ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  50 บท
  1 วิจารณ์
  1,541 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

38) พักกายพักใจ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ลมกลางฟ้าค่อย ๆ อ่อนลงหลังความตายสลายไปจากโลกแต่ท้องฟ้ายังแตกเป็นริ้วสีเทาเหมือนบาดแผลที่ยังไม่ปิดสนิท กราวด้าโอบร่างของราห์ซูร์แน่นไว้ในอ้อมแขนทั้งคู่ลอยอยู่เหนือทะเลเดือด…โดยแทบไม่มีพลังเหลือ

ราห์ซูร์ยังคงไม่ได้สติ

กราวด้ามองเขาที่อยู่ในอ้อมกอดอย่างโล่งใจ เลือดของเธอก็ยังไหลไม่หยุด

            “… ทนอีกหน่อยนะ...ถ้าตายตอนนี้เท่ากับทุกอย่างที่ทำมานั้นเสียเปล่า”

เสียงเธอเบา เจ็บ แต่ฝืนให้มั่นคงมือที่จับเขาแม้สั่นแต่ไม่ปล่อย เธอวาร์ปครั้งแรก—ทะเลกระจายเป็นริ้วแสง

ชวับ—!

แต่นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เวทของเธอทำงาน “ได้ตามปกติ” เพราะทันทีที่ถึงระดับความสูงใหม่อาการเจ็บก็แผ่มาทั้งร่าง ร่างของกราวด้าสะท้านเหมือนมีเส้นลวดบิดทับกระดูกทุกชิ้น

            “อึก—……!” เธอกัดฟัน พยายามประคองร่างราห์ซูร์ไม่ให้ตกดวงตาแดงก่ำหมือนคนจะร้องไห้

เธอหอบ แต่ก็วาร์ปอีกครั้ง—ครั้งนี้แค่ “เลื่อนไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร” โลกหมุนเหมือนจะซ้อนสองชั้นภาพเบี้ยว เสียงขาดหายเธอเห็นแผ่นดินวาเลเธียอยู่ปลายสายตาแต่เหมือนไกลเกินไป

            “อีกนิดเดียว…” เธอพึมพำกับตัวเองทั้งน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาไม่รู้ตัว 

เธอใช้พลังเฮือกสุดท้ายเปิดประตูมิติเล็ก ๆ  ไม่ใช่เพื่อวาร์ปไกล— แต่เพื่อ “ข้ามหน้าผา” บนชายฝั่งให้ได้เพียงครั้งเดียว

เสียงแตกของมิติ “แพล่ก!” ดังสนั่นประตูมิติเปิดแค่ครึ่งหนึ่งแต่เพียงพอสำหรับร่างสองร่างที่ร่วงลงจากฟ้า—

ตูม!!

ทั้งคู่ตกลงสู่พื้นดินแข็ง ๆ กลางหุบเขา กราวด้าเอาตัวเองรองไว้เพื่อให้ราห์ซูร์ไม่กระแทกเธอจุกจนหายใจไม่ออก

สำลักเลือดเต็มพื้น

            “อุ๊บ...?”

 

 


จุดที่ทั้งคู่ร่วงหล่นลงมาคือ “ฐานลับของลัทธิความมืด” แห่งเดิมที่พวกเขาเพิ่งบุกเข้ามาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

กราวด้าทรุดเข่าลง หอบหายใจแรงจนหน้าอกขึ้นลงถี่ เธอเงยหน้ามองไปรอบ ๆ อย่างพยายามรวบรวมสติ

            “ฐานของลัทธิความมืด… บางทีอาจมีอะไรที่มีประโยชน์”

เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว

ร่างของราห์ซูร์หมดสติไปแล้วตั้งแต่กลางอากาศ กราวด้าจึงกัดฟัน ลากเขาไปตามพื้นหินอย่างระมัดระวัง
ทีละก้าว ทีละช่วงหายใจ มุ่งหน้าไปยัง “อุโมงค์ใหญ่” ที่เปิดอ้าทางด้านข้างของผนังหุบเขา

ภายในเป็นโถงทางเดินกว้าง ทอดลึกเข้าไปในภูเขาเงามืดเกาะตามเพดานและผนังเหมือนรอจ้องมองผู้บุกรุก
แต่แทนที่จะมีเสียงฝีเท้าหรือเสียงกระซิบของสาวกลัทธิ—กลับมีเพียง “ความเงียบ” หนักอึ้งปกคลุมทั้งทางเดิน

โชคยังดี…ตรงช่วงกลางของอุโมงค์ทอดออกสู่โถงใหญ่ที่ถูกจัดเป็น “เรือนพัก” ใต้ดิน มีห้องนอนเรียงเป็นแถว
มีห้องครัวเล็ก ๆ พร้อมเตามีตู้เก็บสมุนไพรและตู้ใส่อุปกรณ์ปฐมพยาบาลวางอยู่ข้างฝา

แต่ไม่มีใครเหลืออยู่ที่นี่อีกแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง—ความตายได้ “เก็บเกี่ยวชีวิต” ทุกคนในฐานนี้ไปจนหมดสิ้น

กราวด้าพาร่างราห์ซูร์เข้าไปในหนึ่งในห้องพักวางเขาลงบนเตียงที่ยังปูผ้าห่มไว้เรียบร้อยฟูกนุ่มจนน่าแปลกใจเมื่อเทียบกับภาพลักษณ์ของลัทธิมืด

เธอยืนมองเขาเพียงชั่วอึดใจก่อนจะหันหลังออกไปค้นหาตู้ยาและอุปกรณ์ที่ยังใช้ได้

            “เวทรักษาของฉัน… ใช้ไม่ได้อีกสักพักใหญ่…”

เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ เสียงสะท้อนในโถงหินเหมือนย้ำว่าต้องพึ่ง “วิธีของมนุษย์” ไปก่อน

ไม่นานนัก เธอกลับเข้ามาในห้องในอ้อมแขนเต็มไปด้วยผ้าพันแผล ยาฆ่าเชื้อ ขวดน้ำสะอาด และอุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะใช้เยียวยาร่างกายได้

เธอนั่งลงข้างเตียงวางของทั้งหมดไว้บนโต๊ะหัวเตียงอย่างเป็นระเบียบจากนั้นดึงมีดเล่มเล็กออกมาจากเอวตัวเอง

            “เริ่มจากถอดเสื้อก่อน…”

เธอใช้ปลายมีดคม ๆ ค่อย ๆ กรีดเสื้อผ้าของเขาออกอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนเนื้อที่เต็มไปด้วยบาดแผล
ผืนผ้าถูกตัดแยกออกทีละส่วน เผยให้เห็นร่องรอยการต่อสู้ที่โหดร้ายทั่วทั้งร่าง

กราวด้าชุบน้ำสะอาดลงบนผ้าผืนเล็กค่อย ๆ เช็ดคราบเลือด คราบฝุ่น และเศษดินออกจากตัวเขาอย่างใจเย็น
มือของเธอสั่น แต่ทุกการสัมผัสเต็มไปด้วยสมาธิและความระมัดระวัง

ระหว่างที่เช็ดลำคอ หน้าอก และแขนของเขา ภาพความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาเองโดยไม่ขออนุญาต

คืนเวลา สามทุ่ม ที่เธอเรียกเขามาคุยด้วยทุกวัน…คืนที่สอบสวนแขา และบางคืนก็พูดคุยเรื่องทั่วไป 
ความตั้งใจตื้น ๆ แต่จริงจังของเธอ…ที่อยากทำขนมให้เขากินสักครั้งโดยไม่ให้ใครรู้

และความทรงจำในร่าง “เกวน”—ร่างเด็กสาวอายุสิบแปดที่มีอิสระมากกว่าตัวจริงของเธอในทุกด้าน ได้หัวเราะกับเขา ได้แกล้งเขา ได้จับแขนเขาโดยไม่ต้องเก๊กท่าทางเย็นชาของราชครู

ภาพสะท้อนใน “จอกระจก” ตอนสู้กับด็อปเปลแกงเกอร์ ตอนที่เธอกับเขานั่งหัวเราะอยู่ที่โต๊ะน้ำชา—
ฉากที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในโลกใดเลย แต่กลับชัดเจนในหัวใจของเธอราวกับความทรงจำจริง

กราวด้าหยุดมือไปชั่วครู่ มองใบหน้าเขานิ่ง ๆ ก่อนจะลอง…

            “ยิ้ม”

เธอยกมุมปากขึ้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พยายามยิ้มหวานแบบผู้หญิงที่กำลังหว่านเสน่ห์ชายคนรัก แต่พอรู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองคงดูประหลาดมาก เธอก็รีบหลุดหัวเราะเบา ๆ หน้าแดงนิด ๆ แบบที่ไม่มีใครเคยเห็น

            “อะไรของฉันเนี่ย…”

เธอส่ายหัวเบา ๆ ให้ตัวเองแล้วกลับมาจดจ่อกับหน้าที่ตรงหน้าอีกครั้ง

ผ้าชุบน้ำเลื่อนไปเรื่อย ๆ จากหน้าท้อง ลงมาจนถึงต้นขาของเขา

ตรงนั้น—ตราสัญลักษณ์เวทจองจำทาสของเธอยังชัดเจน ลายสัญลักษณ์เวทมนตร์รูปแบบเฉพาะที่ผูกชื่อของเธอเข้ากับเนื้อของเขา เครื่องหมายของ             “การเป็นเจ้าของ” ที่ในตอนนั้น เธอใช้เหตุผลอธิบายว่าเป็นเพียง “เครื่องมือควบคุม”

แต่ตอนนี้…มันกลับไม่ใช่แค่นั้นอีกต่อไป กราวด้ามองมันเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วมุมปากก็ยกขึ้นเองอย่างไม่ทันตั้งตัวเป็นรอยยิ้มจริง ๆ ไม่ใช่รอยยิ้มทดลอง ไม่ใช่รอยยิ้มของราชครูแต่เป็นรอยยิ้มของ “ผู้หญิงคนหนึ่ง” ที่รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาดที่สัญลักษณ์นี้…ยังอยู่

เธอใช้ผ้าชุบน้ำลูบตรานั้นเบา ๆ เช็ดเศษเลือดและฝุ่นออกอย่างระมัดระวังราวกับกำลังลูบของมีค่าชิ้นหนึ่ง

            “ของฉัน…”

คำหนึ่งผุดขึ้นในใจ แต่เธอไม่ได้พูดออกมา จากนั้นจึงเริ่มล้างแผลรอบ ๆ และค่อย ๆ พันแผลให้เขา
ทีละส่วน ทีละชั้นเหมือนกำลังซ่อมแซมคนคนหนึ่งที่เธอไม่ยอมให้หายไปจากโลกนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงทำแผลให้ราห์ซูร์จนทั่วทั้งร่าง กราวด้าก็นั่งพักหอบเฮือกใหญ่ เธอยังไม่ได้ดูแลบาดแผลของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

เธอค่อย ๆ ดึงเสื้อด้านหน้าขึ้นเผยให้เห็นบาดแผลใหญ่ที่ “เคียวของความตาย” แทงทะลุจากหลังออกมาหน้าท้อง
เธอไม่สามารถเย็บด้านหลังได้ จึงทำได้เพียงเย็บแค่แผลด้านหน้า มือเธอสั่นเล็กน้อยตอนที่เข็มเริ่มแทงผ่านผิวหนัง

แต่ที่น่าประหลาดที่สุดคือ—ใบเคียวยักษ์นั่น…ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญของเธอเลย มันเฉียดกระดูกสันหลังไปเพียงนิดเดียวทั้งที่แค่คมเดียวก็สามารถ “ผ่าร่างเธอครึ่งซีก” ได้

กราวด้าหยุดมือไปชั่วขณะสายตานิ่งลง

            “…มันไม่ต้องการฆ่าฉันจริง ๆ”

เธอพึมพำในลำคอ

            “มันต้องการเพียง…ราห์ซูร์”

หลังเย็บแผลจนเสร็จ เธอดันตัวลุกขึ้นอย่างลำบาก ท้องเจ็บจนน้ำตาจะไหลอีกครั้ง แต่เธอกัดฟันประคองตัวไว้

ตอนนี้เธอหิวจนแทบไม่มีแรง

            “กระเป๋าของเกวน…พังแล้วสินะ”

เธอบ่นในใจ ก่อนจะเริ่มเดินช้า ๆ ไปตามโถงหินเพื่อตามหาอาหาร

เสียงฝีเท้าเบา ๆ ของเธอก้องไปในอุโมงค์ร้างพาเธอมาถึงโถงใหญ่ที่สร้างด้วย หินดำสนิท มีแสงส่องลงมาจากรอยแยกบนเพดานหินเผยให้เห็นแท่นพิธีของลัทธิมืดตั้งอยู่กลางห้อง

เธอหยุดมองมันเพียงเสี้ยววินาที สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ

            “ไม่สนใจ…”

เธอพึมพำแล้วเดินต่อผ่านโถงพิธีไปยังห้องครัวด้านหลัง

โชคยังดี—ยังมีอาหารแห้ง น้ำสะอาด และของใช้พื้นฐานมากพอ หลังดื่มน้ำจนชุ่มคอ เธอเตรียมอาหารง่าย ๆ ใส่ถาดก่อนจะเดินกลับไปยังห้องพัก

เมื่อกลับถึงห้องเธอวางถาดอาหารไว้ข้างเตียงตั้งใจจะให้เขาไว้ตอนตื่น

แต่ทันทีที่นั่งลงข้างเตียง—ความอ่อนล้าทั้งหมดก็ถาโถมเข้ามาในจังหวะเดียวกราวด้าฟุบแขนลงบนขอบเตียง
หลับไปทั้งอย่างนั้นในสภาพที่มือเธอยังจับชายผ้าห่มของราห์ซูร์ไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปต่อหน้าตาอีกครั้ง

เวลาไหลผ่านไปไม่รู้กี่ชั่วโมง…

จนกระทั่ง—มืออุ่น ๆ ที่แตะลงบนมือของเธอปลุกเธอขึ้นมา

เธอกะพริบตาช้า ๆ มองนิ้วของตัวเองที่ถูกบีบเบา ๆ

และได้ยินเสียงหนึ่ง—เสียงที่เธอรอคอยที่สุดในชีวิต

            “กราวด้า…”

ราห์ซูร์ลืมตา สีหน้าอ่อนแรง แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มอบให้เธออบอุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ

มันเป็นคำแรกที่เขาพูดหลังกลับจากความตาย

กำแพงเย็นชาของกราวด้าที่เธอพยายามสร้างมาตลอดหลายสิบปี

แตกกระจายเป็นผงทันที

เธอเบ้หน้า น้ำตาไหลพราก เสียงสะอื้นที่เธอไม่เคยยอมให้ใครได้ยินสั่นหลุดออกมา

            “ราห์ซูร์… ราห์ซูร์…”

เธอค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นไปใกล้เขา แต่ยังกลัวจะทำให้เขาเจ็บ มือเธอสั่นจนแทบจับอะไรไม่อยู่

แต่ราห์ซูร์กลับยกแขนขึ้นเหมือนกำลัง “ขอให้เธอกอดเขา”

และเธอก็ทำ เธอโผเข้าไปกอด กอดแน่นจนตัวเธอสั่น ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครเหมือนเด็กที่เพิ่งได้คนสำคัญกลับคืนมา

            “ฉันคิดว่าเสียนายไปแล้ว…ฉันคิดว่า…นายจะไปแล้ว…”

เสียงเธอสั่นไม่เป็นคำ

ราห์ซูร์ยกมือขึ้นโอบแผ่นหลังเธอแม้ร่างเขาจะยังเจ็บ แต่เขาก็ไม่ปล่อย

            “ไม่เป็นไรแล้ว…กราวด้า”

เขาพูดเบา ๆ ใกล้หูเธอ

            “เธอทำสำเร็จ… ความตายปล่อยฉันแล้ว”

เขาฝืนยิ้มให้เจือความดีใจและความใจจริงใจที่สุด

            “ฉันไม่คิดเลยว่า…เธอจะกระโดดเข้ามาในกองไฟแบบนั้น …ไม่เคยมีใครทำอะไรเพื่อฉันขนาดนี้มาก่อนเลย…”

กราวด้าเม้มปากน้ำตายังไหลไม่หยุด

            “แต่…สะอึก…ฉันต้องแลก…”

เธอพูดค้าง เสียงแตกพร่า

            “ฉันจะไม่ทำงานวิจัยอีกแล้ว…และนั่นหมายความว่า…นาย…จะไม่สามารถย้อนเวลาได้อีก ไม่ย้อนกลับไปอนาคต…
ไม่ย้อนกลับไปหา…คนคนนั้น…”

เธอก้มหน้าแน่น ไม่กล้าสบตาเขา มือกำผ้าห่มจนสั่นเพื่อกลั้นความเจ็บในใจ

ราห์ซูร์ยกมือขึ้นแตะศีรษะเธอเบา ๆ กดลงบนไหล่เขาให้เธอพัก น้ำเสียงของเขานุ่มจนเธอหยุดหายใจไปชั่วขณะ

            “ไม่เป็นไร…กราวด้า”

เขาพูดช้า ๆ ชัดทุกคำ

            “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า…ฉันไม่อยากไปไหนอีกแล้ว”

เธอเงยหน้าอย่างเชื่อไม่ลง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่กล้าพูดออกมา

ราห์ซูร์ยิ้มให้เธออ่อนโยนที่สุดในชีวิตของเขา

            “ฉันจะอยู่กับเธอ—ที่นี่”

เขาจับมือเธอแน่นขึ้น

            “มันคือยุคสมัยที่ดีที่สุดของฉันแล้ว”

กราวด้ากัดริมฝีปากน้ำตาไหลซ้ำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นน้ำตาแบบอื่น—น้ำตาที่มาพร้อมความโล่งใจ ความสุข ความหวัง

เธอกอดเขาแน่นอีกครั้งคราวนี้ไม่หลบ ไม่ซ่อน ยอมเปิดหัวใจทั้งหมดให้ชายคนหนึ่ง…เป็นครั้งแรกในชีวิต

เมื่อคลื่นอารมณ์ผ่านพ้นไป การที่ราห์ซูร์ไม่โกรธเธอในสิ่งที่เธอให้สัญญากับความตาย ทำไปทำให้เธอรู้สึกปลดปล่อยและเหมือนเป็นอิสระอีกครั้ง ความมั่นใจของเธอกลับมาอีกครั้งคราวนี้เป็นตัวตนของเธอ

เธอถอยออกมานั่ง เช็ดน้ำตาออกและใบหน้านิ่งก็กลับมาอีกครั้ง เธอหยิบถาดอาหารที่ทำเอง ซึ่งมีแต่ข้าวต้มจืดๆ 

            “ถ้านายเข้าใจก็ดีแล้ว ตอนนี้นายควรกินอะไรบ้าง” เธอตักข้าวต้อมขึ้นมาเป่า

            “ฉันว่ามันเย็นหมดแล้วนะ ไม่ต้องเป่าก็ได้” ราห์ซูร์พูดตามความเป็นจริง ตามความซื่อของเขา

แต่นั่นเหมือนเขายื้นขาออกมาเพื่อขัดเธอตอนเดิน กราวด้าเหลือบตาขึ้นมองเขาเงียบๆ ราวกับจะกินวิญญาณของเขา และเขาเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

            “ฉะ ฉะ ฉันคงไม่ทันสังเกต ข้าวต้มนั่นมันคงร้อนอยู่จริงๆ นั่นแหละ” 

ไม่ทันจะทำอะไรต่อ ช้อนก็ถูกยื่นมาจ่อที่ปากของเขา และเขารู้ทันทีว่าถ้าไม่กินอาจโดนโกรธได้ เขาอ้าปากงับช้อนทันที แม้จะดีใจแต่ก็เกร็งไปหมด

            “แล้วแผลที่ท้องเธอเป็นไงบ้าง” เขาถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

            “ความตายไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าฉัน เคียวนั่นไม่โดนจุดสำคัญเลย ฉันไม่เป็นไรมาก” เธอตอบหน้านิ่งๆ แต่เมื่อคิดถึงตอนที่ราห์ซูร์ยอมฉีกร่างราชามารของเขา เธอก็มีแววตาที่กระตุกนิดหน่อย

            “ฉันดีใจที่นายทำแบบนั้น” กราวด้ายังคงป้อนข้างให้เขา

            “ทำแบบไหน? หึหึ แบบไหนก็ไม่เท่าที่เธอกระโดดเข้ากองไฟยอมตายเพื่อฉันหรอก” เขายิ้มเขินๆ 

            “ตอนที่นายฉีกร่างอวตาราชามารแบบไม่ลังเล ตอนที่นายรู้ว่าฉันกำลังอยู่ในอันตราย” โน้มตัวเข้าไปจนใกล้เขาเงยหน้าขึ้นในขณะที่เขาก็โน้มตัวลงมาตอบรับ ทันทีที่ปากประกบกันความรู้สึกทั้งคู่ก็ระเบิดออก

ไม่ใช่เพราะความซาบซึ้ง แต่เพราะเสียงเปิดประตูอย่างแรง และเสียงตะโกนลั่นของตัวแสบที่สุดในอาณาจักร

            “แซร์คมาช่วยแล้ว!!!!!” 

แซร์คที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเจอฉากผิดจังหวะที่สุดในชีวิต ค้างแข็งไปสามวินาทีเต็ม ก่อนจะค่อย ๆ ห่อตัวลงเหมือนลูกหมาที่ทำผิดแล้วถอยหลังออกไปพร้อมปิดประตูช้า ๆ

            “โทษทีนะ… ฉันมาผิดจังหวะใช่ไหม? เดี๋ยวจะกลับมาใหม่ในอีกหนึ่งชั่วโมง—”

            “ไม่ต้องแล้ว!!” เสียงของราห์ซูร์ตะโกนชนเข้ากับประตูในจังหวะเดียวกับที่กราวด้าพูดว่า

            “กลับเข้ามาได้เลย” เสียงเธอเรียบสนิทไร้อารมณ์ แต่น้ำเสียงนั้นมี “คำขู่ล่องหน” แฝงอยู่จนแซร์คหยุดชะงักทันที

แซร์คเปิดประตูเข้ามาใหม่แบบยิ้ม ๆ สภาพเขาเละไม่ต่างจากทั้งคู่ มีผ้าพันแผลรอบหัวและลำตัว แขนขวาเข้าเฝือกตั้งแต่หัวไหล่จรดข้อมือ ตามแขนและลำคอยังมีเส้นเลือดสีดำจากพิษที่เขาใช้ตอนสู้กับเลโอ

แต่ใบหน้าเขายังยิ้มกว้างเหมือนเดิม…เหมือนคนที่ไม่รู้จักคำว่าเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว

เบื้องหลังประตูเหล่าทหารวาเลเธียจำนวนมากกำลังเดินวุ่นวายสำรวจพื้นที่ ราวกับความช่วยเหลือจากเมืองเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน หมอจอมเวทย์ทยอยเข้ามาดูอาการของทุกคนแล้วก็แทบร้องเสียงหลงเมื่อเห็น “ว่าที่ราชครูกราวด้า” ในสภาพที่บาดเจ็บจนไม่น่าเชื่อว่าจะยังยืนอยู่ได้

ราห์ซูร์หัวเราะเบา ๆ หันไปแซวเพื่อนร่วมทีมตัวป่วนที่สุดในโลก

            “ดูเหมือนความสงบจะหมดลงพร้อมนายจริง ๆ นะ แซร์ค”

ประโยคนั้นมีนัยบางอย่าง—นั่นคือครั้งแรกที่ราห์ซูร์ยอมรับแซร์คเป็น “เพื่อน” อย่างเต็มใจ

แซร์คยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมจนเกือบแตะหู

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! ใช่เลย นี่แหละฉัน—สายลับที่ไม่ลับ!! ผู้ชายที่สร้างความวุ่นวายได้ทุกที่ที่เดินเข้าไป!”

เขายกนิ้วโป้งให้ทั้งสอง ตาเป็นประกายอย่างดีใจที่ทุกคนยังมีชีวิตอยู่

            “ดีใจที่สุดที่ลูกพี่ปลอดภัย…แล้วก็แกด้วย ราห์ซูร์—ไอ้เพื่อนเลวลำดับหนึ่งของฉัน!”

ราห์ซูร์หลุดหัวเราะ 

กราวด้าเหล่มองนิด ๆ

ส่วนแซร์ค…ยืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่ทำลายบรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่นั้นไปเต็ม ๆ

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา