ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
50 บท
1 วิจารณ์
1,589 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
34) ลอกได้ลอกไป
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความเกอร์ในร่างกราวด้าผู้ใหญ่ลอยตัวขึ้นเบา ๆ เหมือนกำลังชื่นชมร่างใหม่ของตนเองอย่างพอใจ เขายิ้ม—รอยยิ้มของผู้ที่คิดว่าชนะไปแล้วเกินครึ่ง
“หึ หึ หึ… ไหนดูซิ— กราวด้าผู้ยิ่งใหญ่… ในวัยเด็ก เธอคงไม่เคย ‘บังเอิญ’ ใช้พลังติดตัวทำร้ายใครจนเกือบตายใช่ไหม?”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบกลางหน้าอก เกวนชะงัก — สีหน้าเปลี่ยนทันที ความทรงจำที่เธอไม่อยากนึกถึง… หวนคืนอย่างควบคุมไม่ได้
ทันใดนั้น มิติกระจกก็แตกตัวออกเป็น “จอภาพนับไม่ถ้วน” ล้อมทั้งเกวนและเกอร์ไว้ทุกทิศหนีไปทางไหนก็ไม่พ้น
ภาพแรกฉายขึ้น — กราวด้าวัย 5 ขวบ
เด็กหญิงตัวเล็ก…ถูกประมูลขายในตลาดทาสใต้ดินของอัลเทรนน์ ถูกประกาศว่าเป็น “ทาสเด็กสุดล้ำค่า” ราคาสูงลิบและสิ่งที่เลวร้ายที่สุด—
ผู้ขายคือพ่อแท้ ๆ ของเธอเอง
“ไม่…!! หยุดนะ!!!”
เกวนยกมือปิดหูทั้งสองข้างเหมือนหวังว่าการปิดหู จะหยุดความทรงจำได้แต่ภาพกลับฉายชัดเจนกว่าเดิม
ภาพการทารุณ — และ “การระเบิดพลังครั้งแรก”
ภาพเด็กหญิงกราวด้าถูกทำร้ายถูกทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ จากนั้นภาพตัดสู่วันที่เธอ “ระเบิดพลังอัจฉริยะทางเวทครั้งแรก” ทำให้ผู้คนตายไปสามคน…ในคราวเดียว
เกวนร้องสะอื้น
“พอแล้ว… หยุดได้แล้ว!!”
ภาพสุดท้ายก่อนจอดับ — ชายคนหนึ่งเกือบตกเฟรม
ชายวัยกลางคนยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกใจสุดขีด เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียวแต่สายตาเขาเต็มไปด้วยความหวาดผสมความเวทนา
และเขาคือ—
คาล์ วาเลน บิดาของอิเรน และปู่ของแซร์ค สายลับแห่งวาเลเธีย และเป็นจุดบรรจบชะตาที่เชื่อมกราวด้ากับราชครูเมธรัส…เกิดขึ้นตั้งแต่วันนั้น โดยที่ไม่มีใครรู้
เกอร์ในร่างกราวด้าเหยียดยิ้ม ลอยวนรอบเกวนราวกับอสรพิษที่กำลังกินความเจ็บปวดเป็นอาหาร
“ความผิดบาปของเด็กที่ฆ่าคนไปสามชีวิต… หึหึ…แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงนะ?”
เสียงเขาเยาะเย้ย
ช้า
เย็น
และเจ็บยิ่งกว่าแผลจริง
คำว่า “สัตว์ประหลาด” ที่หลุดจากปากเขาเหมือนมีดทิ่มหัวใจเกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอ—เวอร์ชัน 18 ปีในตอนนี้—ยังไม่มี “ภูมิต้านทานทางอารมณ์” แบบกราวด้าผู้ใหญ่ จิตใจเธอยังอ่อนไหว ยังเปราะ และยังสั่นไหวอย่างเด็กสาว
“ไม่!!! ฉันไม่ใช่!!!”
เธอหวดไม้เท้าโจมตีแบบไร้ทิศทางเต็มไปด้วยความสับสน แต่เวททั้งหมดถูกมิติบิดหายไปไม่ระคายผิวเกอร์แม้แต่น้อย
ภาพเปลี่ยน — กราวด้าวัย 9 ขวบ
เด็กหญิงนั่งคนเดียวในสวนวัง ก้มหน้า กอดเข่าตัวเอง ร่างเล็ก ๆ สั่นไหวจากเสียงด่าและคำเหยียดของเด็กคนอื่น
“ตัวประหลาด”
คำนี้ดังซ้ำ ๆ ดังเหมือนมีคนกระซิบจากในหัวของเกวนเอง แม้แต่เด็กพี่เลี้ยงที่ใจดีที่สุดยังมองเธอด้วยสายตาหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้
เกอร์ลอยลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเสียง “ด้านมืดของกราวด้า” เองกำลังกระซิบยั่วยุ
“พวกเขาทำกับเธอมากขนาดนี้…ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คงจะ…”
เสียงเขากระซิบต่อด้วยน้ำเสียงหวานลึก
“ทำลายมันให้หมด”
เกวนตัวสั่นน้ำตาไหลไม่หยุด
“ไม่นะ… ไม่มีทาง!!!”
ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง — อ้อมกอดของเมธรัส เวียร์เวล
บนจอปรากฏภาพกราวด้าวัยเด็ก หัวซบตักชายชราร้องไห้จนไหล่สั่น
ราชครูเมธรัส ผู้เป็นเสมือนพ่อแท้ ๆ คือคนเดียวที่ยอมรับเธอปกป้องเธอและเชื่อว่าเธอ “ไม่ใช่ปีศาจ”
เกอร์เบี่ยงสายตามองภาพนั้นแสยะมุมปาก
“โอ้… เมธรัส เจ้าตาแก่เจ้าเล่ห์…สมเป็นตัวปัญหาจริง ๆ”
ภาพเปลี่ยนอีกครั้งฉายความโดดเดี่ยวของกราวด้าในวัยผู้ใหญ่นั่งจิบชาเงียบ ๆ น้ำตาไหลโดยไม่มีใครเห็นโลกทั้งใบมีแค่เธอ โต๊ะชาและความโดดเดี่ยวที่ไม่มีวันหาย
เกวนมองภาพตัวเองทุกวัยและหัวใจเธอก็แตกละเอียด
สั่น
อ่อน
และเริ่ม “หลุดจากร่างกายตัวเอง”
ดวงจิตของเกวนสีทองสว่างหลุดออกจากอกอย่างช้า ๆ ลอยกลางอากาศด้วยแรงดึงของเวทสายสีเขียวของเกอร์ มันเหมือนเส้นเอ็นบาง ๆ เชื่อมเธอกับตัวเองกำลังถูกบีบ ถูกดึง และจะถูกแยกออกอย่างถาวร
เกวนสะอื้นพยายามดึงกลับด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอเอง
“ไม่…ไม่!!! ไม่มีทาง!!!”
แต่แรงของเกอร์เหนือกว่าทุกด้านดวงจิตสีทองค่อย ๆ ลอยออกไป—
ห่างขึ้น
ห่างขึ้น
และกำลังจะตกลงในมือของเขา…
ดวงตาของเกวนพร่าเลือน สติแทบดับวูบลงในวินาทีที่วิญญาณถูกดึงออกจากร่าง—แต่ก่อนมืดสนิท…
ภาพสุดท้ายก็ผุดขึ้นตรงหน้าเธอ
ภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงแต่เธอ “อยากให้มันเกิดขึ้นที่สุดในชีวิต”
โต๊ะน้ำชาชุดเดิม
ห้องเดิม
บรรยากาศอบอุ่นที่เธอไม่เคยมี
ต่างไปเพียงอย่างเดียว—ราห์ซูร์นั่งอยู่ตรงนั้น
ชายหนุ่มที่ชอบทำหน้าหงุดหงิดเวลาโดนล้อเล่น ชอบโวยวายตอนเธอยั่ว และหน้าแดงทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้
กราวด้า—ตัวเธอเองในภาพนั้น—หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ หัวเราะแบบที่โลกจริง…ไม่เคยทำได้เลยตลอดชีวิต
มันคือภาพที่หลุดจาก “ความฝันลึกที่สุด” ของเธอภาพที่เธอไม่เคยยอมรับว่าต้องการและแล้ว—
จอภาพทุกบาน…สั่นสะเทือน
ดวงจิตสีทองในมือของเกอร์ ร้อนขึ้น ร้อนขึ้นจนผิวมือเขาไหม้เป็นรอยชัดเจน
“นี่มัน…เรื่องบ้าอะไรกันอีก!!”
เกอร์ร้องลั่นด้วยความตกใจจำใจปล่อยดวงจิตทิ้งอย่างทนความร้อนไม่ไหวทันทีที่หลุดจากมือ—
แสงสว่างก็ปะทุระเบิดออกจากร่างเกวน!!
เหมือนสายฟ้าพุ่งใส่มิติ เหมือนดวงดาวลุกไหม้กลางห้วงอากาศ พลังเวทกระแทกใส่มิติกระจกจน “แตกละเอียด”ทุกอย่างถูกกลืนหายไปเป็นสีดำสนิทกลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้รูปแบบและไร้กฎ
และในความว่างนั้น—ร่างเด็กของเกวนหายไป แทนที่ด้วยร่างผู้ใหญ่ของกราวด้า ไม่ใช่กราวด้าอันสงบนิ่งไม่ใช่ราชครูสาวผู้เยือกเย็นแต่เป็น…
กราวด้าที่โกรธ
โกรธถึงขีดล้น
โกรธจนกระดูกทั้งร่างสั่น
โกรธจนดาบมิติแทบถูกสร้างขึ้นได้จาก “ความคิดเพียงอย่างเดียว”
น้ำตาหนึ่งหยดไหลจากหางตา แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความอ่อนแอมันคือ “หยดไฟ” ของคนที่ถึงขีดสุดแห่งความเจ็บ
เธอพูด ช้าๆ ชัดๆ เสียงต่ำจนกัดลมหายใจของเกอร์ให้สะดุด
“แก… คือคนแรกที่ฉันจะดีใจที่สุด…ถ้าแกตาย—”
ผิวเกอร์ลุกขนตั้งทั้งตัว ร่างที่ลอกเลียนแบบกราวด้าผู้ใหญ่ยังสั่นสะท้านแม้จะถือพลังเทียบเท่าเธอ แต่จิตใจ… ไม่ได้แข็งพอจะทนแรงอาฆาตนี้ได้เลย
ไม่มีการเตือน
ไม่มีคำร่าย
ไม่มีจังหวะพัก
กราวด้า “ยกมือเดียว” และ— เสียงฉีกท้องฟ้าก็ระเบิดขึ้น!!
วงเวทสีทอง ผุดขึ้นมากกว่า 300 วงพร้อมกัน หมุนสวนทางกันด้วยความเร็วระดับฉีกกาลอากาศ
บางวงสร้างสายฟ้า
บางวงสร้างพายุ
บางวงสร้างดาบมิติ
บางวงเรียกหลุมดำย่อย
บางวงสร้างระเบิดพลังบริสุทธิ์จนแสงเหมือนดวงอาทิตย์
ยังไม่ทันที่เกอร์จะกั้นเกราะ การโจมตีระลอกแรกก็ถาโถมเข้าหาเขา แต่เกอร์ลอกพลังของเธอมาแล้วเวทของเขาก็ถูกเรียกขึ้นรวดเร็วไม่แพ้กัน
วงเวทสีเขียวกว่า 200 วง ระเบิดขึ้นรอบตัวเขาราวกับกับดักล้อมจักรวาล เขาสร้าง
– เกราะป้องกันหลายชั้น
– มิติซ้อนมิติ
– กระจกสะท้อนเวท
– สายลมแรงดึง
– หลุมดำแยกกาลอวกาศ
– กับดักมิติที่บิดพลังของคู่ต่อสู้ ทันทีที่เวททั้งสองปะทะกัน—โลกสีดำรอบตัวก็สั่น มิติบิด เส้นเวลาฉีกเสียงระเบิดไม่มีเสียงดังก้องไปทุกทิศ
คลื่นพลังซ้อนคลื่นพลังจนทุกสิ่งมืดขาวสลับกันเหมือนภาพสติหลุด
วงเวทจำนวนหนึ่ง ถูกสร้างไม่ทันก็แตกคามือ บางวงยังไม่จบประโยคก็ถูกเวทอีกฝ่ายชนจนสลายเป็นฝุ่นแสง
บางวงเสร็จสมบูรณ์ ปลดปล่อยพลังที่แรงพอจะทำลาย “เมืองทั้งเมือง” แต่ก็ถูกหลุมดำเล็ก ๆ ดูดหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
หลุมดำผุดตามมุมต่าง ๆ เหมือนสัตว์ร้ายคอยงับพลังที่หลงออกนอกทาง ไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นหลุมดำของใครกันแน่
ทั้งสองพุ่งเข้าใส่กัน เร็วเกินกว่ามิติจะบันทึกได้ แสงระเบิดเกิดตามหลังพวกเขาทุกก้าวที่เหยียบราวกับโลกกำลังแตกสลายในทุกวินาทีที่ทั้งสองขยับ
ดาบมิติของกราวด้า เฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า จนแม้แต่แขนเสื้อของมิติก็ขาดเป็นริ้ว
ดาบมิติของเกอร์ ฟาดขวางด้วยความเร็วสมบูรณ์แบบ เพราะเขาลอกเทคนิคของเธอทั้งชุด
แต่สิ่งที่เขา “ลอกไม่ได้” คือ—ความโกรธ ความเจ็บ และหัวใจที่เดือดพล่านจากการถูกเหยียบย่ำ
ทั้งสองฟาดฟันอย่างไม่ลดละ ความรุนแรงทำให้สภาพมิติกลายเป็น:
แผลฉีกยาว หลุมดำ ไฟฟ้าสีทองแตกตัว พายุสีเขียวหมุนย้อน กาลเวลาไหลกลับในบางเส้น และหยุดนิ่งในบางพื้นที่
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา ไม่ใช่การต่อสู้ของมนุษย์ หรือของผู้วิเศษ นี่คือการต่อสู้ของ…
“ตัวตนที่ไม่ควรถูกวางไว้ในจักรวาลเดียวกัน”
มิติมืดรอบตัวถูกฉีกจนยับเยิน หลุมดำยังค้างอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอยแผลจากดาบมิติเหมือนโลกรอบตัวถูกสับเป็นผ้าขี้ริ้ว แรงระเบิดลอยฟุ้งเหมือนละอองเถ้าดาวฤกษ์
แม้เกอร์จะมี “มิติกระจก” ของเขาช่วยรักษารูปโลกแต่ข้างในกลับเป็นเขาเองที่กำลัง ไล่ตามไม่ทัน
ส่วนกราวด้า—ยิ่งจู่โจมเท่าไหร่ก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะเธอ อยากทำลายศัตรูให้สิ้นซากภายในครั้งเดียว แต่ทำไม่สำเร็จ
เธอถอยออกมา…เยื้องระยะให้ไกลพอให้ร่ายเวทขนาดใหญ่ แรงกดอากาศจากตัวเธอทำให้ความมืดรอบด้าน “ยุบตัว” เหมือนโดนถล่มด้วยแรงระเบิดอีกครั้ง
กราวด้ายกสองมือขึ้นกางออกปลายนิ้วนิ่งสนิทเหมือนกำลังโอบกอดพลังบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าสัมผัส
วงเวทสีทองใหญ่โตผุดขึ้นด้านหลังเธอ
หมุน…
ช้า…
และหนักจนเหมือนลากกาลเวลาให้ช้าลงไปทั้งมิติ
มันไม่ใช่วงเวทที่ยังไม่มีชื่อ ไม่ใช่วงเวทที่อยู่ในตำราใด แต่พลังที่แผ่ออกมาจากมัน—ทำให้เกอร์เบิกตากว้างอย่างสั่นเทา
เขารีบตรวจสอบผ่านพลังมิติจังหวะเดียวกันนั้นคำปรากฏขึ้นในความคิดเขา:
“เวทที่สร้างไม่เสร็จ ไร้ชื่อ…คำจำกัดความ “เวททำลายล้าง — ระดับ 1””
เขาชะงัก รู้สึกเหมือนกระดูกในร่างหนาววาบ เวทระดับนี้…
ไม่มีผู้วิเศษคนไหนเคยทดลองสำเร็จมาก่อนแม้แต่กราวด้าตัวจริงก็ไม่สามารถใช้งานมันได้โดยสมบูรณ์เพราะมัน “อันตรายเกินไป” จนอาจทำลายผู้ใช้เองก่อนศัตรูเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้…กราวด้ากำลังร่ายมันด้วยสีหน้าโกรธแทบคลั่ง
เกอร์ไม่รอให้เวทสมบูรณ์ เขารีบยกสองมือขึ้น ทำเหมือนเธอทุกประการ
ทันใดนั้น—วงเวทสีเขียวเข้มขนาดยักษ์ก็แตกตัวขึ้นด้านหลังเขา กระแสพลังไหลวนรอบตัวเหมือนเกลียวทะเลในคืนพายุและเขารู้ทันทีว่าเวทนี้…
หนัก!!!!
—หนักจนไหล่และหัวใจเหมือนถูกกดด้วยน้ำหนักมหาสมุทรทั้งผืน
เขาครางในลำคอ
“อึก…บะ–บ้าเอ้ย… พลังระดับนี้…”
แสงสีเขียวเริ่มวิ่งรอบตัวเขาช้า ๆ หมุนวนแบบเดียวกับกราวด้าราวกับสองพลังยักษ์กำลังไล่ล่ากันด้วยจังหวะเดียวกัน
กราวด้าไม่พูดสักคำ ไม่แสดงความกลัว มีเพียงดวงตาที่ลุกวาบด้วยความโกรธ และความตั้งใจจะ
“ฆ่าให้ได้ในครั้งเดียว”
ทั้งสองหยุดนิ่ง—เหมือนรูปปั้นของเทพโบราณแต่พลังเวทที่สะสม…
กำลังกลายเป็นดวงอาทิตย์คนละดวง
ดวงอาทิตย์สีทอง
ดวงอาทิตย์สีเขียว
ลอยเหนือหัวพวกเขา เปล่งประกายจนมืดบังมิติแรงปล่อยพลังอัดแน่นจนเวลาภายในมิติช้าลงทีละวินาทีผิวมิติรอบข้างลุกไหม้เป็นเส้น ๆ เหมือนรอยแตกของโลก
คลื่นพลังดันออกจากสองดวงอาทิตย์พร้อมกันเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ “กระแทก” ใส่มิติจนพื้นฟ้าสีดำหายไปเป็นสีขาววาบ
ดวงอาทิตย์ทั้งสอง เติบโต จนล้นพื้นที่ พลังบีบตัวเข้าหากันเหมือนกำลังจะเจาะมิติให้ทะลุ
และในที่สุด—พลังทั้งสองก็ปะทะกัน เวทีที่เหลืออยู่มีเพียง—สีทองและสีเขียว
เกิดระเบิดจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาว ราวกับการกำเนิดจักวาลขนาดย่อมๆ
การปะทะครั้งแรก รุนแรงเกินกว่ามิติใดจะทนได้ ความว่างเปล่าแตกเป็นเสี้ยวกระจกมิติกระจกของเกอร์…ที่ควรเป็น “อาณาเขตที่เขาควบคุมได้สมบูรณ์”—แตกร้าวเป็นใยแมงมุมจนแทบค้ำตัวเองไม่ไหว
สิ้นสุดการระเบิดที่นานจนแทบสิ้นใจ ภาพรอบตัว ไม่ใช่ความมืด ไม่ใช่แสง แต่คือ สีขาวว่างเปล่า ที่เกิดจากพลังเกินระดับจักรวาลปกติจะรองรับ
ท่ามกลางความขาวนั้นร่างทั้งสองยังคง “ยืนอยู่” แต่ซีดจนเกือบเป็นเถ้าผง
กราวด้า—ร่างยังยืน แต่ประสาททั้งห้า ‘ดับลง’
พลังของเวททำลายล้างระดับ 1 กวาดกินตัวเธอไปจนหมด
ดวงตากลายเป็นสีเทาดับสนิท
หูไม่ได้ยินอะไรอีก
ผิวซีดจนเป็นสีเทาเหมือนรูปสลักหิน
เส้นผมขาวโพลนราวกับเถ้าถ่าน
แต่—เธอยังคงลอยนิ่งกลางความว่างเปล่า ตั้งตรง เผชิญหน้าเกอร์ด้วยสำนึกเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลือในร่าง:
ความตั้งใจที่จะฆ่าเขาให้ได้
เกอร์—ร่างซ่อมแซมกลับเพราะมิติเป็นของเขา
แม้เขาจะโดนพลังระดับจักรวาลเล่นงาน แต่ในมิติของเขา ร่างกราวด้าที่คัดลอกมา ฟื้นสภาพได้
ผิวกลับมีเลือดฝาด ดวงตากลับเป็นสีดำสนิท ผมกลับกลายเป็นสีดำเงางาม เหมือนตัวจริงในวัยเจริญสูงสุด เขาหอบ แต่ยิ้มด้วยอำนาจที่คิดว่า “เหนือกว่า”
“ที่นี่ มิติของข้า!! ไม่มีใครเหนือข้าได้!!! ไม่มี—เด็ดขาด!!!”
เสียงของเขาก้องไปทั่วความว่าง แต่กราวด้า…ไม่รับรู้อะไรแล้วเพราะประสาทสัมผัสของเธอถูกเผาไหม้จนดับสิ้นเหลือเพียง “ดวงจิต” ที่ยังควบคุมร่างแตกสลายของตัวเองได้อย่างปาฏิหาริย์และดวงจิตนั้น—กำลังมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ฆ่าเกอร์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต
กราวด้าเริ่มร่ายเวทต้องห้าม — อีกครั้ง เธอยกแขนขึ้นราวกับหุ่นเชิดที่วิญญาณกำลังบังคับให้ขยับแต่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วย “พลังเกินโลกมนุษย์”
วงเวทสีทองผุดขึ้นใหญ่กว่าครั้งก่อน หนักหน่วงกว่าเดิมเป็นสองเท่า จนแม้แต่ความว่างเปล่ารอบตัว…บุบบี้เหมือนกระดาษที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
เกอร์เห็นภาพนั้น ชะงักกึกตรวจสอบทันทีด้วยพลังมิติและคำคำเดิมที่เขาไม่อยากเห็น ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัดกว่าเดิมหลายสิบเท่า:
“เวททำลายล้าง — ระดับ 2”
เขาเผลอถอยไปครึ่งก้าวเพราะรู้ดีว่า—
เวทระดับ 1 ยังเกือบฆ่าร่างกราวด้า
แล้วเวทระดับ 2 จะฆ่าโลกทั้งใบได้
แต่กราวด้ากำลังร่ายด้วยร่างที่ควรตายไปแล้ว ด้วยจิตที่ไม่เหลืออะไรยึดเหนี่ยวและด้วยความตั้งใจฆ่าชัดเจนจนมิติสะท้อนพลังออกมาเป็นรอยแยกยาวหลายร้อยเมตร
เกอร์ไม่ยอมแพ้ – แต่… “ร่างกายเขาไม่ไหวเหมือนปากพูด”
เขาแค่นเสียงหัวเราะฝืนร่ายเวทตามเหมือนเธอ
“หึหึ…ยังไม่ยอมตาย? งั้นเรามาวัดกันอีกครั้ง! แต่ครั้งนี้ ร่างเจ้า…คงรับมันไม่ได้แล้วกราวด้าส่วนข้า—ไม่มีวันตายในมิติของตัวเอง!!”
เขาประกาศอย่างคนที่มั่นใจเกินเหตุแต่ไม่กี่วินาทีหลังเริ่มร่าย—ร่างของเขากลับสั่น…สั่นจนแทบยืนไม่ไหว เวททำลายล้างระดับ 2 หนักจนแม้แต่ร่างที่ซ่อมแซมสมบูรณ์ก็รับโหลดไม่ได้
เขาอุทานด้วยความตกตะลึง:
“ทำไม…กราวด้าถึงไม่สะทกสะท้านเลย!?”
เพราะถึงแม้เธอจะใกล้แตกสลาย แต่จิตใจที่ตัดขาดความกลัวและความเจ็บปวดของเธอ ทำให้ร่างเธอ “ไม่รับรู้ถึงความเจ็บ” อีกต่อไป นี่คือสภาวะของมนุษย์ที่ไม่มีมนุษย์ใดควรเข้าถึงได้เหมือนสงครามของเทวะมากกว่าคน
ดวงอาทิตย์แห่งความพินาศ (รุ่นที่สอง)
ดวงอาทิตย์สีทองและสีเขียว ลูกใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า ลอยเหนือหัวทั้งคู่
พลังหนาแน่นจนเปลือกมิติถูกดูดออกมาเหมือนมีใครควักโลกทั้งใบออกไปแล้วโยนทิ้งในอวกาศเบื้องนอก
สองดวงนี้—ไม่รอให้ผู้ใช้สั่งเหมือนครั้งแรกมัน “ดึงดูดกันเอง” กระแทกต่อกันทั้งที่ยังไม่ถึงจุดอัดพลัง
แรงปะทะทำให้เกิดพายุมิติวาร์ปสีทอง–เขียว สายฟ้าพวยพุ่งจากจุดศูนย์กลาง มิติแยกชั้นเป็นแผ่น ๆ เหมือนกลีบดอกไม้ หลุมดำแผ่วลงแต่ไม่หาย เสียงสูงโน้ตเดียวที่ทำให้ดวงดาวร้องไห้ (แม้ไม่มีเสียงจริง)
พลังนี้ “ไม่ควรเกิดขึ้นในจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิต”
พอเวทระดับ 2 เริ่มควบคุมไม่ได้ กราวด้าใช้สิ่งที่ ราห์ซูร์เป็นคนสอน ให้ตอนอยู่ด้วยกัน
เพียงคิดคำในหัวว่า “TON”
เหนือศีรษะเธอ—เกิดหลุมดำขนาดเท่าลูกแตงโม สีดำสนิทแต่แรงดูด…ทรงพลังระดับ “สะดือทะเลแห่งกาลเวลา”
มันไม่ใช่หลุมดำธรรมดาแต่เป็น ช็อตคัทเวท ที่เธอสร้างไว้เพื่อ “ซ่อนบางพลังงานไว้ก่อนระเบิด”
หลุมดำ TON ดูดเวทระดับ 2 ของเธอบางส่วนเข้าไป ขนาดของมัน "โตขึ้นช้าลง" เล็กน้อย พอให้พลังไม่ระเบิดใส่ตัวเธอเองก่อนจะทันใช้
เกอร์เห็นดังนั้น—ดวงตาเบิกโพลงสุดชีวิต
“นั่นมัน…อะไร!? สร้างหลุมดำได้ ทั้งที่กำลังร่ายเวทระดับนี้!? เป็นไปไม่ได้!!”
เขารีบพยายามเลียนแบบสร้างหลุมดำของตัวเองแต่—
มันเป็นแค่ก้อนพลังเล็ก ๆ ขนาดเท่าลูกแอปเปิ้ล และแตกสลายทันทีเมื่อโดนสนามพลังเวทระดับ 2 กระทบ ไม่เหลือเศษให้เก็บข้อมูล ไม่เหลือร่องรอยให้ลอกเลียนแบบ
เพราะนี่—ไม่ใช่เวทที่เรียนรู้ได้จากภายนอกแต่เป็น “เทคนิคเฉพาะตัวของกราวด้า” ที่เธอสร้างด้วยตรรกะที่ไม่มีมนุษย์คนไหนคิดได้
นี่คือจุดที่แม้แต่ ด็อปเปลแกงเกอร์ ก็ไม่สามารถเรียนแบบได้
พลังเวททำลายล้างระดับ 2 ของเกอร์—ดวงอาทิตย์สีเขียวเข้มขนาดยักษ์—เริ่มเติบโตเกินขีดควบคุมของผู้สร้างมันเอง
มันสั่น
มันเต้น
มันเหมือน “มีชีวิตของมันเอง”
ราวกับตัวมัน…โกรธที่ถูกปลุกขึ้นมาและกำลังต้องการ “เขมือบผู้ปลุกมัน” เพื่อสงบพลัง
เกอร์พยายามกดมัน บังคับมันสั่งให้หยุดแต่—เขาไม่มีสิทธิ์เหนือเวทนี้อีกต่อไป ร่างที่ลอกเลียนแบบมาจากกราวด้าถูกแรงดูดของเวทระดับ 2 ยกขึ้นเหมือนตุ๊กตาผ้าไม่ทันแม้จะได้กรีดร้อง
ตูมมมมมม—!!!
พลังสีเขียวระเบิดเข้ากลางร่างเขาเต็มแรง แรงระเบิดครั้งนี้รุนแรง เกือบเทียบเท่าการปะทะครั้งแรกของทั้งสองแต่ครั้งนี้ต่างออกไป—เพราะมันคือ การถูกเวทกินตัวเองโดยตรง
ร่างของเกอร์แตกเป็นเสี้ยวแสงลอยกระจัดกระจาย ขณะที่แก่นพลังของเวทยังไหลวนไม่หยุดรอบ จุดศูนย์กลาง ที่เคยเป็นร่างเขา
กราวด้าไม่พูดคำใด ไม่มีเสียง ไม่มีอารมณ์บนใบหน้า เหลือเพียงจิตที่แข็งกร้าวและตั้งใจที่สุดในชีวิตของเธอ
ดวงตาสีเทาหม่น มือซีดที่สั่นน้อย ๆ ผมขาวโพลนราวเถ้าไฟ เธอยกมือขึ้น ผลักหลุมดำ “TON” ที่เปิดอยู่เหนือศีรษะให้เลื่อนเข้าใกล้ ใจกลางเวทระดับ 2 สีทองของเธอเอง
หลุมดำ TON ดูดเวทระดับ 2 ของเธอเข้าข้างใน จนพลังนั้นอัดแน่น…อีกสองเท่าจากสภาวะปกติจากนั้น—เธอ “ปล่อย” หลุมดำนั้นให้ไหลไปตามกระแสแรงดันของพลังทำลายล้างสีทอง
หลุมดำ TON พุ่งทะลุเข้าไปยังร่างของเกอร์ในสภาพเดิมที่กำลังจะฟื้นตัวร่างนั้นยืนเปลือยเปล่า
ซีด
ไร้เสื้อผ้า
ไร้เวท
และไร้พลังป้องกัน
เพราะเวทระดับ 2 สีเขียวของเขาพึ่งระเบิดใส่ตัวเองจนสิ้นสภาพ เขาเพิ่งจะเริ่มหายใจเข้า…
…แต่พลังของกราวด้ามาถึงก่อน
ทันทีที่พลังระดับ 2 กระแทกถึงเป้าหมาย—หลุมดำ TON ก็ “ถึงขีดอิ่มตัว” ตามที่กราวด้าคำนวณไว้
มันหยุดแข็งค้างเป็นวินาทีเดียวแล้ว—
แคร๊ก—!! บึ้มมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!
หลุมดำ TON ระเบิดออกจากด้านใน
ปลดปล่อยพลังเวททำลายล้างระดับ 2 ทั้งหมดเหมือนสวรรค์ทุบใส่โลกด้วยดวงอาทิตย์พันลูกในครั้งเดียว แรงระเบิดพุ่งใส่ เกอร์ ในจังหวะที่เขาอ่อนแอที่สุด—
ร่างเขาแตกสลาย ฉีกขาดเป็นแสง เผาไหม้ด้วยสีทองและสลายเป็นผง ไม่เหลือแม้แต่เงา
เกอร์—ถูกลบอย่างสมบูรณ์ มิติกระจกของเขา—แตกสลาย
แรงระเบิดนั้นรุนแรงเกินกว่ามิติที่ถูกสร้างด้วยพลังของเกอร์จะรับได้
มิติกระจก แตกเป็นเสี้ยวกระจกก่อนจะสลายเป็นควัน ทีละชั้น ทีละมิติ ทีละรอยแล้วภาพทั้งหมดก็…
จางลง จางลง จางลง—จนกลับสู่โลกจริง
กราวด้า—ร่วงสู่พื้นราวดอกไม้ร่วงจากกิ่ง
เธอไม่ได้ขยับไปไหนจากสถานที่ที่เธอ “ยืนอยู่ก่อนถูกดึงเข้ามิติกระจก” ยังเหมือนเดิมทุกประการ แต่ร่างเธอ—ทรุดลงในทันที เธอล้มลง ผมสีดำเคยงามกลายเป็น ขาวโพลนทั่วศีรษะ ผิวซีดราวเถ้า ลมหายใจเบาราวกับใกล้ดับ
ดวงตาเป็นสีเทานิ่งเหมือนคนที่เหลือสติแค่ครึ่งหนึ่งแต่ในลมหายใจแผ่ว ๆ ของเธอ…ยังมี “สติ”
เธอนึกถึงวันนั้น วันที่เธอเดินลงครัวด้วยสีหน้าจริงจังราวกับกำลังจะร่ายเวทขั้นสูง นึกถึงประโยคที่เธอเองเคยพูดด้วยความมั่นใจอย่างที่สุดว่า—
“การทำขนมมันคงไม่ต่างจากการคำนวณวงเวทหรอก แค่ผสมส่วนผสมให้ถูกอัตราส่วน”
แต่ตอนนี้เธอก็กลับคิดว่า—
มันตรงกันข้ามต่างหาก
เพราะเธอได้เห็น “การผสมสิ่งตรงข้ามให้เข้ากัน” “การเติมสิ่งที่คิดว่าไม่เข้ากันจนเกิดรสชาติใหม่”“ความล้มเหลวที่ต้องเก็บไว้เป็นตัวอย่าง”“การสร้างสิ่งเล็ก ๆ จากมือเปล่า ด้วยหัวใจมากกว่าตำรา”
นั่นต่างหาก…คือสิ่งที่ทำให้เธอ “สร้างเวท” ได้อย่างอิสระกว่ามนุษย์คนใดในอาณาจักรนี้
กราวด้ายิ้ม—ยิ้มเพียงเล็กน้อย ขอบคุณแนนซี่ในใจ และเป็นรอยยิ้มจริงของคนที่เริ่มเข้าใจหัวใจตัวเอง
ก่อนวงเวทรักษาเล็ก ๆ หมุนวนช้า ๆ รอบตัวเธอเหมือน “ยังไม่ใช่เวลาพัก” —เพราะเธออยากไปหาราห์ซูร์…ให้เร็วที่สุด แม้จะเป็นการคลานไปด้วยร่างครึ่งตายก็ตาม
“หึ หึ หึ… ไหนดูซิ— กราวด้าผู้ยิ่งใหญ่… ในวัยเด็ก เธอคงไม่เคย ‘บังเอิญ’ ใช้พลังติดตัวทำร้ายใครจนเกือบตายใช่ไหม?”
คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบกลางหน้าอก เกวนชะงัก — สีหน้าเปลี่ยนทันที ความทรงจำที่เธอไม่อยากนึกถึง… หวนคืนอย่างควบคุมไม่ได้
ทันใดนั้น มิติกระจกก็แตกตัวออกเป็น “จอภาพนับไม่ถ้วน” ล้อมทั้งเกวนและเกอร์ไว้ทุกทิศหนีไปทางไหนก็ไม่พ้น
ภาพแรกฉายขึ้น — กราวด้าวัย 5 ขวบ
เด็กหญิงตัวเล็ก…ถูกประมูลขายในตลาดทาสใต้ดินของอัลเทรนน์ ถูกประกาศว่าเป็น “ทาสเด็กสุดล้ำค่า” ราคาสูงลิบและสิ่งที่เลวร้ายที่สุด—
ผู้ขายคือพ่อแท้ ๆ ของเธอเอง
“ไม่…!! หยุดนะ!!!”
เกวนยกมือปิดหูทั้งสองข้างเหมือนหวังว่าการปิดหู จะหยุดความทรงจำได้แต่ภาพกลับฉายชัดเจนกว่าเดิม
ภาพการทารุณ — และ “การระเบิดพลังครั้งแรก”
ภาพเด็กหญิงกราวด้าถูกทำร้ายถูกทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ จากนั้นภาพตัดสู่วันที่เธอ “ระเบิดพลังอัจฉริยะทางเวทครั้งแรก” ทำให้ผู้คนตายไปสามคน…ในคราวเดียว
เกวนร้องสะอื้น
“พอแล้ว… หยุดได้แล้ว!!”
ภาพสุดท้ายก่อนจอดับ — ชายคนหนึ่งเกือบตกเฟรม
ชายวัยกลางคนยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกใจสุดขีด เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียวแต่สายตาเขาเต็มไปด้วยความหวาดผสมความเวทนา
และเขาคือ—
คาล์ วาเลน บิดาของอิเรน และปู่ของแซร์ค สายลับแห่งวาเลเธีย และเป็นจุดบรรจบชะตาที่เชื่อมกราวด้ากับราชครูเมธรัส…เกิดขึ้นตั้งแต่วันนั้น โดยที่ไม่มีใครรู้
เกอร์ในร่างกราวด้าเหยียดยิ้ม ลอยวนรอบเกวนราวกับอสรพิษที่กำลังกินความเจ็บปวดเป็นอาหาร
“ความผิดบาปของเด็กที่ฆ่าคนไปสามชีวิต… หึหึ…แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงนะ?”
เสียงเขาเยาะเย้ย
ช้า
เย็น
และเจ็บยิ่งกว่าแผลจริง
คำว่า “สัตว์ประหลาด” ที่หลุดจากปากเขาเหมือนมีดทิ่มหัวใจเกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอ—เวอร์ชัน 18 ปีในตอนนี้—ยังไม่มี “ภูมิต้านทานทางอารมณ์” แบบกราวด้าผู้ใหญ่ จิตใจเธอยังอ่อนไหว ยังเปราะ และยังสั่นไหวอย่างเด็กสาว
“ไม่!!! ฉันไม่ใช่!!!”
เธอหวดไม้เท้าโจมตีแบบไร้ทิศทางเต็มไปด้วยความสับสน แต่เวททั้งหมดถูกมิติบิดหายไปไม่ระคายผิวเกอร์แม้แต่น้อย
ภาพเปลี่ยน — กราวด้าวัย 9 ขวบ
เด็กหญิงนั่งคนเดียวในสวนวัง ก้มหน้า กอดเข่าตัวเอง ร่างเล็ก ๆ สั่นไหวจากเสียงด่าและคำเหยียดของเด็กคนอื่น
“ตัวประหลาด”
คำนี้ดังซ้ำ ๆ ดังเหมือนมีคนกระซิบจากในหัวของเกวนเอง แม้แต่เด็กพี่เลี้ยงที่ใจดีที่สุดยังมองเธอด้วยสายตาหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้
เกอร์ลอยลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเสียง “ด้านมืดของกราวด้า” เองกำลังกระซิบยั่วยุ
“พวกเขาทำกับเธอมากขนาดนี้…ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คงจะ…”
เสียงเขากระซิบต่อด้วยน้ำเสียงหวานลึก
“ทำลายมันให้หมด”
เกวนตัวสั่นน้ำตาไหลไม่หยุด
“ไม่นะ… ไม่มีทาง!!!”
ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง — อ้อมกอดของเมธรัส เวียร์เวล
บนจอปรากฏภาพกราวด้าวัยเด็ก หัวซบตักชายชราร้องไห้จนไหล่สั่น
ราชครูเมธรัส ผู้เป็นเสมือนพ่อแท้ ๆ คือคนเดียวที่ยอมรับเธอปกป้องเธอและเชื่อว่าเธอ “ไม่ใช่ปีศาจ”
เกอร์เบี่ยงสายตามองภาพนั้นแสยะมุมปาก
“โอ้… เมธรัส เจ้าตาแก่เจ้าเล่ห์…สมเป็นตัวปัญหาจริง ๆ”
ภาพเปลี่ยนอีกครั้งฉายความโดดเดี่ยวของกราวด้าในวัยผู้ใหญ่นั่งจิบชาเงียบ ๆ น้ำตาไหลโดยไม่มีใครเห็นโลกทั้งใบมีแค่เธอ โต๊ะชาและความโดดเดี่ยวที่ไม่มีวันหาย
เกวนมองภาพตัวเองทุกวัยและหัวใจเธอก็แตกละเอียด
สั่น
อ่อน
และเริ่ม “หลุดจากร่างกายตัวเอง”
ดวงจิตของเกวนสีทองสว่างหลุดออกจากอกอย่างช้า ๆ ลอยกลางอากาศด้วยแรงดึงของเวทสายสีเขียวของเกอร์ มันเหมือนเส้นเอ็นบาง ๆ เชื่อมเธอกับตัวเองกำลังถูกบีบ ถูกดึง และจะถูกแยกออกอย่างถาวร
เกวนสะอื้นพยายามดึงกลับด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอเอง
“ไม่…ไม่!!! ไม่มีทาง!!!”
แต่แรงของเกอร์เหนือกว่าทุกด้านดวงจิตสีทองค่อย ๆ ลอยออกไป—
ห่างขึ้น
ห่างขึ้น
และกำลังจะตกลงในมือของเขา…
ดวงตาของเกวนพร่าเลือน สติแทบดับวูบลงในวินาทีที่วิญญาณถูกดึงออกจากร่าง—แต่ก่อนมืดสนิท…
ภาพสุดท้ายก็ผุดขึ้นตรงหน้าเธอ
ภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงแต่เธอ “อยากให้มันเกิดขึ้นที่สุดในชีวิต”
โต๊ะน้ำชาชุดเดิม
ห้องเดิม
บรรยากาศอบอุ่นที่เธอไม่เคยมี
ต่างไปเพียงอย่างเดียว—ราห์ซูร์นั่งอยู่ตรงนั้น
ชายหนุ่มที่ชอบทำหน้าหงุดหงิดเวลาโดนล้อเล่น ชอบโวยวายตอนเธอยั่ว และหน้าแดงทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้
กราวด้า—ตัวเธอเองในภาพนั้น—หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ หัวเราะแบบที่โลกจริง…ไม่เคยทำได้เลยตลอดชีวิต
มันคือภาพที่หลุดจาก “ความฝันลึกที่สุด” ของเธอภาพที่เธอไม่เคยยอมรับว่าต้องการและแล้ว—
จอภาพทุกบาน…สั่นสะเทือน
ดวงจิตสีทองในมือของเกอร์ ร้อนขึ้น ร้อนขึ้นจนผิวมือเขาไหม้เป็นรอยชัดเจน
“นี่มัน…เรื่องบ้าอะไรกันอีก!!”
เกอร์ร้องลั่นด้วยความตกใจจำใจปล่อยดวงจิตทิ้งอย่างทนความร้อนไม่ไหวทันทีที่หลุดจากมือ—
แสงสว่างก็ปะทุระเบิดออกจากร่างเกวน!!
เหมือนสายฟ้าพุ่งใส่มิติ เหมือนดวงดาวลุกไหม้กลางห้วงอากาศ พลังเวทกระแทกใส่มิติกระจกจน “แตกละเอียด”ทุกอย่างถูกกลืนหายไปเป็นสีดำสนิทกลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้รูปแบบและไร้กฎ
และในความว่างนั้น—ร่างเด็กของเกวนหายไป แทนที่ด้วยร่างผู้ใหญ่ของกราวด้า ไม่ใช่กราวด้าอันสงบนิ่งไม่ใช่ราชครูสาวผู้เยือกเย็นแต่เป็น…
กราวด้าที่โกรธ
โกรธถึงขีดล้น
โกรธจนกระดูกทั้งร่างสั่น
โกรธจนดาบมิติแทบถูกสร้างขึ้นได้จาก “ความคิดเพียงอย่างเดียว”
น้ำตาหนึ่งหยดไหลจากหางตา แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความอ่อนแอมันคือ “หยดไฟ” ของคนที่ถึงขีดสุดแห่งความเจ็บ
เธอพูด ช้าๆ ชัดๆ เสียงต่ำจนกัดลมหายใจของเกอร์ให้สะดุด
“แก… คือคนแรกที่ฉันจะดีใจที่สุด…ถ้าแกตาย—”
ผิวเกอร์ลุกขนตั้งทั้งตัว ร่างที่ลอกเลียนแบบกราวด้าผู้ใหญ่ยังสั่นสะท้านแม้จะถือพลังเทียบเท่าเธอ แต่จิตใจ… ไม่ได้แข็งพอจะทนแรงอาฆาตนี้ได้เลย
ไม่มีการเตือน
ไม่มีคำร่าย
ไม่มีจังหวะพัก
กราวด้า “ยกมือเดียว” และ— เสียงฉีกท้องฟ้าก็ระเบิดขึ้น!!
วงเวทสีทอง ผุดขึ้นมากกว่า 300 วงพร้อมกัน หมุนสวนทางกันด้วยความเร็วระดับฉีกกาลอากาศ
บางวงสร้างสายฟ้า
บางวงสร้างพายุ
บางวงสร้างดาบมิติ
บางวงเรียกหลุมดำย่อย
บางวงสร้างระเบิดพลังบริสุทธิ์จนแสงเหมือนดวงอาทิตย์
ยังไม่ทันที่เกอร์จะกั้นเกราะ การโจมตีระลอกแรกก็ถาโถมเข้าหาเขา แต่เกอร์ลอกพลังของเธอมาแล้วเวทของเขาก็ถูกเรียกขึ้นรวดเร็วไม่แพ้กัน
วงเวทสีเขียวกว่า 200 วง ระเบิดขึ้นรอบตัวเขาราวกับกับดักล้อมจักรวาล เขาสร้าง
– เกราะป้องกันหลายชั้น
– มิติซ้อนมิติ
– กระจกสะท้อนเวท
– สายลมแรงดึง
– หลุมดำแยกกาลอวกาศ
– กับดักมิติที่บิดพลังของคู่ต่อสู้ ทันทีที่เวททั้งสองปะทะกัน—โลกสีดำรอบตัวก็สั่น มิติบิด เส้นเวลาฉีกเสียงระเบิดไม่มีเสียงดังก้องไปทุกทิศ
คลื่นพลังซ้อนคลื่นพลังจนทุกสิ่งมืดขาวสลับกันเหมือนภาพสติหลุด
วงเวทจำนวนหนึ่ง ถูกสร้างไม่ทันก็แตกคามือ บางวงยังไม่จบประโยคก็ถูกเวทอีกฝ่ายชนจนสลายเป็นฝุ่นแสง
บางวงเสร็จสมบูรณ์ ปลดปล่อยพลังที่แรงพอจะทำลาย “เมืองทั้งเมือง” แต่ก็ถูกหลุมดำเล็ก ๆ ดูดหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
หลุมดำผุดตามมุมต่าง ๆ เหมือนสัตว์ร้ายคอยงับพลังที่หลงออกนอกทาง ไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นหลุมดำของใครกันแน่
ทั้งสองพุ่งเข้าใส่กัน เร็วเกินกว่ามิติจะบันทึกได้ แสงระเบิดเกิดตามหลังพวกเขาทุกก้าวที่เหยียบราวกับโลกกำลังแตกสลายในทุกวินาทีที่ทั้งสองขยับ
ดาบมิติของกราวด้า เฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า จนแม้แต่แขนเสื้อของมิติก็ขาดเป็นริ้ว
ดาบมิติของเกอร์ ฟาดขวางด้วยความเร็วสมบูรณ์แบบ เพราะเขาลอกเทคนิคของเธอทั้งชุด
แต่สิ่งที่เขา “ลอกไม่ได้” คือ—ความโกรธ ความเจ็บ และหัวใจที่เดือดพล่านจากการถูกเหยียบย่ำ
ทั้งสองฟาดฟันอย่างไม่ลดละ ความรุนแรงทำให้สภาพมิติกลายเป็น:
แผลฉีกยาว หลุมดำ ไฟฟ้าสีทองแตกตัว พายุสีเขียวหมุนย้อน กาลเวลาไหลกลับในบางเส้น และหยุดนิ่งในบางพื้นที่
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา ไม่ใช่การต่อสู้ของมนุษย์ หรือของผู้วิเศษ นี่คือการต่อสู้ของ…
“ตัวตนที่ไม่ควรถูกวางไว้ในจักรวาลเดียวกัน”
มิติมืดรอบตัวถูกฉีกจนยับเยิน หลุมดำยังค้างอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอยแผลจากดาบมิติเหมือนโลกรอบตัวถูกสับเป็นผ้าขี้ริ้ว แรงระเบิดลอยฟุ้งเหมือนละอองเถ้าดาวฤกษ์
แม้เกอร์จะมี “มิติกระจก” ของเขาช่วยรักษารูปโลกแต่ข้างในกลับเป็นเขาเองที่กำลัง ไล่ตามไม่ทัน
ส่วนกราวด้า—ยิ่งจู่โจมเท่าไหร่ก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะเธอ อยากทำลายศัตรูให้สิ้นซากภายในครั้งเดียว แต่ทำไม่สำเร็จ
เธอถอยออกมา…เยื้องระยะให้ไกลพอให้ร่ายเวทขนาดใหญ่ แรงกดอากาศจากตัวเธอทำให้ความมืดรอบด้าน “ยุบตัว” เหมือนโดนถล่มด้วยแรงระเบิดอีกครั้ง
กราวด้ายกสองมือขึ้นกางออกปลายนิ้วนิ่งสนิทเหมือนกำลังโอบกอดพลังบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าสัมผัส
วงเวทสีทองใหญ่โตผุดขึ้นด้านหลังเธอ
หมุน…
ช้า…
และหนักจนเหมือนลากกาลเวลาให้ช้าลงไปทั้งมิติ
มันไม่ใช่วงเวทที่ยังไม่มีชื่อ ไม่ใช่วงเวทที่อยู่ในตำราใด แต่พลังที่แผ่ออกมาจากมัน—ทำให้เกอร์เบิกตากว้างอย่างสั่นเทา
เขารีบตรวจสอบผ่านพลังมิติจังหวะเดียวกันนั้นคำปรากฏขึ้นในความคิดเขา:
“เวทที่สร้างไม่เสร็จ ไร้ชื่อ…คำจำกัดความ “เวททำลายล้าง — ระดับ 1””
เขาชะงัก รู้สึกเหมือนกระดูกในร่างหนาววาบ เวทระดับนี้…
ไม่มีผู้วิเศษคนไหนเคยทดลองสำเร็จมาก่อนแม้แต่กราวด้าตัวจริงก็ไม่สามารถใช้งานมันได้โดยสมบูรณ์เพราะมัน “อันตรายเกินไป” จนอาจทำลายผู้ใช้เองก่อนศัตรูเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้…กราวด้ากำลังร่ายมันด้วยสีหน้าโกรธแทบคลั่ง
เกอร์ไม่รอให้เวทสมบูรณ์ เขารีบยกสองมือขึ้น ทำเหมือนเธอทุกประการ
ทันใดนั้น—วงเวทสีเขียวเข้มขนาดยักษ์ก็แตกตัวขึ้นด้านหลังเขา กระแสพลังไหลวนรอบตัวเหมือนเกลียวทะเลในคืนพายุและเขารู้ทันทีว่าเวทนี้…
หนัก!!!!
—หนักจนไหล่และหัวใจเหมือนถูกกดด้วยน้ำหนักมหาสมุทรทั้งผืน
เขาครางในลำคอ
“อึก…บะ–บ้าเอ้ย… พลังระดับนี้…”
แสงสีเขียวเริ่มวิ่งรอบตัวเขาช้า ๆ หมุนวนแบบเดียวกับกราวด้าราวกับสองพลังยักษ์กำลังไล่ล่ากันด้วยจังหวะเดียวกัน
กราวด้าไม่พูดสักคำ ไม่แสดงความกลัว มีเพียงดวงตาที่ลุกวาบด้วยความโกรธ และความตั้งใจจะ
“ฆ่าให้ได้ในครั้งเดียว”
ทั้งสองหยุดนิ่ง—เหมือนรูปปั้นของเทพโบราณแต่พลังเวทที่สะสม…
กำลังกลายเป็นดวงอาทิตย์คนละดวง
ดวงอาทิตย์สีทอง
ดวงอาทิตย์สีเขียว
ลอยเหนือหัวพวกเขา เปล่งประกายจนมืดบังมิติแรงปล่อยพลังอัดแน่นจนเวลาภายในมิติช้าลงทีละวินาทีผิวมิติรอบข้างลุกไหม้เป็นเส้น ๆ เหมือนรอยแตกของโลก
คลื่นพลังดันออกจากสองดวงอาทิตย์พร้อมกันเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ “กระแทก” ใส่มิติจนพื้นฟ้าสีดำหายไปเป็นสีขาววาบ
ดวงอาทิตย์ทั้งสอง เติบโต จนล้นพื้นที่ พลังบีบตัวเข้าหากันเหมือนกำลังจะเจาะมิติให้ทะลุ
และในที่สุด—พลังทั้งสองก็ปะทะกัน เวทีที่เหลืออยู่มีเพียง—สีทองและสีเขียว
เกิดระเบิดจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาว ราวกับการกำเนิดจักวาลขนาดย่อมๆ
การปะทะครั้งแรก รุนแรงเกินกว่ามิติใดจะทนได้ ความว่างเปล่าแตกเป็นเสี้ยวกระจกมิติกระจกของเกอร์…ที่ควรเป็น “อาณาเขตที่เขาควบคุมได้สมบูรณ์”—แตกร้าวเป็นใยแมงมุมจนแทบค้ำตัวเองไม่ไหว
สิ้นสุดการระเบิดที่นานจนแทบสิ้นใจ ภาพรอบตัว ไม่ใช่ความมืด ไม่ใช่แสง แต่คือ สีขาวว่างเปล่า ที่เกิดจากพลังเกินระดับจักรวาลปกติจะรองรับ
ท่ามกลางความขาวนั้นร่างทั้งสองยังคง “ยืนอยู่” แต่ซีดจนเกือบเป็นเถ้าผง
กราวด้า—ร่างยังยืน แต่ประสาททั้งห้า ‘ดับลง’
พลังของเวททำลายล้างระดับ 1 กวาดกินตัวเธอไปจนหมด
ดวงตากลายเป็นสีเทาดับสนิท
หูไม่ได้ยินอะไรอีก
ผิวซีดจนเป็นสีเทาเหมือนรูปสลักหิน
เส้นผมขาวโพลนราวกับเถ้าถ่าน
แต่—เธอยังคงลอยนิ่งกลางความว่างเปล่า ตั้งตรง เผชิญหน้าเกอร์ด้วยสำนึกเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลือในร่าง:
ความตั้งใจที่จะฆ่าเขาให้ได้
เกอร์—ร่างซ่อมแซมกลับเพราะมิติเป็นของเขา
แม้เขาจะโดนพลังระดับจักรวาลเล่นงาน แต่ในมิติของเขา ร่างกราวด้าที่คัดลอกมา ฟื้นสภาพได้
ผิวกลับมีเลือดฝาด ดวงตากลับเป็นสีดำสนิท ผมกลับกลายเป็นสีดำเงางาม เหมือนตัวจริงในวัยเจริญสูงสุด เขาหอบ แต่ยิ้มด้วยอำนาจที่คิดว่า “เหนือกว่า”
“ที่นี่ มิติของข้า!! ไม่มีใครเหนือข้าได้!!! ไม่มี—เด็ดขาด!!!”
เสียงของเขาก้องไปทั่วความว่าง แต่กราวด้า…ไม่รับรู้อะไรแล้วเพราะประสาทสัมผัสของเธอถูกเผาไหม้จนดับสิ้นเหลือเพียง “ดวงจิต” ที่ยังควบคุมร่างแตกสลายของตัวเองได้อย่างปาฏิหาริย์และดวงจิตนั้น—กำลังมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ฆ่าเกอร์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต
กราวด้าเริ่มร่ายเวทต้องห้าม — อีกครั้ง เธอยกแขนขึ้นราวกับหุ่นเชิดที่วิญญาณกำลังบังคับให้ขยับแต่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วย “พลังเกินโลกมนุษย์”
วงเวทสีทองผุดขึ้นใหญ่กว่าครั้งก่อน หนักหน่วงกว่าเดิมเป็นสองเท่า จนแม้แต่ความว่างเปล่ารอบตัว…บุบบี้เหมือนกระดาษที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
เกอร์เห็นภาพนั้น ชะงักกึกตรวจสอบทันทีด้วยพลังมิติและคำคำเดิมที่เขาไม่อยากเห็น ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัดกว่าเดิมหลายสิบเท่า:
“เวททำลายล้าง — ระดับ 2”
เขาเผลอถอยไปครึ่งก้าวเพราะรู้ดีว่า—
เวทระดับ 1 ยังเกือบฆ่าร่างกราวด้า
แล้วเวทระดับ 2 จะฆ่าโลกทั้งใบได้
แต่กราวด้ากำลังร่ายด้วยร่างที่ควรตายไปแล้ว ด้วยจิตที่ไม่เหลืออะไรยึดเหนี่ยวและด้วยความตั้งใจฆ่าชัดเจนจนมิติสะท้อนพลังออกมาเป็นรอยแยกยาวหลายร้อยเมตร
เกอร์ไม่ยอมแพ้ – แต่… “ร่างกายเขาไม่ไหวเหมือนปากพูด”
เขาแค่นเสียงหัวเราะฝืนร่ายเวทตามเหมือนเธอ
“หึหึ…ยังไม่ยอมตาย? งั้นเรามาวัดกันอีกครั้ง! แต่ครั้งนี้ ร่างเจ้า…คงรับมันไม่ได้แล้วกราวด้าส่วนข้า—ไม่มีวันตายในมิติของตัวเอง!!”
เขาประกาศอย่างคนที่มั่นใจเกินเหตุแต่ไม่กี่วินาทีหลังเริ่มร่าย—ร่างของเขากลับสั่น…สั่นจนแทบยืนไม่ไหว เวททำลายล้างระดับ 2 หนักจนแม้แต่ร่างที่ซ่อมแซมสมบูรณ์ก็รับโหลดไม่ได้
เขาอุทานด้วยความตกตะลึง:
“ทำไม…กราวด้าถึงไม่สะทกสะท้านเลย!?”
เพราะถึงแม้เธอจะใกล้แตกสลาย แต่จิตใจที่ตัดขาดความกลัวและความเจ็บปวดของเธอ ทำให้ร่างเธอ “ไม่รับรู้ถึงความเจ็บ” อีกต่อไป นี่คือสภาวะของมนุษย์ที่ไม่มีมนุษย์ใดควรเข้าถึงได้เหมือนสงครามของเทวะมากกว่าคน
ดวงอาทิตย์แห่งความพินาศ (รุ่นที่สอง)
ดวงอาทิตย์สีทองและสีเขียว ลูกใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า ลอยเหนือหัวทั้งคู่
พลังหนาแน่นจนเปลือกมิติถูกดูดออกมาเหมือนมีใครควักโลกทั้งใบออกไปแล้วโยนทิ้งในอวกาศเบื้องนอก
สองดวงนี้—ไม่รอให้ผู้ใช้สั่งเหมือนครั้งแรกมัน “ดึงดูดกันเอง” กระแทกต่อกันทั้งที่ยังไม่ถึงจุดอัดพลัง
แรงปะทะทำให้เกิดพายุมิติวาร์ปสีทอง–เขียว สายฟ้าพวยพุ่งจากจุดศูนย์กลาง มิติแยกชั้นเป็นแผ่น ๆ เหมือนกลีบดอกไม้ หลุมดำแผ่วลงแต่ไม่หาย เสียงสูงโน้ตเดียวที่ทำให้ดวงดาวร้องไห้ (แม้ไม่มีเสียงจริง)
พลังนี้ “ไม่ควรเกิดขึ้นในจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิต”
พอเวทระดับ 2 เริ่มควบคุมไม่ได้ กราวด้าใช้สิ่งที่ ราห์ซูร์เป็นคนสอน ให้ตอนอยู่ด้วยกัน
เพียงคิดคำในหัวว่า “TON”
เหนือศีรษะเธอ—เกิดหลุมดำขนาดเท่าลูกแตงโม สีดำสนิทแต่แรงดูด…ทรงพลังระดับ “สะดือทะเลแห่งกาลเวลา”
มันไม่ใช่หลุมดำธรรมดาแต่เป็น ช็อตคัทเวท ที่เธอสร้างไว้เพื่อ “ซ่อนบางพลังงานไว้ก่อนระเบิด”
หลุมดำ TON ดูดเวทระดับ 2 ของเธอบางส่วนเข้าไป ขนาดของมัน "โตขึ้นช้าลง" เล็กน้อย พอให้พลังไม่ระเบิดใส่ตัวเธอเองก่อนจะทันใช้
เกอร์เห็นดังนั้น—ดวงตาเบิกโพลงสุดชีวิต
“นั่นมัน…อะไร!? สร้างหลุมดำได้ ทั้งที่กำลังร่ายเวทระดับนี้!? เป็นไปไม่ได้!!”
เขารีบพยายามเลียนแบบสร้างหลุมดำของตัวเองแต่—
มันเป็นแค่ก้อนพลังเล็ก ๆ ขนาดเท่าลูกแอปเปิ้ล และแตกสลายทันทีเมื่อโดนสนามพลังเวทระดับ 2 กระทบ ไม่เหลือเศษให้เก็บข้อมูล ไม่เหลือร่องรอยให้ลอกเลียนแบบ
เพราะนี่—ไม่ใช่เวทที่เรียนรู้ได้จากภายนอกแต่เป็น “เทคนิคเฉพาะตัวของกราวด้า” ที่เธอสร้างด้วยตรรกะที่ไม่มีมนุษย์คนไหนคิดได้
นี่คือจุดที่แม้แต่ ด็อปเปลแกงเกอร์ ก็ไม่สามารถเรียนแบบได้
พลังเวททำลายล้างระดับ 2 ของเกอร์—ดวงอาทิตย์สีเขียวเข้มขนาดยักษ์—เริ่มเติบโตเกินขีดควบคุมของผู้สร้างมันเอง
มันสั่น
มันเต้น
มันเหมือน “มีชีวิตของมันเอง”
ราวกับตัวมัน…โกรธที่ถูกปลุกขึ้นมาและกำลังต้องการ “เขมือบผู้ปลุกมัน” เพื่อสงบพลัง
เกอร์พยายามกดมัน บังคับมันสั่งให้หยุดแต่—เขาไม่มีสิทธิ์เหนือเวทนี้อีกต่อไป ร่างที่ลอกเลียนแบบมาจากกราวด้าถูกแรงดูดของเวทระดับ 2 ยกขึ้นเหมือนตุ๊กตาผ้าไม่ทันแม้จะได้กรีดร้อง
ตูมมมมมม—!!!
พลังสีเขียวระเบิดเข้ากลางร่างเขาเต็มแรง แรงระเบิดครั้งนี้รุนแรง เกือบเทียบเท่าการปะทะครั้งแรกของทั้งสองแต่ครั้งนี้ต่างออกไป—เพราะมันคือ การถูกเวทกินตัวเองโดยตรง
ร่างของเกอร์แตกเป็นเสี้ยวแสงลอยกระจัดกระจาย ขณะที่แก่นพลังของเวทยังไหลวนไม่หยุดรอบ จุดศูนย์กลาง ที่เคยเป็นร่างเขา
กราวด้าไม่พูดคำใด ไม่มีเสียง ไม่มีอารมณ์บนใบหน้า เหลือเพียงจิตที่แข็งกร้าวและตั้งใจที่สุดในชีวิตของเธอ
ดวงตาสีเทาหม่น มือซีดที่สั่นน้อย ๆ ผมขาวโพลนราวเถ้าไฟ เธอยกมือขึ้น ผลักหลุมดำ “TON” ที่เปิดอยู่เหนือศีรษะให้เลื่อนเข้าใกล้ ใจกลางเวทระดับ 2 สีทองของเธอเอง
หลุมดำ TON ดูดเวทระดับ 2 ของเธอเข้าข้างใน จนพลังนั้นอัดแน่น…อีกสองเท่าจากสภาวะปกติจากนั้น—เธอ “ปล่อย” หลุมดำนั้นให้ไหลไปตามกระแสแรงดันของพลังทำลายล้างสีทอง
หลุมดำ TON พุ่งทะลุเข้าไปยังร่างของเกอร์ในสภาพเดิมที่กำลังจะฟื้นตัวร่างนั้นยืนเปลือยเปล่า
ซีด
ไร้เสื้อผ้า
ไร้เวท
และไร้พลังป้องกัน
เพราะเวทระดับ 2 สีเขียวของเขาพึ่งระเบิดใส่ตัวเองจนสิ้นสภาพ เขาเพิ่งจะเริ่มหายใจเข้า…
…แต่พลังของกราวด้ามาถึงก่อน
ทันทีที่พลังระดับ 2 กระแทกถึงเป้าหมาย—หลุมดำ TON ก็ “ถึงขีดอิ่มตัว” ตามที่กราวด้าคำนวณไว้
มันหยุดแข็งค้างเป็นวินาทีเดียวแล้ว—
แคร๊ก—!! บึ้มมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!
หลุมดำ TON ระเบิดออกจากด้านใน
ปลดปล่อยพลังเวททำลายล้างระดับ 2 ทั้งหมดเหมือนสวรรค์ทุบใส่โลกด้วยดวงอาทิตย์พันลูกในครั้งเดียว แรงระเบิดพุ่งใส่ เกอร์ ในจังหวะที่เขาอ่อนแอที่สุด—
ร่างเขาแตกสลาย ฉีกขาดเป็นแสง เผาไหม้ด้วยสีทองและสลายเป็นผง ไม่เหลือแม้แต่เงา
เกอร์—ถูกลบอย่างสมบูรณ์ มิติกระจกของเขา—แตกสลาย
แรงระเบิดนั้นรุนแรงเกินกว่ามิติที่ถูกสร้างด้วยพลังของเกอร์จะรับได้
มิติกระจก แตกเป็นเสี้ยวกระจกก่อนจะสลายเป็นควัน ทีละชั้น ทีละมิติ ทีละรอยแล้วภาพทั้งหมดก็…
จางลง จางลง จางลง—จนกลับสู่โลกจริง
กราวด้า—ร่วงสู่พื้นราวดอกไม้ร่วงจากกิ่ง
เธอไม่ได้ขยับไปไหนจากสถานที่ที่เธอ “ยืนอยู่ก่อนถูกดึงเข้ามิติกระจก” ยังเหมือนเดิมทุกประการ แต่ร่างเธอ—ทรุดลงในทันที เธอล้มลง ผมสีดำเคยงามกลายเป็น ขาวโพลนทั่วศีรษะ ผิวซีดราวเถ้า ลมหายใจเบาราวกับใกล้ดับ
ดวงตาเป็นสีเทานิ่งเหมือนคนที่เหลือสติแค่ครึ่งหนึ่งแต่ในลมหายใจแผ่ว ๆ ของเธอ…ยังมี “สติ”
เธอนึกถึงวันนั้น วันที่เธอเดินลงครัวด้วยสีหน้าจริงจังราวกับกำลังจะร่ายเวทขั้นสูง นึกถึงประโยคที่เธอเองเคยพูดด้วยความมั่นใจอย่างที่สุดว่า—
“การทำขนมมันคงไม่ต่างจากการคำนวณวงเวทหรอก แค่ผสมส่วนผสมให้ถูกอัตราส่วน”
แต่ตอนนี้เธอก็กลับคิดว่า—
มันตรงกันข้ามต่างหาก
เพราะเธอได้เห็น “การผสมสิ่งตรงข้ามให้เข้ากัน” “การเติมสิ่งที่คิดว่าไม่เข้ากันจนเกิดรสชาติใหม่”“ความล้มเหลวที่ต้องเก็บไว้เป็นตัวอย่าง”“การสร้างสิ่งเล็ก ๆ จากมือเปล่า ด้วยหัวใจมากกว่าตำรา”
นั่นต่างหาก…คือสิ่งที่ทำให้เธอ “สร้างเวท” ได้อย่างอิสระกว่ามนุษย์คนใดในอาณาจักรนี้
กราวด้ายิ้ม—ยิ้มเพียงเล็กน้อย ขอบคุณแนนซี่ในใจ และเป็นรอยยิ้มจริงของคนที่เริ่มเข้าใจหัวใจตัวเอง
ก่อนวงเวทรักษาเล็ก ๆ หมุนวนช้า ๆ รอบตัวเธอเหมือน “ยังไม่ใช่เวลาพัก” —เพราะเธออยากไปหาราห์ซูร์…ให้เร็วที่สุด แม้จะเป็นการคลานไปด้วยร่างครึ่งตายก็ตาม
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ