ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  50 บท
  1 วิจารณ์
  1,605 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

34) ลอกได้ลอกไป

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เกอร์ในร่างกราวด้าผู้ใหญ่ลอยตัวขึ้นเบา ๆ เหมือนกำลังชื่นชมร่างใหม่ของตนเองอย่างพอใจ เขายิ้ม—รอยยิ้มของผู้ที่คิดว่าชนะไปแล้วเกินครึ่ง

          “หึ หึ หึ… ไหนดูซิ— กราวด้าผู้ยิ่งใหญ่… ในวัยเด็ก เธอคงไม่เคย ‘บังเอิญ’ ใช้พลังติดตัวทำร้ายใครจนเกือบตายใช่ไหม?”

คำพูดนั้นเหมือนค้อนทุบกลางหน้าอก เกวนชะงัก — สีหน้าเปลี่ยนทันที ความทรงจำที่เธอไม่อยากนึกถึง… หวนคืนอย่างควบคุมไม่ได้

ทันใดนั้น มิติกระจกก็แตกตัวออกเป็น “จอภาพนับไม่ถ้วน” ล้อมทั้งเกวนและเกอร์ไว้ทุกทิศ
หนีไปทางไหนก็ไม่พ้น

ภาพแรกฉายขึ้น — กราวด้าวัย 5 ขวบ

เด็กหญิงตัวเล็ก…ถูกประมูลขายในตลาดทาสใต้ดินของอัลเทรนน์ ถูกประกาศว่าเป็น “ทาสเด็กสุดล้ำค่า” ราคาสูงลิบและสิ่งที่เลวร้ายที่สุด—

ผู้ขายคือพ่อแท้ ๆ ของเธอเอง

          “ไม่…!! หยุดนะ!!!”

เกวนยกมือปิดหูทั้งสองข้างเหมือนหวังว่าการปิดหู จะหยุดความทรงจำได้แต่ภาพกลับฉายชัดเจนกว่าเดิม

ภาพการทารุณ — และ “การระเบิดพลังครั้งแรก”

ภาพเด็กหญิงกราวด้าถูกทำร้ายถูกทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ จากนั้นภาพตัดสู่วันที่เธอ “ระเบิดพลังอัจฉริยะทางเวทครั้งแรก” ทำให้ผู้คนตายไปสามคน…ในคราวเดียว

เกวนร้องสะอื้น

          “พอแล้ว… หยุดได้แล้ว!!”

ภาพสุดท้ายก่อนจอดับ — ชายคนหนึ่งเกือบตกเฟรม

ชายวัยกลางคนยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกใจสุดขีด เขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว
แต่สายตาเขาเต็มไปด้วยความหวาดผสมความเวทนา

และเขาคือ—

คาล์ วาเลน บิดาของอิเรน และปู่ของแซร์ค สายลับแห่งวาเลเธีย และเป็นจุดบรรจบชะตาที่เชื่อมกราวด้ากับราชครูเมธรัส…เกิดขึ้นตั้งแต่วันนั้น โดยที่ไม่มีใครรู้

 

 


เกอร์ในร่างกราวด้าเหยียดยิ้ม ลอยวนรอบเกวนราวกับอสรพิษที่กำลังกินความเจ็บปวดเป็นอาหาร

          “ความผิดบาปของเด็กที่ฆ่าคนไปสามชีวิต… หึหึ…แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงนะ?”

เสียงเขาเยาะเย้ย

ช้า

เย็น

และเจ็บยิ่งกว่าแผลจริง

คำว่า “สัตว์ประหลาด” ที่หลุดจากปากเขาเหมือนมีดทิ่มหัวใจเกวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เธอ—เวอร์ชัน 18 ปีในตอนนี้—ยังไม่มี “ภูมิต้านทานทางอารมณ์” แบบกราวด้าผู้ใหญ่ จิตใจเธอยังอ่อนไหว ยังเปราะ และยังสั่นไหวอย่างเด็กสาว

          “ไม่!!! ฉันไม่ใช่!!!”

เธอหวดไม้เท้าโจมตีแบบไร้ทิศทางเต็มไปด้วยความสับสน แต่เวททั้งหมดถูกมิติบิดหายไปไม่ระคายผิวเกอร์แม้แต่น้อย

 

 


ภาพเปลี่ยน — กราวด้าวัย 9 ขวบ

เด็กหญิงนั่งคนเดียวในสวนวัง ก้มหน้า กอดเข่าตัวเอง ร่างเล็ก ๆ สั่นไหวจากเสียงด่าและคำเหยียดของเด็กคนอื่น

          “ตัวประหลาด”

คำนี้ดังซ้ำ ๆ ดังเหมือนมีคนกระซิบจากในหัวของเกวนเอง แม้แต่เด็กพี่เลี้ยงที่ใจดีที่สุดยังมองเธอด้วยสายตาหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้

เกอร์ลอยลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเสียง “ด้านมืดของกราวด้า” เองกำลังกระซิบยั่วยุ

          “พวกเขาทำกับเธอมากขนาดนี้…ถ้าเป็นฉันล่ะก็ คงจะ…”

เสียงเขากระซิบต่อด้วยน้ำเสียงหวานลึก

          “ทำลายมันให้หมด”

เกวนตัวสั่นน้ำตาไหลไม่หยุด

          “ไม่นะ… ไม่มีทาง!!!”

 

 

 


ภาพเปลี่ยนอีกครั้ง — อ้อมกอดของเมธรัส เวียร์เวล

บนจอปรากฏภาพกราวด้าวัยเด็ก หัวซบตักชายชราร้องไห้จนไหล่สั่น

ราชครูเมธรัส ผู้เป็นเสมือนพ่อแท้ ๆ คือคนเดียวที่ยอมรับเธอปกป้องเธอและเชื่อว่าเธอ “ไม่ใช่ปีศาจ”

เกอร์เบี่ยงสายตามองภาพนั้นแสยะมุมปาก

          “โอ้… เมธรัส เจ้าตาแก่เจ้าเล่ห์…สมเป็นตัวปัญหาจริง ๆ”

ภาพเปลี่ยนอีกครั้งฉายความโดดเดี่ยวของกราวด้าในวัยผู้ใหญ่นั่งจิบชาเงียบ ๆ น้ำตาไหลโดยไม่มีใครเห็น
โลกทั้งใบมีแค่เธอ โต๊ะชาและความโดดเดี่ยวที่ไม่มีวันหาย

เกวนมองภาพตัวเองทุกวัยและหัวใจเธอก็แตกละเอียด

สั่น

อ่อน

และเริ่ม “หลุดจากร่างกายตัวเอง”

ดวงจิตของเกวนสีทองสว่างหลุดออกจากอกอย่างช้า ๆ ลอยกลางอากาศด้วยแรงดึงของเวทสายสีเขียวของเกอร์ มันเหมือนเส้นเอ็นบาง ๆ เชื่อมเธอกับตัวเองกำลังถูกบีบ ถูกดึง และจะถูกแยกออกอย่างถาวร

เกวนสะอื้นพยายามดึงกลับด้วยมือเล็ก ๆ ของเธอเอง

          “ไม่…ไม่!!! ไม่มีทาง!!!”

แต่แรงของเกอร์เหนือกว่าทุกด้านดวงจิตสีทองค่อย ๆ ลอยออกไป—

          ห่างขึ้น 

          ห่างขึ้น

และกำลังจะตกลงในมือของเขา…

ดวงตาของเกวนพร่าเลือน สติแทบดับวูบลงในวินาทีที่วิญญาณถูกดึงออกจากร่าง—แต่ก่อนมืดสนิท…


ภาพสุดท้ายก็ผุดขึ้นตรงหน้าเธอ

ภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงแต่เธอ “อยากให้มันเกิดขึ้นที่สุดในชีวิต”

โต๊ะน้ำชาชุดเดิม

ห้องเดิม

บรรยากาศอบอุ่นที่เธอไม่เคยมี

ต่างไปเพียงอย่างเดียว—ราห์ซูร์นั่งอยู่ตรงนั้น

ชายหนุ่มที่ชอบทำหน้าหงุดหงิดเวลาโดนล้อเล่น ชอบโวยวายตอนเธอยั่ว และหน้าแดงทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้

กราวด้า—ตัวเธอเองในภาพนั้น—หัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ หัวเราะแบบที่โลกจริง…ไม่เคยทำได้เลยตลอดชีวิต

มันคือภาพที่หลุดจาก “ความฝันลึกที่สุด” ของเธอภาพที่เธอไม่เคยยอมรับว่าต้องการและแล้ว—

จอภาพทุกบาน…สั่นสะเทือน

ดวงจิตสีทองในมือของเกอร์ ร้อนขึ้น ร้อนขึ้นจนผิวมือเขาไหม้เป็นรอยชัดเจน

          “นี่มัน…เรื่องบ้าอะไรกันอีก!!”

เกอร์ร้องลั่นด้วยความตกใจจำใจปล่อยดวงจิตทิ้งอย่างทนความร้อนไม่ไหวทันทีที่หลุดจากมือ—

          แสงสว่างก็ปะทุระเบิดออกจากร่างเกวน!!

เหมือนสายฟ้าพุ่งใส่มิติ เหมือนดวงดาวลุกไหม้กลางห้วงอากาศ พลังเวทกระแทกใส่มิติกระจกจน “แตกละเอียด”
ทุกอย่างถูกกลืนหายไปเป็นสีดำสนิทกลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้รูปแบบและไร้กฎ

และในความว่างนั้น—ร่างเด็กของเกวนหายไป แทนที่ด้วยร่างผู้ใหญ่ของกราวด้า ไม่ใช่กราวด้าอันสงบนิ่ง
ไม่ใช่ราชครูสาวผู้เยือกเย็นแต่เป็น…

          กราวด้าที่โกรธ

          โกรธถึงขีดล้น

          โกรธจนกระดูกทั้งร่างสั่น

          โกรธจนดาบมิติแทบถูกสร้างขึ้นได้จาก “ความคิดเพียงอย่างเดียว”

          น้ำตาหนึ่งหยดไหลจากหางตา แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความอ่อนแอมันคือ “หยดไฟ” ของคนที่ถึงขีดสุดแห่งความเจ็บ

          เธอพูด ช้าๆ ชัดๆ เสียงต่ำจนกัดลมหายใจของเกอร์ให้สะดุด

          “แก… คือคนแรกที่ฉันจะดีใจที่สุด…ถ้าแกตาย—”

ผิวเกอร์ลุกขนตั้งทั้งตัว ร่างที่ลอกเลียนแบบกราวด้าผู้ใหญ่ยังสั่นสะท้านแม้จะถือพลังเทียบเท่าเธอ แต่จิตใจ… ไม่ได้แข็งพอจะทนแรงอาฆาตนี้ได้เลย

 

          ไม่มีการเตือน

          ไม่มีคำร่าย

          ไม่มีจังหวะพัก

กราวด้า “ยกมือเดียว” และ— เสียงฉีกท้องฟ้าก็ระเบิดขึ้น!!

วงเวทสีทอง ผุดขึ้นมากกว่า 300 วงพร้อมกัน หมุนสวนทางกันด้วยความเร็วระดับฉีกกาลอากาศ

บางวงสร้างสายฟ้า

บางวงสร้างพายุ

บางวงสร้างดาบมิติ

บางวงเรียกหลุมดำย่อย

บางวงสร้างระเบิดพลังบริสุทธิ์จนแสงเหมือนดวงอาทิตย์

ยังไม่ทันที่เกอร์จะกั้นเกราะ การโจมตีระลอกแรกก็ถาโถมเข้าหาเขา แต่เกอร์ลอกพลังของเธอมาแล้ว
เวทของเขาก็ถูกเรียกขึ้นรวดเร็วไม่แพ้กัน

วงเวทสีเขียวกว่า 200 วง ระเบิดขึ้นรอบตัวเขาราวกับกับดักล้อมจักรวาล เขาสร้าง

      – เกราะป้องกันหลายชั้น

     – มิติซ้อนมิติ

     – กระจกสะท้อนเวท

     – สายลมแรงดึง

     – หลุมดำแยกกาลอวกาศ

     – กับดักมิติที่บิดพลังของคู่ต่อสู้ ทันทีที่เวททั้งสองปะทะกัน—โลกสีดำรอบตัวก็สั่น มิติบิด เส้นเวลาฉีก
เสียงระเบิดไม่มีเสียงดังก้องไปทุกทิศ

          คลื่นพลังซ้อนคลื่นพลังจนทุกสิ่งมืดขาวสลับกันเหมือนภาพสติหลุด

วงเวทจำนวนหนึ่ง ถูกสร้างไม่ทันก็แตกคามือ บางวงยังไม่จบประโยคก็ถูกเวทอีกฝ่ายชนจนสลายเป็นฝุ่นแสง

บางวงเสร็จสมบูรณ์ ปลดปล่อยพลังที่แรงพอจะทำลาย “เมืองทั้งเมือง” แต่ก็ถูกหลุมดำเล็ก ๆ ดูดหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

หลุมดำผุดตามมุมต่าง ๆ เหมือนสัตว์ร้ายคอยงับพลังที่หลงออกนอกทาง ไม่มีใครบอกได้ว่าเป็นหลุมดำของใครกันแน่

ทั้งสองพุ่งเข้าใส่กัน เร็วเกินกว่ามิติจะบันทึกได้ แสงระเบิดเกิดตามหลังพวกเขาทุกก้าวที่เหยียบ
ราวกับโลกกำลังแตกสลายในทุกวินาทีที่ทั้งสองขยับ

ดาบมิติของกราวด้า เฉือนทุกสิ่งที่ขวางหน้า จนแม้แต่แขนเสื้อของมิติก็ขาดเป็นริ้ว

ดาบมิติของเกอร์ ฟาดขวางด้วยความเร็วสมบูรณ์แบบ เพราะเขาลอกเทคนิคของเธอทั้งชุด

แต่สิ่งที่เขา “ลอกไม่ได้” คือ—ความโกรธ ความเจ็บ และหัวใจที่เดือดพล่านจากการถูกเหยียบย่ำ

ทั้งสองฟาดฟันอย่างไม่ลดละ ความรุนแรงทำให้สภาพมิติกลายเป็น:

แผลฉีกยาว หลุมดำ ไฟฟ้าสีทองแตกตัว พายุสีเขียวหมุนย้อน กาลเวลาไหลกลับในบางเส้น และหยุดนิ่งในบางพื้นที่ 

นี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา ไม่ใช่การต่อสู้ของมนุษย์ หรือของผู้วิเศษ นี่คือการต่อสู้ของ…

          “ตัวตนที่ไม่ควรถูกวางไว้ในจักรวาลเดียวกัน”

มิติมืดรอบตัวถูกฉีกจนยับเยิน หลุมดำยังค้างอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอยแผลจากดาบมิติเหมือนโลกรอบตัวถูกสับเป็นผ้าขี้ริ้ว แรงระเบิดลอยฟุ้งเหมือนละอองเถ้าดาวฤกษ์

แม้เกอร์จะมี “มิติกระจก” ของเขาช่วยรักษารูปโลกแต่ข้างในกลับเป็นเขาเองที่กำลัง ไล่ตามไม่ทัน

ส่วนกราวด้า—ยิ่งจู่โจมเท่าไหร่ก็ยิ่งหงุดหงิด เพราะเธอ อยากทำลายศัตรูให้สิ้นซากภายในครั้งเดียว แต่ทำไม่สำเร็จ

เธอถอยออกมา…เยื้องระยะให้ไกลพอให้ร่ายเวทขนาดใหญ่ แรงกดอากาศจากตัวเธอทำให้ความมืดรอบด้าน “ยุบตัว” เหมือนโดนถล่มด้วยแรงระเบิดอีกครั้ง

กราวด้ายกสองมือขึ้นกางออกปลายนิ้วนิ่งสนิทเหมือนกำลังโอบกอดพลังบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าสัมผัส

วงเวทสีทองใหญ่โตผุดขึ้นด้านหลังเธอ

หมุน…

ช้า…

และหนักจนเหมือนลากกาลเวลาให้ช้าลงไปทั้งมิติ

มันไม่ใช่วงเวทที่ยังไม่มีชื่อ ไม่ใช่วงเวทที่อยู่ในตำราใด แต่พลังที่แผ่ออกมาจากมัน—ทำให้เกอร์เบิกตากว้างอย่างสั่นเทา

เขารีบตรวจสอบผ่านพลังมิติจังหวะเดียวกันนั้นคำปรากฏขึ้นในความคิดเขา:

 

          “เวทที่สร้างไม่เสร็จ ไร้ชื่อ…คำจำกัดความ “เวททำลายล้าง — ระดับ 1””

 

เขาชะงัก รู้สึกเหมือนกระดูกในร่างหนาววาบ เวทระดับนี้…

ไม่มีผู้วิเศษคนไหนเคยทดลองสำเร็จมาก่อนแม้แต่กราวด้าตัวจริงก็ไม่สามารถใช้งานมันได้โดยสมบูรณ์
เพราะมัน “อันตรายเกินไป” จนอาจทำลายผู้ใช้เองก่อนศัตรูเสียด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้…กราวด้ากำลังร่ายมันด้วยสีหน้าโกรธแทบคลั่ง

เกอร์ไม่รอให้เวทสมบูรณ์ เขารีบยกสองมือขึ้น ทำเหมือนเธอทุกประการ

ทันใดนั้น—วงเวทสีเขียวเข้มขนาดยักษ์ก็แตกตัวขึ้นด้านหลังเขา กระแสพลังไหลวนรอบตัวเหมือนเกลียวทะเลในคืนพายุและเขารู้ทันทีว่าเวทนี้…

หนัก!!!!

—หนักจนไหล่และหัวใจเหมือนถูกกดด้วยน้ำหนักมหาสมุทรทั้งผืน

เขาครางในลำคอ

          “อึก…บะ–บ้าเอ้ย… พลังระดับนี้…”

แสงสีเขียวเริ่มวิ่งรอบตัวเขาช้า ๆ หมุนวนแบบเดียวกับกราวด้าราวกับสองพลังยักษ์กำลังไล่ล่ากันด้วยจังหวะเดียวกัน

กราวด้าไม่พูดสักคำ ไม่แสดงความกลัว มีเพียงดวงตาที่ลุกวาบด้วยความโกรธ และความตั้งใจจะ 

          “ฆ่าให้ได้ในครั้งเดียว”

ทั้งสองหยุดนิ่ง—เหมือนรูปปั้นของเทพโบราณแต่พลังเวทที่สะสม…

กำลังกลายเป็นดวงอาทิตย์คนละดวง

ดวงอาทิตย์สีทอง

ดวงอาทิตย์สีเขียว

ลอยเหนือหัวพวกเขา เปล่งประกายจนมืดบังมิติแรงปล่อยพลังอัดแน่นจนเวลาภายในมิติช้าลงทีละวินาที
ผิวมิติรอบข้างลุกไหม้เป็นเส้น ๆ เหมือนรอยแตกของโลก

คลื่นพลังดันออกจากสองดวงอาทิตย์พร้อมกันเกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนที่ “กระแทก” ใส่มิติจนพื้นฟ้าสีดำหายไปเป็นสีขาววาบ

ดวงอาทิตย์ทั้งสอง เติบโต จนล้นพื้นที่ พลังบีบตัวเข้าหากันเหมือนกำลังจะเจาะมิติให้ทะลุ

และในที่สุด—พลังทั้งสองก็ปะทะกัน เวทีที่เหลืออยู่มีเพียง—สีทองและสีเขียว

เกิดระเบิดจนทุกอย่างกลายเป็นสีขาว ราวกับการกำเนิดจักวาลขนาดย่อมๆ 

การปะทะครั้งแรก รุนแรงเกินกว่ามิติใดจะทนได้ ความว่างเปล่าแตกเป็นเสี้ยวกระจกมิติกระจกของเกอร์…
ที่ควรเป็น “อาณาเขตที่เขาควบคุมได้สมบูรณ์”—แตกร้าวเป็นใยแมงมุมจนแทบค้ำตัวเองไม่ไหว

สิ้นสุดการระเบิดที่นานจนแทบสิ้นใจ ภาพรอบตัว ไม่ใช่ความมืด ไม่ใช่แสง แต่คือ สีขาวว่างเปล่า ที่เกิดจากพลังเกินระดับจักรวาลปกติจะรองรับ

ท่ามกลางความขาวนั้นร่างทั้งสองยังคง “ยืนอยู่” แต่ซีดจนเกือบเป็นเถ้าผง

 


กราวด้า—ร่างยังยืน แต่ประสาททั้งห้า ‘ดับลง’

พลังของเวททำลายล้างระดับ 1 กวาดกินตัวเธอไปจนหมด

ดวงตากลายเป็นสีเทาดับสนิท 

หูไม่ได้ยินอะไรอีก 

ผิวซีดจนเป็นสีเทาเหมือนรูปสลักหิน 

เส้นผมขาวโพลนราวกับเถ้าถ่าน

แต่—เธอยังคงลอยนิ่งกลางความว่างเปล่า ตั้งตรง เผชิญหน้าเกอร์ด้วยสำนึกเพียงอย่างเดียวที่ยังเหลือในร่าง: 

ความตั้งใจที่จะฆ่าเขาให้ได้

 


เกอร์—ร่างซ่อมแซมกลับเพราะมิติเป็นของเขา

แม้เขาจะโดนพลังระดับจักรวาลเล่นงาน แต่ในมิติของเขา ร่างกราวด้าที่คัดลอกมา ฟื้นสภาพได้

ผิวกลับมีเลือดฝาด ดวงตากลับเป็นสีดำสนิท ผมกลับกลายเป็นสีดำเงางาม เหมือนตัวจริงในวัยเจริญสูงสุด เขาหอบ แต่ยิ้มด้วยอำนาจที่คิดว่า “เหนือกว่า”

“ที่นี่ มิติของข้า!! ไม่มีใครเหนือข้าได้!!! ไม่มี—เด็ดขาด!!!”

เสียงของเขาก้องไปทั่วความว่าง แต่กราวด้า…ไม่รับรู้อะไรแล้วเพราะประสาทสัมผัสของเธอถูกเผาไหม้จนดับสิ้นเหลือเพียง “ดวงจิต” ที่ยังควบคุมร่างแตกสลายของตัวเองได้อย่างปาฏิหาริย์และดวงจิตนั้น—กำลังมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว ฆ่าเกอร์ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต

 


กราวด้าเริ่มร่ายเวทต้องห้าม — อีกครั้ง เธอยกแขนขึ้นราวกับหุ่นเชิดที่วิญญาณกำลังบังคับให้ขยับ
แต่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วย “พลังเกินโลกมนุษย์”

วงเวทสีทองผุดขึ้นใหญ่กว่าครั้งก่อน หนักหน่วงกว่าเดิมเป็นสองเท่า จนแม้แต่ความว่างเปล่ารอบตัว…
บุบบี้เหมือนกระดาษที่ถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก

เกอร์เห็นภาพนั้น ชะงักกึกตรวจสอบทันทีด้วยพลังมิติและคำคำเดิมที่เขาไม่อยากเห็น ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัดกว่าเดิมหลายสิบเท่า:

          “เวททำลายล้าง — ระดับ 2”

เขาเผลอถอยไปครึ่งก้าวเพราะรู้ดีว่า—

          เวทระดับ 1 ยังเกือบฆ่าร่างกราวด้า

          แล้วเวทระดับ 2 จะฆ่าโลกทั้งใบได้

แต่กราวด้ากำลังร่ายด้วยร่างที่ควรตายไปแล้ว ด้วยจิตที่ไม่เหลืออะไรยึดเหนี่ยวและด้วยความตั้งใจฆ่าชัดเจนจนมิติสะท้อนพลังออกมาเป็นรอยแยกยาวหลายร้อยเมตร

          เกอร์ไม่ยอมแพ้ – แต่… “ร่างกายเขาไม่ไหวเหมือนปากพูด”

เขาแค่นเสียงหัวเราะฝืนร่ายเวทตามเหมือนเธอ

          “หึหึ…ยังไม่ยอมตาย? งั้นเรามาวัดกันอีกครั้ง! แต่ครั้งนี้ ร่างเจ้า…คงรับมันไม่ได้แล้วกราวด้า
ส่วนข้า—ไม่มีวันตายในมิติของตัวเอง!!”

เขาประกาศอย่างคนที่มั่นใจเกินเหตุแต่ไม่กี่วินาทีหลังเริ่มร่าย—ร่างของเขากลับสั่น…สั่นจนแทบยืนไม่ไหว เวททำลายล้างระดับ 2 หนักจนแม้แต่ร่างที่ซ่อมแซมสมบูรณ์ก็รับโหลดไม่ได้

เขาอุทานด้วยความตกตะลึง:

          “ทำไม…กราวด้าถึงไม่สะทกสะท้านเลย!?”

เพราะถึงแม้เธอจะใกล้แตกสลาย แต่จิตใจที่ตัดขาดความกลัวและความเจ็บปวดของเธอ ทำให้ร่างเธอ “ไม่รับรู้ถึงความเจ็บ” อีกต่อไป นี่คือสภาวะของมนุษย์ที่ไม่มีมนุษย์ใดควรเข้าถึงได้เหมือนสงครามของเทวะมากกว่าคน

 


ดวงอาทิตย์แห่งความพินาศ (รุ่นที่สอง) 

ดวงอาทิตย์สีทองและสีเขียว ลูกใหญ่กว่าเดิม 3 เท่า ลอยเหนือหัวทั้งคู่

พลังหนาแน่นจนเปลือกมิติถูกดูดออกมาเหมือนมีใครควักโลกทั้งใบออกไปแล้วโยนทิ้งในอวกาศเบื้องนอก

สองดวงนี้—ไม่รอให้ผู้ใช้สั่งเหมือนครั้งแรกมัน “ดึงดูดกันเอง” กระแทกต่อกันทั้งที่ยังไม่ถึงจุดอัดพลัง

แรงปะทะทำให้เกิดพายุมิติวาร์ปสีทอง–เขียว สายฟ้าพวยพุ่งจากจุดศูนย์กลาง มิติแยกชั้นเป็นแผ่น ๆ เหมือนกลีบดอกไม้ หลุมดำแผ่วลงแต่ไม่หาย เสียงสูงโน้ตเดียวที่ทำให้ดวงดาวร้องไห้ (แม้ไม่มีเสียงจริง)

พลังนี้ “ไม่ควรเกิดขึ้นในจักรวาลที่มีสิ่งมีชีวิต”

พอเวทระดับ 2 เริ่มควบคุมไม่ได้ กราวด้าใช้สิ่งที่ ราห์ซูร์เป็นคนสอน ให้ตอนอยู่ด้วยกัน

เพียงคิดคำในหัวว่า “TON”

เหนือศีรษะเธอ—เกิดหลุมดำขนาดเท่าลูกแตงโม สีดำสนิทแต่แรงดูด…ทรงพลังระดับ “สะดือทะเลแห่งกาลเวลา”

มันไม่ใช่หลุมดำธรรมดาแต่เป็น ช็อตคัทเวท ที่เธอสร้างไว้เพื่อ “ซ่อนบางพลังงานไว้ก่อนระเบิด”

หลุมดำ TON ดูดเวทระดับ 2 ของเธอบางส่วนเข้าไป ขนาดของมัน "โตขึ้นช้าลง" เล็กน้อย พอให้พลังไม่ระเบิดใส่ตัวเธอเองก่อนจะทันใช้

เกอร์เห็นดังนั้น—ดวงตาเบิกโพลงสุดชีวิต

          “นั่นมัน…อะไร!? สร้างหลุมดำได้ ทั้งที่กำลังร่ายเวทระดับนี้!? เป็นไปไม่ได้!!”

เขารีบพยายามเลียนแบบสร้างหลุมดำของตัวเองแต่—

มันเป็นแค่ก้อนพลังเล็ก ๆ ขนาดเท่าลูกแอปเปิ้ล และแตกสลายทันทีเมื่อโดนสนามพลังเวทระดับ 2 กระทบ ไม่เหลือเศษให้เก็บข้อมูล ไม่เหลือร่องรอยให้ลอกเลียนแบบ

เพราะนี่—ไม่ใช่เวทที่เรียนรู้ได้จากภายนอกแต่เป็น “เทคนิคเฉพาะตัวของกราวด้า” ที่เธอสร้างด้วยตรรกะที่ไม่มีมนุษย์คนไหนคิดได้

นี่คือจุดที่แม้แต่ ด็อปเปลแกงเกอร์ ก็ไม่สามารถเรียนแบบได้

พลังเวททำลายล้างระดับ 2 ของเกอร์—ดวงอาทิตย์สีเขียวเข้มขนาดยักษ์—เริ่มเติบโตเกินขีดควบคุมของผู้สร้างมันเอง 

มันสั่น

มันเต้น

มันเหมือน “มีชีวิตของมันเอง”

ราวกับตัวมัน…โกรธที่ถูกปลุกขึ้นมาและกำลังต้องการ “เขมือบผู้ปลุกมัน” เพื่อสงบพลัง

เกอร์พยายามกดมัน บังคับมันสั่งให้หยุดแต่—เขาไม่มีสิทธิ์เหนือเวทนี้อีกต่อไป ร่างที่ลอกเลียนแบบมาจากกราวด้าถูกแรงดูดของเวทระดับ 2 ยกขึ้นเหมือนตุ๊กตาผ้าไม่ทันแม้จะได้กรีดร้อง

          ตูมมมมมม—!!!

พลังสีเขียวระเบิดเข้ากลางร่างเขาเต็มแรง แรงระเบิดครั้งนี้รุนแรง เกือบเทียบเท่าการปะทะครั้งแรกของทั้งสอง
แต่ครั้งนี้ต่างออกไป—เพราะมันคือ การถูกเวทกินตัวเองโดยตรง

ร่างของเกอร์แตกเป็นเสี้ยวแสงลอยกระจัดกระจาย ขณะที่แก่นพลังของเวทยังไหลวนไม่หยุดรอบ จุดศูนย์กลาง ที่เคยเป็นร่างเขา

 


กราวด้าไม่พูดคำใด ไม่มีเสียง ไม่มีอารมณ์บนใบหน้า เหลือเพียงจิตที่แข็งกร้าวและตั้งใจที่สุดในชีวิตของเธอ

ดวงตาสีเทาหม่น มือซีดที่สั่นน้อย ๆ ผมขาวโพลนราวเถ้าไฟ เธอยกมือขึ้น ผลักหลุมดำ “TON” ที่เปิดอยู่เหนือศีรษะให้เลื่อนเข้าใกล้ ใจกลางเวทระดับ 2 สีทองของเธอเอง

หลุมดำ TON ดูดเวทระดับ 2 ของเธอเข้าข้างใน จนพลังนั้นอัดแน่น…อีกสองเท่าจากสภาวะปกติจากนั้น—เธอ “ปล่อย” หลุมดำนั้นให้ไหลไปตามกระแสแรงดันของพลังทำลายล้างสีทอง

หลุมดำ TON พุ่งทะลุเข้าไปยังร่างของเกอร์ในสภาพเดิมที่กำลังจะฟื้นตัวร่างนั้นยืนเปลือยเปล่า

ซีด

ไร้เสื้อผ้า

ไร้เวท

และไร้พลังป้องกัน

เพราะเวทระดับ 2 สีเขียวของเขาพึ่งระเบิดใส่ตัวเองจนสิ้นสภาพ เขาเพิ่งจะเริ่มหายใจเข้า…

…แต่พลังของกราวด้ามาถึงก่อน

ทันทีที่พลังระดับ 2 กระแทกถึงเป้าหมาย—หลุมดำ TON ก็ “ถึงขีดอิ่มตัว” ตามที่กราวด้าคำนวณไว้

มันหยุดแข็งค้างเป็นวินาทีเดียวแล้ว—

          แคร๊ก—!!  บึ้มมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!

หลุมดำ TON ระเบิดออกจากด้านใน

ปลดปล่อยพลังเวททำลายล้างระดับ 2 ทั้งหมดเหมือนสวรรค์ทุบใส่โลกด้วยดวงอาทิตย์พันลูกในครั้งเดียว แรงระเบิดพุ่งใส่ เกอร์ ในจังหวะที่เขาอ่อนแอที่สุด—

ร่างเขาแตกสลาย ฉีกขาดเป็นแสง เผาไหม้ด้วยสีทองและสลายเป็นผง ไม่เหลือแม้แต่เงา

          เกอร์—ถูกลบอย่างสมบูรณ์ มิติกระจกของเขา—แตกสลาย

แรงระเบิดนั้นรุนแรงเกินกว่ามิติที่ถูกสร้างด้วยพลังของเกอร์จะรับได้

มิติกระจก แตกเป็นเสี้ยวกระจกก่อนจะสลายเป็นควัน ทีละชั้น ทีละมิติ ทีละรอยแล้วภาพทั้งหมดก็…

          จางลง จางลง จางลง—จนกลับสู่โลกจริง

          กราวด้า—ร่วงสู่พื้นราวดอกไม้ร่วงจากกิ่ง

เธอไม่ได้ขยับไปไหนจากสถานที่ที่เธอ “ยืนอยู่ก่อนถูกดึงเข้ามิติกระจก” ยังเหมือนเดิมทุกประการ แต่ร่างเธอ—ทรุดลงในทันที เธอล้มลง ผมสีดำเคยงามกลายเป็น ขาวโพลนทั่วศีรษะ ผิวซีดราวเถ้า ลมหายใจเบาราวกับใกล้ดับ

ดวงตาเป็นสีเทานิ่งเหมือนคนที่เหลือสติแค่ครึ่งหนึ่งแต่ในลมหายใจแผ่ว ๆ ของเธอ…ยังมี “สติ”

เธอนึกถึงวันนั้น วันที่เธอเดินลงครัวด้วยสีหน้าจริงจังราวกับกำลังจะร่ายเวทขั้นสูง นึกถึงประโยคที่เธอเองเคยพูดด้วยความมั่นใจอย่างที่สุดว่า—

          “การทำขนมมันคงไม่ต่างจากการคำนวณวงเวทหรอก แค่ผสมส่วนผสมให้ถูกอัตราส่วน”

แต่ตอนนี้เธอก็กลับคิดว่า—

          มันตรงกันข้ามต่างหาก

เพราะเธอได้เห็น “การผสมสิ่งตรงข้ามให้เข้ากัน” “การเติมสิ่งที่คิดว่าไม่เข้ากันจนเกิดรสชาติใหม่”“ความล้มเหลวที่ต้องเก็บไว้เป็นตัวอย่าง”“การสร้างสิ่งเล็ก ๆ จากมือเปล่า ด้วยหัวใจมากกว่าตำรา”

นั่นต่างหาก…คือสิ่งที่ทำให้เธอ “สร้างเวท” ได้อย่างอิสระกว่ามนุษย์คนใดในอาณาจักรนี้

กราวด้ายิ้ม—ยิ้มเพียงเล็กน้อย ขอบคุณแนนซี่ในใจ และเป็นรอยยิ้มจริงของคนที่เริ่มเข้าใจหัวใจตัวเอง

ก่อนวงเวทรักษาเล็ก ๆ หมุนวนช้า ๆ รอบตัวเธอเหมือน “ยังไม่ใช่เวลาพัก” —เพราะเธออยากไปหาราห์ซูร์…ให้เร็วที่สุด แม้จะเป็นการคลานไปด้วยร่างครึ่งตายก็ตาม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา