ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
40) ลมเปลี่ยนทิศ
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความสามวันผ่านไป
สองหนุ่มกลับสู่ค่ายทหารตามหน้าที่ ส่วนกราวด้า…กลับมาที่วังชั้นใน เพื่ออัปเดตสถานการณ์กับ กราวด้าหมายเลข 1 — หุ่นขี้ผึ้งที่เธอสร้างขึ้นเองกับมือ
ทั้งคู่วันนี้ใส่ชุดลำลองเหมือนกันเป๊ะ (ความจริงแล้ว กราวด้ามีเสื้อผ้าอยู่แค่สองแบบ—ชุดเต็มยศ 5 ชุด และ ชุดลำลอง 5 ชุด เธอไม่สนใจเรื่องแฟชั่นหรือการแต่งกายเลยแม้แต่นิดเดียว)
เริ่มถ่ายข้อมูลความจำ
กราวด้าพาเจ้าหุ่นไปยังห้องแลปส่วนตัวเพื่อถ่ายข้อมูลช่วงวันที่เธอไม่อยู่ภาพมากมายไหลเข้ามาในความฝันทีละเหตุการณ์
– การประชุมอย่างเป็นทางการ
– การโดนราชครูเมธรัสเรียกไปซักถาม (และเขาจับได้ทันทีว่า “กราวด้า” ที่คุยด้วยคือหุ่น ไม่ใช่ตัวจริง)
– เรื่องจุกจิกในวังที่เจ้าหุ่นเจอ
– เจ้าหุ่นไปฝึกทำขนมเองที่ครัวกลาง (นอกเหนือคำสั่ง)
– ชายหนุ่มหลายคนที่พยายามเข้ามาจีบเธอแบบเก้ ๆ กัง ๆ (รวมถึงอาจารย์เวทมนตร์ดำราฟาที่ยังไม่เลิกพยายาม)
ข้อมูลทุกชิ้นถูกถ่ายทอดแบบมุมมองจริงจนกราวด้าต้องถอนใจหลายครั้งและที่ทำให้เธอหงุดหงิดหนักที่สุดคือ…เจ้าหุ่น ตอบสนองทุกอย่างด้วยใบหน้านิ่งเฉยบริสุทธิ์แบบตัวจริง 100% ทุกครั้งที่ได้ยิน เธอก็เผลอบ่นออกมาเหมือนเดิม
“ฉันไม่ได้เย็นชาแบบนี้ซะหน่อย…”
แต่ตอนพูด…เธอก็นิ่งจนแยกจากหุ่นไม่ออกอยู่ดี
กราวด้าสลับโหมดให้หุ่นรับข้อมูล “ช่วงเวลาที่เธอเป็นเกวน” และการทำภารกิจนอกวัง ใช้เวลาไม่นานนัก ทั้งคู่เริ่มลืมตาขึ้น
ทว่าทันทีที่เจ้าหุ่นรู้สึกตัว…มันมีอาการประหลาด มันเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจ้องกราวด้านานเกินปกติ
“มีอะไร เจ้า–หุ่น?”
น้ำเสียงกราวด้านิ่ง แต่แฝงความเป็นห่วง
หุ่นไม่ยอมตอบ มันลุกขึ้น เดินเฉียดผ่านเธอไปที่โต๊ะเครื่องแป้งหยิบเครื่องสำอางมาปาดหน้าปาดแก้มอย่างตั้งใจ
แล้วเดินกลับมาหาเธอ…
หน้าแดง มือปิดแก้ม ทำท่าเอียงตัว…และเขินราวกับเด็กสาววัยรุ่น
“ไม่มีอะไรค่ะ ท่านกราวด้า… แค่รู้สึก เขินมากกกกก ค่ะ”
น้ำเสียงเหมือน “เกวน” เป๊ะทุกอณู
กราวด้ากะพริบตาช้า ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นที่ฟังแล้วเหมือนโลกจะระเบิด
“…ฉันจะตีแกด้วยหนังสือ แล้วปั้นใหม่ให้เป็นลูกหมาดีไหมแบบนี้”
ความวุ่นวายเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นทันที เหมือนเด็กผู้หญิงสองคนไล่ปาหมอนใส่กันในห้อง แต่รอบนี้คือ กราวด้า 2 คน ไล่ปาหมอนกันแทน
ไม่นานนักห้องก็กลับสู่ความสงบแบบ "หลังกองทัพเพิ่งผ่านไป"
กราวด้าถอนหายใจเฮือกใหญ่นั่งเก็บสมุดบันทึกวางเรียงบนพื้นอย่างใจหาย
“ฉันจะกลับไปอยู่ในร่างกราวด้าสักพัก ช่วงนี้เธอไม่ต้องออกไปไหนนะ ไม่งั้นคนจะตกใจกันหมด”
เจ้าหุ่นเงียบ ไม่ตอบแม้คำเดียว ความเงียบนี้ทำให้กราวด้ารู้สึกจุกอกอย่างประหลาด นี่มันแค่หุ่น…แต่เธอกลับรู้สึกเหมือน “ใช้แล้วทิ้ง”
เธอเริ่มคิดว่า—วิญญาณเทียมของหุ่น…มีความรู้สึกเป็นของตัวเองจริง ๆ แล้วหรือ?
เมื่อตัดสินใจจะหันกลับไปปลอบ ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบพ่นไฟออกจากจมูก
เจ้าหุ่น—กำลังนั่งแต่งหน้า แต่งตัว ทำผม…เพื่อแปลงกายเป็น “เกวน”
มันใช้แป้งใช้เครื่องประทินโฉมจนหน้าขาวอมชมพู ทำตาแบ๊ว ยิ้มหวาน พร้อมชุดลำลองของกราวด้าที่ใส่แบบเด็กสาว
กราวด้ายืนค้างความโกรธพุ่งขึ้นจนทุกคลื่นเวทในห้องสะเทือน เสียงเธอช้า ชัด หนัก เหมือนพร้อมเปิดประตูยมโลก
“แก……จะ……ทำ……อะ……ไร…………”
กราวด้าหมายเลข 1 หันมายิ้มแฉ่ง ตอบด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแบบเกวนเต็มขั้น
“ก็จะไปหาราห์ซูร์ไงเจ้าคะ!! ท่านกราวด้ากลับมาแล้ว…ฉันก็อยากลองเล่นเป็นเกวนดู…บา—ง—ค่ะ—”
ยังไม่ทันจบ
ปั่ก!!!
หมอนถูกฟาดใส่หน้าเต็มแรง
“ห้ามไปไหน!!”
น้ำเสียงเธอนิ่งมาก แต่มันคือความนิ่งแบบ พร้อมสร้างดวงอาทิตย์เผาหุ่นขี้ผึ้งทั้งตัว
หุ่นรับคำ…แต่ออกอาการหน้าระรื่นจนชวนปวดหัว
“เจ้าค่ะ ♥”
มันเดินไปนั่งนิ่ง ๆ บนเตียงเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรเลย แถมยังมีแวว “ภูมิใจในความน่ารักของตัวเอง” อยู่อีกด้วย
กราวด้าได้แต่กุมขมับ “โอ้ย!!! หัวจะปวด....”
สามวัน เป็นเวลามากพอให้ราห์ซูร์และแซร์คฟื้นจากอาการบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับความมืด
แผลลึกเริ่มปิดสนิท พิษจากร่างของแซร์คถูกกำจัดจนหมด ร่างกายทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว
ในวันที่ทั้งสองได้รับอนุญาตให้ลุกเดินได้เต็มที่ มีคำสั่งลับเรียกตัวเข้าวังหลวงทันที
✦ ห้องประชุมลับแห่งวาเลเธีย
พวกเขาถูกพาไปยังห้องพิเศษ—“ห้องบัญชาการลับ” ห้องที่มีไว้สำหรับการประชุมเฉพาะกิจของสายลับชั้นสูง
ตั้งอยู่ในเขตวังชั้นใน ใต้การคุ้มกันระดับสูงสุด เมื่อเข้ามา ภายในห้องมีผู้เข้าร่วมครบทุกตำแหน่งระดับสูงของราชสำนัก
- ราชาดัลเทรนน์ วาเลเธีย – อายุ 55 ปี
- เซราด นอร์แฮม – หัวหน้าครูฝึกและมือสังหารอันดับหนึ่ง
- ราชครูเมธรัส เวียร์เวล
- กราวด้า มอร์นไวน์
- แซร์ค วาเลน
- ราห์ซูร์
ทั้งหมดนั่งล้อมโต๊ะกลมขนาดใหญ่ ซึ่งมีที่นั่งได้ถึง 13 ที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดเงียบสงบแบบของ “การประชุมที่มีเดิมพันเป็นชะตาราชอาณาจักร”
ราชาดัลเทรนน์เป็นผู้เปิดการประชุมก่อน น้ำเสียงของพระองค์แม้สงบ แต่หนักแน่นอย่างราชาที่ผ่านศึกมาทั้งชีวิต
“ท่านกราวด้า แซร์ค ราห์ซูร์…เราต้องขอบคุณพวกท่านอย่างที่สุด ที่ค้นพบและทำลายรังลัทธิมืดได้สำเร็จ”
พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยความจริงใจ
“ที่นั่นคือฐานที่มั่นหลักของพวกมัน ตลอดหลายปี แม้เราจะส่งคนเข้าไปตรวจสอบก็ไม่เคยสำเร็จ หากยกทัพไปปราบ ก็จะสูญเสียมากจนเกินรับได้ มันจึงเป็นหอกข้างแคร่อาณาจักรเรามานานหลายปี แต่พวกท่าน…กลับทำลายมันจนไม่เหลือซากและยังปลอดภัย”
กราวด้าก้มหัวน้อมรับ แซร์คยิ้มจนแก้มแทบปริ ส่วนราห์ซูร์—นั่งเกร็งเหมือนค้างแข็ง ถูกราชาเรียกตัวครั้งแรกในชีวิต (ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นราชาแค่จากหลังคาห้องสมุดเวลาเสด็จผ่านเท่านั้น)
ราชาดัลเทรนน์หันไปสบตาราชครูเมธรัส ชายชราพยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณเริ่มหัวข้อสำคัญ
ราชาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม
“ท่านกราวด้า…หลายปีที่ผ่านมา ท่านทำคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ราชอาณาจักร
ท่านพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่พึ่งได้ทั้งต่อประชาชนและราชสำนัก เราขอแต่งตั้งท่านเป็น ราชครูแห่งวาเลเธีย นับแต่วันนี้เป็นต้นไป”
กราวด้าชะงัก ดวงตาที่นิ่งดุจหินผา…สั่นไหวเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เธอหันไปมองเมธรัส—ซึ่งกำลังยิ้มบาง ๆ เหมือนกล่าวว่า
“ถึงเวลาของเธอแล้ว”
กราวด้าจึงเอ่ยเสียงเบา แต่ชัดเจน
“รับด้วยเกล้า…”
เป็นประโยคที่เปลี่ยนเส้นทางของทั้งอาณาจักร
จากนั้นราชาดัลเทรนน์หันไปหาแซร์ค
“ท่านเซราดเล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังแล้ว ฝีมือของเจ้าช่างน่าประทับใจนัก เจ้าสังหารแม่ทัพแห่งความมืด—เลโอ—และแก้แค้นให้ครอบครัวได้สำเร็จ เมื่ออีเรนรู้ข่าว เขาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเจ้าอย่างที่สุด’ ”
แซร์คเผลอก้มหน้า ดวงตาเขาฉายแววหม่นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงแม่ แต่ก็พยายามยิ้ม และไม่พูดอะไร
ดัลเทรนน์ประกาศต่อ
“เราขอตั้งเจ้าเป็น องครักษ์คุ้มกันเจ้าชายแห่งวาเลเธีย และหนึ่งในหก มือสังหารแห่งวาเลเธีย – ผู้สังหารอสูร”
แซร์คยกมือคำนับทันทีแม้ใจจริงเขาอยากเป็นเพียงพลทหารประจำกับราห์ซูร์แต่เมื่อเป็นพระบัญชา…ก็เป็นเกียรติสูงสุดที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่าคำหนึ่งทำให้เขาฉงน
องครักษ์คุ้มกันเจ้าชาย…?
ทั้งที่ราชาดัลเทรนน์ไม่มีทายาท?
แซร์คจึงยกมือถามตรง ๆ ตามสไตล์คนไม่คิดมาก
“ขอประทานอภัยครับ…แต่ตำแหน่ง ‘องครักษ์เจ้าชาย’ หมายถึงอะไรหรือครับ? หรือว่า…องค์ราชินีจะมีข่าวดี?”
ทั้งห้องเงียบ
ครู่หนึ่ง…ราชาดัลเทรนน์ระเบิดเสียงหัวเราะก้องจนตัวโยก เซราดที่นั่งข้าง ๆ ถึงกับอายจนอยากมุดโต๊ะ
เขาลุกขึ้น ตีหัวแซร์คหนึ่งที “เพี้ยะ!” แล้วกลับไปนั่งเหมือนเดิม
เซราดรีบเอ่ย
“ขออภัยในความไม่สำรวมของลูกน้องด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”
ราชายังกลั้นหัวเราะไม่อยู่ โบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่ได้ถือโทษอะไร
“ตำแหน่งนั้น…คงต้องขึ้นอยู่กับ ‘เพื่อนของท่าน’ แล้วล่ะแซร์ค”
ราชาดัลเทรนน์เอ่ยพลางหันสายตาไปยังราห์ซูร์บรรยากาศในห้องประชุมเหมือนถูกดึงให้แน่นขึ้นทันที
“ราห์ซูร์…ท่านเดินทางย้อนเวลากลับมา นั่นไม่ต่างจากปาฏิหาริย์เลย สิ่งที่สำคัญไม่ใช่พลังที่ท่านมี หรือสิ่งที่ท่านทำได้ แต่คือ ‘หัวใจ’ ของท่าน—ความดีที่บริสุทธิ์ เจตนาที่ไม่ถูกความโลภกลืนกิน”
ดัลเทรนน์หยุดหายใจหนึ่งครั้งก่อนกล่าวต่ออย่างจริงใจที่สุด
“ท่านไม่ได้ใช้พลังนั้นเพื่อตัวเองเลย แต่ใช้ทุกอย่าง…เพื่อช่วยคนสำคัญของท่าน ข้าชื่นชมจากใจจริง และถ้าไม่เป็นการลำบากใจจนเกินไป…ข้าอยากขอท่านอย่างหนึ่ง”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเหมือนถูกผนึกด้วยเวทกดดันบางอย่าง
เมธรัสหลับตาลง—รอฟังอย่างตั้งใจ
เซเรสที่นั่งเงียบมานาน ยิ้มบาง ๆ แต่แววตายังตึง
แซร์คเกาแก้ม เหมือนลุ้นจนตัวเกร็ง
กราวด้ามองราห์ซูร์นิ่ง—แต่ไม่ใช่ด้วยความกดดัน เป็นความห่วงเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังดวงตา
ส่วนราห์ซูร์…รู้สึกกลืนน้ำลายยากอย่างประหลาด หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะออกมานอกอก
(จะให้ฉันทำอะไร…? อย่าพาฉันห่างจากกราวด้าเลยนะ…)
ราชาดัลเทรนน์จึงกล่าวประโยคที่ทำให้ชะตาทั้งอาณาจักรเปลี่ยนไป
“ข้าขอให้ท่าน…ใช้นามสกุล วาเลเธีย ได้หรือไม่?”
ห้องทั้งห้อง—เงียบสนิทเหมือนเสียงทั้งหมดถูกดูดหายไปในชั่ววินาทีเดียว
เมธรัสกับเซเรสรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่คนอื่นในห้อง…ตกใจจนค้าง
แซร์คอ้าปากกว้าง กราวด้านิ่งงัน ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย
ส่วนราห์ซูร์เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางสมอง
“มะ…มะ…มันใหญ่เกินไปครับ…ผม…ผมไม่รู้จะรับมันได้ไหม…”
เสียงเขาสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ราชายิ้มอ่อนโยน ต่างจากตำแหน่งอันสูงส่งที่นั่งอยู่มาก
“ข้าเข้าใจ แต่อย่ากังวลเรื่องหน้าที่เลย นามสกุลวาเลเธียมีผู้ถือมากมาย ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติของราชวงศ์
แต่เจ้า…ไม่ต้องรับภาระใด ๆ ทั้งนั้น ทำเพียงสิ่งที่เจ้าอยากทำและใช้ชีวิตของเจ้า—ตามใจเจ้า”
“อ้อ—เข้าใจแล้ว!!”
เสียงแทรกดังลั่น ทุกคนหันไปมองแซร์คพร้อมกัน
“องครักษ์เจ้าชาย…หมายถึงองครักษ์ราห์ซูร์น่ะสิ! ใช่ไหม!?”
เมธรัสหัวเราะดังแรกในรอบการประชุม เสียงอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กซื่อเกินไป
“ใช่แล้ว แซร์ค ต้องแต่งตั้งเจ้าไว้ก่อน ราห์ซูร์ถึงจะถือ ‘นามสกุล’ นั้นได้อย่างเหมาะสม”
กราวด้าได้ยินแล้ว เลือกเก็บรอยยิ้มบาง ๆ ไว้ที่มุมปาก สายตาเธอหันกลับไปหาราห์ซูร์เหมือนจะพูดอะไร…แต่ไม่ทันได้ออกเสียง
เพราะแซร์คพุ่งเข้ามาเร็วเหมือนลูกธนูคว้าบ่าเพื่อนรักด้วยมือทั้งสองข้าง บีบสุดแรง
“ตกลงไปซะ ไอ้เพื่อนเลวอันดับหนึ่ง! ฉันจะได้วิ่งเล่นในวังกับแกทั้งวัน! ให้เหมือนหมาหอบแดดกันไปทั้งคู่!!”
ทุกคนในห้องหลุดขำ—ทั้งเซเรส เมธรัส และแม้แต่ราชา แต่คนที่ทำให้ห้อง “หยุดหายใจ” ได้อีกครั้งคือกราวด้า
เธอพูดนิ่ง ๆ
เรียบ
แต่คมชัดจนทุกคนได้ยิน
“…และยังได้เจอฉันบ่อยขึ้นด้วยนะ”
ทั้งห้อง—เงียบกว่าตอนประกาศตำแหน่งราห์ซูร์เสียอีก
ราห์ซูร์หน้าแดงวูบ
แซร์คตะลึง
เมธรัสยิ้มลึก
ราชาเลิกคิ้วอึ้ง
เซเรสหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อสายตา
กราวด้ายังคงหน้านิ่งเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งทำให้ครึ่งห้อง “ช็อก” ไปแล้ว
การยอมรับและใช้นามสกุล “วาเลเธีย” เป็นเกียรติที่สูงส่งยิ่ง—และยังเป็นพันธสัญญาที่ผูกมัดราห์ซูร์เข้ากับ “เส้นเวลานี้” หากเป็นเมื่อก่อน…เขาคงปฏิเสธ เพราะหัวใจยังจมอยู่กับความหวังว่าจะย้อนเวลาอีกครั้ง เพื่อกลับไปหาเอมิลี่
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
ตอนนี้ เขาอยากอยู่ตรงนี้ อยากมี “ตัวตน” อยู่เคียงข้างทุกคน… อยู่ข้างกราวด้า
คำตอบที่มั่นใจที่สุดในชีวิตของเขา—จึงเปล่งออกมา
“กระหม่อม…สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พ่ะย่ะค่ะ”
ดัลเทรนน์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนลุกขึ้นเชิญทุกคนไปร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงในวัง พร้อมสั่งให้เลขาฯ ดำเนินการเรื่องนามสกุลตามพระประสงค์ทันที
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ