โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,449 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) เสียงลือเสียงเล่าอ้าง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

บทที่ 2 เสียงลือเสียงเล่าอ้าง

 

 

 

……………………..

          

          ผู้ช่วยสาวสวย จิตหรา กับผู้จัดการหนุ่ม นพพล หายเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวถึงเกือบชั่วโมงแล้ว  มาราณี เลขาเด็กใหม่ทำงานในหน้าที่พลางพยายามเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวภายในห้องเป็นระยะด้วยความสงสัยว่า พวกเขาเข้าไปทำอะไรกัน แต่ทว่าเจ้าหล่อนกลับได้ยินแต่เสียงของความเงียบเพียงเท่านั้น ทันใดนั้นเองก็มีเสียงริงโทนเพลง หมอลำ ดังขึ้นทำลายความเงียบ

 

" บอกว่าอย่าขอหมอลำ บอกว่าอย่าขอหมอลำ ไม่รู้หมอหมอลำเค้าลำแบบไหน "  

 

" ฮัลโหล ใครคะ " มาราณี รับสายเรียกเข้าแบบตื่นๆ สายตาเหลือบมองเบอร์ที่โทรมาแวบนึง เป็นเบอร์แปลกที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

 

" ซ่าๆ! " ปลายสายมีเสียงคล้ายวิทยุที่จูนหาคลื่นไม่ได้

 

" ฮัลโหลค่ะ ใครโทรมาคะ " มาราณีตอบกลับเสียงดังขึ้น ในใจนึกฉงน ทันใดนั้นปลายสายก็มีเสียงผู้หญิงเย็นๆลากยาวและตะกุกตะกักจนแทบฟังไม่รู้เรื่องดังแทรกเข้ามา

 

" จะ….จิต…..ตะ….หรา…. "      

 

" อะไรนะคะ " มาราณีถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เกือบจะเป็นการตะคอก เพราะเธอเริ่มหัวเสียกับการติดต่อสื่อสารที่เฮงซวยบ้างแล้ว

 

" ตู้ดๆ " สายตัดไป

 

" เอ อะไรของมันวะพูดไม่รู้เรื่องเลย " เลขานุการสาวนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจ

 

" เฮ้อ ช่างมันเถอะ " มาราณีวางโทรศัพท์และหันกลับไปทำงานต่อ

 

" บอกว่าอย่าขอหมอลำ บอกว่าอย่าขอหมอลำ ไม่รู้หมอหมอลำเค้าลำแบบไหน " ทันใดนั้นเองเสียงเพลงริงโทนหมอลำจากโทรศัพท์ของ มาราณี ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เลขาสาวสวยรีบหันขวับไปจ้องมองโทรศัพท์มือถือตาเขม็ง พร้อมกดรับสายอย่างรวดเร็ว

 

" นี่คุณๆ นี่มันเวลาทำงานนะ ถ้ารบกวนกันชั้นจะแจ้ง..... " มาราณีตอบกลับน้ำเสียงดุด้วยความโกรธ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดต่อจนจบประโยคก็มีเสียงเล็กแหลมของสาวนางสอดแทรกเข้ามา

 

" ไอ้บ้านี่ แกจะบ้ารึ ชั้นคือ หมวย เพื่อนแกไง " เสียงของสาวที่ปลายสายตอบกลับแบบงุนงง

 

" เอ...อะไรกัน หมวยหรอกรึ " มาราณีดึงมือถือมาดูเบอร์ที่หน้าจอพบว่าเป็นเบอร์ของ หมวย เพื่อนสนิทของเธอที่ทำงานอยู่แผนกต้อนรับของบริษัททนายความมิตรไมตรีจำกัดนั่นเอง

 

" ว่าแต่แกเป็นอะไรมากป่ะ " สาวหมวยถามมาตามสายด้วยความเป็นห่วง

 

" เออ....ไม่มีอะไร ก่อนแกโทรมามีเบอร์แปลกๆโทรมาน่ะ " มาราณีตอบกลับ

 

" แล้ว สายแปลกๆนั่นพูดว่าอะไรหรือ หนุ่มที่ตามจีบแกป่าว เหอะๆ "  ปลายสายพูดล้อปนเสียงหัวเราะ

 

" ไม่ใช่ๆ แกอย่ามั่วน่า เค้าไม่ชอบชั้นหรอก เราแค่พะ….เพื่อนกัน " มาราณีตอบกลับแบบตะกุกตะกัก ใบหน้าแบบตุ๊กตาหน้ารถของเธอแดงซ่านด้วยความอาย

 

" อั่นแน่ๆ! ฮ่าๆ เพื่อนได้คู่กันคราวนี้แหละว้า " ปลายสายยังล้อไม่เลิก

 

" บ้าๆ ไม่ใช่นะโว้ย เขาชอบโทรมาหาตอนสามทุ่มต่างหาก อุ้บ " มาราณีโวยวายด้วยความเขินอาย สุดท้ายพลั้งปากหลุดความจริงออกมา

 

" ฮ่าๆ หลุด มิน่า สามทุ่มชั้นโทรไป สายไม่ว่างซักที แต่ๆแต้ๆ " สาวหมวยพอรู้ความจริงที่หลุดออกมาก็ดำเนินการล้อเพื่อนซี้หนักขึ้นโดยการทำเสียงเป็นทำนองเพลงงานแต่งงาน เล่นเอามาราณีอายจนพูดไม่ออก

 

" นะ…..นี่…… แก ถะ….ถ้าไม่มีไร ชั้นวางแล้ว " มาราณีตอบตะกุกตะกัก เธอพยายามใช้ความโกรธข่มความอาย

 

" ฮ่าๆ โอเค ไม่แกล้งแล้ว ฮ่าๆ ท้องแข็งเลย ฮ่าๆ! " สาวหมวยพูดไปก็หัวเราะไป ท่าทางเธอจะเส้นตื้นอยู่ไม่เบา

 

" เออ นี่ พวกชั้นเห็นยัยผู้ช่วยคนสวยขึ้นไปห้องตาผู้จัดการขี้หลีได้ชั่วโมงแล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือ "  หลังจากหมวยตั้งสติได้ก็เปิดปากถาม เสียงส่อแววซุกซนสงสัยไม่ใช่น้อย

 

" เออ ใช่ ยัยผู้ช่วยมาที่นี่เกือบชั่วโมงจริง แต่พอมาถึงเธอก็หายเงียบเข้าไปในห้องพร้อมผู้จัดการทันที ชั้นเองสงสัยว่าสองคนนั่นทำอะไรกันข้างในอยู่นานสองนาน " พอได้แนวร่วม มาราณีจึงเปิดปากพูดในสิ่งที่คิด

 

" เออนี่ พอดีเห็นว่าแกเป็นเด็กใหม่ของที่นี่น่ะ ชั้นเลยจะบอกความลับอะไรบางอย่าง " สาวหมวยพูดเบาลงคล้ายเสียงกระซิบ บ่งบอกได้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความลับระดับห้าดาว

 

" เออ ว่ามา " มาราณีพูดเบาลงมั่ง สติเตรียมรับฟังความลับด้วยความตื่นเต้น

 

" เก็บเงียบนะ แก ไม่งั้นเราหัวขาดทั้งคู่แน่ๆ " สาวหมวยเน้นย้ำ

 

" เออ...ว่ามา เร็ว " มาราณีเสียงเข้มขึ้นเพราะเริ่มลุ้น

 

" เขาลือกัน....ว่า ยัยผู้ช่วยกับผู้จัดการเป็นกิ๊กกัน " สาวหมวยเปิดปากบอก

 

" หาๆ! แต่ผู้จัดการ แกมีลูกเมียแล้วนะ " มาราณีเปิดปากลั่นด้วยความตกใจ

 

" ก็จริง แต่แกก็รู้ว่า ตาผู้จัดการนั่นมันขี้หลีระดับโลก เจ้าชู้ระดับชาติ มันไม่แปลกหรอกถ้าจะเล่นชู้กับยัยผู้ช่วยคนสวยคนนั้น "  สาวหมวยแจงที่มาของข่าวลือ

 

" อืม " มาราณีรับคำ ในสมองเริ่มคล้อยตาม

 

" อีกอย่าง แกรู้มั้ยเมื่อหลายปีก่อน ยัยผู้ช่วยก็ทำงานในตำแหน่งเดียวกับแก " สาวหมวยเล่าต่ออีกเรื่อง

 

" หาๆ! จิตหราเคยทำงานเลขา " มาราณีตกใจร้องดังลั่น

 

" ใช่ๆ เบาเสียงหน่อยดิ เรื่องลับนะโว้ย " สาวหมวยระอานิสัยขี้ตื่นของเพื่อนซี้

 

" แล้วทำไมเขาถึงก้าวมาเป็นผู้ช่วยผู้จัดการได้ล่ะ เพราะตำแหน่งชั้นนี่มันแทบไม่มีดีกรีอะไรเลยนะ " มาราณีถามรัวๆ เพราะรู้ว่าตำแหน่งเธอใช้แค่วุฒิปริญญาตรีธรรมดา ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถอะไรมากมายนัก

 

" เขาว่ากันว่า..." ถึงตรงนี้สาวหมวยลดเสียงลงอีกครั้ง

 

" อะไร " มาราณีลุ้นตาม

 

" เธอใช้เต้าไต่ " สาวหมวยตัดสินใจพูด

 

" หาๆ! เต้าไต่ จริงดิ " มาราณีหลุดปากลั่นอีก

 

" เบาสิวะ เดี๋ยวตายกันหมดหรอก ไอ้บ้านี่ " สาวหมวยปราม

 

" จ๊ะๆ แล้วไงต่อ " มาราณีลดเสียงพลางถามต่อ

 

" ยัยจิตหราใช้ความสาวและความสวยเสนอต่อผู้จัดการ ตอนนั้นไอ้ผู้จัดการขี้หลีทั้งรักทั้งหลง มันเลยทั้งผลักทั้งดันจนยัยนั่นก้าวไกลไปถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการ " สาวหมวยใส่เป็นชุดแบบแผ่วเบา เพราะเรื่องนี้เป็นความลับที่พนักงานทุกคนในบริษัทรู้และพยายามที่จะปริปากออกมาถ้าไม่จำเป็น เนื่องจากทุกคนย่อมต้องกลัวการถูกไล่ออก

 

" อืมๆ " มาราณีพยักหน้าเงียบๆ เธอเริ่มปรับอารมณ์ได้บ้างแล้วแต่ยังคงตื่นเต้นอยู่เล็กน้อย

 

" และอีกเรื่องนะ เรื่องนี้ลับสุดยอดและเกี่ยวข้องกับแกด้วยนะ " สาวหมวยเริ่มเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะพูดจริงๆ

 

" หา ชั้นน่ะหรือ " มาราณีพูดเบาๆ เหลือบหันซ้ายขวาไปมาอย่างหวาดระแวง

 

" ใช่ แกรู้มั้ย เลขาก่อนหน้าแกเป็นคนสวยมากแถมยังอายุน้อยมากด้วย น้อยกว่าแกตอนนี้ตั้งปีนึง " ปลายสายเริ่มอารัมภบท

 

" อืมๆ " มาราณีรับคำ สมองเริ่มคิดตาม

 

" ตอนนั้นผู้จัดการหลงใหลในตัวเด็กใหม่มาก ถึงขนาดที่ว่า... " สาวหมวยพูดเรียบๆและแผ่วเบา

 

" ว่า...อะไร " มาราณีติดตามผลงาน

 

" จะเอามาเป็นผู้ช่วยแทนยัยจิตหราเลย " ปลายสายเปิดปากบอกอีกรอบ

 

" หาๆ! " มาราณีอุทานด้วยความตกใจ

 

" แต่ทว่า... " สาวหมวยเล่าค้างให้คิด

 

" อืมๆ " มาราณีพยักหน้ากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ด้วยความลุ้น

 

" แต่ทว่า ยัยจิตหราร้ายกว่าที่คิด เดือนที่แล้วยัยจิตหราเข้ามาต่อว่าเด็กใหม่อย่างรุนแรง แกรู้มั้ยการทะเลาะครั้งนั้นบานปลายไปถึงขั้นตบตีเลยทีเดียว " สาวหมวยต่อคำ น้ำเสียงที่เล่าดูเร้าใจ

 

" หา จริงหรือๆ! " มาราณีร้องอุทานอีกครั้ง

 

" ใช่ บริษัทเสียหน้ามากที่เกิดเรื่องแบบนี้ ผู้จัดการถึงกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว เพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็คู่ขากันหลายปี ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นเด็กใหม่ที่จ้องจะลิ้มลอง " สาวหมวยแจงต่อ

 

" แล้วมันจบยังไง " มาราณีลุ้น

 

" จบลงโดยที่ให้เด็กใหม่ลาพักงานก่อน ส่วนยัยจิตหราคาดโทษเอาไว้ก่อน " สาวหมวยตอบ

 

" ไม่ยุติธรรมเลย อีกฝ่ายถูกลงโทษ อีกฝ่ายไม่โดนอะไรเลย " มาราณีโวย

 

" ก็ยัยผู้ช่วยนั่น เส้นใหญ่นี่นา ได้ข่าวว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งคุณเธอไปกิ๊กกับประธานบริษัทเลยนะ " สาวหมวยแจง

 

" โหๆ! เต้าไต่ชุดใหญ่ขนานแท้เลยนะเนี่ย " มาราณีเสริมพรางอุทาน

 

" ใช่ๆ และที่ร้ายที่สุดคืออะไร รู้มั้ย " สาวหมวยหรี่เสียงจนกลายเป็นเสียงกระซิบ

 

" อะไร " มาราณีถามต่อ ใจของเธอเต้นระทึก

 

" หลังจากวันนั้น เลขาเด็กใหม่คนสวยคนนั้นไม่ได้กลับเข้ามาทำงานอีกเลย " สาวหมวยพูดห้วนๆแล้วนิ่งเงียบ

 

" ทะ…..ทำไม " มาราณีถามตะกุกตะกัก ตอนนี้เธอเริ่มกลัว เพราะเธอต้องทำงานตำแหน่งเดียวกับบุคคลที่เพิ่งรู้ว่าสูญหายไป

 

" เธอตกตึกตาย " สาวหมวยตอบน้ำเสียงเครียดผิดกับทุกครั้ง

 

" หาๆ! " มาราณีอุทานเสียงดังอีกครั้ง

 

" ในตอนแรกก็สงสัยว่าจะเป็นยัยผู้ช่วยหรือเปล่า เพราะก่อนเกิดการตายได้ไม่กี่ชั่วโมงสองคนนี้เขาทะเลาะกัน...แต่ต่อมาข้อสงสัยนั้นตกไป เพราะยัยผู้ช่วยมีพยานหลายคนระบุว่าขณะเกิดเหตุหล่อนไปอยู่ที่อื่น ตำรวจจึงวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นการฆ่าตัวตาย แต่ถึงกระนั้นมันก็น่าสงสัยอยู่ดี ลองคิดดูซิ ยัยเลขาคนเก่านั้นทั้งสาวทั้งสวยและมีอนาคตไกลอย่างนั้น คุณเธอจะฆ่าตัวตายโดยที่ไม่มีเหตุจูงใจอะไรเลย มันจะเป็นไปได้ยังไง " สาวหมวยแจงด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

 

" น่ากลัวอ่ะ แล้วชั้น...จะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย " มาราณีถามกลับเสียงสั่น

 

" ไม่เป็นไร ถ้าแกก้มหน้าก้มตาทำงานไปโดยไม่ต้องไปมักใหญ่ใฝ่สูง เราเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยมหาลัยนะ ชั้นถึงได้มาเตือนเธอ " สาวหมวยพูดด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใย

 

" จ๊ะๆ ชั้นจะไม่ไปขัดคอยัย จิตหรา แน่ๆ โครตน่ากลัวเลยว่ะ " มาราณีตอบเสียงสั่นๆ

          

 

           ทันใดนั้นเองก็มีเสียงใสๆของสาวนางหนึ่งก็กระแอมดังที่ด้านหลังของมาราณี

 

" ฮะแฮ่ม "

 

" อุ้ย " มาราณีสะดุ้งด้วยความตกใจ เธอกดตัดสายแล้วค่อยๆหันหลังกลับมาช้าๆ เจ้าของเสียงกระแอมที่ด้านหลังจะเป็นใครไม่ได้นอกจากผู้ช่วยคนสวย " จิตหรา "

 

" มะ…..มาไม่ให้สุ้มให้เสียงละ…..เลยนะคะ คุณจิตหรา " มาราณีพยายามทักด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติแต่ฟังยังไงมันก็ไม่ปกติ

 

" จ๊ะ พี่มาซักพักแล้วล่ะ งานที่ทำเหนื่อยมากมั้ยจ๊ะ " จิตหราตอบกลับยิ้มๆ หน้าสวยๆดูสดใส

 

" ไม่ค่ะ ว่าแต่คะ……คุณออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ " มาราณีเห็นอาการจิตหรา ก็เริ่มใจชื้นขึ้น

 

" เมื่อครู่ใหญ่นี้เองจ๊ะ ทันฟังหนูคุยกับเพื่อนพอดีเลย " จิตหรายังคงยิ้มหวานให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

" ฮะๆ ค่ะ " มาราณีทำหน้าไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมด

 

" เฮ้อๆ ที่จริงแล้ว พี่ไม่ว่าอะไรเราหรอก คนเราเข้าใจผิดกันได้เสมอ " จิตหราพูดเสียงใสแต่แฝงแววเจ็บปวดในน้ำเสียงเล็กน้อย

 

" เอ่อ…. ค่ะ " มาราณีตอบได้แค่นี้ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้

 

" หนูรู้มั้ยว่า…..เมื่อสิบปีที่แล้ว พี่เองทำตำแหน่งเดียวกับหนู อายุของพี่ก็ใกล้ๆกับหนูนี่แหละ " จิตหราพูดลอยๆ มาราณีก้มหน้าทำทีเหมือนทำงาน แต่หูเงี่ยฟังเสียงของจิตหราอยู่ตลอดเวลา

 

" พี่ใช้ความพยายามทำงานมากมาย ทั้งเรียนภาคค่ำเสริมความรู้ หวังเอาความรู้ที่ได้ช่วยองค์กร แต่ว่า...ก็ยังถูกคนเข้าใจผิดไปต่างๆนาๆ " เสียงจิตหราขาดช่วงไป น้ำเสียงของเธอดูเหมือนสะเทือนใจอย่างรุนแรง

        

 

           มาราณีเงยหน้ามองในทันทีที่รู้ถึงปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงไป มาราณีเห็นน้ำใสๆที่เครืออยู่ในดวงตางามๆของคนสวย มาราณีถึงกลับใจอ่อนลงด้วยความสงสารอย่างจับใจ

 

" เออ...อย่าเสียใจไปเลยนะคะ " มาราณีพูดพลางหยิบกระดาษทิชชู่ให้

 

" อึกๆ จ๊ะๆ ขอบใจจ๊ะ " จิตหราพูดน้ำเสียงสะอื้นเหมือนพยายามจะกลั้นความเสียใจอย่างเต็มที่

 

" ไม่เป็นไรค่ะ " มาราณีตอบกลับพร้อมยิ้มให้กำลังใจ

 

" อีกอย่างนะจ๊ะ ตอนที่พี่ทะเลาะกับ กุลสตรี เออ....ชื่อของเลขาคนก่อนน่ะ " จิตหราพูดถึงชื่อๆหนึ่งออกมาแต่ก็พลันหยุดแจงเล็กน้อยเพราะรู้ดีว่า มาราณี ไม่น่าจะรู้จักชื่อของเลาขาคนก่อน

 

" คะ แล้วไงต่อ " ด้วยความเห็นใจ มาราณีเลิกเกร็งขึ้นมาบ้าง

 

"...เอ่อ...หนูสัญญานะว่าสิ่งที่พี่เล่า หนูอย่าไปเล่าให้ใครฟังนะ เอ่อ...มันไม่ดีต่อคนตายน่ะ " เป็นทีของจิตหราที่หันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดระแวงบ้าง

 

" ค่ะๆ หนูสัญญา " มาราณีรีบรับคำ

 

" มันก็เป็นอย่างที่หนูรู้ กุลสตรี เลขาคนก่อนเธอเป็นเด็กใหม่ที่ไฟแรง ขยันทำงาน หัวไวเรียนรู้งานได้อย่างรวดเร็ว บอกตามตรงพี่กับกุลสตรีสนิทกันมาก ในความคิดของพี่ เธอเหมือนกับน้องสาวแท้ๆของพี่คนหนึ่ง ช่วงนั้นพี่มีความสุขเหลือเกิน " จิตหราพูดยิ้มๆเหมือนนึกนิยมชมชอบผู้ที่กล่าวถึง ส่วนหนึ่งในจิตใจเธอหวนระลึกนึกถึงความหลังเก่าๆ

 

" ค่ะๆ " มาราณีพยักหน้าเบาๆเพื่อรับคำ

 

" แค่ทว่าอยู่มาวันนึงพี่เกิดจับได้โดยบังเอิญว่า....เด็กคนนั้นยักยอกเงินบริษัท " จิตหราหน้าเสีย น้ำเสียงที่เล่าเรื่องแผ่วเบาลงเจือสำเนียงเจ็บปวดคล้ายพี่สาวที่ถูกน้องสาวสาวทรยศ

 

" หาๆ! " มาราณีตกตะลึง เรื่องราวเริ่มจะโอละแม่แล้ว

 

" พี่ตามไปตักเตือนแต่โดยดีให้เลิกพฤติกรรมเช่นนี้แต่ กุลสตรีเธอ..." จิตหราพูดต่อแต่ก็หยุดค้างไว้ ดวงตาเหม่อลอยคล้ายคนนึกถึงความหลังที่แสนเจ็บปวด

 

" อะไรหรือคะ กุลสตรีเธอทำอะไร " มาราณีรีบทวงถามอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เธอเลิกสงสัยในตัว จิตหรา แล้ว เพราะท่าทีของ จิตหรา ดูจริงใจและอ่อนโยนจนเธอแทบไม่เชื่อเลยว่าคนอย่าง จิตหรา จะทำอะไรชั่วร้ายและน่ารังเกียจในแบบที่หมวยเล่าให้ฟังได้

 

" กุลสตรีเขาทำร้ายพี่ พี่เลยต้องป้องกันตัวเอง หลังจากนั้นเธอก็หนีฉากออกไป สุดท้ายจบลงด้วยการโดดตึกตาย บางทีพี่ก็คิดว่า..." จิตหราพูดด้วยเสียงที่สั่นเทา แต่พอถึงช่วงท้าย เธอก็นิ่งเงียบไป

 

" คิดว่าอะไรคะ " มาราณีกล่าวถามในทันที ดีกรีความลุ้นในจิตใจของเธอปะทุขึ้นมาถึงจุดสูงสุด

 

" ว่าเขาอาจฆ่าตัวตายเพราะพี่ก็เป็นได้ ฮึกๆ " จิตหราพูดพลางซับน้ำตาสะอื้นไห้ ครานี้ดูเหมือนว่าเธอจะเกิดอาการเสียใจออกมาอย่างชัดเจน

 

" หนูขอโทษค่ะ เออ....พี่ไม่ต้องเล่าต่อก็ได้ " มาราณีหน้าเจื่อนเพราะความรู้สึกผิดที่เริ่มกัดกินหัวใจ

 

" ไม่เป็นไรจ๊ะ ฮึกๆ ถือซะว่าพี่ได้ระบายบางส่วนให้หนูฟัง ฮึกๆ " จิตหรายกมือปรามแล้วกลั้นใจข่มความเศร้า จากนั้นก็เล่าเรื่องราวในอดีตต่อไป

 

" พี่คิดว่าเขาคงกลัวว่าพี่จะเปิดโปงเรื่องที่เขายักยอกเงินบริษัท เขาเลยคิดมากจน......ฮึกๆ " ถึงจุดสุดท้ายจิตหราก็ไม่สามารถข่มความเศร้าเสียใจเอาไว้ได้ ทำให้เธอถึงกลับจุกอกเล่าต่อไม่ได้ ดูแล้วเหมือนว่าเธอจะรู้สึกผิดกับการตายของ กุลสตรี เลขาสาวสวยคนก่อนจริงๆ

 

" บางทีพี่ก็คิดนะว่า...พี่น่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัวเองเท่านั้น...กุลสตรี น้องรักของพี่ก็จะได้ไม่ต้องพบจุดจบเช่นนี้ ฮือๆ " จิตหราพูดจบก็สะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร

 

" พี่คะ อย่าคิดมากเลยค่ะ พี่ไม่ผิดหรอก หนูเชื่อว่าซักวันความจริงจะปรากฏ " มาราณียื่นผ้าเช็ดหน้าให้พลางปลอบน้ำเสียงอ่อนโยน

 

" จ๊ะ ขอบใจจ๊ะ " จิตหรารับผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาที่ซึมออกมาจากดวงตาคู่งาม

       

 

         หลังจาก จิตหราสะกดกลั้นจิตใจระงับความเศร้าเสียใจได้แล้ว เธอก็เอื้อมมือเรียวงามของเธอมาแตะที่ไหล่ของ      มาราณี เด็กสาวรุ่นน้องอย่างอ่อนโยน

 

" หนูมีน้ำใจมากนะ พี่ขอให้หนูมีความสุขกับการทำงานนะจ๊ะ " จิตหรายิ้มอ่อนโยนให้ หลังจากนั้นเธอก็เดินจากไป ก่อนจะหายลับสายตา จิตหราหันหลังกลับมายิ้มและโบกมือให้ มาราณี อีกครั้ง

       

 

          มาราณียิ้มตอบพลางโบกมือให้พร้อมตะโกนให้กำลังใจดังลั่นชนิดไม่อายใคร

 

" อย่าคิดมากนะ มันไม่ใช่ความผิดของพี่ "

       

 

          หลังจาก จิตหราหายลับไปไกลแล้ว มาราณีก็รีบหยิบโทรศัพท์โทรไปรายงาน หมวย เพื่อนซี้สมัยมหาลัย หลังจากนั้นเธอก็เล่าทุกเรื่องที่กล่าวมาให้หมวยรับทราบ หลังจากเล่าจบหมวยก็เปิดปากวิจารณ์ตามประสาคนช่างเมาท์

 

" น่าแปลกสำหรับยัยจิตหรา "

 

" อย่าไปเรียกพี่เขาอย่างนั้นสิ " มาราณีออกตัวปกป้อง

 

" จ๋าๆ แม่คนดีคนซื่อ ยังไงแกก็ระวังตัวไว้ก่อนแล้วกันนะ " สาวหมวยระอากับความใสซื่อของเพื่อนสาวพร้อมเปิดปากเตือน

 

" จ๊ะ ไอ้เพื่อนรัก เย็นนี้กินข้าวกันนะ " มาราณีตอบกลับเสียงใส

 

" อ้าวไม่อยู่กินกับหวานใจหรือจ๊ะ " ปลายสายล้อเลียน

 

" แก ไอ้บ้..." มาราณีด่าไม่ทันจบ สาวหมวยก็วางสายหนีไปในทันที

       

 

        มาราณีเก็บโทรศัพท์เข้าที่แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป แต่ในความคิดของเธอนั้นบางส่วนอดคิดถึง พี่จิตหราคนสวยของเธอไม่ได้ เพราะในความรู้สึกของมาราณี เธอรู้สึกสงสารจิตหราเหลือเกินที่ต้องเผชิญชะตากรรมและความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อแบบนี้ 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter             

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา