เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
43) Fight Dot 17
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
รถหรูสองคันแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพัก เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเพียงเบา ๆ แต่กรกรรณที่กำลังผูกริบบิ้นอยู่บนบันไดกลับหยุดมือทันที เขาจำได้หนึ่งในสองคันนั้นเป็นเสียงรถของคุณน้ำแข็ง
กรกรรณรีบปีนลงจากบันไดแทบจะลืมดูขั้นสุดท้ายจนเกือบสะดุด แต่ยังประคองตัวไว้ได้อย่างหวุดหวิดก่อนวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้าน เขาเปิดประตูออกไปต้อนรับอย่างรวดเร็วและภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาหยุดหายใจไปจริง ๆ
น้ำแข็งกำลังก้าวลงมาจากรถ วันนี้เธอไม่ได้อยู่ในชุดขาว ไม่ได้สวมชุดทำงานแข็งทื่อของสภาสูงและไม่ได้อยู่ใต้แสงไฟประดิษฐ์ของกองถ่าย เธอสวมเดรสสีอ่อนเรียบง่าย ผ้าทิ้งตัวนุ่มตามการเคลื่อนไหว แต่งหน้าบาง ๆ ผมสีดำยาวถูกจัดอย่างประณีตจนดูนุ่มกว่าทุกครั้ง น้ำแข็งในสนามกรานเวลเคยงดงามเหมือนดาบน้ำแข็ง เย็น คม แตะต้องไม่ได้
แต่น้ำแข็งตรงหน้าเขาตอนนี้—ดูเหมือนเจ้าหญิงจริง ๆ ไม่ใช่เจ้าหญิงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนทั้งประเทศมอง แต่เป็นเจ้าหญิงที่เพิ่งหลุดออกมาจากโลกอีกใบ แล้วเดินมาหาเขาเพียงคนเดียว กรกรรณยืนค้างมือยังจับประตูอยู่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรพูดอะไรก่อนหรือถามว่าเธอยังเวียนหัวอยู่ไหม ทุกคำติดอยู่ในลำคอหมด
น้ำแข็งมองเขาเพียงวินาทีเดียวจากนั้นเธอก็สาวเท้าเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เร็วขึ้น เร็วขึ้นอีกแล้วพุ่งเข้ากอดเขาเต็มแรง กรกรรณแข็งทื่อไปทั้งตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผมของเธอแตะปลายจมูกแขนของน้ำแข็งกอดรอบตัวเขาแน่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือ เขาจะหายไปจริง ๆ
“คะ...คุณน้ำแข็ง...” เขาพูดได้แค่นั้น
เสียงประตูรถอีกคันเปิดขึ้น นิโคลก้าวลงมาเป็นคนแรก เธอมองภาพตรงหน้า แล้วฉีกยิ้มกว้างทันที
“สวัสดี กรรรร เจอกันข้างในนะ!”
เธอโบกมือให้เหมือนไม่ได้เห็นอะไรพิเศษเลย แล้วเดินผ่านทั้งคู่เข้าบ้านไปอย่างร่าเริง
ไคลน์ลงจากรถตามมา เขากอดอก สีหน้าโหดเหมือนเดิม สายตาคมกริบมองกรกรรณที่ถูกน้ำแข็งกอดอยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“สวัสดี” พูดจบก็เดินผ่านเข้าประตูไปโดยไม่หยุดแม้แต่น้อย
เรนเดินตามมาอย่างเงียบ ๆ เขายกมือทักเล็กน้อย
“ไง...ยินดีด้วย” จากนั้นก็เดินผ่านไปเช่นกัน เหมือนเข้าใจดีว่าตรงนี้ไม่ใช่พื้นที่ที่ควรแทรก
เอเดรียนลงจากรถอีกฝั่ง เขายืนมองทั้งคู่อยู่ครู่หนึ่งด้วยรอยยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นมีทั้งความโล่งใจ และความเจ็บเล็ก ๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างสุภาพ
“ดีที่ได้เจอ...ไว้คุยกันข้างในนะ” เขาพูดเบา ๆ แล้วเดินตามคนอื่นเข้าไป
สุดท้าย พลัสก้าวลงจากรถของน้ำแข็ง หญิงสาวผมสีทองมองกรกรรณกับน้ำแข็งด้วยสายตานิ่งลึก ก่อนยิ้มให้เล็กน้อย
“ดี”
คำเดียวสั้น ๆ แต่เหมือนอนุญาตให้ช่วงเวลานี้ดำเนินต่อไป จากนั้นเธอก็เดินเข้าบ้านไปเช่นกัน
ประตูถูกปิดลง
เสียงความวุ่นวายในบ้านดังขึ้นทันที
“อย่าแตะเนื้อนั่น!”
“อเล็กอยู่ไหนคะ!”
“ลูกบอลเพิ่มมาแล้วค่ะ!”
“หนูแดงงงงงง!!!”
เสียงโวยวาย เสียงหัวเราะ เสียงลากเก้าอี้ และเสียงอเล็กแตกตื่นดังปะปนกันอยู่ด้านใน แต่หน้าบ้านกลับเงียบลง เหลือเพียงกรกรรณกับน้ำแข็ง เธอยังคงกอดเขาอยู่ นิ่ง แน่น นานกว่าที่ควรจะเป็น กรกรรณค่อย ๆ ยกมือขึ้นอย่างลังเล ก่อนวางลงบนแผ่นหลังของเธอเบา ๆ
“น้ำแข็ง...” ทันทีที่เขาเรียกชื่อเธอ เสียงหายใจของน้ำแข็งก็สั่น ไหล่ของเธอสั่นตาม จากนั้นเสียงสะอื้นเบา ๆ ก็ดังขึ้นตรงอกเขา
กรกรรณชะงักน้ำแข็งซุกหน้าลงกับอกของเขาแน่นขึ้น เธอไม่ได้ร้องไห้เสียงดัง ไม่ได้ฟูมฟาย ไม่ได้พูดว่าเหนื่อย ไม่ได้พูดว่าเจ็บ แต่ร่างกายของเธอสั่นอย่างคนที่อดทนมานานเกินไปแล้ว
กรกรรณกอดเธอกลับทันที ครั้งนี้แน่นกว่าเดิม มือข้างหนึ่งประคองหลังเธอ อีกข้างลูบผมสีดำยาวอย่างระมัดระวัง
“ไม่เป็นไรแล้วครับ” เขาพูดเบา ๆ “ผมอยู่ตรงนี้แล้ว” น้ำแข็งสะอื้นหนักขึ้นเล็กน้อย มือของเธอกำเสื้อเขาแน่นจนผ้ายับ
“ฉัน...” เสียงของเธอเบามาก “ฉันเหนื่อย...” คำพูดนั้นทำให้กรกรรณนิ่งไปมันเป็นเพียงคำสั้น ๆ แต่สำหรับน้ำแข็ง คนที่ยืนตรงเสมอ คนที่ถูกสอนให้ไม่แสดงความอ่อนแอ คนที่ถูกทั้งเมืองหลวงผลักให้เป็นเจ้าหญิงน้ำแข็ง—คำว่า “เหนื่อย” อาจหนักกว่าการร้องไห้ทั้งหมด
กรกรรณก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ครับ” เขาตอบเสียงนุ่ม
น้ำแข็งเงียบเขากอดเธอแน่นขึ้นอีกนิด
“อยู่ตรงนี้ เป็นน้ำแข็งของผมก็พอ”
ร่างของน้ำแข็งสั่นแรงขึ้นแล้วเธอก็ร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ในอ้อมกอดของเขา ภายในบ้าน งานเลี้ยงยังคงวุ่นวายต่อไป เสียงอเล็กตะโกน เสียงหนูแดงโวยวาย เสียงนิโคลหัวเราะ เสียงกระต่ายสั่งงาน และเสียงหมีดำเตือนเรื่องเนื้อดังแว่วมาจากข้างใน
แต่กรกรรณไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น เขายืนอยู่หน้าบ้าน กอดผู้หญิงที่เขาคิดถึงมาตลอดไว้แน่น และสำหรับเขานี่ต่างหากคือเหตุผลที่เขาเดินทางมาถึงไวท์คราวน์.
ภายในบ้านพัก งานเลี้ยงเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่มีใครรู้
รู้ตัวอีกที สวนหลังบ้านที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามก็กลายเป็นสนามรบขนาดเล็กของทีมแกะดำไปเรียบร้อยแล้ว โต๊ะยาวเต็มไปด้วยอาหาร เตาย่างส่งกลิ่นเนื้อหอมลอยไปทั่วสวน สระว่ายน้ำสะท้อนแสงไฟประดับเป็นประกาย เสียงหัวเราะ เสียงโวยวาย เสียงแก้วกระทบกัน และเสียงอเล็กตะโกนห้ามหนูแดงดังสลับกันจนบอกไม่ได้ว่าใครกำลังคุยกับใครอยู่ สำหรับกระต่าย เลขาส่วนตัวของโอโน วาเลสก้า นี่คือความวุ่นวายระดับที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตการทำงาน
ไม่ใช่ความวุ่นวายแบบธุรกิจล่ม ไม่ใช่ความวุ่นวายแบบคาสิโนมีปัญหาหรือความวุ่นวายแบบเครือข่ายใต้ดินขัดแย้งกัน แต่มันคือความวุ่นวายของคนกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนไม่มีใครปกติเลยสักคนและประหลาดมากที่เธอกลับชอบมัน
“ลูกโป่ง!!! ทำไมไม่แตก!” หนูแดงตะโกนเสียงดัง ขณะใช้เส้นผมแทงวัตถุสีแดงลูกหนึ่งซ้ำ ๆ แต่มันไม่แตก แทนที่จะแตก เส้นผมของเธอกลับเสียบติดอยู่กับมัน หนูแดงชะงัก
“...ลูกโป่งแข็งแรงขึ้น?” กระต่ายที่ยืนอยู่ไม่ไกลยกกระป๋องเบียร์ขึ้นดื่ม ก่อนหัวเราะเต็มเสียงแบบไม่เหลือภาพเลขาสาวผู้เรียบร้อยแม้แต่น้อย
“มันไม่ใช่ลูกโป่งไงคะ หนูแดง! มันคือลูกบอลพลาสติก ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ!”
หนูแดงหันขวับ
“คุณกระต่ายหลอกหนูแดง?”
“เรียกว่าจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับพฤติกรรมค่ะ”
“ฟังดูแย่กว่าเดิมอีก!”
แต่กว่าหนูแดงจะรู้ตัว ลูกบอลพลาสติกหลากสีอีกหลายลูกก็ถูกกระต่ายแอบส่งให้คนงานโยนเข้ามาใกล้ ๆ เส้นผมของหนูแดงแทงออกไปตามสัญชาตญาณ
ปึก ปึก ปึก
ลูกบอลพลาสติกติดอยู่กับเส้นผมทีละลูก จากเด็กผมขาวน่ากลัว กลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีลูกบอลสีสดใสเต็มเส้นผมเหมือนอุปกรณ์ป้องกันของมีคม
หนูแดงยืนนิ่งมองเส้นผมตัวเองแล้วค่อย ๆ หันไปมองกระต่าย
“มันติด!!!!”
กระต่ายกอดท้องหัวเราะ
“เหมือนเม่นงานเทศกาลค่ะ!”
“น่ารำคาญชะมัด...” หนูแดงทวนคำช้า ๆ แต่เธอก็ไม่ได้พยยามปัดมวกมันออก
อเล็กที่เห็นภาพนั้นถึงกับยืนค้าง
“โอ้ว...คุณกระต่ายกำราบหนูแดงได้อยู่หมัดเลยนะเนี่ย ไม่น่าเชื่อ”
“ไม่ได้กำราบค่ะ” กระต่ายยกเบียร์ขึ้นอีกครั้ง “แค่เปลี่ยนความเสียหายให้กลายเป็นของตกแต่ง”
อเล็กมองเธอด้วยสายตานับถือขึ้นเล็กน้อย แต่สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นพลัสที่นั่งอยู่ตรงมุมสงบของสวน เธอกำลังชงเหล้าของตัวเองอย่างใจเย็น แก้วใส น้ำแข็งก้อนเล็ก กลิ่นเหล้าหอมอ่อน ๆ ท่าทางของพลัสสงบจนเหมือนเสียงวุ่นวายทั้งหมดรอบตัวไม่เกี่ยวกับเธอเลย
อเล็กเดินเข้าไปหา ก่อนยิ้มบาง ๆ
“ไง คุณสบายดีไหม ที่รัก?”
พลัสเหลือบมองเขามุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ก็ดี”
เธอหมุนแก้วในมือช้า ๆ
“น้ำแข็งมาขอให้ฉันฝึกให้ เธอน่ารัก และไม่น่าปวดหัวเท่าทีมแกะดำของคุณ”
“ฮะฮะ…ก็จริง” อเล็กถอนหายใจ
“ไม่มีใครในโลกปวดหัวเท่าทีมแกะดำของฉันหรอก”
“แต่นั่นก็คือสิ่งที่คุณเลือก”
“ใช่ นั่นแหละ มันเลี่ยงไม่ได้”
พลัสหัวเราะเบา ๆ แล้วรินเหล้าใส่อีกแก้ว ก่อนเลื่อนให้เขา
“นั่งสิ”
อเล็กชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงข้างเธออย่างว่าง่ายและทันทีที่เขานั่งลงตรงนั้น บรรยากาศรอบตัวของอเล็กก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาด เมื่อครู่ เขายังเป็นครูฝึกผมยุ่งที่ไล่จับหนูแดงเพราะลูกโป่งแตก ยังเป็นผู้ชายที่ต่อรองราคาถุงเท้า ยังเป็นคนที่ดูเหมือนพร้อมสะดุ้งกับทุกเสียงดังในบ้านแต่พอเขานั่งอยู่ข้างพลัส เขากลับดูนิ่งขึ้น ไหล่ที่เคยห่อคลายออก แววตาอ่อนลงท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่ สงบ และน่าเชื่อถืออย่างบอกไม่ถูก เหมือนได้กลับเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง
เ หมือนสองคนนี้ไม่จำเป็นต้องแสดงอะไรให้ใครเห็น แค่การนั่งอยู่ข้างกัน ก็ทำให้คนรอบข้างรู้สึกได้ว่า พวกเขาผ่านอะไรด้วยกันมามากกว่าที่คำพูดจะเล่าไหว
พลัสยกแก้วขึ้น อเล็กชนแก้วกับเธอเบา ๆ
“เหนื่อยไหม?” เขาถาม
“คุณถามตัวเองก่อนดีกว่า”
“ฉันมีเด็ก ๆ ให้ดูแล แค่นั้นเอง”
“เด็ก ๆ ของคุณมีอดีตเป็นภัยพิบัติระดับประเทศอย่างน้อยสองคน”
“แต่ตอนนี้เป็นนักกีฬาแล้วนะ”
“อ้อ งั้นภัยพิบัติระดับประเทศในชุดกีฬาสินะ”
อเล็กหัวเราะเบา ๆ ไม่ดัง ไม่ตื่นตระหนก เป็นเสียงหัวเราะแบบที่แทบไม่มีใครในทีมแกะดำเคยได้ยินบ่อยนัก
ทั้งคู่คุยกันเงียบ ๆ ไม่รีบร้อน ไม่ต้องฝืนหาเรื่อง เหมือนมีเรื่องให้คุยได้ไม่หมด และในขณะเดียวกัน ต่อให้เงียบก็ไม่อึดอัดเลย
อีกด้านหนึ่ง นิโคลกับเรนกำลังช่วยหมีดำทำบาร์บีคิว นิโคลถือคีมคีบเนื้อด้วยความตื่นเต้น
“อันนี้กลับด้านได้หรือยังคะ คุณหมีดำ?” หมีดำมองเนื้ออย่างจริงจัง
“ยัง”
“แล้วอันนี้ล่ะ?”
“ยัง”
“อันนี้ไหม?”
“เกือบ”
นิโคลพยักหน้าเหมือนได้รับคำสอนวิชาลับ
“เข้าใจแล้วค่ะ การย่างเนื้อคือการรอจังหวะ”
เรนยืนอยู่ข้าง ๆ เงียบ ๆ เขาหยิบพัดเล็ก ๆ มาพัดไฟอย่างแม่นยำ ลมที่เกิดขึ้นไม่แรงเกินไป ไม่เบาเกินไป ช่วยให้ถ่านติดกำลังพอดี
หมีดำหันไปมองเขา
“ดี”
เรนพยักหน้า
“ไฟนิ่งขึ้น”
นิโคลมองทั้งสองคนสลับกัน
“นี่พวกคุณกำลังคุยเรื่องบาร์บีคิว หรือยุทธวิธีสนามรบกันแน่คะ”
นิโคลหัวเราะลั่น
ริมสระน้ำ ไคลน์กับเอเดรียนนอนเอนอยู่บนเก้าอี้พักผ่อน ไคลน์หลับตาสีหน้าเหมือนคนเบื่อโลก เอเดรียนถือแก้วน้ำผลไม้อยู่ในมือ มองแสงไฟที่สะท้อนบนผิวน้ำอย่างเงียบ ๆ
“แปลกนะ” เอเดรียนพูดขึ้น
“อะไร”
“บรรยากาศแบบนี้”
ไคลน์ลืมตาข้างหนึ่ง
“เสียงดัง น่ารำคาญ วุ่นวาย และมีเด็กผมขาวกำลังกลายเป็นเม่นพลาสติก”
“ใช่”
เอเดรียนยิ้มบาง ๆ
“แต่สบายใจดี”
ไคลน์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนหลับตาลงอีกครั้ง
“อืม”
นั่นคือคำตอบยาวที่สุดที่เขาให้ได้ในตอนนี้
เวลาผ่านไปนานแค่ไหน ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครพูดถึงตารางแข่ง ไม่มีใครพูดถึง Prism Waltz, Crimson Phoenix ไม่มีใครพูดถึงลูเซียน ไม่มีใครพูดถึงการสอบสวนของพลัส หรือข่าวลือในเมืองหลวง ราวกับว่า ทุกคนในบ้านหลังนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของตัวเองแล้ว
กรกรรณได้มาถึงเมืองหลวง น้ำแข็งได้เจอกรกรรณ นิโคล ไคลน์ และเรนได้กลับมาอยู่ใกล้เพื่อน เอเดรียนได้เห็นน้ำแข็งยิ้มจริง ๆ อีกครั้ง อเล็กได้เห็นลูกศิษย์ของตัวเองนั่งกิน เล่น และหัวเราะโดยไม่ต้องถืออาวุธ พลัสได้วางแก้วเหล้าลงข้างสามีของเธอ แม้เพียงช่วงสั้น ๆ หมีดำได้ย่างเนื้อ หนูแดงได้แทงสิ่งที่แทงแล้วไม่ตายและกระต่าย—กระต่ายได้ค้นพบว่า บางครั้งการควบคุมความวุ่นวาย ไม่ได้แปลว่าต้องทำให้มันหยุดแค่ทำให้มันไม่ทำลายบ้านก็พอ
ทีวีจอใหญ่ในห้องนั่งเล่นถูกเปิดทิ้งไว้ ภาพบนหน้าจอเป็นรายการเพลงเบา ๆ ที่ไม่มีใครตั้งใจดู เสียงดนตรีไหลคลออยู่เบื้องหลังงานเลี้ยงเบาจนแทบไม่มีใครสนใจ
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ