ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
50 บท
1 วิจารณ์
1,516 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
40) ลมเปลี่ยนทิศ
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความสามวันผ่านไป
สองหนุ่มกลับสู่ค่ายทหารตามหน้าที่ ส่วนกราวด้า…กลับมาที่วังชั้นใน เพื่ออัปเดตสถานการณ์กับ กราวด้าหมายเลข 1 — หุ่นขี้ผึ้งที่เธอสร้างขึ้นเองกับมือ
ทั้งคู่วันนี้ใส่ชุดลำลองเหมือนกันเป๊ะ (ความจริงแล้ว กราวด้ามีเสื้อผ้าอยู่แค่สองแบบ—ชุดเต็มยศ 5 ชุด และ ชุดลำลอง 5 ชุด เธอไม่สนใจเรื่องแฟชั่นหรือการแต่งกายเลยแม้แต่นิดเดียว)
เริ่มถ่ายข้อมูลความจำ
กราวด้าพาเจ้าหุ่นไปยังห้องแลปส่วนตัวเพื่อถ่ายข้อมูลช่วงวันที่เธอไม่อยู่ภาพมากมายไหลเข้ามาในความฝันทีละเหตุการณ์
– การประชุมอย่างเป็นทางการ
– การโดนราชครูเมธรัสเรียกไปซักถาม (และเขาจับได้ทันทีว่า “กราวด้า” ที่คุยด้วยคือหุ่น ไม่ใช่ตัวจริง)
– เรื่องจุกจิกในวังที่เจ้าหุ่นเจอ
– เจ้าหุ่นไปฝึกทำขนมเองที่ครัวกลาง (นอกเหนือคำสั่ง)
– ชายหนุ่มหลายคนที่พยายามเข้ามาจีบเธอแบบเก้ ๆ กัง ๆ (รวมถึงอาจารย์เวทมนตร์ดำราฟาที่ยังไม่เลิกพยายาม)
ข้อมูลทุกชิ้นถูกถ่ายทอดแบบมุมมองจริงจนกราวด้าต้องถอนใจหลายครั้งและที่ทำให้เธอหงุดหงิดหนักที่สุดคือ…เจ้าหุ่น ตอบสนองทุกอย่างด้วยใบหน้านิ่งเฉยบริสุทธิ์แบบตัวจริง 100% ทุกครั้งที่ได้ยิน เธอก็เผลอบ่นออกมาเหมือนเดิม
“ฉันไม่ได้เย็นชาแบบนี้ซะหน่อย…”
แต่ตอนพูด…เธอก็นิ่งจนแยกจากหุ่นไม่ออกอยู่ดี
กราวด้าสลับโหมดให้หุ่นรับข้อมูล “ช่วงเวลาที่เธอเป็นเกวน” และการทำภารกิจนอกวัง ใช้เวลาไม่นานนัก ทั้งคู่เริ่มลืมตาขึ้น
ทว่าทันทีที่เจ้าหุ่นรู้สึกตัว…มันมีอาการประหลาด มันเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจ้องกราวด้านานเกินปกติ
“มีอะไร เจ้า–หุ่น?”
น้ำเสียงกราวด้านิ่ง แต่แฝงความเป็นห่วง
หุ่นไม่ยอมตอบ มันลุกขึ้น เดินเฉียดผ่านเธอไปที่โต๊ะเครื่องแป้งหยิบเครื่องสำอางมาปาดหน้าปาดแก้มอย่างตั้งใจแล้วเดินกลับมาหาเธอ…
หน้าแดง มือปิดแก้ม ทำท่าเอียงตัว…และเขินราวกับเด็กสาววัยรุ่น
“ไม่มีอะไรค่ะ ท่านกราวด้า… แค่รู้สึก เขินมากกกกก ค่ะ”
น้ำเสียงเหมือน “เกวน” เป๊ะทุกอณู
กราวด้ากะพริบตาช้า ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นที่ฟังแล้วเหมือนโลกจะระเบิด
“…ฉันจะตีแกด้วยหนังสือ แล้วปั้นใหม่ให้เป็นลูกหมาดีไหมแบบนี้”
ความวุ่นวายเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นทันที เหมือนเด็กผู้หญิงสองคนไล่ปาหมอนใส่กันในห้อง แต่รอบนี้คือ กราวด้า 2 คน ไล่ปาหมอนกันแทน
ไม่นานนักห้องก็กลับสู่ความสงบแบบ "หลังกองทัพเพิ่งผ่านไป"
กราวด้าถอนหายใจเฮือกใหญ่นั่งเก็บสมุดบันทึกวางเรียงบนพื้นอย่างใจหาย
“ฉันจะกลับไปอยู่ในร่างกราวด้าสักพัก ช่วงนี้เธอไม่ต้องออกไปไหนนะ ไม่งั้นคนจะตกใจกันหมด”
เจ้าหุ่นเงียบ ไม่ตอบแม้คำเดียว ความเงียบนี้ทำให้กราวด้ารู้สึกจุกอกอย่างประหลาด นี่มันแค่หุ่น…แต่เธอกลับรู้สึกเหมือน “ใช้แล้วทิ้ง”
เธอเริ่มคิดว่า—วิญญาณเทียมของหุ่น…มีความรู้สึกเป็นของตัวเองจริง ๆ แล้วหรือ?
เมื่อตัดสินใจจะหันกลับไปปลอบ ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบพ่นไฟออกจากจมูก
เจ้าหุ่น—กำลังนั่งแต่งหน้า แต่งตัว ทำผม…เพื่อแปลงกายเป็น “เกวน”
มันใช้แป้งใช้เครื่องประทินโฉมจนหน้าขาวอมชมพู ทำตาแบ๊ว ยิ้มหวาน พร้อมชุดลำลองของกราวด้าที่ใส่แบบเด็กสาว
กราวด้ายืนค้างความโกรธพุ่งขึ้นจนทุกคลื่นเวทในห้องสะเทือน เสียงเธอช้า ชัด หนัก เหมือนพร้อมเปิดประตูยมโลก
“แก……จะ……ทำ……อะ……ไร…………”
กราวด้าหมายเลข 1 หันมายิ้มแฉ่ง ตอบด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแบบเกวนเต็มขั้น
“ก็จะไปหาราห์ซูร์ไงเจ้าคะ!! ท่านกราวด้ากลับมาแล้ว…ฉันก็อยากลองเล่นเป็นเกวนดู…บา—ง—ค่ะ—”
ยังไม่ทันจบ
ปั่ก!!!
หมอนถูกฟาดใส่หน้าเต็มแรง
“ห้ามไปไหน!!”
น้ำเสียงเธอนิ่งมาก แต่มันคือความนิ่งแบบ พร้อมสร้างดวงอาทิตย์เผาหุ่นขี้ผึ้งทั้งตัว
หุ่นรับคำ…แต่ออกอาการหน้าระรื่นจนชวนปวดหัว
“เจ้าค่ะ ♥”
มันเดินไปนั่งนิ่ง ๆ บนเตียงเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรเลย แถมยังมีแวว “ภูมิใจในความน่ารักของตัวเอง” อยู่อีกด้วย
กราวด้าได้แต่กุมขมับ “โอ้ย!!! หัวจะปวด....”
สามวัน เป็นเวลามากพอให้ราห์ซูร์และแซร์คฟื้นจากอาการบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับความมืดแผลลึกเริ่มปิดสนิท พิษจากร่างของแซร์คถูกกำจัดจนหมด ร่างกายทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว
ในวันที่ทั้งสองได้รับอนุญาตให้ลุกเดินได้เต็มที่ มีคำสั่งลับเรียกตัวเข้าวังหลวงทันที
✦ ห้องประชุมลับแห่งวาเลเธีย
พวกเขาถูกพาไปยังห้องพิเศษ—“ห้องบัญชาการลับ” ห้องที่มีไว้สำหรับการประชุมเฉพาะกิจของสายลับชั้นสูงตั้งอยู่ในเขตวังชั้นใน ใต้การคุ้มกันระดับสูงสุด เมื่อเข้ามา ภายในห้องมีผู้เข้าร่วมครบทุกตำแหน่งระดับสูงของราชสำนัก
ราชาดัลเทรนน์ วาเลเธีย – อายุ 55 ปี
เซราด นอร์แฮม – หัวหน้าครูฝึกและมือสังหารอันดับหนึ่ง
ราชครูเมธรัส เวียร์เวล
กราวด้า มอร์นไวน์
แซร์ค วาเลน
ราห์ซูร์
ทั้งหมดนั่งล้อมโต๊ะกลมขนาดใหญ่ ซึ่งมีที่นั่งได้ถึง 13 ที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดเงียบสงบแบบของ “การประชุมที่มีเดิมพันเป็นชะตาราชอาณาจักร”
ราชาดัลเทรนน์เป็นผู้เปิดการประชุมก่อน น้ำเสียงของพระองค์แม้สงบ แต่หนักแน่นอย่างราชาที่ผ่านศึกมาทั้งชีวิต
“ท่านกราวด้า แซร์ค ราห์ซูร์…เราต้องขอบคุณพวกท่านอย่างที่สุด ที่ค้นพบและทำลายรังลัทธิมืดได้สำเร็จ”
พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยความจริงใจ
“ที่นั่นคือฐานที่มั่นหลักของพวกมัน ตลอดหลายปี แม้เราจะส่งคนเข้าไปตรวจสอบก็ไม่เคยสำเร็จ หากยกทัพไปปราบ ก็จะสูญเสียมากจนเกินรับได้ มันจึงเป็นหอกข้างแคร่อาณาจักรเรามานานหลายปี แต่พวกท่าน…กลับทำลายมันจนไม่เหลือซากและยังปลอดภัย”
กราวด้าก้มหัวน้อมรับ แซร์คยิ้มจนแก้มแทบปริ ส่วนราห์ซูร์—นั่งเกร็งเหมือนค้างแข็ง ถูกราชาเรียกตัวครั้งแรกในชีวิต (ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นราชาแค่จากหลังคาห้องสมุดเวลาเสด็จผ่านเท่านั้น)
ราชาดัลเทรนน์หันไปสบตาราชครูเมธรัส ชายชราพยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณเริ่มหัวข้อสำคัญ
ราชาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม
“ท่านกราวด้า…หลายปีที่ผ่านมา ท่านทำคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ราชอาณาจักรท่านพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่พึ่งได้ทั้งต่อประชาชนและราชสำนัก เราขอแต่งตั้งท่านเป็น ราชครูแห่งวาเลเธีย นับแต่วันนี้เป็นต้นไป”
กราวด้าชะงัก ดวงตาที่นิ่งดุจหินผา…สั่นไหวเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เธอหันไปมองเมธรัส—ซึ่งกำลังยิ้มบาง ๆ เหมือนกล่าวว่า
“ถึงเวลาของเธอแล้ว”
กราวด้าจึงเอ่ยเสียงเบา แต่ชัดเจน
“รับด้วยเกล้า…”
เป็นประโยคที่เปลี่ยนเส้นทางของทั้งอาณาจักร
จากนั้นราชาดัลเทรนน์หันไปหาแซร์ค
“ท่านเซราดเล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังแล้ว ฝีมือของเจ้าช่างน่าประทับใจนัก เจ้าสังหารแม่ทัพแห่งความมืด—เลโอ—และแก้แค้นให้ครอบครัวได้สำเร็จ เมื่ออีเรนรู้ข่าว เขาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเจ้าอย่างที่สุด’ ”
แซร์คเผลอก้มหน้า ดวงตาเขาฉายแววหม่นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงแม่ แต่ก็พยายามยิ้ม และไม่พูดอะไร
ดัลเทรนน์ประกาศต่อ
“เราขอตั้งเจ้าเป็น องครักษ์คุ้มกันเจ้าชายแห่งวาเลเธีย และหนึ่งในหก มือสังหารแห่งวาเลเธีย – ผู้สังหารอสูร”
แซร์คยกมือคำนับทันทีแม้ใจจริงเขาอยากเป็นเพียงพลทหารประจำกับราห์ซูร์แต่เมื่อเป็นพระบัญชา…ก็เป็นเกียรติสูงสุดที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่าคำหนึ่งทำให้เขาฉงน
องครักษ์คุ้มกันเจ้าชาย…?
ทั้งที่ราชาดัลเทรนน์ไม่มีทายาท?
แซร์คจึงยกมือถามตรง ๆ ตามสไตล์คนไม่คิดมาก
“ขอประทานอภัยครับ…แต่ตำแหน่ง ‘องครักษ์เจ้าชาย’ หมายถึงอะไรหรือครับ? หรือว่า…องค์ราชินีจะมีข่าวดี?”
ทั้งห้องเงียบ
ครู่หนึ่ง…ราชาดัลเทรนน์ระเบิดเสียงหัวเราะก้องจนตัวโยก เซราดที่นั่งข้าง ๆ ถึงกับอายจนอยากมุดโต๊ะเขาลุกขึ้น ตีหัวแซร์คหนึ่งที “เพี้ยะ!” แล้วกลับไปนั่งเหมือนเดิม
เซราดรีบเอ่ย
“ขออภัยในความไม่สำรวมของลูกน้องด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”
ราชายังกลั้นหัวเราะไม่อยู่ โบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่ได้ถือโทษอะไร
“ตำแหน่งนั้น…คงต้องขึ้นอยู่กับ ‘เพื่อนของท่าน’ แล้วล่ะแซร์ค”
ราชาดัลเทรนน์เอ่ยพลางหันสายตาไปยังราห์ซูร์บรรยากาศในห้องประชุมเหมือนถูกดึงให้แน่นขึ้นทันที
“ราห์ซูร์…ท่านเดินทางย้อนเวลากลับมา นั่นไม่ต่างจากปาฏิหาริย์เลย สิ่งที่สำคัญไม่ใช่พลังที่ท่านมี หรือสิ่งที่ท่านทำได้ แต่คือ ‘หัวใจ’ ของท่าน—ความดีที่บริสุทธิ์ เจตนาที่ไม่ถูกความโลภกลืนกิน”
ดัลเทรนน์หยุดหายใจหนึ่งครั้งก่อนกล่าวต่ออย่างจริงใจที่สุด
“ท่านไม่ได้ใช้พลังนั้นเพื่อตัวเองเลย แต่ใช้ทุกอย่าง…เพื่อช่วยคนสำคัญของท่าน ข้าชื่นชมจากใจจริง และถ้าไม่เป็นการลำบากใจจนเกินไป…ข้าอยากขอท่านอย่างหนึ่ง”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเหมือนถูกผนึกด้วยเวทกดดันบางอย่าง
เมธรัสหลับตาลง—รอฟังอย่างตั้งใจ
เซเรสที่นั่งเงียบมานาน ยิ้มบาง ๆ แต่แววตายังตึง
แซร์คเกาแก้ม เหมือนลุ้นจนตัวเกร็ง
กราวด้ามองราห์ซูร์นิ่ง—แต่ไม่ใช่ด้วยความกดดัน เป็นความห่วงเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังดวงตา
ส่วนราห์ซูร์…รู้สึกกลืนน้ำลายยากอย่างประหลาด หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะออกมานอกอก
(จะให้ฉันทำอะไร…? อย่าพาฉันห่างจากกราวด้าเลยนะ…)
ราชาดัลเทรนน์จึงกล่าวประโยคที่ทำให้ชะตาทั้งอาณาจักรเปลี่ยนไป
“ข้าขอให้ท่าน…ใช้นามสกุล วาเลเธีย ได้หรือไม่?”
ห้องทั้งห้อง—เงียบสนิทเหมือนเสียงทั้งหมดถูกดูดหายไปในชั่ววินาทีเดียว
เมธรัสกับเซเรสรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่คนอื่นในห้อง…ตกใจจนค้าง
แซร์คอ้าปากกว้าง กราวด้านิ่งงัน ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย
ส่วนราห์ซูร์เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางสมอง
“มะ…มะ…มันใหญ่เกินไปครับ…ผม…ผมไม่รู้จะรับมันได้ไหม…”
เสียงเขาสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ราชายิ้มอ่อนโยน ต่างจากตำแหน่งอันสูงส่งที่นั่งอยู่มาก
“ข้าเข้าใจ แต่อย่ากังวลเรื่องหน้าที่เลย นามสกุลวาเลเธียมีผู้ถือมากมาย ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติของราชวงศ์แต่เจ้า…ไม่ต้องรับภาระใด ๆ ทั้งนั้น ทำเพียงสิ่งที่เจ้าอยากทำและใช้ชีวิตของเจ้า—ตามใจเจ้า”
“อ้อ—เข้าใจแล้ว!!”
เสียงแทรกดังลั่น ทุกคนหันไปมองแซร์คพร้อมกัน
“องครักษ์เจ้าชาย…หมายถึงองครักษ์ราห์ซูร์น่ะสิ! ใช่ไหม!?”
เมธรัสหัวเราะดังแรกในรอบการประชุม เสียงอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กซื่อเกินไป
“ใช่แล้ว แซร์ค ต้องแต่งตั้งเจ้าไว้ก่อน ราห์ซูร์ถึงจะถือ ‘นามสกุล’ นั้นได้อย่างเหมาะสม”
กราวด้าได้ยินแล้ว เลือกเก็บรอยยิ้มบาง ๆ ไว้ที่มุมปาก สายตาเธอหันกลับไปหาราห์ซูร์เหมือนจะพูดอะไร…แต่ไม่ทันได้ออกเสียง
เพราะแซร์คพุ่งเข้ามาเร็วเหมือนลูกธนูคว้าบ่าเพื่อนรักด้วยมือทั้งสองข้าง บีบสุดแรง
“ตกลงไปซะ ไอ้เพื่อนเลวอันดับหนึ่ง! ฉันจะได้วิ่งเล่นในวังกับแกทั้งวัน! ให้เหมือนหมาหอบแดดกันไปทั้งคู่!!”
ทุกคนในห้องหลุดขำ—ทั้งเซเรส เมธรัส และแม้แต่ราชา แต่คนที่ทำให้ห้อง “หยุดหายใจ” ได้อีกครั้งคือกราวด้า
เธอพูดนิ่ง ๆ
เรียบ
แต่คมชัดจนทุกคนได้ยิน
“…และยังได้เจอฉันบ่อยขึ้นด้วยนะ”
ทั้งห้อง—เงียบกว่าตอนประกาศตำแหน่งราห์ซูร์เสียอีก
ราห์ซูร์หน้าแดงวูบ
แซร์คตะลึง
เมธรัสยิ้มลึก
ราชาเลิกคิ้วอึ้ง
เซเรสหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อสายตา
กราวด้ายังคงหน้านิ่งเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งทำให้ครึ่งห้อง “ช็อก” ไปแล้ว
การยอมรับและใช้นามสกุล “วาเลเธีย” เป็นเกียรติที่สูงส่งยิ่ง—และยังเป็นพันธสัญญาที่ผูกมัดราห์ซูร์เข้ากับ “เส้นเวลานี้” หากเป็นเมื่อก่อน…เขาคงปฏิเสธ เพราะหัวใจยังจมอยู่กับความหวังว่าจะย้อนเวลาอีกครั้ง เพื่อกลับไปหาเอมิลี่
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
ตอนนี้ เขาอยากอยู่ตรงนี้ อยากมี “ตัวตน” อยู่เคียงข้างทุกคน… อยู่ข้างกราวด้า
คำตอบที่มั่นใจที่สุดในชีวิตของเขา—จึงเปล่งออกมา
“กระหม่อม…สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พ่ะย่ะค่ะ”
ดัลเทรนน์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนลุกขึ้นเชิญทุกคนไปร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงในวัง พร้อมสั่งให้เลขาฯ ดำเนินการเรื่องนามสกุลตามพระประสงค์ทันที
สองหนุ่มกลับสู่ค่ายทหารตามหน้าที่ ส่วนกราวด้า…กลับมาที่วังชั้นใน เพื่ออัปเดตสถานการณ์กับ กราวด้าหมายเลข 1 — หุ่นขี้ผึ้งที่เธอสร้างขึ้นเองกับมือ
ทั้งคู่วันนี้ใส่ชุดลำลองเหมือนกันเป๊ะ (ความจริงแล้ว กราวด้ามีเสื้อผ้าอยู่แค่สองแบบ—ชุดเต็มยศ 5 ชุด และ ชุดลำลอง 5 ชุด เธอไม่สนใจเรื่องแฟชั่นหรือการแต่งกายเลยแม้แต่นิดเดียว)
เริ่มถ่ายข้อมูลความจำ
กราวด้าพาเจ้าหุ่นไปยังห้องแลปส่วนตัวเพื่อถ่ายข้อมูลช่วงวันที่เธอไม่อยู่ภาพมากมายไหลเข้ามาในความฝันทีละเหตุการณ์
– การประชุมอย่างเป็นทางการ
– การโดนราชครูเมธรัสเรียกไปซักถาม (และเขาจับได้ทันทีว่า “กราวด้า” ที่คุยด้วยคือหุ่น ไม่ใช่ตัวจริง)
– เรื่องจุกจิกในวังที่เจ้าหุ่นเจอ
– เจ้าหุ่นไปฝึกทำขนมเองที่ครัวกลาง (นอกเหนือคำสั่ง)
– ชายหนุ่มหลายคนที่พยายามเข้ามาจีบเธอแบบเก้ ๆ กัง ๆ (รวมถึงอาจารย์เวทมนตร์ดำราฟาที่ยังไม่เลิกพยายาม)
ข้อมูลทุกชิ้นถูกถ่ายทอดแบบมุมมองจริงจนกราวด้าต้องถอนใจหลายครั้งและที่ทำให้เธอหงุดหงิดหนักที่สุดคือ…เจ้าหุ่น ตอบสนองทุกอย่างด้วยใบหน้านิ่งเฉยบริสุทธิ์แบบตัวจริง 100% ทุกครั้งที่ได้ยิน เธอก็เผลอบ่นออกมาเหมือนเดิม
“ฉันไม่ได้เย็นชาแบบนี้ซะหน่อย…”
แต่ตอนพูด…เธอก็นิ่งจนแยกจากหุ่นไม่ออกอยู่ดี
กราวด้าสลับโหมดให้หุ่นรับข้อมูล “ช่วงเวลาที่เธอเป็นเกวน” และการทำภารกิจนอกวัง ใช้เวลาไม่นานนัก ทั้งคู่เริ่มลืมตาขึ้น
ทว่าทันทีที่เจ้าหุ่นรู้สึกตัว…มันมีอาการประหลาด มันเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจ้องกราวด้านานเกินปกติ
“มีอะไร เจ้า–หุ่น?”
น้ำเสียงกราวด้านิ่ง แต่แฝงความเป็นห่วง
หุ่นไม่ยอมตอบ มันลุกขึ้น เดินเฉียดผ่านเธอไปที่โต๊ะเครื่องแป้งหยิบเครื่องสำอางมาปาดหน้าปาดแก้มอย่างตั้งใจแล้วเดินกลับมาหาเธอ…
หน้าแดง มือปิดแก้ม ทำท่าเอียงตัว…และเขินราวกับเด็กสาววัยรุ่น
“ไม่มีอะไรค่ะ ท่านกราวด้า… แค่รู้สึก เขินมากกกกก ค่ะ”
น้ำเสียงเหมือน “เกวน” เป๊ะทุกอณู
กราวด้ากะพริบตาช้า ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นที่ฟังแล้วเหมือนโลกจะระเบิด
“…ฉันจะตีแกด้วยหนังสือ แล้วปั้นใหม่ให้เป็นลูกหมาดีไหมแบบนี้”
ความวุ่นวายเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นทันที เหมือนเด็กผู้หญิงสองคนไล่ปาหมอนใส่กันในห้อง แต่รอบนี้คือ กราวด้า 2 คน ไล่ปาหมอนกันแทน
ไม่นานนักห้องก็กลับสู่ความสงบแบบ "หลังกองทัพเพิ่งผ่านไป"
กราวด้าถอนหายใจเฮือกใหญ่นั่งเก็บสมุดบันทึกวางเรียงบนพื้นอย่างใจหาย
“ฉันจะกลับไปอยู่ในร่างกราวด้าสักพัก ช่วงนี้เธอไม่ต้องออกไปไหนนะ ไม่งั้นคนจะตกใจกันหมด”
เจ้าหุ่นเงียบ ไม่ตอบแม้คำเดียว ความเงียบนี้ทำให้กราวด้ารู้สึกจุกอกอย่างประหลาด นี่มันแค่หุ่น…แต่เธอกลับรู้สึกเหมือน “ใช้แล้วทิ้ง”
เธอเริ่มคิดว่า—วิญญาณเทียมของหุ่น…มีความรู้สึกเป็นของตัวเองจริง ๆ แล้วหรือ?
เมื่อตัดสินใจจะหันกลับไปปลอบ ภาพที่เห็นทำให้เธอแทบพ่นไฟออกจากจมูก
เจ้าหุ่น—กำลังนั่งแต่งหน้า แต่งตัว ทำผม…เพื่อแปลงกายเป็น “เกวน”
มันใช้แป้งใช้เครื่องประทินโฉมจนหน้าขาวอมชมพู ทำตาแบ๊ว ยิ้มหวาน พร้อมชุดลำลองของกราวด้าที่ใส่แบบเด็กสาว
กราวด้ายืนค้างความโกรธพุ่งขึ้นจนทุกคลื่นเวทในห้องสะเทือน เสียงเธอช้า ชัด หนัก เหมือนพร้อมเปิดประตูยมโลก
“แก……จะ……ทำ……อะ……ไร…………”
กราวด้าหมายเลข 1 หันมายิ้มแฉ่ง ตอบด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแบบเกวนเต็มขั้น
“ก็จะไปหาราห์ซูร์ไงเจ้าคะ!! ท่านกราวด้ากลับมาแล้ว…ฉันก็อยากลองเล่นเป็นเกวนดู…บา—ง—ค่ะ—”
ยังไม่ทันจบ
ปั่ก!!!
หมอนถูกฟาดใส่หน้าเต็มแรง
“ห้ามไปไหน!!”
น้ำเสียงเธอนิ่งมาก แต่มันคือความนิ่งแบบ พร้อมสร้างดวงอาทิตย์เผาหุ่นขี้ผึ้งทั้งตัว
หุ่นรับคำ…แต่ออกอาการหน้าระรื่นจนชวนปวดหัว
“เจ้าค่ะ ♥”
มันเดินไปนั่งนิ่ง ๆ บนเตียงเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไรเลย แถมยังมีแวว “ภูมิใจในความน่ารักของตัวเอง” อยู่อีกด้วย
กราวด้าได้แต่กุมขมับ “โอ้ย!!! หัวจะปวด....”
สามวัน เป็นเวลามากพอให้ราห์ซูร์และแซร์คฟื้นจากอาการบาดเจ็บหนักจากการปะทะกับความมืดแผลลึกเริ่มปิดสนิท พิษจากร่างของแซร์คถูกกำจัดจนหมด ร่างกายทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว
ในวันที่ทั้งสองได้รับอนุญาตให้ลุกเดินได้เต็มที่ มีคำสั่งลับเรียกตัวเข้าวังหลวงทันที
✦ ห้องประชุมลับแห่งวาเลเธีย
พวกเขาถูกพาไปยังห้องพิเศษ—“ห้องบัญชาการลับ” ห้องที่มีไว้สำหรับการประชุมเฉพาะกิจของสายลับชั้นสูงตั้งอยู่ในเขตวังชั้นใน ใต้การคุ้มกันระดับสูงสุด เมื่อเข้ามา ภายในห้องมีผู้เข้าร่วมครบทุกตำแหน่งระดับสูงของราชสำนัก
ราชาดัลเทรนน์ วาเลเธีย – อายุ 55 ปี
เซราด นอร์แฮม – หัวหน้าครูฝึกและมือสังหารอันดับหนึ่ง
ราชครูเมธรัส เวียร์เวล
กราวด้า มอร์นไวน์
แซร์ค วาเลน
ราห์ซูร์
ทั้งหมดนั่งล้อมโต๊ะกลมขนาดใหญ่ ซึ่งมีที่นั่งได้ถึง 13 ที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดเงียบสงบแบบของ “การประชุมที่มีเดิมพันเป็นชะตาราชอาณาจักร”
ราชาดัลเทรนน์เป็นผู้เปิดการประชุมก่อน น้ำเสียงของพระองค์แม้สงบ แต่หนักแน่นอย่างราชาที่ผ่านศึกมาทั้งชีวิต
“ท่านกราวด้า แซร์ค ราห์ซูร์…เราต้องขอบคุณพวกท่านอย่างที่สุด ที่ค้นพบและทำลายรังลัทธิมืดได้สำเร็จ”
พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยความจริงใจ
“ที่นั่นคือฐานที่มั่นหลักของพวกมัน ตลอดหลายปี แม้เราจะส่งคนเข้าไปตรวจสอบก็ไม่เคยสำเร็จ หากยกทัพไปปราบ ก็จะสูญเสียมากจนเกินรับได้ มันจึงเป็นหอกข้างแคร่อาณาจักรเรามานานหลายปี แต่พวกท่าน…กลับทำลายมันจนไม่เหลือซากและยังปลอดภัย”
กราวด้าก้มหัวน้อมรับ แซร์คยิ้มจนแก้มแทบปริ ส่วนราห์ซูร์—นั่งเกร็งเหมือนค้างแข็ง ถูกราชาเรียกตัวครั้งแรกในชีวิต (ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นราชาแค่จากหลังคาห้องสมุดเวลาเสด็จผ่านเท่านั้น)
ราชาดัลเทรนน์หันไปสบตาราชครูเมธรัส ชายชราพยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณเริ่มหัวข้อสำคัญ
ราชาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเดิม
“ท่านกราวด้า…หลายปีที่ผ่านมา ท่านทำคุณประโยชน์ใหญ่หลวงแก่ราชอาณาจักรท่านพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่พึ่งได้ทั้งต่อประชาชนและราชสำนัก เราขอแต่งตั้งท่านเป็น ราชครูแห่งวาเลเธีย นับแต่วันนี้เป็นต้นไป”
กราวด้าชะงัก ดวงตาที่นิ่งดุจหินผา…สั่นไหวเล็กน้อยเป็นครั้งแรก เธอหันไปมองเมธรัส—ซึ่งกำลังยิ้มบาง ๆ เหมือนกล่าวว่า
“ถึงเวลาของเธอแล้ว”
กราวด้าจึงเอ่ยเสียงเบา แต่ชัดเจน
“รับด้วยเกล้า…”
เป็นประโยคที่เปลี่ยนเส้นทางของทั้งอาณาจักร
จากนั้นราชาดัลเทรนน์หันไปหาแซร์ค
“ท่านเซราดเล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังแล้ว ฝีมือของเจ้าช่างน่าประทับใจนัก เจ้าสังหารแม่ทัพแห่งความมืด—เลโอ—และแก้แค้นให้ครอบครัวได้สำเร็จ เมื่ออีเรนรู้ข่าว เขาบอกว่า ‘ภูมิใจในตัวเจ้าอย่างที่สุด’ ”
แซร์คเผลอก้มหน้า ดวงตาเขาฉายแววหม่นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงแม่ แต่ก็พยายามยิ้ม และไม่พูดอะไร
ดัลเทรนน์ประกาศต่อ
“เราขอตั้งเจ้าเป็น องครักษ์คุ้มกันเจ้าชายแห่งวาเลเธีย และหนึ่งในหก มือสังหารแห่งวาเลเธีย – ผู้สังหารอสูร”
แซร์คยกมือคำนับทันทีแม้ใจจริงเขาอยากเป็นเพียงพลทหารประจำกับราห์ซูร์แต่เมื่อเป็นพระบัญชา…ก็เป็นเกียรติสูงสุดที่ปฏิเสธไม่ได้
ทว่าคำหนึ่งทำให้เขาฉงน
องครักษ์คุ้มกันเจ้าชาย…?
ทั้งที่ราชาดัลเทรนน์ไม่มีทายาท?
แซร์คจึงยกมือถามตรง ๆ ตามสไตล์คนไม่คิดมาก
“ขอประทานอภัยครับ…แต่ตำแหน่ง ‘องครักษ์เจ้าชาย’ หมายถึงอะไรหรือครับ? หรือว่า…องค์ราชินีจะมีข่าวดี?”
ทั้งห้องเงียบ
ครู่หนึ่ง…ราชาดัลเทรนน์ระเบิดเสียงหัวเราะก้องจนตัวโยก เซราดที่นั่งข้าง ๆ ถึงกับอายจนอยากมุดโต๊ะเขาลุกขึ้น ตีหัวแซร์คหนึ่งที “เพี้ยะ!” แล้วกลับไปนั่งเหมือนเดิม
เซราดรีบเอ่ย
“ขออภัยในความไม่สำรวมของลูกน้องด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”
ราชายังกลั้นหัวเราะไม่อยู่ โบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่ได้ถือโทษอะไร
“ตำแหน่งนั้น…คงต้องขึ้นอยู่กับ ‘เพื่อนของท่าน’ แล้วล่ะแซร์ค”
ราชาดัลเทรนน์เอ่ยพลางหันสายตาไปยังราห์ซูร์บรรยากาศในห้องประชุมเหมือนถูกดึงให้แน่นขึ้นทันที
“ราห์ซูร์…ท่านเดินทางย้อนเวลากลับมา นั่นไม่ต่างจากปาฏิหาริย์เลย สิ่งที่สำคัญไม่ใช่พลังที่ท่านมี หรือสิ่งที่ท่านทำได้ แต่คือ ‘หัวใจ’ ของท่าน—ความดีที่บริสุทธิ์ เจตนาที่ไม่ถูกความโลภกลืนกิน”
ดัลเทรนน์หยุดหายใจหนึ่งครั้งก่อนกล่าวต่ออย่างจริงใจที่สุด
“ท่านไม่ได้ใช้พลังนั้นเพื่อตัวเองเลย แต่ใช้ทุกอย่าง…เพื่อช่วยคนสำคัญของท่าน ข้าชื่นชมจากใจจริง และถ้าไม่เป็นการลำบากใจจนเกินไป…ข้าอยากขอท่านอย่างหนึ่ง”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเหมือนถูกผนึกด้วยเวทกดดันบางอย่าง
เมธรัสหลับตาลง—รอฟังอย่างตั้งใจ
เซเรสที่นั่งเงียบมานาน ยิ้มบาง ๆ แต่แววตายังตึง
แซร์คเกาแก้ม เหมือนลุ้นจนตัวเกร็ง
กราวด้ามองราห์ซูร์นิ่ง—แต่ไม่ใช่ด้วยความกดดัน เป็นความห่วงเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่หลังดวงตา
ส่วนราห์ซูร์…รู้สึกกลืนน้ำลายยากอย่างประหลาด หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะออกมานอกอก
(จะให้ฉันทำอะไร…? อย่าพาฉันห่างจากกราวด้าเลยนะ…)
ราชาดัลเทรนน์จึงกล่าวประโยคที่ทำให้ชะตาทั้งอาณาจักรเปลี่ยนไป
“ข้าขอให้ท่าน…ใช้นามสกุล วาเลเธีย ได้หรือไม่?”
ห้องทั้งห้อง—เงียบสนิทเหมือนเสียงทั้งหมดถูกดูดหายไปในชั่ววินาทีเดียว
เมธรัสกับเซเรสรู้อยู่ก่อนแล้ว แต่คนอื่นในห้อง…ตกใจจนค้าง
แซร์คอ้าปากกว้าง กราวด้านิ่งงัน ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อย
ส่วนราห์ซูร์เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางสมอง
“มะ…มะ…มันใหญ่เกินไปครับ…ผม…ผมไม่รู้จะรับมันได้ไหม…”
เสียงเขาสั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ราชายิ้มอ่อนโยน ต่างจากตำแหน่งอันสูงส่งที่นั่งอยู่มาก
“ข้าเข้าใจ แต่อย่ากังวลเรื่องหน้าที่เลย นามสกุลวาเลเธียมีผู้ถือมากมาย ส่วนใหญ่เป็นเครือญาติของราชวงศ์แต่เจ้า…ไม่ต้องรับภาระใด ๆ ทั้งนั้น ทำเพียงสิ่งที่เจ้าอยากทำและใช้ชีวิตของเจ้า—ตามใจเจ้า”
“อ้อ—เข้าใจแล้ว!!”
เสียงแทรกดังลั่น ทุกคนหันไปมองแซร์คพร้อมกัน
“องครักษ์เจ้าชาย…หมายถึงองครักษ์ราห์ซูร์น่ะสิ! ใช่ไหม!?”
เมธรัสหัวเราะดังแรกในรอบการประชุม เสียงอบอุ่นแบบผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กซื่อเกินไป
“ใช่แล้ว แซร์ค ต้องแต่งตั้งเจ้าไว้ก่อน ราห์ซูร์ถึงจะถือ ‘นามสกุล’ นั้นได้อย่างเหมาะสม”
กราวด้าได้ยินแล้ว เลือกเก็บรอยยิ้มบาง ๆ ไว้ที่มุมปาก สายตาเธอหันกลับไปหาราห์ซูร์เหมือนจะพูดอะไร…แต่ไม่ทันได้ออกเสียง
เพราะแซร์คพุ่งเข้ามาเร็วเหมือนลูกธนูคว้าบ่าเพื่อนรักด้วยมือทั้งสองข้าง บีบสุดแรง
“ตกลงไปซะ ไอ้เพื่อนเลวอันดับหนึ่ง! ฉันจะได้วิ่งเล่นในวังกับแกทั้งวัน! ให้เหมือนหมาหอบแดดกันไปทั้งคู่!!”
ทุกคนในห้องหลุดขำ—ทั้งเซเรส เมธรัส และแม้แต่ราชา แต่คนที่ทำให้ห้อง “หยุดหายใจ” ได้อีกครั้งคือกราวด้า
เธอพูดนิ่ง ๆ
เรียบ
แต่คมชัดจนทุกคนได้ยิน
“…และยังได้เจอฉันบ่อยขึ้นด้วยนะ”
ทั้งห้อง—เงียบกว่าตอนประกาศตำแหน่งราห์ซูร์เสียอีก
ราห์ซูร์หน้าแดงวูบ
แซร์คตะลึง
เมธรัสยิ้มลึก
ราชาเลิกคิ้วอึ้ง
เซเรสหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่เชื่อสายตา
กราวด้ายังคงหน้านิ่งเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งทำให้ครึ่งห้อง “ช็อก” ไปแล้ว
การยอมรับและใช้นามสกุล “วาเลเธีย” เป็นเกียรติที่สูงส่งยิ่ง—และยังเป็นพันธสัญญาที่ผูกมัดราห์ซูร์เข้ากับ “เส้นเวลานี้” หากเป็นเมื่อก่อน…เขาคงปฏิเสธ เพราะหัวใจยังจมอยู่กับความหวังว่าจะย้อนเวลาอีกครั้ง เพื่อกลับไปหาเอมิลี่
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
ตอนนี้ เขาอยากอยู่ตรงนี้ อยากมี “ตัวตน” อยู่เคียงข้างทุกคน… อยู่ข้างกราวด้า
คำตอบที่มั่นใจที่สุดในชีวิตของเขา—จึงเปล่งออกมา
“กระหม่อม…สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้พ่ะย่ะค่ะ”
ดัลเทรนน์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนลุกขึ้นเชิญทุกคนไปร่วมรับประทานอาหารมื้อเที่ยงในวัง พร้อมสั่งให้เลขาฯ ดำเนินการเรื่องนามสกุลตามพระประสงค์ทันที
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ