ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  50 บท
  1 วิจารณ์
  1,531 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

41) รวมตัวความมืด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

คฤหาสน์เฟลวิส

โถงหินอ่อนสีขาวสะอาดราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาว ทุกอย่างเงียบสงัดเกินปกติ ที่มุมหนึ่งของโถง 

           เกอร์—อดีตขุนพลแห่งความมืดที่เอาตัวรอดจากการต่อสู้กับกราวด้า—นั่งพิงผนังอย่างหมดสภาพ เข่าชันขึ้นชิดอกมือทั้งสองประคองแซนด์วิชที่ แม็ตช์ ทำมาให้อย่างซื่อสัตย์ เขากัดทีละคำ เล็ก ช้า และ…อับอาย สง่าราศีของขุนพลแห่งความมืดหายไปหมด เหลือเพียงชายหนุ่มที่ถูกทำลายจิตใจอย่างไม่เหลือรูป

สายตาของเขามองไปยังความว่างเปล่าเหมือนจิตวิญญาณยังค้างอยู่ในวงเวทของกราวด้า

ไม่ไกลกัน เซเรส เฟลวิส นั่งไขว่ห้างอย่างสงบ จิบไวน์สีอำพันเบา ๆ ขณะในมืออีกข้างหมุนแก้วอย่างคนกำลังใช้ความคิดลึก ส่วน แม็ตช์ ยืนอยู่เคียงข้างด้วยท่าทางเป็นผู้ติดตามผู้ซื่อสัตย์และไร้น้ำใจอย่างสมบูรณ์แบบ

เสียงของแม็ตช์ดังขึ้นก่อน เรียบ นิ่ง แต่เชือดเฉือน

          “ดูเหมือนผู้วิเศษกราวด้า…จะทำลายได้แม้กระทั่ง ‘สภาพจิตใจ’ ของคนได้นะครับ”

เกอร์ตอบทันที แสดงว่าเขายังมีสติอยู่…บ้าง

          “ผมโดนระเบิดบิ๊กแบงสักสามครั้งน่ะครับ…ควรได้ตายอย่างสงบไปแล้วด้วยซ้ำ คุณรู้ไหม…ผมยังฝันถึงมันทุกคืน
สะดุ้งตื่นกลางดึก…ทุกคืน…”

แม็ตช์พยักหน้าเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บยิ่งกว่าเวทโจมตี

          “ใช่ครับ…ได้ยินชัดมาก เสียงคุณร้องลั่นทุกคืนดังจนผมนอนไม่หลับเลย”

เกอร์ฟุบลงกว่าเดิมเหมือนโดนความจริงกรอกปาก

เซเรสละสายตาจากแก้วไวน์

          “เสียงร้องทุกคืน” ดูเหมือนจะสะกิดความสนใจของเขา 

เกอร์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่ผสมทั้งสำนึกผิดและความกลัว

          “ฉัน…พลาด พลาดมากจริง ๆ ที่ไปแตะต้องความรักของกราวด้า…”

คำว่า ความรักของกราวด้า ทำให้ทั้งเซเรสและแม็ตช์หันมามองเขาพร้อมกัน—เกือบจะประสานเสียง

เซเรสขยับตัวลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง เปิดผ้าม่านเล็กน้อยให้แสงลอดเข้ามา เงาบนพื้นสะท้อนแววตาเขาที่ตอนนี้จริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

          “กราวด้า…มีความรักงั้นหรือ?”

เขาพูดช้าแต่หนักแน่นเหมือนวิเคราะห์ข้อมูลชิ้นสำคัญที่สุดของปีนี้

          “เล่ามา—เล่าให้ละเอียดที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น”

เสียงของเซเรสไม่ดังแต่แทงทะลุไปถึงไขสันหลังของเกอร์อย่างง่ายดาย

เพราะเขารู้ดี—ประโยคนี้…คือจุดเริ่มต้นของ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเงามืด

 

 


คำสั่งของเซเรส—สั้น แต่กดดันหนักพอที่จะ “ดึงวิญญาณ” ของเกอร์กลับเข้าร่าง เลือดที่แทบหยุดไหลในใจเขาค่อย ๆ ไหลเวียนอีกครั้ง

เกอร์ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ในมือยังถือแซนด์วิชที่บอบบางเหมือนสภาพจิตใจเจ้าของ เขาเริ่มเล่า…ทั้งที่เสียงยังสั่น

          “มันเริ่มจาก…เด็กสามคน พวกมันบุกเข้ามาแล้วฆ่าทหารปีศาจของเราเหมือน…เด็กเหยียบหนอน ฉันกับเลโอออกไปหยุดมัน…”

เขากลืนน้ำลาย สายตาเซเรสกับแม็ตช์จับจ้องราวกับมีมีดกดอยู่บนต้นคอ

          “เจ้าหนุ่มผมสีฟ้านั่น…แยกไปสู้กับเลโอตัวต่อตัวและ—ไม่น่าเชื่อ—มันฆ่าเลโอได้ด้วยตัวคนเดียว”

แม็ตช์อุทานทันที

          “เด็กคนเดียว? ผมนึกว่าพวกมันรุมเสียอีก…”

          “ไม่!!” เกอร์ตอบเร็วมาก “มันคนเดียวจริง ๆ”

เขาสูดลมหายใจลึกก่อนพูดต่อ

          “กราวด้าปรากฏตัวในร่างเด็ก ตอนแรกฉันคิดว่าพวกมันเป็นแค่เด็กที่เก่งเกินวัย แต่แล้ว…”

เกอร์หยุด สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำตัวเองแม้แต่น้อย

เซเรสถอนหายใจแต่ยังใช้เสียงนิ่งเหมือนผู้คุมสายสืบ

          “พูดมาเถอะ นายไม่ใช่คนเดียวที่อับอายหรอก เกอร์ แผนที่ฉันทำมากว่าสิบปี…พังในไม่กี่สัปดาห์ ไม่มีอะไรเสียหน้ากว่านี้อีกแล้ว”

ถูกกระตุ้นแบบนั้น เกอร์จำใจเล่าต่อ

          “ไอ้เด็กผมดำที่ยืนข้างกราวด้าในร่างเด็ก…มันแค่เห็นหน้าฉันครั้งเดียวก็รู้ทันทีว่า ‘ฉันคือขุนพลแห่งความมืด’ ”

แม็ตช์เลิกคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ มันจะเป็นไปได้ยังไง?

เกอร์กัดฟันแน่น

          “มันบอกว่า ถ้ามันร่วมมือกับกราวด้า…มันจัดการฉันได้แน่นอนและที่โคตรเจ็บคือนะ…กราวด้าดูเหมือนจะเชื่อมันด้วย

เขาพูดเสียงห้วนแต่เต็มไปด้วยยอมรับความจริงที่เจ็บร้าว

          “…และตอนนี้คิดดูดี ๆ มันไม่ได้พูดเกินเลยเลยสักนิด”

เซเรสพึมพำเบา ๆ

          “บางที…มันอาจรู้จักพวกเราทุกคนอยู่แล้วก็ได้”

บรรยากาศเริ่มหนาวเย็นขึ้นก่อนเสียงเคาะประตูที่แผ่วเบาและไม่มั่นใจจะดังขึ้น

ทุกคนหันไปและคนที่ก้าวเข้ามา…

คือ ริชชี่ —ทหารหญิงตัวเล็ก ไหล่ห่อ แว่นสั่น (โอซิริส ผู้แฝงตัว)

เธอทำความเคารพแบบกล้า ๆ กลัว ๆ

          “ฉะ…ฉันออกมาจากค่าย เพื่อมาซื้อของ…แล้วแอบมาที่นี่ค่ะ ได้ยินว่า…ฐะ…ฐานของพวกเราถูกทำลาย…”

เซเรสมองเธอด้วยสายตาเหนื่อยล้า

          “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน…ริชชี่ และใช่—ฐานเราถูกทำลายหมดสิ้น กำลังพลเราก็หายไปเกือบทั้งหมดตอนนี้…เราคงเหลือกันแค่นี้จริง ๆ”

ริชชี่หน้าเสียเหมือนโลกแตกอยู่ตรงหน้า

          “ไม่นะ…ลอร์ดเซเรส…ปะ…โปรดอย่ายุบลัทธิเลยนะคะ…ฉัน…ฉันไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ”

เธอพูดไปน้ำตาก็จะไหล เซเรสกลับยิ้มบาง ๆ เหมือนเรื่องนี้อยู่ในแผน

          “ไม่หรอก…ฉันไม่ยุบลัทธิ”

เธอเงยหน้า ตาเป็นประกายอ่อน ๆ

          “ถ้าแผนเดิมล้ม…ก็แค่วางแผนใหม่เท่านั้นเอง”

คำพูดนั้นทำให้ริชชี่ดีใจจนเผลอขยับเข้าไปหาเกอร์ แต่เขารีบกระโดดถอยเหมือนเจอระเบิด

          “อะ—อย่ามาใกล้ฉันมากเกินไปนะ!! ฉันยังไม่พร้อมตายรอบสอง!!”

ริชชี่หน้าเจื่อนก่อนจะรายงานเรื่องสำคัญด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

          “ฉะ…ฉันได้ข่าวว่า…ที่วังหลวงกำลังเตรียมงานฉลองใหญ่ค่ะ มะ…มีการแต่งตั้งกราวด้าเป็นราชครู…”

เธอยื่นข้อมูลให้แม็ตช์ที่รีบเปิดภาพบนเครื่องมือสื่อสารฉายขึ้นบนจอ

ภาพแรก—แซร์ค ถ่ายภาพหน้าตรง ดูหล่อและนิ่งแบบผิดคน ตรงคำบรรยายเขียนว่า

          “แต่งตั้งเป็น องครักษ์คุ้มกันเจ้าชายแห่งวาเลเธีย”

เกอร์พุ่งตัวไปชี้จอทันที

          “ไอ้นี่แหละ!! มันฆ่าเลโอคนเดียว!! ไอ้นี่เลย!!!”

แม็ตช์อ่านข้อความต่อเสียงเรียบ แต่แฝงความตื่นเต้น

          “ตำแหน่งนี้…ใหญ่เกินเด็กธรรมดาไปมากนะครับ”

เซเรสพึมพำ

          “ดูเหมือน…มันไม่ได้มาเพราะโชคช่วยเลยจริง ๆ”

ภาพต่อไปค่อย ๆ เลื่อนขึ้น ใบหน้าของชายผมดำที่ทำให้เกอร์ตัวสั่นไม่เลิก

          ราห์ซูร์

เกอร์ชี้ทันที ด้วยเสียงสูงเหมือนคนเสียสติ

          “และไอ้นี่!!! ไอ้หนุ่มที่อยู่ในใจของกราวด้า!! ใช่แล้ว—มันคนนั้นแหละ!!!”

แม็ตช์อ่านข้อความด้านล่าง

          “พระราชทานนามสกุลวาเลเธีย…แต่งตั้งเป็น ‘เจ้าชายแห่งวาเลเธีย’ ”

ห้องเงียบสนิท จนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคน

          "นายได้ปะทะกับมันไหม?" 

เซเรสถามด้วยแววสงสัยที่ปนความระแวงเล็ก ๆ 

เกอร์ส่ายหน้า 

          "ไม่… แต่ฉันเห็นมันกับตา… มัน—ความตาย—กำลังไล่ตาม" 

เม็ตช์หรี่ตา หันขวับมามองเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน 

          "ความตาย? นั่นมันมีตัวตนด้วยหรือ? หรือเป็นชื่อคนสักคน?" 

เกอร์สูดหายใจลึก ก่อนตอบช้า ๆ ทีละคำราวกับต้องการให้ทุกคนเข้าใจความสยองที่เขาเห็น 

          "ไม่ใช่คน… ความตายจริง ๆ… ยมทูตตัวเป็น ๆ มันปรากฏตัวตรงนั้น เลโอ—ไอ้หมอนั่นที่โหดจนคนยังกลัว—ยังต้องถอยเหมือนหมาจนมุม" 

เขาหยุดเล็กน้อย เหมือนความทรงจำกำลังกัดกินเขา “มันเก็บทุกชีวิตในหุบเขา… เพื่อเสริมพลังของมันเอง และทันทีที่เจ้าหนุ่มผมดำคนนั้นหนีออกไป— ความตาย…ก็ไล่ตามไปทันที” 

เกอร์พูดจบโดยไม่สนเลยว่าใครจะเชื่อเขาหรือไม่ เพราะสำหรับเขา… ภาพนั้นยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่

เซเรสยืนเงียบแต่แววตาฉายประกายเดียวกับนักล่าที่เจอเป้าหมายใหม่

สุดท้าย เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เป็นคำสั่งที่ไม่อาจโต้แย้ง

          “ริชชี่…เธอกลับไปที่ค่ายทหารเดี๋ยวนี้ พวกมันอาจจับได้แล้วว่าเธอคือใคร ถ้าโดนจับ…ให้ยอมจำนนและรอคำสั่งต่อไป”

ริชชี่โค้งตัวแล้วรีบออกไปทันที

เซเรสหันกลับมายกแก้วไวน์ขึ้นเล็กน้อยเหมือนอวยพรให้ตัวเองก่อนเริ่มแผนใหม่

          “ดูเหมือน…เราคงต้องไปร่วมงานฉลองให้เจ้าชายคนใหม่สักหน่อยแล้ว”

รอยยิ้มของเขา—คือรอยยิ้มของความมืดที่กำลังวางหมากใหม่ทั้งหมด

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา