เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
15) จากลาแต่ผูกพัน
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความไม่นาน — หน้าห้องพักกร
เอเดรียนกับไคลน์ก็มาถึง ทั้งสองยืนอยู่หน้าประตูเงียบ
…แต่เสียงข้างในไม่เงียบเลย
“ปล่อย!!!!”
“หยุดดึงกางเกงแบบนั้นนะคะ!!!”
“ของกินคนป่วยนะ! คายออกมาเดี๋ยวนี้!!!”
“ฉันฉี่เองได้! อย่ามาจับ!!!”
ไคลน์ค่อย ๆ หันไปมองเอเดรียน เอเดรียนก็หันกลับมา
“…นี่คือ คนที่ช่วยน้ำแข็งไว้เหรอ”
ไคลน์นิ่งไป
“…ใช่”
เอเดรียนพยักหน้าเบา ๆสีหน้า “กำลังประเมินใหม่”
“น่าสนใจดีทีมนี้”
ไคลน์มองประตูก่อนพูดเบา ๆ
“…จะเคาะดีไหม”
เสียงข้างใน:“หยุดกัดผ้าห่มนะ!!!”
ทั้งคู่เงียบ
…
“…”
“รอก่อนดีกว่า”
เอเดรียนตอบเรียบ ๆ
ไคลน์พยักหน้า
ทั้งสองยืนรอหน้าประตูที่เหมือน วันสิ้นโลกขนาดย่อม ในที่สุดพยาบาลสาวก็เปิดประตูออกมา สีหน้าเธอ…เหมือนเพิ่งรอดจากสนามรบ หายใจแรง ผมยุ่งเล็กน้อย เธอมองเอเดรียนกับไคลน์แบบไม่ไว้ใจ
“มาเยี่ยมคนไข้ใช่ไหม!!!”
“มะ…มาเยี่ยมครับ” เอเดรียนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพที่สุดในชีวิต
พยาบาลชี้นิ้วเตือน
“อย่าเสียงดัง”
“อย่าทำลายของ”
“อย่ากัดผ้าห่ม”
แล้วเดินจากไปทันที
เงียบ…
ไคลน์หันไปมองเอเดรียน
“อย่ากัดผ้าห่ม…?”
ทั้งคู่จินตนาการไม่ออกก่อนจะค่อย ๆ เปิดประตู
ภาพตรงหน้า—ราวกับปาร์ตี้หลังสงครามที่ควบคุมไม่อยู่
กรกรรณ กาลธารา ยืนอยู่บนเตียง มือหนึ่งดึงกางเกงที่เกือบหลุด อีกมือพยายามแกะอะไรบางอย่างออกจากตัว
“ปล่อยยยย!!!”
หนูแดง เมโลดี้ สกาเล็ต ที่ดูเหมือนผีเด็กกำลังดึงกางเกงเขาอย่างจริงจัง เส้นผมสีขาวยาวของเธอ
พันรอบแขน รอบเอว รอบตัวเขาเหมือนเชือก
“ของฉัน!!!”
“ไม่ใช่ของเธอ!!!”
อีกมุมหนึ่ง หมีดำ กำลังคายแอปเปิ้ลทั้งลูกใส่จานอาหารคนไข้
“หิวจัง…”
มุมห้อง อเล็ก ไกรเซอร์ นั่งเขียนอะไรบางอย่างอย่างตั้งใจ
“ค่าผ้าห่ม…หนึ่งผืน”
“ค่าสายฉีดก้นแตก…ค่าเตียงชำรุด…งึมๆ……”
“ใช่ แอปเปิ้ลของกร คายมันไว้ตรงนั้นแหละ”
และพยาบาลอีกคน—ยืนมองทุกอย่างด้วยสายตาเหมือนปีศาจจากนรก
สองหนุ่ม…นิ่ง
ไคลน์กับเอเดรียนยืนค้างไม่มีใครพูด เอเดรียนกระพริบตาช้า ๆ
“…นี่คือ”
“แกะดำสินะ?”
ไคลน์เงียบไป
“…ใช่”
ทันทีที่เสียงนั้นหลุดออกมาทุกคนในห้องหยุด
นิ่งพร้อมกัน
เหมือนถูกกดปุ่มหยุดและสายตาที่มองไปยังผู้มาใหม่แบบไม่ละสายตา
หนูแดงปล่อยมือผมหดกลับ
กรรีบดึงกางเกงขึ้นยืนตัวตรงทันที
หมีดำรีบหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมาเช็ด ๆ แล้ววางใหม่
อเล็กลุกพรวดเดินเข้ามาหาทันที
“ไคลน์…!” อเล็กยิ้มแห้ง
“แฮะ ๆ…ลมอะไรหอบมาถึงนี่ครับ” เขายกมือเหมือนกันไว้ก่อน
“ใจเย็น ๆ นะ กรกรรณมันเจ็บอยู่” กรยืนข้างหลังยังหอบอยู่
“…เอาหนูแดงออกไปก่อนเถอะ…”
หนูแดงขยับมายืนข้างเขาทำหน้าใสเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“สวัสดีค่ะ”
เอเดรียนกวาดสายตามองทั้งห้อง วุ่นวาย ไร้ระเบียบ ไม่เหมือนหน่วยใดที่เขาเคยเห็นแต่—สายตาเขาหยุดที่กร
บาดแผล ท่าทางและบางอย่างที่ “ไม่ใช่คนธรรมดา”
“…น่าสนใจดี” เขาพูดเบา ๆ
ไคลน์มองภาพตรงหน้า ทีมนี้—ไม่เหมือนชุดขาว ไม่เหมาะสม ไม่เป็นระเบียบแต่—น้ำแข็ง “เลือก” เขากำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย
ความวุ่นวายในห้องเพิ่งสงบลงทุกอย่าง “ดูเหมือน” กลับมาปกติ
เอเดรียนก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวสายตานิ่ง สุภาพ
“สวัสดีครับ ผมเอเดรียน วาเลนซิส เจ้าหน้าที่ชุดขาวจากเมืองหลวง” เขาหันไปมอง อเล็ก ไกรเซอร์ โดยตรง
“เป็นเกียรติที่ได้พบอีกครั้ง…ครูฝึกอเล็ก”
เงียบ
คำพูดธรรมดาแต่ “ให้เกียรติ” ในจุดที่คนอื่นไม่ให้ ไคลน์ถึงกับนิ่งมองเอเดรียนเหมือนเพิ่งเห็นเขาอีกด้าน
อเล็กชะงักไปจริง ๆ
1 วิ
2 วิ
เขาหันไปมองทีมตัวเองทันที
“เด็ก ๆ…นี่เอเดรียน เขาเป็นคนดี 100% ทำทุกอย่างตามที่เขาสั่งได้เลย ฉันอนุมัติ”
“ไม่!!!!” ทั้ง หมีดำ, เมโลดี้ สกาเล็ต และกรสวนขึ้นพร้อมกัน
เอเดรียนชะงักเล็กน้อยก่อนจะ…ยิ้มบาง ๆ
“เข้าใจแล้วครับ ทีมนี้…ต้องปรับวิธีคุย”
เขาหันมองไปที่ชายหนุ่มบนเตียง กรกรรณ กาลธารา “คุณคือกรกรรณ…ใช่ไหมครับ”
กรยืนนิ่งยังหอบนิด ๆ
“ใช่ครับ ผมกรกรรณ กาลธารา” น้ำเสียงเรียบแต่แฝงความระวัง
เอเดรียนทวนคำช้า ๆ
“กาลธารา…”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนข้อมูลอย่างรวดเร็ว
“ผมคุ้นนามสกุลนี้มากจริง ๆ”
แล้ว—นิ้วหยุด สายตาเขาเปลี่ยนเพียงเสี้ยววินาที
“…อ๋อ” เขาลดโทรศัพท์ลง “ลูกชายคนที่สามของรองนายพลธีรยุทธ กาลธารา แห่งอาณาจักรอัลเทรัส”
ทั้งห้องนิ่ง
“ตระกูลนักรบ…ได้ข่าวว่าพี่ชายทั้งสองของคุณเก่งกว่าระดับมาสเตอร์ของมังกรดำเสียอีก”
ไม่มีใครพูดแม้แต่อเล็กก็เงียบ ไคลน์ถึงกับอึ้ง เขาไม่แน่ใจว่าควรตกใจ “ข้อมูล” หรือ “คนที่หามันเจอในไม่กี่วินาที”
เอเดรียนมองกรอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่แค่มอง ประเมิน
“น่าสนใจ…ตระกูลแบบนั้น…ไม่น่าจะให้ใครล้มง่าย ๆ”
กรเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ
“ตอนนี้…ผมไม่ได้อยู่ในจุดนั้นแล้วครับ”
เงียบ
คำพูดธรรมดาแต่มีน้ำหนัก
อเล็กหัวเราะเบา ๆ
“อดีตไม่สำคัญหรอก” เขามองเอเดรียนตรง ๆ “ตอนนี้…กรกรรณคือแกะดำ 03”
เอเดรียนพยักหน้า
“เข้าใจแล้วครับ” เขาเก็บโทรศัพท์ “งั้นผมคงต้อง…ประเมินใหม่ทั้งหมด”
ไคลน์ยังเงียบ….
เอเดรียนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ญาติผู้ป่วยท่าทางผ่อนคลาย แต่สายตาตั้งใจ
“ผมเป็นเพื่อนคุณน้ำแข็งครับ วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยม…คนที่เธอให้ความสำคัญ”
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
“อาการของเธอดีขึ้นมากแล้วต้องขอบคุณคุณกรจริง ๆ ถ้าไม่ได้คุณ…เธอคงเจ็บหนักกว่านี้”
กรกรรณ กาลธารา ส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไม่ครับ…ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย”
ขณะที่พูด เมโลดี้ก็ไต่ขึ้นมาเกาะหลังเขาเอาคางวางบนไหล่เหมือนเป็นที่ประจำ
เอเดรียนเหลือบมองแว้บหนึ่งก่อนกลับมาที่ประเด็นทันที
“ผมขอรบกวน…เล่ารายละเอียดทั้งหมดได้ไหมครับ”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
คนทั้งห้องเพิ่งนึกได้
“จริงสิ…” อเล็ก ไกรเซอร์ เงยหน้าขึ้น
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ”
หมีดำขยับเข้ามา หนูแดงก็นิ่งลง
“ดีเลย เล่ามา ๆ”
กรสูดลมหายใจและเริ่มเล่าเรื่องของเขา
ตั้งแต่วันแรก การเข้าพื้นที่จนถึงวันสุดท้ายการเคลื่อนไหวของ วิสเปอร์ จังหวะปะทะ เขาเล่า “เฉพาะสิ่งที่จำเป็น” ไม่มีโอ้อวด ไม่มีเรื่องส่วนตัว
เอเดรียนโน้มตัวเล็กน้อย ไม่ขัด ไม่รีบสรุป แค่ถามเป็นจังหวะ
“เข็มขัด…สามเส้น?”
“รูปแบบการโจมตีหลักเป็นแบบฟาด…กับแทงทะลุ?” เอเดรียนพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
ไคลน์ อาร์เดล ยืนอยู่ด้านหลัง เงียบ เขามองภาพตรงหน้า
เอเดรียน—แค่ “นั่งลง”แค่ “ฟัง” แต่ได้ทุกอย่าง ข้อมูล จังหวะ ความเชื่อใจ ทีมแกะดำ…ไม่ได้ตั้งกำแพงกันเขาแม้แต่น้อย
ไคลน์กำมือแน่นเล็กน้อย
“ฉันอยู่ใกล้พวกนี้มาตลอด…”
“แต่ไม่เคยได้อะไรเลย”
เขานึกถึง: ความวุ่นวายที่เคยรำคาญ ท่าทีที่เคยมองข้าม และคำว่า “ทีมปัญหา”
ตอนนี้…สิ่งที่เขาเห็นคือ: ระบบในความวุ่นวาย จังหวะที่ไม่ใช่มั่ว และคนที่ “รู้ว่าต้องทำอะไร”
กรยังเล่าต่อ
“ตอนสุดท้าย…” “วิสเปอร์ไม่ได้ซ้ำ แต่เธอจากไปก่อนโดยไม่รู้สาเหตุ…” เขาหยุดนิดหนึ่ง
“…เราไม่ได้ชนะ แค่เธอหายไป”
ห้องเงียบลง
เอเดรียนพยักหน้า
“ขอบคุณครับ ข้อมูลนี้…สำคัญมาก”
ไคลน์มองกรอีกครั้ง คราวนี้—ไม่ใช่แค่ “ขยะของค่ายทหาร”แต่เป็น “คนที่เขาไม่เคยเข้าใจเลย”
“…ฉันมองผิดมาตลอดสินะ” เขาพึมพำเบา ๆ
ความเงียบในห้องไม่ใช่ความอึดอัดอีกต่อไป แต่เป็น “ความเข้าใจที่เพิ่งเกิดขึ้น”
เอเดรียนลุกขึ้นช้า ๆ
“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะครับ”
ก่อนจะหันไปมองไคลน์เล็กน้อยเหมือนไม่ได้พูดอะไร แต่เหมือน “ถาม”
ไคลน์ไม่ตอบ แต่สายตาเขาเปลี่ยนไปแล้ว
รถแล่นฝ่าความเงียบของเมือง
ไฟถนนไหลผ่านกระจกเป็นเส้นยาว เอเดรียน วาเลนซิส จับพวงมาลัยนิ่ง ๆ สายตาอยู่ที่ถนน
“ศัตรูหัวใจของนาย…ไม่ใช่ฉัน”
ไคลน์ อาร์เดล ไม่หันมามอง
“นายจะพูดอะไร” เสียงเรียบ แต่ตึง
เอเดรียนเว้นจังหวะสั้น ๆ
“กรกรรณ”
“เจ้านั่น” เขาถอนหายใจเบา ๆ เหมือนประเมินอะไรบางอย่างแล้ว
“อาจได้ใจน้ำแข็งไปแล้วก็ได้”
เงียบ
เสียงเครื่องยนต์ดังชัดขึ้น
ไคลน์ยังมองตรงไปข้างหน้ามือกำแน่นขึ้นเล็กน้อย
“…”
ไม่มีคำปฏิเสธ
ไม่มีคำยอมแพ้
แค่—“ยอมรับ…แต่ยังไม่ถอย”
ไฟถนนเส้นหนึ่งพาดผ่านใบหน้าเขา แววตานั้นไม่เหมือนเดิมแล้ว
10 วัน ผ่านไปนับจากเหตุการณ์ปะทะกับวิสเปอร์
น้ำแข็งหายดีแล้วและเธอก็ต้องกลับเมืองหลวง คำสั่งจากส่วนกลางถูกส่งลงมาอย่างชัดเจนแม้แต่ผู้บัญชาการวาร์กัสก็ไม่สามารถยื้อเธอไว้ได้
ข่าวแพร่ไปทั่วค่ายทหารอย่างรวดเร็ว เพื่อนร่วมหน่วยชุดขาวรู้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงรู้ แม้แต่พวกทหารทั่วไปก็เริ่มซุบซิบกัน
มีเพียง—ทีมแกะดำที่ไม่รู้เรื่องนี้เลยไม่ใช่เพราะน้ำแข็งไม่พยายาม
เธอส่งข้อความไปแล้วหลายครั้งไปยังโทรศัพท์เครื่องสำรองที่เธอให้กับกรกรรณแต่—
ไม่มีการเปิดอ่าน
ไม่มีการตอบกลับ
เหมือนข้อความทั้งหมด…หายไปในความว่างเปล่า
จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจไปหาเขาเอง
ในมือของน้ำแข็งมี “กุหลาบแก้ว” ดอกไม้ใสบริสุทธิ์สะท้อนแสงเล็กน้อยราวกับน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
มันไม่ใช่แค่สิ่งของแต่มันคือ “ความทรงจำ” เมื่อ 3 ปีก่อน วันที่เธอพบกับกรกรรณ กาลธารา เป็นครั้งแรก
วันที่โลกของเธอ…พังทลายและผู้ชายคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเธอโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
กุหลาบดอกนี้ถูกสร้างขึ้นในวันนั้นและถูกเก็บไว้ตลอดมา
ตอนนี้น้ำแข็งยืนอยู่หน้าบ้านพักของครูฝึกอเล็กบ้านไม้เก่า ๆ ที่ตั้งอยู่ติดขอบค่าย ไม่หรู ไม่เป็นระเบียบและมีเสียงอึกทึกครึกโครมดังออกมาจากข้างใน เสียงเถียงกัน เสียงหัวเราะ เสียงอะไรบางอย่างตกแตก
เธอยืนฟังอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างอดขำไม่ได้
อเล็กเป็นคนแรกที่รู้ตัว ประตูถูกเปิดออกอย่างรีบเร่ง
“อะ...เอลินเซีย—ไม่สิ น้ำแข็ง!” เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับคำ
“หนูมาตั้งแต่เมื่อไหร่… เข้ามาก่อน ๆ” น้ำเสียงยังคงติด ๆ ขัด ๆ ตามนิสัย
“ขอบคุณค่ะ ครูฝึกอเล็ก” น้ำแข็งโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปในบ้าน
ในอดีต
เธอเคยทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับพลัส ไกรเซอร์ ซึ่งเป็นภรรยาของอเล็ก เธอจึงเคยพบเขาอยู่บ้าง แต่ไม่เคยสนิท ไม่เคยก้าวเข้ามาใน “พื้นที่จริง” แบบนี้ และทันทีที่เธอเดินเข้าไป
ทุกอย่าง—หยุด
หมีดำ ที่กำลังกินบะหมี่อยู่ หยุดตะเกียบค้างกลางอากาศ
หนูแดง ที่คลานอยู่บนโต๊ะหยุดนิ่งเหมือนสัตว์ที่จับกลิ่นอันตรายได้
และ—กรกรรณ ที่กำลังเย็บชุดแกะดำของตัวเองหยุดมือทันที
“คุณน้ำแข็ง!!!” เสียงของเขาดังขึ้นแทบจะโยนเสื้อในมือทิ้ง สีหน้าชัดเจนเกินไป ดีใจแบบไม่ปิดบัง
ตรงกันข้ามกับอีกคน หนูแดงขู่ตัวโก่งขนลุกชัน
“แง่ววววว…”
เสียงต่ำในลำคอเหมือนแมวที่กำลังปกป้องอาณาเขต
น้ำแข็งมองภาพทั้งหมดเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะตัดสินใจ เธอไม่ยิ้ม ไม่ทักทาย ไม่อ้อมค้อม
“ฉันมาบอกลานาย กร” คำพูดสั้น ๆ แต่หนัก
กรกรรณนิ่งไปสมองเขาไม่ทันประมวลผล
“บอก…ลา?” คำพูดนั้นเหมือนสะท้อนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
น้ำแข็งยังคงยืนอยู่ที่เดิมกุหลาบแก้วยังอยู่ในมือ
“ฉันต้องกลับเมืองหลวง” เธอพูดต่อ “คำสั่งจากส่วนกลาง”
เงียบ
น้ำแข็งไม่เปิดโปกาศให้เขาพูด เธอมองกุหลาบแก้วในมือแล้วยกมันขึ้นมาให้เขาเห็น ทุกคนเห็นมัน
กุหลาบแก้วของน้ำแข็ง มันงดงามเกินกว่าจะเป็นแค่สิ่งของ โปร่งใส ราวกับถูกแกะสลักจากแสง
สะท้อนประกายบาง ๆ เหมือนเครื่องประดับชั้นสูง
หมีดำ หนูแดงและกรกรรณ
มองมันเหมือนกันทั้งหมด
“ของสำคัญ”
“ของแทนใจ”
“ของที่ควรเก็บไว้ให้ดีที่สุด”
แต่—มีเพียงคนเดียวที่มองมัน “ไม่เหมือนคนอื่น”
ครูฝึกอเล็ก
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ร่างกายแข็งค้าง เหมือนเห็น “บางอย่าง” ที่คนอื่นมองไม่เห็น
แต่—ไม่มีใครสนใจเขาเลย
น้ำแข็งยื่นกุหลาบแก้วออกไป
“มันถูกสร้างขึ้นเพราะนาย…” เสียงเธอนิ่ง “…มันเป็นของนาย รับไปสิ”
กรกรรณชะงักเขาไม่เข้าใจไม่รู้ว่าควรทำยังไงแต่สุดท้าย—เขาก็ยื่นมือออกไปรับมันอย่างระมัดระวังเหมือนกลัวว่ามันจะหายไป
และในวินาทีนั้น—อเล็ก “พุ่ง” “ดะ—เดี๋ยว!!!” เขาพุ่งตัวเข้ามายกมือขึ้นเหมือนจะปัดมันออก
“อย่า—จับ!!!”
แต่—สายไปแล้ว ปลายนิ้วของกรแตะ “กุหลาบแก้ว”
“…”
เงียบ
ก่อนที่บางอย่างจะเกิดขึ้น
“ติด…”
กุหลาบแก้ว “ติด” อยู่บนมือของเขา
เหมือนมัน “ดูด” เขาไว้
กรสะดุ้งพยายามดึงออกแต่—มันไม่หลุด
“นี่มัน—!?”
เสียง “แกร๊ก” ดังขึ้นจากภายใน กุหลาบแก้วเริ่มแตกร้าวจากภายในสู่ภายนอก แสงสีอ่อน
เริ่มไหลออกมาตามรอยร้าว
“เดี๋ยว—เดี๋ยว—!!!” อเล็กหยุดนิ่ง เขารู้แล้ว
“มันไม่ใช่ของ…ธรรมดา”
“เพล้ง—” กุหลาบแก้วแตก ไม่ใช่แตกกระจายแต่ “แตกแล้วละลาย” กลายเป็นของเหลวใส ไหลเข้าสู่ฝ่ามือของกรกรรณ
เหมือน—“ผลึก” เหมือนกับวันนั้น วันที่อเล็กให้ “ผลึกธรรมชาติ” กับเขา
แต่ครั้งนี้—ต่างออกไป มันไม่ใช่พลังของโลก ไม่ใช่พลังของธรรมชาติ
แต่มันคือ “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น” ของเหลวทั้งหมดซึมเข้าสู่ผิวหนังของเขา หายไป เหมือนไม่เคยมีอยู่
เงียบ
ทั้งห้อง…เงียบสนิท
คนคนเดียวถือครอง “ผลึก 2 ชิ้น” สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่ควรเกิดขึ้น
“…”
กรกรรณมองมือของตัวเอง นิ่ง เหมือนยังไม่เข้าใจ
น้ำแข็งก็เช่นกันเธอก้าวถอยหลังเล็กน้อยดวงตาไหววูบ
“มัน…” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย “…ละลายและซึมเข้าไปในมือของนาย…ได้ยังไง?”
กรกรรณกำมือแน่นรับรู้บางอย่างลึกลงไปในร่าง
“…มันเหมือน…” เขาพูดช้า ๆ เหมือนกลัวคำตอบ
“…ผลึกธรรมชาติ”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศ “หนัก” ขึ้นทันที
อเล็กเดินเข้ามามั่นคงใบหน้าของเขา—ไม่ใช่แบบเดิมอีกแล้ว ไม่มีความกวน ไม่มีความชิลเหลือเพียง
“ความจริงจัง”
“น้ำแข็ง…” เสียงเขาต่ำลง “เธอได้มันมา…ได้ยังไง”
คำถามนั้นไม่ใช่แค่สงสัยแต่มันคือ “ความกลัว”
น้ำแข็งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง เพราะเรื่องนี้…ใหญ่เกินกว่าจะปิดบังแล้วและในตอนนี้สิ่งที่เธอเป็นห่วงมากที่สุดคือ “กรกรรณ”
แม้แต่ใบหน้าที่เคยนิ่งไร้อารมณ์ของเธอก็ยังไม่สงบเหมือนเดิม เธอก้มลงมองพื้นไม่สบตาใคร
“คือ…ฉัน…” เธอหยุดเล็กน้อย “…เคยพบกรกรรณมาก่อน เมื่อนานมาแล้ว”
“แต่เขาไม่รู้ตัว”
เธอเหลือบตาขึ้นมองเขาเพียงแวบเดียวก่อนจะหลบตาลงอีกครั้ง
“วันนั้น…” เสียงเธอสั่นเล็กน้อย “…เป็นวันที่มีผลต่อความรู้สึกของฉันมากราวกับว่า…”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ ครั้งนี้—ไม่หลบ
“…ลมหายใจของฉันยังมีอยู่ได้อีกวัน…เพราะเขา”
กรกรรณตัวสั่น คำพูดนั้นไม่ใช่แค่ความทรงจำแต่มันคือ “น้ำหนักของชีวิต”
และเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอในมุมนี้ผู้หญิงที่กำลังสั่นไหวหวาดกลัวแต่ยังพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
“และพลังของฉัน…” เธอพูดต่อ “…ก็สร้างกุหลาบแก้วนี้ขึ้นมา”
“มันไม่ละลาย…มานานกว่า 3 ปีแล้ว….”
“จนถึงวันนี้”
อเล็กถอยไปนั่งลงบนเก้าอี้ทันทีเหมือนขาไม่มีแรง
“ผลึก…” เขาพึมพำ “…ที่มนุษย์สร้างขึ้น…”
เขายกมือกุมหน้าผากพยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น
“น้ำแข็ง…” เสียงเขาหนักขึ้น “พลังของเธอบริสุทธิ์มาก…”
“…มากพอที่จะ ‘เลือก’ ผู้ผูกพันได้อีกคน”
เขามองไปที่กรกรรณสายตาจริงจัง
“และมันเลือกนาย”
“กุหลาบแก้วนั้น……จึงกลายเป็น ‘ผลึกตัวแทน’”
“…เพื่อมอบบางอย่างให้กับนาย”
เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ ช้าลง
“ฉัน…ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”
“มันอาจเป็นเรื่องดี…”
“…หรืออาจไม่ดีก็ได้”
ความเงียบปกคลุมทั้งห้อง
“ครูฝึกอเล็กครับ” กรกรรณเอ่ยขึ้นน้ำเสียงมั่นคงกว่าที่เคย
“ถ้ามันเป็นพลังของคุณน้ำแข็ง…”
“…ผมเชื่อว่ามันต้องมาจากความหวังดี”
“ความเป็นห่วง…”
“…หรือความต้องการจะปกป้อง” เขากำมือแน่นเล็กน้อยเหมือนรับบางอย่างไว้ในนั้น
“อย่าห่วงเลยครับ”
“สำหรับผม…”
“…นี่คือของขวัญที่ดีที่สุด”
“…ที่ผมได้รับจากคุณน้ำแข็ง”
อเล็กนิ่งไปเพราะเขารู้ดีตอนนี้ไม่มีอะไรทำได้แล้ว
ผลึกธรรมชาติในตัวกรยังแสดงออกมาได้เพียงเล็กน้อยและตอนนี้—มีอีกหนึ่งเข้ามามันเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้สุดท้ายเขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นกลับมาเป็นคนเดิม เดินเข้าไปตบไหล่กรแรงพอประมาณ
“งั้นก็ดี” เขาพูดน้ำเสียงกลับมากวนเหมือนเดิม
“ถ้าเกิดอะไรขึ้น……อย่างมากนายก็แค่ตาย”
“ฉันก็แค่หาเด็กใหม่มาแทน”
“ครูฝึก!!!” กรโวยทันที
บรรยากาศที่ตึงเครียดแตกออก
น้ำแข็งหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ รอยยิ้มจริง ๆ ที่ไม่ฝืน เธอมองกรอีกครั้ง
“งั้น…เราผูกกันแล้วนะ กร”
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอก่อนที่เธอจะหันหลังเดินไปที่ประตู
“แล้วก็…” เธอพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมา “โทรศัพท์ที่ให้ไป…ชาร์จแบตด้วย…จะได้ติดต่อกันได้”
แก้มของเธอขึ้นสีจาง ๆ เพียงเล็กน้อย
“ไปนะคะ…ทุกคน”
ประตูเปิดแล้วปิดลง ครั้งนี้ ไม่มีใครหยุดเธอ
หนุ่ม ๆ ทั้งสามคน ยังคงยืนมองตามเธอรอยยิ้ม ความร่าเริงและความน่ารักที่หลุดออกมาในช่วงท้ายมันไม่ใช่ “น้ำแข็ง” แบบที่ใครเคยเห็นและนั่นแหละ—ยิ่งทำให้พวกเขาเผลอมองตามอย่างไม่รู้ตัว
แต่—มีอยู่คนหนึ่งที่หายไปมุมหนึ่งของห้อง ใต้ตู้เก็บของ
หนูแดง นั่งกอดเข่าตัวเล็ก ๆ ขดอยู่ในเงามืดเหมือนตุ๊กตาผีที่ถูกลืมไว้
“…งึมงำ ๆ ๆ …” เสียงบ่นเบา ๆ ไม่หยุด
“หนูแดงเป็นไร” หมีดำถามขึ้น พลางหันไปมองกร
“อะ…แย่จริง” กรกรรณเกาหัวเล็กน้อย
“หนูแดงคงเครียด…ที่เห็นคุณน้ำแข็งคุยดีกับผมน่ะครับ” เขายิ้มเจื่อน ๆ
“จะว่าไป…ก็น่าสงสารเหมือนกันนะครับ…”
“อย่าไปสนใจเลย” อเล็กโบกมือสีหน้าไม่ใส่ใจตามสไตล์เดิม “เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติเอง ไม่เกินครึ่งวันเชื่อฉันสิ”
เขาเดินผ่านไปทางหลังบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะพูดทิ้งท้ายเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“อ้อ…หนูแดง อย่าลืมเวลานะ”
“อย่าไปสาย…”
“…วันนี้ภารกิจของเธอวันแรก”
เงียบไปเสี้ยววินาที
“หา!?” หนูแดงที่เมื่อครู่ยังแผ่รังสีหดหู่ตาลุกวาวขึ้นทันที
“จริงดิ!?” เธอพุ่งออกมาจากใต้ตู้วิ่งสี่ขาขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็วเหมือนคนละคน
“นั่นไง…” หมีดำพูด พลางคีบบะหมี่เข้าปาก
“ไม่ถึงห้านาที…ก็วิ่งได้แล้ว”
กรกรรณมองตามก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“หวังว่า…จะไม่ใช่ภารกิจสังหารอีกนะครับ” เขาพูดเบา ๆ “เริ่มสงสารเป้าหมายแล้วสิ…”
ไม่มีใครตอบ เสียงในบ้านกลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่กรกรรณ…ไม่เหมือนเดิมแล้วเขาเดินออกจากบ้านช้า ๆ สายตา…มองไปยังทิศทางของค่ายทหาร “เมืองหลวง…” ภาพของน้ำแข็งยังคงชัดเจนในหัว อยากตามไปแต่—ไปไม่ได้
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันไม่ใช่แค่ “ระยะทาง”แต่มันคือ“ระดับ” เขากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียว
“ต้องเก่งขึ้น…” เสียงเขาเบาแต่หนักแน่น
“ต้องไปให้ถึงเธอให้ได้”
ลมพัดผ่านเบา ๆ เหมือนพัดพาคำพูดนั้นออกไปไกล
ช่วงบ่ายวันนั้นเขาหาโทรศัพท์ที่น้ำแข็งเคยให้ไว้ โชคดีมันยังอยู่ในกระเป๋าที่เจ้าหน้าที่จากโรงแรมเก็บใส่ไว้ให้ (หลังจากปะทะวิสเปอร์ก็ไม่ได้กลับโรงแรมอีกเลย)
เครื่องที่ เอลินเซีย วินเทรส ให้เขาไว้มันเงียบ…มานาน แบตหมดเหมือนไม่เคยมีความสำคัญ
วันนี้
เขาเสียบชาร์จมันเป็นครั้งแรก เมื่อหน้าจอจอสว่างขึ้น
“ติ๊ง—ติ๊ง—ติ๊ง—”การแจ้งเตือนไหลขึ้นมาไม่หยุด ข้อความหลายสิบข้อความทั้งหมด—จากคนคนเดียว
เขานิ่งไปก่อนจะหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินหลบออกไปหามุมเงียบ ๆ นั่งลงคนเดียว
นิ้วเขาสั่นเล็กน้อยก่อนจะกดเปิด
ข้อความแรก เรียบง่าย
“สวัสดี..ทำอะไรอยู่”
“ตื่นแล้วนะ วันนี้เจ็บน้อยลงแล้ว”
“อยู่ไหม?....คิดถึงจัง”
กรกลืนน้ำลาย เขาเลื่อนลงต่อ
ข้อความช่วงวันที่วันที่ 3–4
มี “รูปภาพ” เธอยิ้มอยู่ในชุดผู้ป่วย รอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น
อีกภาพ ถ่ายคู่กับ นิโคล วิเรล ทั้งสองคนยืนใกล้กันเหมือนคนปกติเหมือนผู้หญิงธรรมดา
“นิโคลเพื่อนตัวแสบ”
แล้วข้อความก็เริ่มเปลี่ยนไป
“เค้ารักกรนะ”
กรสะดุ้งหน้าเริ่มร้อนขึ้นทันที
“นิโคลพิมพ์ อย่าไปเชื่อนะ”
“เดี๋ยว!! ไม่ใช่ไม่ให้เชื่อ”
เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ยกเลิกข้อความ”
“ทำไมยกเลิกข้อความไม่ได้”
“…คุณน้ำแข็งเปิ่ลจริงๆ…” เขาพึมพำเบา ๆ เพราะภาพของเธอที่เขาเห็นตลอด “ไม่ใช่แบบนี้เลย”
เขาเลื่อนลงต่อ ข้อความเริ่มถี่ขึ้น เริ่มสั้นลงเหมือนคนที่รอ แต่ไม่มีความหวัง
วันสุดท้ายก่อนออกจากโรงพยาบาล
“ถ้าไม่ตอบจะโกรธแล้วนะ..”
“โกรธ”
“โกรธ”
กรเม้มปากเขาเห็นภาพเธอพิมพ์และทำหน้าดุ แต่ยังน่ารัก
ก่อนจะมาถึงข้อความสุดท้าย
“กร...ฉันถูกย้ายเข้าเมืองหลวง...”
นิ้วของเขาหยุด นิ่งกับข้อความสุดท้าย
“กร...คิดถึงนะ...”
…..
ไม่มีอะไรต่อจากนั้นอีก
กรกรรณนั่งนิ่ง
จ้องหน้าจอ
นาน
เขาไม่ได้ตอบแม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งที่ทุกข้อความ
“รอเขา”
เขากำโทรศัพท์แน่นก่อนจะยกมันขึ้นแนบหน้าผากตัวเอง
“…ผมมันโง่จริง ๆ”
เสียงเบาแทบไม่ได้ยิน แก้มเขายังร้อนอยู่แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพราะเขิน มันคือ “ความรู้สึกผิด” เขาพิมพ์ช้า ๆ
“ขอโทษนะครับ…” นิ้วค้างอยู่ที่ปุ่มส่งแต่—สุดท้ายเขาไม่กด
หน้าจอดับลงกรกรรณเงยหน้าขึ้นมองไปไกล
“เมืองหลวง…” ระยะทางมันไกลเกินไป แต่สิ่งที่ไกลกว่าคือ “เวลา” เขาพลาดมันไปแล้ว
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ