ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
50 บท
1 วิจารณ์
1,588 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
35) ปะทะความตาย 1
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความหลังมิติกระจกแตกสลายเป็นผุยผง ความว่างเปล่าถูกฉีกออกจนเหลือเพียงซากเดียว—เกอร์ยังไม่ตาย
เขารอดมาได้แบบกระเสือกกระสนร่างเกือบไม่เหลือสภาพมนุษย์ เลือดสีคล้ำไหลเป็นทาง ทุกลมหายใจเหมือนถูกดาบกรีดจากภายในแต่เขายัง “ต้องคลานต่อไป”
เกอร์ใช้กำแพงเป็นที่พยุงลากร่างตัวเองไปตามโถงทางเดินที่พังยับจนถึงจุดที่แซร์คและเลโอปะทะกัน ภาพที่เห็น…ทำให้เขาแทบลืมหายใจ
เลโอนอนนิ่งไร้วิญญาณไม่มีสัญญาณของความแข็งแกร่งที่เคยครอบงำฐานแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย
(แซร์คไม่อยู่แล้วในตอนนี้)
กองทัพปีศาจนับพันที่สะสมมานานหลายปี แม่ทัพที่แข็งแรงที่สุดและฐานทัพที่ควรเป็นปราการเหล็ก—ถูกเด็กไม่ถึงยี่สิบบดขยี้จนหมดสิ้น
เขาหัวเราะอย่างประหลาดเหมือนคนเสียสติก่อนจะก้มลง “ลาก” ศพเลโอไปยังแท่นบูชายัญ
ร่างของเขาสั่นจนแทบทรงตัวไม่ได้แต่แรงแค้นและความสิ้นหวังกัดกินจนเขายังฝืนทำต่อไป
เมื่อถึงแท่นพิธีเกอร์ยกมือขึ้น—สั่น ๆ—ร่ายคำสะกดสุดท้ายด้วยพลังที่เหลืออยู่เพียงเสี้ยวเดียว
เขาดึงดวงจิตของเลโอออกจากร่าง
ดวงวิญญาณที่ดุร้ายที่สุด เสียสติมากที่สุด และกระหายเลือดที่สุด คือเครื่องบูชาที่ลัทธิมืดต้องการเพื่อ “สร้างอสูรใหม่”
พลังดำมืดเริ่มไหลเข้าสู่ร่างที่ตายไปแล้วแรงจนผนังห้องสั่นเหมือนแผ่นดินไหว
ร่างเลโอกระตุก บิดงอ ผิวเริ่มเหี่ยวแห้ง สีผิวดำคล้ำเหมือนถูกไฟนรกเผาทั้งเป็น
เกอร์ทรุดลง คลานถอยหลังไปพิงผนังด้วยแรงเฮือกสุดท้ายลมหายใจช้าลงเรื่อย ๆ ในดวงตาที่พร่าเลือนนั้น…เขาดู “พอใจ” กับสิ่งที่ทำได้ก่อนตายเขากำลังจะปล่อยลมหายใจสุดท้าย—
แต่แล้ว
มือหนึ่ง…
มือในถุงมือสีขาวสะอาด
วางลงบนไหล่เขาเบา ๆ
พลังอบอุ่นไหลเข้าสู่ร่าง รั้งชีวิตเขาไว้ไม่ให้ดับ
เกอร์เบิกตาตกใจเพราะผู้ที่ช่วยเขาไว้คือ—เม็ตช์ (บาโฟเมต)
อีกผู้หนึ่งที่ยืนเงียบมองร่างของเลโอที่กำลังแปรสภาพอยู่เบื้องหน้าคือชายผู้เป็นเงามืดของโลกทั้งใบ—
ลอร์ด เซเรส เฟลวิส ผู้นำสูงสุดแห่งลัทธิความมืด
เซเรสยืนเรียบง่าย ดวงตานิ่งแต่ลึกลงไป…มีความแค้นบางอย่างซ่อนอยู่ราวกับทะเลเดือด
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่ดัง แต่หนักแน่นจนผนังห้องเหมือนสะท้อนตาม:
“ครั้งนี้…เราโดนอะไรเข้าไป? เด็กพวกนั้นทำเหมือนเล่นขายของ แต่บดขยี้แผนของฉันจนราบคาบ”
ไม่มีความโกรธ ไม่มีการตวาด มีเพียงความจริงที่เย็นเฉียบ ที่ยอมรับว่าทุกยุทธศาสตร์ของเขา…พังไปต่อหน้าเด็กสามคนและทันใดนั้น—
พลังคลื่นสีดำปะทุจากร่างเลโอ!
พลังนั้นกระแทกทุกสิ่งในห้อง เสียงกระดูกแตกดังเปรี้ยง ๆ ร่างไร้วิญญาณเริ่ม “ขยายและฉีก” จากด้านใน
สิ่งที่เกิดขึ้นแทนเลโอคือ—
Abyss – อสูรไร้จิตใจแห่งหุบเหว
ร่างสูง 2.5 เมตร กล้ามเนื้อแข็งดั่งหิน กระดูกทิ่มออกตามข้อต่อ ผิวหนังดำคล้ำเหมือนแผ่นหินลึก ใบหน้า 2 ใบเบียดกันบนหัวเดียว ไร้ดวงตาทั้งสอง แขนขวาบวมใหญ่ผิดสัดส่วน แขนซ้ายมี “สองข้าง” งอกทับกัน
มันคำราม—เสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่อสูรแต่เป็นเสียงที่เหมือน “ความว่างเปล่ากรีดร้อง”
เสียงสะท้อนออกนอกหุบเขาจนเมฆบนฟ้าสั่น
เซเรสยกมือขึ้น สั่งเพียงคำเดียว
“พอ”
ร่าง Abyss หายวับ ถูกส่งไปยังเรือนจำมิตินรกของเขาในทันทีราวกับมันเป็นแค่เศษชิ้นส่วนทดลอง
จากนั้นเซเรสหันหลังหายไปในเงามืดราวกับไม่เหลือสิ่งใดให้พูดอีก
เม็ตช์ประคองเกอร์แล้ววาร์ปตามเขาไปในความมืดลึกเช่นกัน
และที่หุบเขานั้น—
เหลือเพียงซากปรักหักพังแห่งลัทธิมืด ที่ถูกเด็กสามคนทำลายลงภายในคืนเดียว
ย้อนกลับไปครู่หนึ่ง ช่วงที่ความมืดปรากฏตัว
ราห์ซูร์ที่ กระโดดข้ามมิติ ไปลอยอยู่กลางหาสมุด หวังเพียงให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้ เหนือผืนน้ำมืดมิดสุดลูกหูลูกตา ราห์ซูร์พุ่งออกจากมิติฝึกเวทด้วยคาถาวาร์ปฉับพลัน ร่างเขาลอยอยู่กลางฟ้า—โดดเดี่ยว—ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีแสงไฟ มีเพียง เสียงลมและกลิ่นเกลือ ที่ไหลวนรอบตัวและเบื้องหน้า…
“ความตาย”
ลอยตามมาเหมือนเป็นเงาของเขา—ไม่ใช่วาร์ป แต่เหมือนมัน ปรากฏขึ้นที่ใดก็ได้ที่เขาไปถึง ราห์ซูร์สูดหายใจลึก ทั้งตัวสั่น แต่สีหน้าไม่แสดงความกลัวแม้แต่น้อย
“สวัสดี… ความตาย”
เสียงเขานิ่งผิดกับหัวใจที่เต้นรัว
“ฉันยอมรับเลย—ฉันยังไม่พร้อม แต่ฉันก็ไม่ยอมให้แกมารับฉันไปง่าย ๆ หรอกนะ”
ความตายไม่ขยับ ไม่ฟัน ไม่เปล่งเสียง มันเพียง “มอง” เขา… หรือมากกว่านั้น — อ่านเขา
เพราะมันรู้ เคยฆ่าเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เขายังไม่ตายและการที่มันยังไม่ลงมือคือสัญญาณชัดว่า—มันกำลังหาตัวจริงของเขาอยู่
ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ ราวกับเยาะ ทั้งที่มือขวาเริ่มร่ายเวทอย่างแนบเนียนด้านหลัง
“แปลกนะ… ในกะโหลกกลวง ๆ นั่น คิดอะไรได้ด้วยเหรอ?”
แต่ในใจเขากลับพึมพำ ขอเวลาอีกนิด… แค่ไม่กี่วินาที…
✦ ขั้นที่ 1 : เวทคัดลอกบทสวด เส้นอักขระสีเทาอ่อนประกายขึ้นรอบนิ้ว นี่คือเวทที่ทำให้เขา “ร่ายบทสวด 1 ครั้ง แต่เกิดผล 2 ครั้ง”
คาถาช่วยให้เขา
“เพิ่มรอบเวท”
เหมือนมีนักเวทซ้ำจังหวะให้เขาอีกคนหนึ่ง
ราห์ซูร์ยังคงยั่วอีก
“ถามจริงนะ… แกจะฆ่าฉันทำไม? เพราะฉันย้อนเวลา? ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด”
✦ ความตายเริ่มขยับ
เคียวดำสนิทถูกง้างขึ้นช้า ๆ แต่มัน ยังไม่ฟัน เพราะ…หาร่างจริงของราห์ซูร์ไม่เจอ และมันไม่ฆ่า “ภาพลวง” มันคือผู้พิพากษา ไม่ใช่นักฆ่าบ้าระห่ำ
ราห์ซูร์เม้มปาก
“มันรู้แล้ว…ว่าร่างตรงหน้าไม่ใช่ของจริง อันตรายจริง ๆ เจ้านี่…”
เขากลืนน้ำลาย
ขออีกนิด… อีกนิดเดียว…
✦ ขั้นที่ 2 : เวทคัดลอกวิญญาณ
เวทคัดลอกบทสวด ทำงานสำเร็จทำให้ “เวทคัดลอกวิญญาณ” ถูกร่าย สองชั้นพร้อมกัน
ใต้ทะเล—ลึกลงไป ราห์ซูร์ตัวจริงกำลังร่ายบทสุดท้าย เขาซ่อนตัวในความเย็นยะเยือกของน้ำเค็ม หูอื้อจากแรงกดน้ำ แต่ยังคงร่ายไม่หยุด
ทันใดนั้น—
✦ ความตาย หวดเคียวลงทะเล
ฟึ้ดดดดดดด———!!!
เพียงครั้งเดียว ผืนน้ำทั้งผืนแหวกออกจากกัน เปิดเป็นร่องยาวจนมองเห็นพื้นทะเลลึกเป็นกิโลเมตรแรงสั่นสะเทือนจมหายไปในความลึกโลกทั้งใบเหมือนหยุดเต้น
ราห์ซูร์สะดุ้ง ตัดสินใจวาร์ปออกจากน้ำในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่ความตายจะเฉือนโลกทั้งใบเป็นสองซีก
เหนือท้องทะเล ราห์ซูร์ผุดขึ้นกลางอากาศ พร้อม “เงาวิญญาณสีดำ” สองตน ลอยซ้าย–ขวา ยังหลับตายังไม่ตื่น แต่พร้อมทำงานทันทีที่เขาสั่ง
ราห์ซูร์หอบ
“พลัง… อะไรจะขนาดนั้น…”
สายตาเขายังไม่วางจากความตายแม้เสี้ยววินาที พื้นทะเลที่แหวกออกค่อย ๆ ปิดกลับอีกครั้งคลื่นน้ำกระแทกเข้าหากันดังสนั่นสะเทือนลั่นฟ้า
ตูม————!!!
✦ ขั้นที่ 3 : บทสวดอัญเชิญ
ราห์ซูร์สั่งร่างวิญญาณทั้งสอง
“ร่ายเวทอัญเชิญร่างอวตารราชาปีศาจ—ตอนนี้!”
เงาวิญญาณทั้งสอง ลืมตาพร้อมกัน แสงม่วงสว่างขึ้นในม่านตา มือประนมร่ายบทสวดโบราณที่ผู้ตายฟังแล้ว “ต้องเงยหน้ามอง”
ความตาย—จริง ๆ แล้วไม่เคยสนใจเสียงใดบนโลกมนุษย์ แต่บทสวดนี้…มันทำให้แม้แต่ความตายต้องเงยหน้าขึ้นเหมือนถูก “รบกวนชั่วขณะ” ลมหมุนแรงผืนน้ำปั่นป่วน คลื่นซัดสูงเป็นกำแพงน้ำยกตัวขึ้นกึ่งฟ้าเสียงสวดสะท้อนในทุกมิติ—ไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียง “คำสาปของยุคโบราณ”
ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ เปลวตายังคงนิ่ง
“เอาล่ะ ที่เหลือก็แค่ อย่าตายตอนนี้!!”
ความตายเริ่ม “ล็อกเป้า”
ไม่มีความลังเล ไม่มีการฟาดเคียวทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อีกต่อไป มันขยับเพียงครั้งเดียว…แต่หมายจะฆ่าให้จบในดาบเดียว
ฟึ่บ—!!!
เคียวดำสนิทกวัดผ่านฟ้าเป็นเส้นตรง เสียงของอากาศถูกเฉือนขาดดัง ผัวะ! เมฆทั้งผืนถูกผ่าออกเป็นสองชั้นเหมือนผ้าถูกมีดคมตัด
ราห์ซูร์หลบได้—แต่เฉียดตายจนผมเกือบไหม้ เขาวาร์ปออกไปอีกฟากของท้องฟ้าอย่างหวุดหวิด
“นิดเดียว!!”
เขาหอบฮัก เหงื่อเย็นไหลท่วมหลัง
“เร็วเกินไปแล้ว… เกือบตายจริง ๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย…!”
หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะและสิ่งที่เขาพูดต่อมาก็ยิ่งสะท้อนความสิ้นหวัง
“ไอ้นั่น… ไม่มีอะไรที่ฉันป้องกันได้เลย… ให้ตายสิ!!”
✦ ความตายเปลี่ยนวิธี
การหวดเคียวครั้งแรกไม่สำเร็จ ความตายยกมือขึ้นช้า ๆ นิ้วกระดูกเรียวยาวขยับทีละข้อ ลูกพลังสีดำอมม่วง—ขนาดผลส้ม—ก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามือมันลอยขึ้นฟ้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะ “ชี้หัว” ราห์ซูร์ทันทีเหมือนมิสไซล์มีชีพ
มันพุ่ง—!!!
“ชิบหายแล้ว!!!”
ราห์ซูร์วาร์ปหนีแทบไม่ทัน เขาบินหลบซ้ายที ขวาที กระโดดวาร์ปทีละจุด แต่ลูกพลังยังตามไม่หยุด เร็วกว่าเดิม เร็วกว่าเขาคิด เร็วพอที่จะเข้าใกล้ตัวเขาแทบทุกครั้งที่โผล่ออกจากวาร์ป
“ไม่ใช่แค่ตาม—มันอ่านทางฉัน!!”
เขาคิดในใจด้วยความสิ้นหวังปนหวาดผวา
ขณะที่ราห์ซูร์พยายามบินหนีสุดชีวิต ความตายค่อย ๆ ง้างเคียวอีกครั้ง
ช้า
นิ่ง
แต่แผงอำนาจรอบตัวมันกลับหนักยิ่งกว่าพายุทั้งฟ้า
มัน “เล็ง”
และดูออกชัดเจนว่ามี แผนสังหารระยะประชิด มันไม่ใช่แค่ล่า แต่คือการ “คำนวณ” ความตายกำลังอ่านร่องรอยการเคลื่อนไหวของเหยื่อ
คำถามเดียวคือ—ราห์ซูร์จะถ่วงเวลาได้อีกนานแค่ไหน
ยังไม่ทันที่ความตายจะง้างเคียวจนสุด ราห์ซูร์ตัดสินใจพุ่งเข้าตรงหน้าเจ้ามัจจุราชทันทีเขาใช้วาร์ปพุ่งเข้าใกล้แบบระยะประชิดเจตนาเดียว—ให้ลูกพลังไล่ล่านั้นพุ่งใส่ความตายเอง!
เสียงลมแหวกดังลั่นฟ้าเขาอยู่แค่เอื้อมมือจากตัวความตาย
แต่…
มันเร็วเกินมนุษย์จะคาดเดาเร็วราวกับโลกหมุนตามมัน
มือกระดูกของมัน “จับคอ” ราห์ซูร์ได้พอดีในจังหวะที่เขาเริ่มคิดว่าแผนได้ผล
แล้ว—
ตูมมมมมมม!!!!
ลูกพลังสีดำจู่โจมร่างเขาทั้งดวง ระเบิดกระแทกใส่กลางอก แสงสีดำปะทุเป็นวงกว้างจนแม้แต่เสียงก็ถูกกดหายไปชั่ววินาที ร่างของราห์ซูร์ แหลกสลาย ในมือมันเป็นเถ้าไอสีดำปลิวไปตามสายลมทะเล
ความตายเงียบ มันมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองราวกับสงสัยมัน “ฆ่าแล้ว” แต่ยังรู้สึกถึงเขาอยู่ นั่นทำให้มันหยุดนิ่ง—คิด—และตั้งข้อสงสัย
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
“ไง… ทำหน้าแน่นเลยนะ ไม่คิดเหรอว่าทำไมยังรู้สึกถึงฉันอยู่?”
ราห์ซูร์ลอยอยู่เหนือน้ำกอดอกอย่างยียวนทั้งที่หน้าเขายังซีดและด้านหลัง ยังมี เงาวิญญาณสีดำทั้งสอง กำลังสวดบทอัญเชิญอย่างไม่หยุดหย่อน
เขายิ้มนิด ๆ
“เสี้ยวพริบตาที่ฉันสร้าง ‘ร่างหลอก’ พุ่งเข้าใส่แก… แกมันไม่ทันมองหรอก ก็เลยฆ่ามันไปพร้อมลูกบอลของตัวเอง” เขาหอบเบา ๆ “อย่างน้อยก็มีเวลาหายใจให้ฉันสัก…ห้าวินาที”
ความตายหยุดจ้องเขาเหมือนกำลังวิเคราะห์ราวกับถามตัวเองในใจว่าต้องโจมตีแบบไหน—คนตรงหน้าถึงจะตายจริง
ราห์ซูร์ยกนิ้วขึ้นล้อ
“รู้อะไรไหม… แกยังขาดอยู่อย่างนึงนะ”
เขายักไหล่
“มุกตลกไง เจ้าแซร์คเพื่อนฉันน่ะมีเป็นกระสอบ แกน่าจะยืมไปใช้บ้าง—บางทีงานแกอาจง่ายขึ้นก็ได้”
ความตาย…ไม่ขยับแต่แสงในเบ้าตาลึกเริ่มลุกวาบเหมือนคำพูดราห์ซูร์ “รบกวนสมดุลของมัน” จริง ๆ
ความตายเฝ้ามองเขานานพอราวกับประเมินทุกความเป็นไปได้ก่อนจะยกมือขึ้นอีกครั้ง—ช้า และนิ่งจนน่าขนลุกปลายนิ้วกระดูกชี้ตรงมาที่ราห์ซูร์เหมือนคาถาร่ายโดยไม่ต้องมีเสียงสวดแม้สักคำเดียว
แล้ว—
ฉึ่กกก—!!!
ปลอกคอเหล็กสีดำสนิท ปรากฏขึ้นรัดคอราห์ซูร์ในพริบตา หนัก อึดอัด และร้อนเหมือนเตาหลอมเหล็ก
“เฮ้ย!! …แบบนี้ไม่แฟร์แล้วนะ!!”
เขาดิ้นอย่างเสียสติ แต่ไร้ประโยชน์ ยิ่งดิ้น ปลอกคอยิ่งรัดแน่นขึ้นจนหายใจแทบไม่ออก
จากนั้น โซ่สีดำเริ่มเกิดขึ้นทีละข้อประกอบตัวเองต่อเนื่องเหมือนมีมือมองไม่เห็นกำลังเชื่อมมันอย่างประณีต
ห่วงโซ่แต่ละห่วงมีอักขระสีม่วงวิ่งพล่านเหมือนลมหายใจของปีศาจ ร่ายอย่างละเอียดลออจน “ไม่มีฟิสิกส์ ไม่มีเวท ไม่มีโลหะใดในโลก” สามารถตัดมันได้
ข้อแล้วข้อเล่า…
เชื่อมกัน
ถักกัน
ยืดออกจากคอราห์ซูร์ไปหาความตาย จนกระทั่งปลายโซ่ไปถึงมือของมันพอดี
ความตายปล่อยเคียวให้ลอยเคียงข้างอย่างสง่างามก่อนจะใช้ สองมือ คว้าโซ่ไว้และ “ดึง” อย่างช้า ๆ เหมือนคนดึงเชือกกางใบเรือกลางพายุ
แรงดึงนั้นเกินกว่ามนุษย์จะทานไหว คอของราห์ซูร์ถูกกระชากจนร่างเขาเอนไปข้างหน้าเขาแทบขาดใจในทันที
“ร่างอวตาร…ยังสร้างไม่เสร็จ…!!”
เขาขยับปีกเวทหลบ แต่โซ่ตรึงเขาไว้จนไม่สามารถถอยได้แม้เซนเดียว
“ยังไม่ทันเลย… คราวนี้ตายจริงแน่…”
เขาพยายามร่ายคาถาทุกบท ทุกเวทที่เขารู้ ทุกสิ่งที่เขาเคยเรียน เคยลอก เคยโกงมาใช้ทั้งหมด แต่ทันทีที่เวทแตะต้องโซ่—
แตกกระจาย
ราวกับเศษแก้วบาง ๆ ถูกลมพัดทิ้ง ไร้ผล ไร้ค่า ไร้ทางรอด
ความตายดึงโซ่จนตึงสุด โซ่ตึงจนแทบจะฉีกคอเขาออกจากไหล่
มันจับโซ่ข้อสุดท้ายด้วยมือซ้ายและในมือขวา—เปลวไฟสีดำสนิทลุกพรึบขึ้น
ไฟประเภทนี้…ไม่ใช่ไฟแต่คือ “การลบสิ่งมีชีวิตออกจากโลก”
ถ้ามันแตะโดนตัวเขา—ไม่เหลือเถ้าด้วยซ้ำจะเหลือเพียง "ช่องว่าง" ที่เขาเคยยืนอยู่
ราห์ซูร์กลืนน้ำลาย คอไหม้จนหนังพอง แขนขาแทบไม่ขยับ แรงหมด หายใจแทบไม่ออกและหัวใจ—เริ่มยอมแพ้
เขาคิดในใจเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินแม้ในหัวของเขาเอง
คงถึงเวลาแล้วสินะ…ถ้าฉันตาย… ความตายก็คงไม่ตามทุกคนที่ฉันรักอีก…แค่ให้จบ… จบแค่นี้ก็พอ…
ภาพสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในหัว
ไม่ใช่ศึก ไม่ใช่อดีต
ไม่ใช่อะไรเกี่ยวกับเวทมนตร์
แต่เป็น—
คืนที่เขาได้นอนกอดเกวน
คืนที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันได้สัมผัสความอบอุ่นแบบนั้นอีก
คืนที่ทำให้เขารู้สึก…ว่าเขาเป็น “คนธรรมดา” ได้จริง ๆ รอยยิ้มอ่อน ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเขาทั้งที่น้ำตาไหล
“แค่นั้นก็พอ…แล้ว…”
เขาหลับตาลงยืดคอให้กับโซ่ที่รัดยอมรับไฟสีดำที่จะบรรจงวางลงบนผิวของเขา
ยอมรับ—ความตายอย่างสงบและหมดหนทางสู้
นี่คือจุดที่ชายคนหนึ่ง…หมดหวังมากที่สุดในชีวิตและพร้อมจะ “หายไป”
เขารอดมาได้แบบกระเสือกกระสนร่างเกือบไม่เหลือสภาพมนุษย์ เลือดสีคล้ำไหลเป็นทาง ทุกลมหายใจเหมือนถูกดาบกรีดจากภายในแต่เขายัง “ต้องคลานต่อไป”
เกอร์ใช้กำแพงเป็นที่พยุงลากร่างตัวเองไปตามโถงทางเดินที่พังยับจนถึงจุดที่แซร์คและเลโอปะทะกัน ภาพที่เห็น…ทำให้เขาแทบลืมหายใจ
เลโอนอนนิ่งไร้วิญญาณไม่มีสัญญาณของความแข็งแกร่งที่เคยครอบงำฐานแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย
(แซร์คไม่อยู่แล้วในตอนนี้)
กองทัพปีศาจนับพันที่สะสมมานานหลายปี แม่ทัพที่แข็งแรงที่สุดและฐานทัพที่ควรเป็นปราการเหล็ก—ถูกเด็กไม่ถึงยี่สิบบดขยี้จนหมดสิ้น
เขาหัวเราะอย่างประหลาดเหมือนคนเสียสติก่อนจะก้มลง “ลาก” ศพเลโอไปยังแท่นบูชายัญ
ร่างของเขาสั่นจนแทบทรงตัวไม่ได้แต่แรงแค้นและความสิ้นหวังกัดกินจนเขายังฝืนทำต่อไป
เมื่อถึงแท่นพิธีเกอร์ยกมือขึ้น—สั่น ๆ—ร่ายคำสะกดสุดท้ายด้วยพลังที่เหลืออยู่เพียงเสี้ยวเดียว
เขาดึงดวงจิตของเลโอออกจากร่าง
ดวงวิญญาณที่ดุร้ายที่สุด เสียสติมากที่สุด และกระหายเลือดที่สุด คือเครื่องบูชาที่ลัทธิมืดต้องการเพื่อ “สร้างอสูรใหม่”
พลังดำมืดเริ่มไหลเข้าสู่ร่างที่ตายไปแล้วแรงจนผนังห้องสั่นเหมือนแผ่นดินไหว
ร่างเลโอกระตุก บิดงอ ผิวเริ่มเหี่ยวแห้ง สีผิวดำคล้ำเหมือนถูกไฟนรกเผาทั้งเป็น
เกอร์ทรุดลง คลานถอยหลังไปพิงผนังด้วยแรงเฮือกสุดท้ายลมหายใจช้าลงเรื่อย ๆ ในดวงตาที่พร่าเลือนนั้น…เขาดู “พอใจ” กับสิ่งที่ทำได้ก่อนตายเขากำลังจะปล่อยลมหายใจสุดท้าย—
แต่แล้ว
มือหนึ่ง…
มือในถุงมือสีขาวสะอาด
วางลงบนไหล่เขาเบา ๆ
พลังอบอุ่นไหลเข้าสู่ร่าง รั้งชีวิตเขาไว้ไม่ให้ดับ
เกอร์เบิกตาตกใจเพราะผู้ที่ช่วยเขาไว้คือ—เม็ตช์ (บาโฟเมต)
อีกผู้หนึ่งที่ยืนเงียบมองร่างของเลโอที่กำลังแปรสภาพอยู่เบื้องหน้าคือชายผู้เป็นเงามืดของโลกทั้งใบ—
ลอร์ด เซเรส เฟลวิส ผู้นำสูงสุดแห่งลัทธิความมืด
เซเรสยืนเรียบง่าย ดวงตานิ่งแต่ลึกลงไป…มีความแค้นบางอย่างซ่อนอยู่ราวกับทะเลเดือด
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ไม่ดัง แต่หนักแน่นจนผนังห้องเหมือนสะท้อนตาม:
“ครั้งนี้…เราโดนอะไรเข้าไป? เด็กพวกนั้นทำเหมือนเล่นขายของ แต่บดขยี้แผนของฉันจนราบคาบ”
ไม่มีความโกรธ ไม่มีการตวาด มีเพียงความจริงที่เย็นเฉียบ ที่ยอมรับว่าทุกยุทธศาสตร์ของเขา…พังไปต่อหน้าเด็กสามคนและทันใดนั้น—
พลังคลื่นสีดำปะทุจากร่างเลโอ!
พลังนั้นกระแทกทุกสิ่งในห้อง เสียงกระดูกแตกดังเปรี้ยง ๆ ร่างไร้วิญญาณเริ่ม “ขยายและฉีก” จากด้านใน
สิ่งที่เกิดขึ้นแทนเลโอคือ—
Abyss – อสูรไร้จิตใจแห่งหุบเหว
ร่างสูง 2.5 เมตร กล้ามเนื้อแข็งดั่งหิน กระดูกทิ่มออกตามข้อต่อ ผิวหนังดำคล้ำเหมือนแผ่นหินลึก ใบหน้า 2 ใบเบียดกันบนหัวเดียว ไร้ดวงตาทั้งสอง แขนขวาบวมใหญ่ผิดสัดส่วน แขนซ้ายมี “สองข้าง” งอกทับกัน
มันคำราม—เสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่อสูรแต่เป็นเสียงที่เหมือน “ความว่างเปล่ากรีดร้อง”
เสียงสะท้อนออกนอกหุบเขาจนเมฆบนฟ้าสั่น
เซเรสยกมือขึ้น สั่งเพียงคำเดียว
“พอ”
ร่าง Abyss หายวับ ถูกส่งไปยังเรือนจำมิตินรกของเขาในทันทีราวกับมันเป็นแค่เศษชิ้นส่วนทดลอง
จากนั้นเซเรสหันหลังหายไปในเงามืดราวกับไม่เหลือสิ่งใดให้พูดอีก
เม็ตช์ประคองเกอร์แล้ววาร์ปตามเขาไปในความมืดลึกเช่นกัน
และที่หุบเขานั้น—
เหลือเพียงซากปรักหักพังแห่งลัทธิมืด ที่ถูกเด็กสามคนทำลายลงภายในคืนเดียว
ย้อนกลับไปครู่หนึ่ง ช่วงที่ความมืดปรากฏตัว
ราห์ซูร์ที่ กระโดดข้ามมิติ ไปลอยอยู่กลางหาสมุด หวังเพียงให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้ เหนือผืนน้ำมืดมิดสุดลูกหูลูกตา ราห์ซูร์พุ่งออกจากมิติฝึกเวทด้วยคาถาวาร์ปฉับพลัน ร่างเขาลอยอยู่กลางฟ้า—โดดเดี่ยว—ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีแสงไฟ มีเพียง เสียงลมและกลิ่นเกลือ ที่ไหลวนรอบตัวและเบื้องหน้า…
“ความตาย”
ลอยตามมาเหมือนเป็นเงาของเขา—ไม่ใช่วาร์ป แต่เหมือนมัน ปรากฏขึ้นที่ใดก็ได้ที่เขาไปถึง ราห์ซูร์สูดหายใจลึก ทั้งตัวสั่น แต่สีหน้าไม่แสดงความกลัวแม้แต่น้อย
“สวัสดี… ความตาย”
เสียงเขานิ่งผิดกับหัวใจที่เต้นรัว
“ฉันยอมรับเลย—ฉันยังไม่พร้อม แต่ฉันก็ไม่ยอมให้แกมารับฉันไปง่าย ๆ หรอกนะ”
ความตายไม่ขยับ ไม่ฟัน ไม่เปล่งเสียง มันเพียง “มอง” เขา… หรือมากกว่านั้น — อ่านเขา
เพราะมันรู้ เคยฆ่าเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่เขายังไม่ตายและการที่มันยังไม่ลงมือคือสัญญาณชัดว่า—มันกำลังหาตัวจริงของเขาอยู่
ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ ราวกับเยาะ ทั้งที่มือขวาเริ่มร่ายเวทอย่างแนบเนียนด้านหลัง
“แปลกนะ… ในกะโหลกกลวง ๆ นั่น คิดอะไรได้ด้วยเหรอ?”
แต่ในใจเขากลับพึมพำ ขอเวลาอีกนิด… แค่ไม่กี่วินาที…
✦ ขั้นที่ 1 : เวทคัดลอกบทสวด เส้นอักขระสีเทาอ่อนประกายขึ้นรอบนิ้ว นี่คือเวทที่ทำให้เขา “ร่ายบทสวด 1 ครั้ง แต่เกิดผล 2 ครั้ง”
คาถาช่วยให้เขา
“เพิ่มรอบเวท”
เหมือนมีนักเวทซ้ำจังหวะให้เขาอีกคนหนึ่ง
ราห์ซูร์ยังคงยั่วอีก
“ถามจริงนะ… แกจะฆ่าฉันทำไม? เพราะฉันย้อนเวลา? ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด”
✦ ความตายเริ่มขยับ
เคียวดำสนิทถูกง้างขึ้นช้า ๆ แต่มัน ยังไม่ฟัน เพราะ…หาร่างจริงของราห์ซูร์ไม่เจอ และมันไม่ฆ่า “ภาพลวง” มันคือผู้พิพากษา ไม่ใช่นักฆ่าบ้าระห่ำ
ราห์ซูร์เม้มปาก
“มันรู้แล้ว…ว่าร่างตรงหน้าไม่ใช่ของจริง อันตรายจริง ๆ เจ้านี่…”
เขากลืนน้ำลาย
ขออีกนิด… อีกนิดเดียว…
✦ ขั้นที่ 2 : เวทคัดลอกวิญญาณ
เวทคัดลอกบทสวด ทำงานสำเร็จทำให้ “เวทคัดลอกวิญญาณ” ถูกร่าย สองชั้นพร้อมกัน
ใต้ทะเล—ลึกลงไป ราห์ซูร์ตัวจริงกำลังร่ายบทสุดท้าย เขาซ่อนตัวในความเย็นยะเยือกของน้ำเค็ม หูอื้อจากแรงกดน้ำ แต่ยังคงร่ายไม่หยุด
ทันใดนั้น—
✦ ความตาย หวดเคียวลงทะเล
ฟึ้ดดดดดดด———!!!
เพียงครั้งเดียว ผืนน้ำทั้งผืนแหวกออกจากกัน เปิดเป็นร่องยาวจนมองเห็นพื้นทะเลลึกเป็นกิโลเมตรแรงสั่นสะเทือนจมหายไปในความลึกโลกทั้งใบเหมือนหยุดเต้น
ราห์ซูร์สะดุ้ง ตัดสินใจวาร์ปออกจากน้ำในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่ความตายจะเฉือนโลกทั้งใบเป็นสองซีก
เหนือท้องทะเล ราห์ซูร์ผุดขึ้นกลางอากาศ พร้อม “เงาวิญญาณสีดำ” สองตน ลอยซ้าย–ขวา ยังหลับตายังไม่ตื่น แต่พร้อมทำงานทันทีที่เขาสั่ง
ราห์ซูร์หอบ
“พลัง… อะไรจะขนาดนั้น…”
สายตาเขายังไม่วางจากความตายแม้เสี้ยววินาที พื้นทะเลที่แหวกออกค่อย ๆ ปิดกลับอีกครั้งคลื่นน้ำกระแทกเข้าหากันดังสนั่นสะเทือนลั่นฟ้า
ตูม————!!!
✦ ขั้นที่ 3 : บทสวดอัญเชิญ
ราห์ซูร์สั่งร่างวิญญาณทั้งสอง
“ร่ายเวทอัญเชิญร่างอวตารราชาปีศาจ—ตอนนี้!”
เงาวิญญาณทั้งสอง ลืมตาพร้อมกัน แสงม่วงสว่างขึ้นในม่านตา มือประนมร่ายบทสวดโบราณที่ผู้ตายฟังแล้ว “ต้องเงยหน้ามอง”
ความตาย—จริง ๆ แล้วไม่เคยสนใจเสียงใดบนโลกมนุษย์ แต่บทสวดนี้…มันทำให้แม้แต่ความตายต้องเงยหน้าขึ้นเหมือนถูก “รบกวนชั่วขณะ” ลมหมุนแรงผืนน้ำปั่นป่วน คลื่นซัดสูงเป็นกำแพงน้ำยกตัวขึ้นกึ่งฟ้าเสียงสวดสะท้อนในทุกมิติ—ไม่ใช่เสียงมนุษย์ แต่เป็นเสียง “คำสาปของยุคโบราณ”
ราห์ซูร์ยิ้มบาง ๆ เปลวตายังคงนิ่ง
“เอาล่ะ ที่เหลือก็แค่ อย่าตายตอนนี้!!”
ความตายเริ่ม “ล็อกเป้า”
ไม่มีความลังเล ไม่มีการฟาดเคียวทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ อีกต่อไป มันขยับเพียงครั้งเดียว…แต่หมายจะฆ่าให้จบในดาบเดียว
ฟึ่บ—!!!
เคียวดำสนิทกวัดผ่านฟ้าเป็นเส้นตรง เสียงของอากาศถูกเฉือนขาดดัง ผัวะ! เมฆทั้งผืนถูกผ่าออกเป็นสองชั้นเหมือนผ้าถูกมีดคมตัด
ราห์ซูร์หลบได้—แต่เฉียดตายจนผมเกือบไหม้ เขาวาร์ปออกไปอีกฟากของท้องฟ้าอย่างหวุดหวิด
“นิดเดียว!!”
เขาหอบฮัก เหงื่อเย็นไหลท่วมหลัง
“เร็วเกินไปแล้ว… เกือบตายจริง ๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย…!”
หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะและสิ่งที่เขาพูดต่อมาก็ยิ่งสะท้อนความสิ้นหวัง
“ไอ้นั่น… ไม่มีอะไรที่ฉันป้องกันได้เลย… ให้ตายสิ!!”
✦ ความตายเปลี่ยนวิธี
การหวดเคียวครั้งแรกไม่สำเร็จ ความตายยกมือขึ้นช้า ๆ นิ้วกระดูกเรียวยาวขยับทีละข้อ ลูกพลังสีดำอมม่วง—ขนาดผลส้ม—ก่อตัวขึ้นเหนือฝ่ามือมันลอยขึ้นฟ้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะ “ชี้หัว” ราห์ซูร์ทันทีเหมือนมิสไซล์มีชีพ
มันพุ่ง—!!!
“ชิบหายแล้ว!!!”
ราห์ซูร์วาร์ปหนีแทบไม่ทัน เขาบินหลบซ้ายที ขวาที กระโดดวาร์ปทีละจุด แต่ลูกพลังยังตามไม่หยุด เร็วกว่าเดิม เร็วกว่าเขาคิด เร็วพอที่จะเข้าใกล้ตัวเขาแทบทุกครั้งที่โผล่ออกจากวาร์ป
“ไม่ใช่แค่ตาม—มันอ่านทางฉัน!!”
เขาคิดในใจด้วยความสิ้นหวังปนหวาดผวา
ขณะที่ราห์ซูร์พยายามบินหนีสุดชีวิต ความตายค่อย ๆ ง้างเคียวอีกครั้ง
ช้า
นิ่ง
แต่แผงอำนาจรอบตัวมันกลับหนักยิ่งกว่าพายุทั้งฟ้า
มัน “เล็ง”
และดูออกชัดเจนว่ามี แผนสังหารระยะประชิด มันไม่ใช่แค่ล่า แต่คือการ “คำนวณ” ความตายกำลังอ่านร่องรอยการเคลื่อนไหวของเหยื่อ
คำถามเดียวคือ—ราห์ซูร์จะถ่วงเวลาได้อีกนานแค่ไหน
ยังไม่ทันที่ความตายจะง้างเคียวจนสุด ราห์ซูร์ตัดสินใจพุ่งเข้าตรงหน้าเจ้ามัจจุราชทันทีเขาใช้วาร์ปพุ่งเข้าใกล้แบบระยะประชิดเจตนาเดียว—ให้ลูกพลังไล่ล่านั้นพุ่งใส่ความตายเอง!
เสียงลมแหวกดังลั่นฟ้าเขาอยู่แค่เอื้อมมือจากตัวความตาย
แต่…
มันเร็วเกินมนุษย์จะคาดเดาเร็วราวกับโลกหมุนตามมัน
มือกระดูกของมัน “จับคอ” ราห์ซูร์ได้พอดีในจังหวะที่เขาเริ่มคิดว่าแผนได้ผล
แล้ว—
ตูมมมมมมม!!!!
ลูกพลังสีดำจู่โจมร่างเขาทั้งดวง ระเบิดกระแทกใส่กลางอก แสงสีดำปะทุเป็นวงกว้างจนแม้แต่เสียงก็ถูกกดหายไปชั่ววินาที ร่างของราห์ซูร์ แหลกสลาย ในมือมันเป็นเถ้าไอสีดำปลิวไปตามสายลมทะเล
ความตายเงียบ มันมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองราวกับสงสัยมัน “ฆ่าแล้ว” แต่ยังรู้สึกถึงเขาอยู่ นั่นทำให้มันหยุดนิ่ง—คิด—และตั้งข้อสงสัย
เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง
“ไง… ทำหน้าแน่นเลยนะ ไม่คิดเหรอว่าทำไมยังรู้สึกถึงฉันอยู่?”
ราห์ซูร์ลอยอยู่เหนือน้ำกอดอกอย่างยียวนทั้งที่หน้าเขายังซีดและด้านหลัง ยังมี เงาวิญญาณสีดำทั้งสอง กำลังสวดบทอัญเชิญอย่างไม่หยุดหย่อน
เขายิ้มนิด ๆ
“เสี้ยวพริบตาที่ฉันสร้าง ‘ร่างหลอก’ พุ่งเข้าใส่แก… แกมันไม่ทันมองหรอก ก็เลยฆ่ามันไปพร้อมลูกบอลของตัวเอง” เขาหอบเบา ๆ “อย่างน้อยก็มีเวลาหายใจให้ฉันสัก…ห้าวินาที”
ความตายหยุดจ้องเขาเหมือนกำลังวิเคราะห์ราวกับถามตัวเองในใจว่าต้องโจมตีแบบไหน—คนตรงหน้าถึงจะตายจริง
ราห์ซูร์ยกนิ้วขึ้นล้อ
“รู้อะไรไหม… แกยังขาดอยู่อย่างนึงนะ”
เขายักไหล่
“มุกตลกไง เจ้าแซร์คเพื่อนฉันน่ะมีเป็นกระสอบ แกน่าจะยืมไปใช้บ้าง—บางทีงานแกอาจง่ายขึ้นก็ได้”
ความตาย…ไม่ขยับแต่แสงในเบ้าตาลึกเริ่มลุกวาบเหมือนคำพูดราห์ซูร์ “รบกวนสมดุลของมัน” จริง ๆ
ความตายเฝ้ามองเขานานพอราวกับประเมินทุกความเป็นไปได้ก่อนจะยกมือขึ้นอีกครั้ง—ช้า และนิ่งจนน่าขนลุกปลายนิ้วกระดูกชี้ตรงมาที่ราห์ซูร์เหมือนคาถาร่ายโดยไม่ต้องมีเสียงสวดแม้สักคำเดียว
แล้ว—
ฉึ่กกก—!!!
ปลอกคอเหล็กสีดำสนิท ปรากฏขึ้นรัดคอราห์ซูร์ในพริบตา หนัก อึดอัด และร้อนเหมือนเตาหลอมเหล็ก
“เฮ้ย!! …แบบนี้ไม่แฟร์แล้วนะ!!”
เขาดิ้นอย่างเสียสติ แต่ไร้ประโยชน์ ยิ่งดิ้น ปลอกคอยิ่งรัดแน่นขึ้นจนหายใจแทบไม่ออก
จากนั้น โซ่สีดำเริ่มเกิดขึ้นทีละข้อประกอบตัวเองต่อเนื่องเหมือนมีมือมองไม่เห็นกำลังเชื่อมมันอย่างประณีต
ห่วงโซ่แต่ละห่วงมีอักขระสีม่วงวิ่งพล่านเหมือนลมหายใจของปีศาจ ร่ายอย่างละเอียดลออจน “ไม่มีฟิสิกส์ ไม่มีเวท ไม่มีโลหะใดในโลก” สามารถตัดมันได้
ข้อแล้วข้อเล่า…
เชื่อมกัน
ถักกัน
ยืดออกจากคอราห์ซูร์ไปหาความตาย จนกระทั่งปลายโซ่ไปถึงมือของมันพอดี
ความตายปล่อยเคียวให้ลอยเคียงข้างอย่างสง่างามก่อนจะใช้ สองมือ คว้าโซ่ไว้และ “ดึง” อย่างช้า ๆ เหมือนคนดึงเชือกกางใบเรือกลางพายุ
แรงดึงนั้นเกินกว่ามนุษย์จะทานไหว คอของราห์ซูร์ถูกกระชากจนร่างเขาเอนไปข้างหน้าเขาแทบขาดใจในทันที
“ร่างอวตาร…ยังสร้างไม่เสร็จ…!!”
เขาขยับปีกเวทหลบ แต่โซ่ตรึงเขาไว้จนไม่สามารถถอยได้แม้เซนเดียว
“ยังไม่ทันเลย… คราวนี้ตายจริงแน่…”
เขาพยายามร่ายคาถาทุกบท ทุกเวทที่เขารู้ ทุกสิ่งที่เขาเคยเรียน เคยลอก เคยโกงมาใช้ทั้งหมด แต่ทันทีที่เวทแตะต้องโซ่—
แตกกระจาย
ราวกับเศษแก้วบาง ๆ ถูกลมพัดทิ้ง ไร้ผล ไร้ค่า ไร้ทางรอด
ความตายดึงโซ่จนตึงสุด โซ่ตึงจนแทบจะฉีกคอเขาออกจากไหล่
มันจับโซ่ข้อสุดท้ายด้วยมือซ้ายและในมือขวา—เปลวไฟสีดำสนิทลุกพรึบขึ้น
ไฟประเภทนี้…ไม่ใช่ไฟแต่คือ “การลบสิ่งมีชีวิตออกจากโลก”
ถ้ามันแตะโดนตัวเขา—ไม่เหลือเถ้าด้วยซ้ำจะเหลือเพียง "ช่องว่าง" ที่เขาเคยยืนอยู่
ราห์ซูร์กลืนน้ำลาย คอไหม้จนหนังพอง แขนขาแทบไม่ขยับ แรงหมด หายใจแทบไม่ออกและหัวใจ—เริ่มยอมแพ้
เขาคิดในใจเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินแม้ในหัวของเขาเอง
คงถึงเวลาแล้วสินะ…ถ้าฉันตาย… ความตายก็คงไม่ตามทุกคนที่ฉันรักอีก…แค่ให้จบ… จบแค่นี้ก็พอ…
ภาพสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในหัว
ไม่ใช่ศึก ไม่ใช่อดีต
ไม่ใช่อะไรเกี่ยวกับเวทมนตร์
แต่เป็น—
คืนที่เขาได้นอนกอดเกวน
คืนที่เขาคิดว่าจะไม่มีวันได้สัมผัสความอบอุ่นแบบนั้นอีก
คืนที่ทำให้เขารู้สึก…ว่าเขาเป็น “คนธรรมดา” ได้จริง ๆ รอยยิ้มอ่อน ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเขาทั้งที่น้ำตาไหล
“แค่นั้นก็พอ…แล้ว…”
เขาหลับตาลงยืดคอให้กับโซ่ที่รัดยอมรับไฟสีดำที่จะบรรจงวางลงบนผิวของเขา
ยอมรับ—ความตายอย่างสงบและหมดหนทางสู้
นี่คือจุดที่ชายคนหนึ่ง…หมดหวังมากที่สุดในชีวิตและพร้อมจะ “หายไป”
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ