสติ ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เสียงรอบข้างเริ่มหายไป เขาไม่รู้แล้ว…ว่าต้องทำยังไงต่อรู้แค่ว่า—ต้องยืนอยู่
แต่จู่ ๆ เขารู้สึกถึง “น้ำหนัก” ที่เอว หนักขึ้น…ช้า ๆ ไม่ใช่เพราะความล้าแต่เป็น—
มือสองข้างที่พยายามเกาะเขาไว้จากด้านหลังและค่อย ๆ ไต่ขึ้นมา
“…”
กรชะงักก่อนจะหันไปเล็กน้อย
“คุณน้ำแข็ง!!” เสียงของเขาสั่นแต่เต็มไปด้วยความดีใจ
เธอยังมีสติอยู่แม้จะยืนไม่ไหวแล้วแต่ก็ยัง…พยายามขึ้นมาหาเขา
ร่างของเธอเกาะอยู่แค่ระดับเอว แรงแทบไม่เหลือแต่ก็ไม่ยอมปล่อย
(และมันก็…ดึงกางเกงเขาจนแทบหลุดจริง ๆ)
วิสเปอร์มองภาพนั้นแล้วเบ้ปากทันที
“พวกอุบาทว์……ทำอะไรน่าเกลียด” แส้ถูกยกขึ้นอีกครั้งแล้วฟาดลงมาอย่างแรงแต่—
“ฉึก!!!”
หลาวน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาจากพื้นแทงเข้าที่ “มือซ้าย” ของวิสเปอร์ มือที่ถือจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่
“!?”
แรงกระแทกทำให้จอกหลุดจากมือลอยขึ้นไปกลางอากาศสูง—ถึงระดับฝ้าเพดานในเสี้ยววินาทีเดียว—มวลน้ำแข็งพุ่งขึ้นโอบล้อมมันไว้แช่แข็งตรึงติดกับเพดานทันที
วิสเปอร์อ้าปากค้าง สายตามองขึ้นไปไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้านล่าง—น้ำแข็งยังกอดเอวกรอยู่ศีรษะก้มลงแต่—
“หึ!”
เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาทั้งที่ยังหอบ ทั้งที่ยังเจ็บ
lส่วนกรกรรณสั่นไปทั้งตัวขาแทบไม่รับน้ำหนักแล้วแต่เขายังยืนอยู่และตอนนี้—บางอย่างกำลัง “เปลี่ยนไป”
วิสเปอร์กรีดร้องออกมาอย่างเดือดดาล
“ไอ้สารเลววววววววว!!!”
มือซ้ายที่ว่างเปล่าถูกยกขึ้นทันที เธอปลดเข็มขัดอีกเส้นออกมาตอนนี้—ในมือของเธอมี “สองเส้น”
ในขณะเดียวกัน—กรกรรณรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดดึงร่างของน้ำแข็งขึ้นมาพยุงให้เธอยืนแนบกับตัวเขาและเธอ…ตอบรับแม้จะยังซบอยู่ที่ไหล่ของเขา
“คุณน้ำแข็งครับ…” เสียงเขาแผ่วแต่ชัดเจน
“ยิง…ตามที่ผมบอกได้ไหมครับ”
“…ขอนัดเดียว”
“…ให้แรงที่สุด”
“ได้” น้ำแข็งตอบสั้น ๆ โดยไม่เงยหน้าไม่มองอะไรทั้งนั้น เธอเชื่อเขา
แขนข้างหนึ่งของกรโอบหลังเธอไว้ประคองให้ยืนมั่นคง อีกข้าง—จับมือของเธอยกขึ้นช้า ๆ เล็งไปข้างหน้า
ภาพนั้น—เหมือนคู่เต้นรำที่ยืนเคียงกันอย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางสนามรบ
วิสเปอร์ง้างแขนทั้งสองข้างไปด้านหลังเข็มขัดสองเส้นเหยียดตึงพร้อมจะฟาดลงมาในจังหวะเดียว
กรกรรณหรี่ตาลงสายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวเขาเห็นมัน—ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวแต่เป็น “รูปแบบ”
ร้อยครั้งที่เธอฟาดแส้ใส่เขา
พันครั้งที่น้ำแข็งยิงหลาวน้ำแข็งออกไป
ทุกจังหวะ
ทุกความเร็ว
ทุกมุม
ถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน
พลังจากผลึกธรรมชาติประสานเข้ากับสายตาของเขา โลกทั้งใบ—ช้าลง เขาเห็น “คลื่น” เห็น “เส้นทาง”
และเห็น “จุดปะทะ” ในอนาคต
เขาเห็นแล้วจุดเดียวที่ต้องยิง
วิสเปอร์เริ่มขยับแขนทั้งสองฟาดลงพร้อมกันจังหวะโจมตีเริ่มต้น—
“ตอนนี้!!” กรกรรณตะโกน
น้ำแข็งปล่อยพลังออกทันที
หลาวน้ำแข็ง—ที่รุนแรงที่สุดพุ่งออกจากมือของเธอ
มันพุ่งตรง แม่นยำ ไร้ความลังเล เป้าหมาย—จุดที่เข็มขัดสองเส้นตัดกันเป็นรูป “กากบาท”
“ฉึก!!!”
หลาวน้ำแข็งพุ่งทะลุเข้าไปทำลายจุดเชื่อมเข็มขัดทั้งสองเส้น—
“ขาด”
กระจุยทันที
แรงปะทะสะท้อนกลับหลาวน้ำแข็งแตกเป็นเสี่ยงเศษน้ำแข็งกระเด็นออกไปบาดแก้มของวิสเปอร์เป็นรอยยาว
ทุกอย่าง—เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีเดียว
เสียงเฮลิคอปเตอร์จากภายนอกอาคารดังวนอยู่รอบ ๆ กองกำลังสนับสนุนมาถึงแล้ว มันควรจะจบได้แล้วแต่คนที่จะ “ให้มันจบ” ไม่ใช่ใครอื่น—นอกจาก
“วิสเปอร์”
เลือดจากรอยแผลบนแก้มของเธอค่อย ๆ ไหลลงมาเป็นสาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้—แม้แต่กระสุนปืนก็ยังไม่อาจระคายผิวเธอได้ แววตาของวิสเปอร์…หมองลง
บางอย่างในนั้น “ดับไป” เหลือเพียงความว่างเปล่าและความคลุ้มคลั่ง
มือของเธอเอื้อมไปที่เอวอีกครั้งปลด “เข็มขัดเส้นสุดท้าย” ออกมาอย่างช้า ๆ กรกรรณมองเห็น—ไอสีดำค่อย ๆ แผ่ออกมาจากร่างของเธอ
เหมือนควัน
เหมือนบางสิ่งที่กำลัง “หลุดออก”
แม้แต่เข็มขัดเส้นนั้น—ก็ปล่อยไอสีดำออกมาเช่นกัน
ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้น
วิสเปอร์สะบัดแส้ขึ้นไปครั้งหนึ่ง
“ปัง!!!”
ฝ้าเพดานที่ถูกน้ำแข็งปกคลุม—พังถล่มลงมาทั้งหมดเหมือนฟ้าถล่ม เศษน้ำแข็งและคอนกรีตร่วงลงมาราวพายุแล้ว—
เธอสะบัดแส้อีกครั้ง เล็งตรงมายังกรกรรณและน้ำแข็ง
“ขาดครึ่งไปซะ!!!”
กรกรรณไม่ลังเลเขาหันหลังใช้ร่างของตัวเอง—รับมันแทน
“ปึง!!!”
แรงปะทะครั้งนี้—ต่างออกไปรุนแรง…เกินกว่าที่เขาจะรับไหว
“อึก…!!”
เสื้อสีดำของเขาถูกฉีกขาดเป็นแนวยาว เลือดพุ่งออกมา เขากระอักเลือด หยดลงบนชุดสีขาวของน้ำแข็ง ร่างของเขาทรุดลงล้มลงไปทับเธอ
ทั้งคู่—ล้มลงพร้อมกัน
น้ำแข็งนอนอยู่ด้านล่าง เธอไม่พูดอะไรแต่กำเสื้อของเขาไว้แน่น แน่นจนสั่น เธอรู้แล้ว—กรกรรณ…ไม่ไหวแล้ว
วิสเปอร์ยกแขนขึ้นอีกครั้ง
ไร้ความลังเล
ไร้ความปรานี
ไร้ความรู้สึก
แส้กำลังจะฟาดลง
เพื่อ “ปิดฉาก” ทุกอย่าง
แต่—มือหนึ่ง
คว้าข้อมือของเธอไว้หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด
“พอได้แล้ว…วิสเปอร์”
เสียงนั้นเรียบ มั่นคง และหนักแน่นพอจะ “ดึงสติ” เธอกลับมา
“ระ…ไรโอ…” วิสเปอร์ชะงัก สายตาไหววูบ “มาทำอะไรที่นี่…”
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ ผมสั้นสีเทา สายตาคมกริบ บรรยากาศรอบตัว—หนักแน่นจนน่ากดดัน
เขาคือ “มังกรดำ 02 — ไรโอ”
“โอ้ย…เละแบบนี้แล้วจะหาเจอไหมเนี่ย…” เสียงอีกคนดังขึ้น
ชายหนุ่มใส่แว่นกลมโต ผมสีม่วงทรงกะลากำลังใช้ไม้เคาะเศษน้ำแข็งที่ถล่มลงมาอย่างสบาย ๆ
“เนล…ก็มาด้วยเหรอ…!!” วิสเปอร์เบิกตากว้าง
เขาคือ “มังกรดำ 03 — เนล”
“ชินโกรธมากนะ……ที่เธอทำแบบนี้” ไรโอพูดเสียงนิ่ง
“ชิน…โกรธ…?” เสียงของวิสเปอร์อ่อนลงทันที
“ไม่…ไม่ใช่แบบนั้น…”
“ฉันแค่…อยากเซอร์ไพรส์เขา…”
“เธอทำแผนของเขาพัง” เนลพูดสั้น ๆ ก่อนจะหายวูบขึ้นไปอยู่ข้างวิสเปอร์
แล้วจับปีกเธอไว้เหมือนจับนักโทษ
“เรายังไม่ต้องการจอกศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้” เนลพูดต่อ
“…ถึงเวลา เราจะมาเอามันเอง”
“เธอก็รู้ดี—”
“…ว่ามันง่ายแค่ไหน สำหรับชิน”
“ไปได้แล้ว” ไรโอพูดเรียบ ๆ
เพียงแค่นั้น—ทั้งสามคน
ไรโอ
เนล
และวิสเปอร์
ก็หายไปจากตรงนั้นราวกับไม่เคยอยู่มาก่อน
แต่สำหรับวิสเปอร์—มันไม่ใช่การ “ไป” มันคือการ “ถูกพาไป”
หลังจากทุกอย่างเงียบลง ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึงผนังน้ำแข็งที่ปิดล้อมอยู่—ไม่มีใครจากภายนอกเจาะเข้ามาได้
กรกรรณนอนทับอยู่บนร่างของน้ำแข็งลมหายใจของเขาแผ่วลง สายตาเริ่มเลือนลางใกล้จะหมดสติเต็มที
“พวกมันไปแล้วนะกร…” เสียงของน้ำแข็งแผ่วเบา
“ปลอดภัยแล้ว…เราปลอดภัยแล้ว…” เธอพยายามประคองใบหน้าเขาไว้ ใช้นิ้วเช็ดเลือดที่มุมปากของเขาเบา ๆ
“คุณน้ำแข็ง…ปลอดภัยไหมครับ…” เขาถามเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน
“ปลอดภัย…” เธอตอบทันที “…ฉันไม่เป็นไรเลย”
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“นายต่างหาก…อย่าเป็นอะไรนะ…”
“อย่าเพิ่งหลับ…” เธอพยายามชวนเขาคุยรั้งเขาไว้
“ดีแล้วครับ…” เขายิ้มจาง ๆ
“…ดีจริง ๆ…”
“ผม…ทำได้แล้ว…”
“ไม่ติดค้างอะไรแล้ว…”
เปลือกตาของเขาค่อย ๆ ปิดลง
แต่—
สัมผัสบางอย่างทำให้เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“!!!”
น้ำแข็งจูบเขา ไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนแต่เป็นจูบที่ “แรง” ราวกับอัดทุกความรู้สึกเข้าไปในนั้น
เธอไม่หยุด
ทั้งโกรธ
ทั้งกลัว
ทั้งโล่งใจ
ทั้งหมดถูกเทลงมาในจูบนั้น
กรกรรณชะงักก่อนจะตอบสนองกลับอย่างช้า ๆ
รสชาติของเลือดปะปนกับลมหายใจ
ไม่มีความหวาน
มีเพียง “ความจริง”
ของคนสองคนที่เพิ่งรอดจากความตาย
เวลาผ่านไปนานนานพอที่มันจะไม่ใช่แค่ “จูบ” แต่เป็นความทรงจำที่ฝังลึกลงไปในใจ
ในที่สุด—น้ำแข็งก็ผละออก
กรกรรณที่เกือบหมดสติกลับลืมตาขึ้นอีกครั้งเหมือนถูกดึงกลับมา
“…เอาล่ะ” น้ำแข็งพูด
พยายามทำเสียงให้ปกติ
“…ฉันพอใจแล้ว”
“…ทีนี้นายจะตายก็ตายไปเถอะ”
“คุณน้ำแข็งครับ…” กรยิ้มอ่อน
“…แบบนี้ผมคงตายไม่ลงแล้ว”
น้ำแข็งไม่ตอบเธอเพียงกอดเขากดศีรษะเขาลงกับตัวเองให้เขาได้พัก
“พูดจริง ๆ นะ…” เสียงเธอเบาลง
“…ถ้านายไม่ตื่นอีกเลย”
“…ฉันก็ไม่เสียดายแล้ว”
“แต่ตอนนี้…”
“…ขอพักก่อน”
“ผมก็…คงอย่างนั้นครับ…”
ทั้งคู่หลับลงในสภาพนั้นกอดกันไว้แน่น
จนกระทั่ง—ทีมช่วยเหลือสามารถทำลายผนังน้ำแข็งเข้ามาได้
ภาพที่เห็นตรงหน้าไม่มีใครคิดไปในทางอื่นเลยมีเพียง—ความโล่งใจและความชื่นชมต่อคนสองคนที่ปกป้องกันและกันจนรอดกลับมาได้
“ผมสงสัยว่า…มิเรลเป็นคนขโมยจอกศักดิ์สิทธิ์ครับ” คำพูดของกรกรรณในตอนนั้น—แทบไม่มีน้ำหนักพอจะให้เชื่อถือแต่น้ำแข็ง…ลังเลและสุดท้าย—เธอเลือก “เชื่อ”
เธอติดต่อผู้อำนวยการกรวิชญ์ทันทีสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลจอกศักดิ์สิทธิ์เข้าตรวจสอบของทั้งสามใบอย่างเร่งด่วนและผลที่ได้คือ—จอกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามใบ
“เป็นของปลอมทั้งหมด”
อย่างที่กรกรรณคาดการณ์ไว้ช่วงเวลาที่สามารถสลับของได้—มีเพียงตอนเดียวเท่านั้นตอนที่จอกถูกเคลื่อนย้ายและเหตุการณ์ “ชนโดยบังเอิญ” ในวันนั้นไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นจังหวะที่ถูกคำนวณมาแล้ว
หญิงสาวที่ขี่สกูตเตอร์พุ่งเข้ามา—ก็คือ “มิเรล” เธอใช้ความเร็วและความโกลาหลในวินาทีนั้นสลับของจริงกับของปลอมได้สำเร็จ
แต่—หลังจากนั้นไม่มีใครรู้ว่าเธอซ่อนของไว้ที่ไหนกล้องวงจรปิดยังไม่ได้ตรวจสอบเวลา…ก็ไม่พอดังนั้น—กรมตำรวจจึงวาง “แผนซ้อน” ขึ้นมาเพื่อบีบให้เธอเปิดเผยตัวเองและจับกุมในที่เกิดเหตุ
กลับสู่ปัจจุบัน
“ความจริงแล้ว…” น้ำแข็งพูดต่ออย่างนิ่ง ๆ
“ระบบป้องกันของพิพิธภัณฑ์…ไม่ได้ถูกปิด ทั้งหมดที่เธอเห็นเมื่อครู่…เป็นแค่การแสดงจัดฉาก”
สายตาของเธอจ้องตรงไปที่มิเรล
“และทันทีที่เธอนำจอกศักดิ์สิทธิ์ออกนอกเขต…ระบบตรวจจับ…ก็ทำงาน”
เงียบ…
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก กรกรรณมองน้ำแข็งอยู่ข้าง ๆ เขาไม่พูดอะไรแต่ในใจ—เขาทึ่งถ้าจะให้เธออธิบายอย่างละเอียดเธอสามารถเรียบเรียงทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีความลังเล
ตอนนี้—สายตาทุกคู่ในห้องโถงจับจ้องไปที่มิเรลรอเพียงว่า—เธอจะ “ยอมรับ”
มิเรลหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้น…ไม่มั่นใจเท่าไรนัก เธอยกมือขึ้นเล็กน้อยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
“คุณเจ้าหน้าที่อาจเข้าใจผิดนะคะ”
“คนที่มาเดินดูของในพิพิธภัณฑ์…มีตั้งหลายคน”
“ทำไมต้องเพ่งเล็งมาที่ฉันด้วยล่ะคะ”
น้ำแข็งยังคงยืนนิ่งใบหน้าเรียบเฉยแต่สายตา—เฉียบคม
“ลองมองรอบตัวคุณดี ๆ สิ มิเรล” เธอพูดช้า ๆ
“ทุกคนที่นี่…ไม่ใช่นักท่องเที่ยว”
“พวกเขาเป็นตำรวจที่ปลอมตัวมา…เพื่อจับคนร้าย”
มิเรลชะงักสายตากวาดไปรอบ ๆ อีกครั้งและในวินาทีนั้น—ผู้คนที่ยืนกระจายอยู่ทั่วโถงต่างหยิบอาวุธขึ้นพร้อมกันบางคนยกปืน บางคนถือกุญแจมือ ทุกสายตา—จับจ้องมาที่เธอ
บรรยากาศเปลี่ยนทันที มิเรลหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้—ชัดเจนขึ้น
“หึ…หึหึ…หึหึหึ…”
“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ…ว่าฉันจะโดนจับได้” เธอก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะเงยขึ้น
“ใครกันนะ…ที่เริ่มสงสัย”
“ฉันเดาว่า…ไม่ใช่พวกชุดขาว”
“พวกนั้น—หูหนวก ตาบอด”
เธอค่อย ๆ ก้าวออกด้านข้าง ช้า ๆ และ
ทุกย่างก้าว—เธอเปลี่ยนไป
หลังที่เคยงอ—เหยียดตรง
ไหล่ที่เคยห่อ—เปิดออก
คอเชิดขึ้น
ใบหน้าสงบ…แต่เย็นเฉียบ
สายตาคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ราวกับกลายเป็น “อีกคน” ไปแล้ว
“…ถ้าให้เดา…” เธอหยุดยิ้มบาง ๆ
“…คนที่เริ่มสงสัยคือ—”
“…แกะดำ 03”
บรรยากาศในโถง—ตึงเครียดขึ้นทันที คำพูดนั้น…ไม่ใช่ของคนธรรมดา เธอรู้จักทั้ง “ชุดขาว” และ “แกะดำ” นั่นหมายความว่า—เธออยู่ในโลกเดียวกันกับพวกเขา
กรกรรณมองเธอนิ่งก่อนจะพูดขึ้น
“ผมเดาได้ว่าคุณเป็นคนขโมยจอกศักดิ์สิทธิ์…แต่สิ่งที่ผมสงสัยคือ—”
“คุณรู้ได้ยังไง…ว่าจอกของจริงอยู่ในรถคันไหน”
“จากสามคัน…คุณมีโอกาสแค่ครั้งเดียว”
มิเรลหันมายิ้มให้เขารอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร—แต่เย็นเยียบ
“ในเมื่อเธอเป็นคนถาม…”
“…แกะดำ 03”
“ฉันจะบอกให้…เป็นรางวัลก็แล้วกัน”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย
“สายของพวกเรา…ที่อยู่ต้นทางในเมืองหลวง ทำเครื่องหมายไว้ให้แล้ว”
“ด้วยกลิ่นเฉพาะของเรา”
เธอแสยะยิ้มก่อนจะพูดช้า ๆ
“กลิ่น…ที่ใช้เฉพาะในกองกำลังมังกรดำ”
ทันทีที่คำพูดจบลง—พื้นใต้เท้าของเธอระเบิดขึ้นหลาวน้ำแข็งพุ่งทะลุขึ้นมาอย่างรุนแรง ไร้การเตือน ไร้ความปรานีแต่—สิ่งที่มันแทงทะลุกลับเป็นเพียง “เสื้อคลุม” ร่างของมิเรล—หายไปแล้ว
“!”
สายตาทุกคู่เงยขึ้นไปยังทางเดินชั้นลอยของโถงจัดแสดงและเธอ—ยืนอยู่ที่นั่นแล้ว ในมือซ้ายของเธอถือ “จอกศักดิ์สิทธิ์” และมัน—คือของจริง เสื้อผ้าที่เคยหลวม ๆ ถูกทิ้งไปเผยให้เห็นชุดสีดำสนิท ชุดนักรบของมังกรดำประดับด้วยหมุดโลหะแหลมคมให้ภาพลักษณ์ที่ทั้งดุดันและน่ากลัว
เธอยืนอยู่เหนือทุกคนเหมือนนักล่าที่เพิ่งเผยตัวตน
เสียงวิทยุตำรวจดังขึ้นทันที
“พวกมังกรดำ!”
“วิสเปอร์—”
“เธอคือ ‘ไวท์แมส วิสเปอร์’!”
“ระดับมาสเตอร์ของมังกรดำ!”
“ขอกำลังเสริมด่วน!”
“แจ้งกองทัพ! ต้องการกำลังทั้งหมด!”
ความโกลาหลเริ่มต้นขึ้นและครั้งนี้—ศัตรู…ไม่ใช่แค่โจรแต่คือ “ระดับมาสเตอร์”
ตำรวจไม่รอช้าพวกเขา “ยิงจริง” เสียงปืนดังสนั่นทั่วโถง—กระสุนพุ่งเข้าใส่วิสเปอร์เป็นชุด แต่เธอไม่แม้แต่จะหลบร่างนั้นเพียงเอนเล็กน้อยแล้วใช้ตัวเอง…บัง “จอกศักดิ์สิทธิ์” ไว้
กระสุนกระแทกเข้าที่ร่างของเธอแรงปะทะทำให้ตัวเธอโยกไปมาแต่—ก็แค่นั้นจริง ๆ
น้ำแข็งก้าวเข้ามาด้านหน้าบังกรกรรณไว้ทันทีมือข้างหนึ่งดันเขาถอยหลังโดยที่สายตายังจับจ้องวิสเปอร์ไม่ละ
“ถอยไปกร!!!”
“ถอยเดี๋ยวนี้!!!”
น้ำเสียงเธอเฉียบขาดไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว กรกรรณถูกดันจนแผ่นหลังติดกำแพง หัวใจเขาเต้นแรง เขาไม่อยากเชื่อ—แม้แต่ “น้ำแข็ง” ยังไม่คิดจะเปิดเกมสู้ตรง ๆ เลยงั้นหรือ?
“วิสเปอร์…” น้ำแข็งเอ่ยขึ้นเสียงต่ำและนิ่ง
“เธอเคยเป็นชุดขาว…รุ่นบุกเบิก”
“ก่อนจะถูกปลุกพลัง…โดยชินมังกรดำ”
คำพูดสั้น ๆ แต่ทำให้กรกรรณเข้าใจทันที
ถ้าแค่ “อดีตชุดขาว” ก็เทียบชั้นน้ำแข็งได้อยู่แล้วและถ้ายังถูก “ปลุกพลัง” เพิ่มอีก—
นั่นหมายความว่าเธออยู่ “เหนือกว่า” ไปอีกขั้น
เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่อง ตำรวจระดมยิงจนกระสุนแทบหมดในที่สุด—เสียงก็เงียบลง
วิสเปอร์ยืนอยู่ที่เดิมแทบไม่มีบาดแผลให้เห็นเธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปที่เอวดึง “เข็มขัด” ออกมาหนึ่งเส้นจากทั้งหมดสามเส้น
ความยาวราวหนึ่งเมตรจับไว้ในมือขวาแล้ว—สะบัด
“ฟึ่บ!!!”
แส้พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงฟาดใส่กลุ่มตำรวจด้านล่าง
น้ำแข็งยกมือขึ้นทันที กำแพงน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาขวาง
“ปึง!!!”
แรงปะทะกระแทกเข้าเต็ม ๆ กำแพงน้ำแข็งแตกกระจาย เสาคอนกรีตด้านหลังแตกร้าวเศษหินปลิวว่อนแต่—ยังทันพอจะ “กันชีวิต” ของตำรวจไว้ได้
“ถอยออกไปก่อน!” น้ำแข็งตะโกน “รอกำลังเสริม! ที่นี่…ฉันจัดการเอง!”
คำสั่งนั้นชัดเจนพอตำรวจทุกนายถอยทันทีไม่มีใครฝืนเพราะทุกคนรู้ดี—พวกเขา “ทำอะไรไม่ได้เลย”
“จัดการงั้นเหรอ?” วิสเปอร์ยิ้มบาง ๆ
น้ำเสียงเย็น
“เธอจะจัดการอะไร…”
“…ในเมื่อฉันหนีออกไปได้ตั้งแต่ตอนนี้แล้ว”
“ของแค่นี้…” เธอกวาดสายตามองรอบห้อง
“…ขังฉันไม่ได้หรอก”
พูดจบ—เธอสะบัดแส้อีกครั้ง ฟาดใส่เสาค้ำทางเดินชั้นลอยทีละต้น
“ปัง! ปัง! ปัง!”
เสาแตกร้าวโครงสร้างเริ่มสั่นสะเทือนก่อนจะ—ถล่มลงมาปิดทางเข้าออกทั้งหมดของห้องโถง
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย เศษคอนกรีตกองทับกันเป็นกำแพง ตอนนี้—เหลือเพียงทางเดินชั้นลอยที่เธอยืนอยู่และภายในห้องนั้นเหลือเพียง “สามคน”
“ไม่…” น้ำแข็งตอบกลับทันที น้ำเสียงนิ่ง
“ฉันไม่จำเป็นต้องจัดการเธอ ฉันแค่ต้อง ‘ถ่วงเวลา’” เธอยกมือขึ้นช้า ๆ ความเย็นแผ่กระจายออกจากร่าง
“จนกว่าชุดขาวอีกสามคนจะมาถึง” สายตาเธอจ้องตรงไปที่วิสเปอร์
“…แล้วตอนนั้น…เธอจะรับมือไม่ไหวแน่”
พื้น ผนัง และเพดานเริ่มถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งชั้นแล้วชั้นเล่า หนาขึ้นเรื่อย ๆ เหมือน “กรง” ที่กำลังปิดตายบรรยากาศในห้องเย็นลงอย่างรวดเร็วและหนักอึ้งก่อนการปะทะจริง—จะเริ่มต้น
วิสเปอร์สะบัดแส้ใส่น้ำแข็งทันที แรงปะทะมาเร็วเกินคาด น้ำแข็งตัดสินใจในเสี้ยววินาที—ผลักกรกรรณออกไปเต็มแรง
ร่างเขากระเด็นไปกระแทกกำแพงอีกฝั่งส่วนตัวเธอเอง—ก็ถอยออกไปอีกทิศหนึ่งพร้อมกัน
“ปึง!!!”
คลื่นพลังจากแส้ฟาดลงตรงกลางทะลุชั้นน้ำแข็งเป็นรอยยาว กำแพงน้ำแข็งแตกร้าวเป็นวงกว้างเห็นชัด—กำแพงน้ำแข็ง…ยัง “เอาไม่อยู่”
“งั้นฉันฆ่าพวกแกก่อน……แล้วค่อยไปก็ได้” วิสเปอร์พูดเรียบ ๆ ก่อนจะตวัดแส้อีกครั้งเล็งเป้าไปที่น้ำแข็งโดยตรง
“กร!!!”
“อย่าออกมา—ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น!! หลบอยู่ตรงนั้น!!” น้ำแข็งตะโกนก่อนจะพุ่งตัวหลบ
ความเร็วของเธอ—เกินกว่าสายตามนุษย์ปกติจะตามทันแต่ถึงอย่างนั้น—เธอก็ยัง “เข้าไม่ถึงตัว” วิสเปอร์แม้แต่จะสวนกลับ…ก็ยังไม่มีช่อง เพราะแค่หลบก็ใช้แรงทั้งหมดแล้ว
“…แบบนี้ไม่ไหว” น้ำแข็งกัดฟัน
“ถ้าไม่สวนกลับ……เราอยู่ไม่ถึงห้านาทีแน่”
เธอพุ่งกลับไปกลางห้องหยุดอยู่หลังแนวกระจกนิรภัยเดิมแล้วกางพลังออก โดมน้ำแข็งทรงครึ่งวงกลม—ก่อตัวขึ้นทันทีปิดล้อมตัวเธอไว้ราวกับโล่
“โฮะ ๆ ๆ…” วิสเปอร์หัวเราะเยาะ
“นังเด็กสิ้นคิด…รนหาที่ตายจริง ๆ”
แส้ถูกสะบัดใส่โดมน้ำแข็งอย่างต่อเนื่อง
“ปึง! ปึง! ปึง!”
เศษน้ำแข็งกระจาย เศษกระจกนิรภัยแตกกระเด็น ไม่มีชิ้นไหนสมบูรณ์แต่—โดมยังคง “สร้างใหม่” ไม่หยุด และในเวลาเดียวกัน—หลาวน้ำแข็งจำนวนมากพุ่งเข้าใส่วิสเปอร์จากทุกทิศทาง
บังคับให้เธอต้องหลบ ต้องปัด เริ่มมี “จังหวะถูกกด” เล็กน้อย
“มุดหัวอยู่แต่ในกระดอง…ไอ้ขี้ขลาด—ต้องเจอแบบนี้!!” วิสเปอร์เปลี่ยนท่าทางทันที
จากการฟาด—เป็นการ “ง้าง” เธอดึงแส้ไปด้านหลังสุดเหมือนกำลังปาหอกแล้ว—เหวี่ยงออกไปเป็นเส้นตรง
“กระสุนลม!!”
แรงอัดอากาศพุ่งทะลุไปข้างหน้าเจาะผ่านโดมน้ำแข็งเหมือนไม่มีอะไรขวาง
“ฉึก!!!”
ภายในโดม—เงียบลงทันที หลาวน้ำแข็งที่เคยโจมตีหยุดลงพร้อมกัน สัญญาณชัดเจน—มัน “โดนแล้ว”
วิสเปอร์ไม่รอช้าเธอฟาดแส้อีกสองครั้งติดกัน
“ซ้าย—!”
“ขวา—!”
โดมน้ำแข็งถูกตัดออกเหมือนเค้กที่ถูกเฉือน พังทลายลงในพริบตาและภาพที่เผยออกมา—ทำให้เธอยิ้ม
น้ำแข็ง…กำลังทรุดตัวลง ร่างกายเสียสมดุลเลือดสีแดงสดไหลอาบกางเกงสีขาวจากบาดแผลที่ “น่อง” ชัดเจนไม่มีทางปิดบัง
“โอ้ว…” วิสเปอร์เอียงศีรษะเล็กน้อยยิ้มบาง ๆ
“ฉันพลาดไปจริง ๆ”
“น่าจะเล็งให้สูงกว่านี้หน่อย…”
เธอจ้องลงมาสายตาเย็นเฉียบ
“…บางที…อาจโดน ‘หัวใจ’ ไปแล้วก็ได้”
วิสเปอร์ยกเข็มขัดขึ้นอีกครั้งแล้วเหวี่ยงออกไปเป็นเส้นตรง
“กระสุนลม!”
แรงอัดอากาศพุ่งเข้าทะลุน่องอีกข้างของน้ำแข็ง
“ฉึก!!!”
พื้นด้านหลังถูกเจาะเป็นรู ร่างของเธอทรุดลงทันทีแทบจะหงายหลังล้มลงกับพื้น
“ยะ…ยัง…ไม่…”
คำพูดยังไม่ทันจบ—คลื่นพลังอีกระลอกก็ฟาดเข้าที่ลำตัว
“ปึง!!!”
ชุดขาวถูกฉีกขาดเป็นแนวเฉียง เลือดพุ่งตามรอยแผล น้ำแข็งกระอักเลือดออกมา ร่างสั่นสะท้านและยังไม่ทันตั้งตัว—แส้อีกครั้งก็ฟาดซ้ำเข้าเต็มแรง
“ปัง!!!”
เธอหงายหลังกระแทกพื้นลมหายใจเริ่มแผ่วลงรวยริน
วิสเปอร์ไม่หยุด ไม่มีความลังเล ไม่มีความปรานีแส้ถูกยกขึ้นอีกครั้งเล็งลงไปที่ร่างของน้ำแข็งราวกับจะ “ปิดฉาก” ในจังหวะเดียวแต่—
“พอแล้ว!!!”
ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามายืนขวางระหว่างเธอกับน้ำแข็ง กรกรรณ เขายกแขนขึ้นไขว้กันตั้งการ์ดรับเต็มแรง
“ปึง!!!”
คลื่นพลังฟาดเข้าใส่เขาโดยตรงแรงกระแทกสั่นสะเทือนไปทั้งร่างพื้นใต้เท้าแตกร้าวร่างเขาถอยไปครึ่งก้าว—
แต่ยัง “ยืนอยู่”
เลือดซึมออกจากแขนรอยฟกช้ำปรากฏขึ้นทันทีแต่—มัน “ไม่หนักเท่าที่ควรจะเป็น”
“จะให้คุณน้ำแข็งโดนอีก…ไม่ได้”
เขาพูดเสียงหนักแน่นทั้งที่ร่างกายกำลังสั่น
วิสเปอร์ชะงักไปเล็กน้อย สายตามองเขาอย่างพิจารณา
“…”
แปลก พลังเมื่อครู่—ควรจะทำให้เขาล้มไปแล้วหรือว่าเธอ…ออมแรง?
หรือ—
“แกะดำ 03…” สายตาเธอแคบลง “…แข็งกว่าที่คิดงั้นเหรอ”
“ถอยไป” วิสเปอร์พูดเรียบ ๆ
“…เดี๋ยวตายหรอก”
“เตือนดี ๆ จากรุ่นพี่…ถึงรุ่นน้อง”
“ไม่”
กรกรรณตอบทันทีไม่มีลังเล
“หยุดทำร้ายคนอื่นได้แล้ว”
“คุณได้จอกศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว…ก็ไปได้แล้ว”
เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้เธอหยุดแม้จะรู้ว่า—มันอาจ “สายไปแล้ว”
วิสเปอร์เหลือบมองจอกในมือก่อนจะยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ไร้ความรู้สึก
“ไม่…..บางที…” เธอพูดเบา ๆ “…ฆ่าแกกับนังนั่น…สนุกกว่า”
“เละไปซะ…!”
“เละไปซะ…!!”
“เละไปซะ…!!!”
แส้ถูกฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ยั้ง ไม่เว้นจังหวะ กรกรรณยืนรับทั้งหมด
“ปึง! ปึง! ปึง!”
แรงกระแทกซัดเข้าใส่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายสั่นสะเทือน เลือดเริ่มไหลมากขึ้น แขนเริ่มชา ขาเริ่มสั่น
แต่—เขาไม่ล้ม
เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยังยืนอยู่ได้ ไม่รู้ ว่าทำไมร่างกายถึง “รับได้” มากกว่าที่ควร ใต้ผิวหนังบางอย่างกำลังทำงานบางอย่างกำลัง “ปกป้อง” เขาอย่างเงียบงัน
เขาไม่รู้ตัวเลยว่า—นี่คือครั้งแรกที่พลังของ “ผลึกธรรมชาติ” กำลังตื่นขึ้นและใช้ร่างของเขาเป็นโล่ แต่สิ่งที่เขารู้มีแค่—
“ห้ามล้ม”
“ห้ามถอย”
“ต้องยืนอยู่ตรงนี้”
ไม่ว่าจะต้องรับอีกกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน เขาจะยืนอยู่ตรงนี้จนกว่าจะ “ไม่รับรู้อะไรอีก”
เสียงหอบของวิสเปอร์ดังชัดขึ้นลมหายใจถี่…ไม่สม่ำเสมอเหมือนก่อน
ตรงหน้าเบื้องล่าง—กรกรรณยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายยับเยินเลือดอาบไปทั้งตัวเขาเองก็หอบหนักไม่แพ้กันแต่—ยัง “ยืนอยู่”
“บ้าเอ้ย…” วิสเปอร์สบถสายตาจ้องเขาเขม็ง
“สมแล้วที่ดาร์กมาสเตอร์ไกเซอร์ อเล็ก…”
“…เลือกแกเข้าทีม”
เธอแสยะยิ้ม
“แข็งพอตัวดีนี่……แต่แกยืนรับได้ไม่หมดหรอก ไอ้เด็กเวร”
“ฟึ่บ!!!” แส้สะบัดอีกครั้ง
“กระสุนลม!”
แรงอัดพุ่งใส่ขาของกรกรรณเต็มแรง
“ปึง!!!”
แต่—เขา “ไม่ล้ม”
“บ้าเอ้ย! ล้มสิวะ!! ไอ้ไส้กรอก!!”
เธอฟาดซ้ำอีกครั้งเล็งไปที่ขาอีกข้าง
“ปึง!!!”
ครั้งนี้—แรงปะทะกระแทกเข้าเต็ม ๆ แต่กลับ “ไม่ทะลุ”
กรกรรณแทบจะหมดสติ ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เสียงรอบข้างเริ่มหายไป เขาไม่รู้แล้ว…ว่าต้องทำยังไงต่อรู้แค่ว่า—ต้องยืนอยู่
แต่จู่ ๆ เขารู้สึกถึง “น้ำหนัก” ที่เอว หนักขึ้น…ช้า ๆ ไม่ใช่เพราะความล้าแต่เป็น—
มือสองข้างที่พยายามเกาะเขาไว้จากด้านหลังและค่อย ๆ ไต่ขึ้นมา
“…”
กรชะงักก่อนจะหันไปเล็กน้อย
“คุณน้ำแข็ง!!” เสียงของเขาสั่นแต่เต็มไปด้วยความดีใจ
เธอยังมีสติอยู่แม้จะยืนไม่ไหวแล้วแต่ก็ยัง…พยายามขึ้นมาหาเขา
ร่างของเธอเกาะอยู่แค่ระดับเอว แรงแทบไม่เหลือแต่ก็ไม่ยอมปล่อย
(และมันก็…ดึงกางเกงเขาจนแทบหลุดจริง ๆ)
วิสเปอร์มองภาพนั้นแล้วเบ้ปากทันที
“พวกอุบาทว์……ทำอะไรน่าเกลียด” แส้ถูกยกขึ้นอีกครั้งแล้วฟาดลงมาอย่างแรงแต่—
“ฉึก!!!”
หลาวน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาจากพื้นแทงเข้าที่ “มือซ้าย” ของวิสเปอร์ มือที่ถือจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่
“!?”
แรงกระแทกทำให้จอกหลุดจากมือลอยขึ้นไปกลางอากาศสูง—ถึงระดับฝ้าเพดานในเสี้ยววินาทีเดียว—มวลน้ำแข็งพุ่งขึ้นโอบล้อมมันไว้แช่แข็งตรึงติดกับเพดานทันที
วิสเปอร์อ้าปากค้าง สายตามองขึ้นไปไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้านล่าง—น้ำแข็งยังกอดเอวกรอยู่ศีรษะก้มลงแต่—
“หึ!”
เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาทั้งที่ยังหอบ ทั้งที่ยังเจ็บ
lส่วนกรกรรณสั่นไปทั้งตัวขาแทบไม่รับน้ำหนักแล้วแต่เขายังยืนอยู่และตอนนี้—บางอย่างกำลัง “เปลี่ยนไป”
วิสเปอร์กรีดร้องออกมาอย่างเดือดดาล
“ไอ้สารเลววววววววว!!!”
มือซ้ายที่ว่างเปล่าถูกยกขึ้นทันที เธอปลดเข็มขัดอีกเส้นออกมาตอนนี้—ในมือของเธอมี “สองเส้น”
ในขณะเดียวกัน—กรกรรณรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดดึงร่างของน้ำแข็งขึ้นมาพยุงให้เธอยืนแนบกับตัวเขาและเธอ…ตอบรับแม้จะยังซบอยู่ที่ไหล่ของเขา
“คุณน้ำแข็งครับ…” เสียงเขาแผ่วแต่ชัดเจน
“ยิง…ตามที่ผมบอกได้ไหมครับ”
“…ขอนัดเดียว”
“…ให้แรงที่สุด”
“ได้” น้ำแข็งตอบสั้น ๆ โดยไม่เงยหน้าไม่มองอะไรทั้งนั้น เธอเชื่อเขา
แขนข้างหนึ่งของกรโอบหลังเธอไว้ประคองให้ยืนมั่นคง อีกข้าง—จับมือของเธอยกขึ้นช้า ๆ เล็งไปข้างหน้า
ภาพนั้น—เหมือนคู่เต้นรำที่ยืนเคียงกันอย่างสมบูรณ์แบบท่ามกลางสนามรบ
วิสเปอร์ง้างแขนทั้งสองข้างไปด้านหลังเข็มขัดสองเส้นเหยียดตึงพร้อมจะฟาดลงมาในจังหวะเดียว
กรกรรณหรี่ตาลงสายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวเขาเห็นมัน—ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวแต่เป็น “รูปแบบ”
ร้อยครั้งที่เธอฟาดแส้ใส่เขา
พันครั้งที่น้ำแข็งยิงหลาวน้ำแข็งออกไป
ทุกจังหวะ
ทุกความเร็ว
ทุกมุม
ถูกรวบรวมเข้าด้วยกัน
พลังจากผลึกธรรมชาติประสานเข้ากับสายตาของเขา โลกทั้งใบ—ช้าลง เขาเห็น “คลื่น” เห็น “เส้นทาง”
และเห็น “จุดปะทะ” ในอนาคต
เขาเห็นแล้วจุดเดียวที่ต้องยิง
วิสเปอร์เริ่มขยับแขนทั้งสองฟาดลงพร้อมกันจังหวะโจมตีเริ่มต้น—
“ตอนนี้!!” กรกรรณตะโกน
น้ำแข็งปล่อยพลังออกทันที
หลาวน้ำแข็ง—ที่รุนแรงที่สุดพุ่งออกจากมือของเธอ
มันพุ่งตรง แม่นยำ ไร้ความลังเล เป้าหมาย—จุดที่เข็มขัดสองเส้นตัดกันเป็นรูป “กากบาท”
“ฉึก!!!”
หลาวน้ำแข็งพุ่งทะลุเข้าไปทำลายจุดเชื่อมเข็มขัดทั้งสองเส้น—
“ขาด”
กระจุยทันที
แรงปะทะสะท้อนกลับหลาวน้ำแข็งแตกเป็นเสี่ยงเศษน้ำแข็งกระเด็นออกไปบาดแก้มของวิสเปอร์เป็นรอยยาว
ทุกอย่าง—เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีเดียว
เสียงเฮลิคอปเตอร์จากภายนอกอาคารดังวนอยู่รอบ ๆ กองกำลังสนับสนุนมาถึงแล้ว มันควรจะจบได้แล้วแต่คนที่จะ “ให้มันจบ” ไม่ใช่ใครอื่น—นอกจาก
“วิสเปอร์”
เลือดจากรอยแผลบนแก้มของเธอค่อย ๆ ไหลลงมาเป็นสาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้—แม้แต่กระสุนปืนก็ยังไม่อาจระคายผิวเธอได้ แววตาของวิสเปอร์…หมองลง
บางอย่างในนั้น “ดับไป” เหลือเพียงความว่างเปล่าและความคลุ้มคลั่ง
มือของเธอเอื้อมไปที่เอวอีกครั้งปลด “เข็มขัดเส้นสุดท้าย” ออกมาอย่างช้า ๆ กรกรรณมองเห็น—ไอสีดำค่อย ๆ แผ่ออกมาจากร่างของเธอ
เหมือนควัน
เหมือนบางสิ่งที่กำลัง “หลุดออก”
แม้แต่เข็มขัดเส้นนั้น—ก็ปล่อยไอสีดำออกมาเช่นกัน
ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้น
วิสเปอร์สะบัดแส้ขึ้นไปครั้งหนึ่ง
“ปัง!!!”
ฝ้าเพดานที่ถูกน้ำแข็งปกคลุม—พังถล่มลงมาทั้งหมดเหมือนฟ้าถล่ม เศษน้ำแข็งและคอนกรีตร่วงลงมาราวพายุแล้ว—
เธอสะบัดแส้อีกครั้ง เล็งตรงมายังกรกรรณและน้ำแข็ง
“ขาดครึ่งไปซะ!!!”
กรกรรณไม่ลังเลเขาหันหลังใช้ร่างของตัวเอง—รับมันแทน
“ปึง!!!”
แรงปะทะครั้งนี้—ต่างออกไปรุนแรง…เกินกว่าที่เขาจะรับไหว
“อึก…!!”
เสื้อสีดำของเขาถูกฉีกขาดเป็นแนวยาว เลือดพุ่งออกมา เขากระอักเลือด หยดลงบนชุดสีขาวของน้ำแข็ง ร่างของเขาทรุดลงล้มลงไปทับเธอ
ทั้งคู่—ล้มลงพร้อมกัน
น้ำแข็งนอนอยู่ด้านล่าง เธอไม่พูดอะไรแต่กำเสื้อของเขาไว้แน่น แน่นจนสั่น เธอรู้แล้ว—กรกรรณ…ไม่ไหวแล้ว
วิสเปอร์ยกแขนขึ้นอีกครั้ง
ไร้ความลังเล
ไร้ความปรานี
ไร้ความรู้สึก
แส้กำลังจะฟาดลง
เพื่อ “ปิดฉาก” ทุกอย่าง
แต่—มือหนึ่ง
คว้าข้อมือของเธอไว้หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด
“พอได้แล้ว…วิสเปอร์”
เสียงนั้นเรียบ มั่นคง และหนักแน่นพอจะ “ดึงสติ” เธอกลับมา
“ระ…ไรโอ…” วิสเปอร์ชะงัก สายตาไหววูบ “มาทำอะไรที่นี่…”
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ ผมสั้นสีเทา สายตาคมกริบ บรรยากาศรอบตัว—หนักแน่นจนน่ากดดัน
เขาคือ “มังกรดำ 02 — ไรโอ”
“โอ้ย…เละแบบนี้แล้วจะหาเจอไหมเนี่ย…” เสียงอีกคนดังขึ้น
ชายหนุ่มใส่แว่นกลมโต ผมสีม่วงทรงกะลากำลังใช้ไม้เคาะเศษน้ำแข็งที่ถล่มลงมาอย่างสบาย ๆ
“เนล…ก็มาด้วยเหรอ…!!” วิสเปอร์เบิกตากว้าง
เขาคือ “มังกรดำ 03 — เนล”
“ชินโกรธมากนะ……ที่เธอทำแบบนี้” ไรโอพูดเสียงนิ่ง
“ชิน…โกรธ…?” เสียงของวิสเปอร์อ่อนลงทันที
“ไม่…ไม่ใช่แบบนั้น…”
“ฉันแค่…อยากเซอร์ไพรส์เขา…”
“เธอทำแผนของเขาพัง” เนลพูดสั้น ๆ ก่อนจะหายวูบขึ้นไปอยู่ข้างวิสเปอร์
แล้วจับปีกเธอไว้เหมือนจับนักโทษ
“เรายังไม่ต้องการจอกศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้” เนลพูดต่อ
“…ถึงเวลา เราจะมาเอามันเอง”
“เธอก็รู้ดี—”
“…ว่ามันง่ายแค่ไหน สำหรับชิน”
“ไปได้แล้ว” ไรโอพูดเรียบ ๆ
เพียงแค่นั้น—ทั้งสามคน
ไรโอ
เนล
และวิสเปอร์
ก็หายไปจากตรงนั้นราวกับไม่เคยอยู่มาก่อน
แต่สำหรับวิสเปอร์—มันไม่ใช่การ “ไป” มันคือการ “ถูกพาไป”
หลังจากทุกอย่างเงียบลง ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึงผนังน้ำแข็งที่ปิดล้อมอยู่—ไม่มีใครจากภายนอกเจาะเข้ามาได้
กรกรรณนอนทับอยู่บนร่างของน้ำแข็งลมหายใจของเขาแผ่วลง สายตาเริ่มเลือนลางใกล้จะหมดสติเต็มที
“พวกมันไปแล้วนะกร…” เสียงของน้ำแข็งแผ่วเบา
“ปลอดภัยแล้ว…เราปลอดภัยแล้ว…” เธอพยายามประคองใบหน้าเขาไว้ ใช้นิ้วเช็ดเลือดที่มุมปากของเขาเบา ๆ
“คุณน้ำแข็ง…ปลอดภัยไหมครับ…” เขาถามเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน
“ปลอดภัย…” เธอตอบทันที “…ฉันไม่เป็นไรเลย”
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย
“นายต่างหาก…อย่าเป็นอะไรนะ…”
“อย่าเพิ่งหลับ…” เธอพยายามชวนเขาคุยรั้งเขาไว้
“ดีแล้วครับ…” เขายิ้มจาง ๆ
“…ดีจริง ๆ…”
“ผม…ทำได้แล้ว…”
“ไม่ติดค้างอะไรแล้ว…”
เปลือกตาของเขาค่อย ๆ ปิดลง
แต่—
สัมผัสบางอย่างทำให้เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“!!!”
น้ำแข็งจูบเขา ไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนแต่เป็นจูบที่ “แรง” ราวกับอัดทุกความรู้สึกเข้าไปในนั้น
เธอไม่หยุด
ทั้งโกรธ
ทั้งกลัว
ทั้งโล่งใจ
ทั้งหมดถูกเทลงมาในจูบนั้น
กรกรรณชะงักก่อนจะตอบสนองกลับอย่างช้า ๆ
รสชาติของเลือดปะปนกับลมหายใจ
ไม่มีความหวาน
มีเพียง “ความจริง”
ของคนสองคนที่เพิ่งรอดจากความตาย
เวลาผ่านไปนานนานพอที่มันจะไม่ใช่แค่ “จูบ” แต่เป็นความทรงจำที่ฝังลึกลงไปในใจ
ในที่สุด—น้ำแข็งก็ผละออก
กรกรรณที่เกือบหมดสติกลับลืมตาขึ้นอีกครั้งเหมือนถูกดึงกลับมา
“…เอาล่ะ” น้ำแข็งพูด
พยายามทำเสียงให้ปกติ
“…ฉันพอใจแล้ว”
“…ทีนี้นายจะตายก็ตายไปเถอะ”
“คุณน้ำแข็งครับ…” กรยิ้มอ่อน
“…แบบนี้ผมคงตายไม่ลงแล้ว”
น้ำแข็งไม่ตอบเธอเพียงกอดเขากดศีรษะเขาลงกับตัวเองให้เขาได้พัก
“พูดจริง ๆ นะ…” เสียงเธอเบาลง
“…ถ้านายไม่ตื่นอีกเลย”
“…ฉันก็ไม่เสียดายแล้ว”
“แต่ตอนนี้…”
“…ขอพักก่อน”
“ผมก็…คงอย่างนั้นครับ…”
ทั้งคู่หลับลงในสภาพนั้นกอดกันไว้แน่น
จนกระทั่ง—ทีมช่วยเหลือสามารถทำลายผนังน้ำแข็งเข้ามาได้
ภาพที่เห็นตรงหน้าไม่มีใครคิดไปในทางอื่นเลยมีเพียง—ความโล่งใจและความชื่นชมต่อคนสองคนที่ปกป้องกันและกันจนรอดกลับมาได้
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ